งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Ground State & Excited State E 3 = h  ’’’ S1S1 S0S0 E = h  โมเลกุ ล A Ground State S1S1 S2S2 S0S0 T1T1 E 1 = h  ’ E 2 = h  ’’ โมเล กุล B Excited State.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Ground State & Excited State E 3 = h  ’’’ S1S1 S0S0 E = h  โมเลกุ ล A Ground State S1S1 S2S2 S0S0 T1T1 E 1 = h  ’ E 2 = h  ’’ โมเล กุล B Excited State."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 Ground State & Excited State E 3 = h  ’’’ S1S1 S0S0 E = h  โมเลกุ ล A Ground State S1S1 S2S2 S0S0 T1T1 E 1 = h  ’ E 2 = h  ’’ โมเล กุล B Excited State

3 Internal Energy E electronic + E vibrational + E rotational + E nuclear การเปลี่ยนแปลงพลังงานอยู่ ในช่วงพลังงานแสง E internal =

4 เมื่อโมเลกุลดูดกลืนโฟ ตอน จะเกิดการเปลี่ยนแปลงระดับพลังงาน ในโมเลกุล ดังนี้  E = h  = (E’ elec - E elec ) + [(E’ vib - E vib ) + (E’ rot - Erot ) ] มีค่าน้อยมากเมื่อเทียบกับ (E’ elec - E elec ) (E’ elec - E elec ) >> [(E’ vib - E vib ) >> (E’ rot - E rot ) ]

5 E total = E elect + E vib + E rot พลังงาน  1 E2E2 E1E1 } } V0V0 V3V3 V2V2 V1V1 V0V0 V3V3 V2V2 V1V1  2  3 r0r0 r1r1 r2r2 r3r3 รูปที่ 2.5 แผนภาพแสดงระดับ พลังงานสัมพันธ์แบบ electronic, vibrational, และ rotational ของโมเลกุล

6 ขบวนการที่ทำให้เกิดสภาวะเร้า 1. Electrical Discharges ให้ความต่างศักย์ไฟฟ้าสูง ๆ แก่หลอด หรือภาชนะที่บรรจุแก๊สเฉื่อยและไอปรอท อิเล็กตรอ นมี พลังงาน สูงมาก

7 Ne(g) + e - Ne e - แก๊สแตกตัวเป็นไอออน Ne + + e - Ne * ไอออนที่เกิดขึ้นรวมตัวกับ e - ทำให้อะตอมของแก๊สอยู่ที่สภาวะเร้า

8 Ne* + Hg (g) Ne(g)+ Hg* เกิดการชนกับ อะตอมของปรอท Hg* Hg (g) + h  อะตอมของไอปรอท “ คายแสง ” ออกมา มีการส่งผ่านพลังงาน (ET)

9 ไดอะแกรมแสดงระดับพลังงาน ของสถานะต่าง ๆ ของปรอท (Hg)

10 Energy 6 ( 1 S 0 ) 6(1P1)6(1P1) 6 ( 3 P 1 ) 6 ( 3 P 0 ) 6 ( 3 D 1 ) 6(3D2)6(3D2)

11 หลอดมีความดันต่ำ ป mm Hg Hg ( 3 P 1 ) ฎ Hg ( 1 S 0 ) nm Hg ( 1 P 1 ) ฎ  Hg ( 1 S 0 ) nm แสงที่ได้ ป  95 % เป็นแสงที่มี ความยาวคลื่น nm และอีก 5 % เป็นแสงที่มีความยาว คลื่น nm

12 Energy 6 ( 1 S 0 ) 6(1P1)6(1P1) 6 ( 3 P 1 ) 6 ( 3 P 0 ) 6 ( 3 D 1 ) 6(3D2)6(3D2) % 95 %

13 หลอดมีความดันขนาดกลาง ป 1 บรรยากาศ ( 760 mmHg) เนื่องจาก Hg( 3 P 1 ) มี เสถียรภาพมากกว่ากรณีที่ มีความดันต่ำ จึงอาจถูก กระตุ้น ให้มีพลังงานสูงขึ้นไปอีก จะคายแสงได้หลายค่า ความยาวคลื่น

14 Energy 6 ( 1 S 0 ) 6(1P1)6(1P1) 6 ( 3 P 1 ) 6 ( 3 P 0 ) 6 ( 3 D 1 ) 6(3D2)6(3D2)

15 (P > 100 atm) Hg*+Hg (g) Hg 2 * 2Hg + h  “EXCIMER” Continuous Wavelength

16 2. Ionization (Ionizing Radiation) “ เป็นพื้นฐานของเทคนิค เช่น Pulse Radiolysis หรือ Scintillation Detection”   rays   rays   rays M M + + e - ionized M* M + h 

17 3. Thermal Activation n2n2 n1n1  k cal mol -1 (251 kJ mol -1 ) E1E1 E2E2 จาก Boltzmann’s Distribution Law n1n1 n 2 =e -(E 2 -E 1 ) /kT

18 ที่ 7073 Kelvin : ป  n2n2 n1n1 นั่นคือ มีอนุภาคขึ้นไปอยู่ที่สภาวะเร้าได้ 1% ที่ 29 O C (302 Kelvin) RT ป  600 cal = e -100 =4 ด  n2n2 n1n1

19  = h C = (6.62 ด  J s)(3.0 ด  10 8 m s -1 ) EE (251 ด  10 3 J mol -1 ) = ด  nm mol = (7.919 ด  nm mol) (6.023 ด  mol -1 ) = 477 nm ( ต่อโมเลกุล ) n2n2 n1n1 E1E1 E2E2   251 k J mol -1  == 477 nm  E = h  = h C  Planck’s Equation:

20 4. การเรืองแสงทางเคมี Chemical Activation Chemiluminescence M -  H M* M + h  สมการทั่วไป :  H * h 

21 ปฏิกิริยาที่เกิด chemiluminescence ที่พบ 1) Singlet Oxygen เป็นการคายแสงจากโมเลกุล ของออกซิเจนที่อยู่ที่สภาวะเร้า singlet ( ส่วนใหญ่ ที่สภาวะเร้า โมเลกุลของออกซิเจนอยู่ที่ triplet) เกิดการเรืองแสงสีแดง “red glow” เช่น การออกซิไดซ์ H 2 O 2 ด้วย Cl 2 ในสารละลายเบส

22 2) Electron Transfer Reactions (ET reaction) - ดึงอิเล็กตรอนออกจาก radical anion ของสารจำพวก polynuclear aromatic เช่น carbocyclic หรือ heterocyclic หรือ - เติมอิเล็กตรอนใน radical cation ( กรณีนี้ พบน้อยมาก )

23 Radical มีสภาพเป็นกลาง และ อยู่ที่สภาวะเร้า DPA - + DPACl 2 DPA + Cl - + DPACl ท DPACl ท  + DPA - DPA + Cl - + DPA* DPA* DPA + h  ท ท electron transfer DPA = 9,10-diphenylanthracene DPACl 2 = 9,10-dichloro- 9,10-diphenylanthracene

24 ++ e-e- e - transfer Hydrocarbon Oxidizing agent Radical anion Excited hydrocarbon Reduced oxidizing agent DPA DPA - DPACl DPA* DPA(Cl - )

25 3) Peroxide Decomposition - เป็นตัวอย่างการเกิด chemiluminescence ที่ดีที่สุด - ปฏิกิริยาการสลายตัว เกิดผ่าน intermediate dioxatane (O-O) ซึ่งให้ความร้อน ออกมามากมาย มากระตุ้น โมเลกุล ให้อยู่ในสภาวะเร้า - โมเลกุลที่สภาวะเร้ากลับสู่สภาวะพื้น เกิดการ เรืองแสง

26 OO CH 3  ฎ  C O* CH 3 + C O มีพลังงาน มากกว่า ketone ที่ สภาวะพื้น 90 kcal mol -1 และมีพลังงานมากกว่า excited singlet: 85 kcal mol -1 excited triplet: 78 kcal mol -1 * h  C O* CH 3 + C O h 


ดาวน์โหลด ppt Ground State & Excited State E 3 = h  ’’’ S1S1 S0S0 E = h  โมเลกุ ล A Ground State S1S1 S2S2 S0S0 T1T1 E 1 = h  ’ E 2 = h  ’’ โมเล กุล B Excited State.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google