งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

7 การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย Delphi Technique. Introduction : การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อ รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายคน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "7 การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย Delphi Technique. Introduction : การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อ รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายคน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 7 การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย Delphi Technique

2 Introduction : การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อ รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายคน เพื่อมุ่งศึกษาและ วิเคราะห์เกี่ยวกับองค์ความรู้ในอนาคตของศาสตร์ต่าง ๆ โดยเฉพาะศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลา Discovery Experts Questionnaire

3 Introduction : การวิจัยในอนาคต (Futurism) : 1. การคาดการณ์แนวโน้ม (Trend Projection) 2. การเขียนภาพอนาคต (Scenario Writing) 3. การปรึกษาผู้อื่น (Consulting Others) Discovery Experts

4 Delphi Technique : การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : เป็นวิธีการรวบรวมความคิดเห็นหรือการตัดสินใจในเรื่อง ต่าง ๆ ในอนาคต จากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปมติจากข้อค้นพบให้เป็นความคิด เดียวกันและมีความถูกต้อง โดยที่ไม่ต้องนัดหมายกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญให้มาประชุมกันเหมือนการ Brain Stroming แต่ให้แต่ละคนแสดงความคิดเห็นจากการตอบแบบสอบ แต่ละรอบ ซึ่งสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ สามารถกลั่นกรองความคิดเห็นได้อย่างรอบคอบ ไม่มี การชี้นำจากกลุ่มและไม่อยู่ภายใต้อิทธิพลทางความคิด ของผู้อื่น ข้อมูลจึงน่าเชื่อถือ ประหยัดเวลา ค่าใช้จ่าย

5 Delphi Technique : ความหมายของการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : เป็นกระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลจากความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องราวในอนาคต ที่กระจัดกระจาย กันให้สอดคล้องกันอย่างมีระบบ ซึ่งจะนำไปใช้ในการ ตัดสินใจเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นเทคนิคในการทำนายเหตุการณ์หรือความเป็นไปได้ ในอนาคต โดยอาศัยฉันทามติ (Consensus) ของกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อสรุปที่เป็นแนวคิดหรือ เป็นการทำนายเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นหรือความเป็นไปใน อนาคต ข้อสรุปจะสามารถนำไปใช้ประกอบ การ ตัดสินใจด้านต่าง ๆ ได้ทั้งในเชิงวิชาการและการบริการ

6 Delphi Technique : ลักษณะทั่วไปของเทคนิคเดลฟาย : เป็นวิธีการแสวงหาข้อมูลจากความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญใน เรื่องใด ๆ โดยใช้แบบสอบถาม ผู้เชี่ยวชาญจึงต้องตอบ แบบสอบถามที่กำหนดขึ้นในแต่ละรอบ จำนวน 3-4 รอบ เป็นวิธีที่ไม่ต้องการให้ความคิดเห็นผู้เชี่ยวชาญคนอื่น มีอิทธิพลต่อการตอบแบบสอบถามของแต่ละคน ทุกคน จึงไม่ทราบว่ามีผู้ใดที่ตอบแบบสอบถามและ ไม่ทราบว่า แต่ละคนมีความคิดเห็นแต่ละข้อคำถามอย่างไร เป็นการวิจัยที่ใช้วิธีการเก็บข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญโดยใช้ แบบสอบถาม โดยหลีกเลี่ยงไม่ให้ผู้เชี่ยวชาญเผชิญหน้า กันโดยตรงในลักษณะ Brain Stroming

7 Delphi Technique : ลักษณะทั่วไปของเทคนิคเดลฟาย : การตอบแบบสอบถามแต่ละรอบ เพื่อให้แต่ละคนตอบ ด้วยการกลั่นกรองอย่างรอบคอบ และให้ได้คำตอบเป็น อันหนึ่งอันเดียวกัน ผู้วิจัยจะแสดงความคิดเห็นของกลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญที่เห็นสอดคล้องกันในแต่ละข้อ ตอบกลับไป ในรอบที่ผ่านมา นำเสนอในรูปของสถิติ แล้วส่งกลับไป ยังผู้เชี่ยวชาญอีกครั้งหนึ่ง เพื่อให้จะยืนยันคำตอบเดิม หรือเปลี่ยนแปลงคำตอบใหม่พร้อมระบุเหตุผล การวิเคราะห์ข้อมูลจะใช้สถิติเบื้องต้น เช่น การวัดแนว โน้มเข้าสู่ส่วนกลาง ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉลี่ย และการ วัดการกระจายของข้อมูล 4. 5.

8 Delphi Technique : ลักษณะของการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : เป็นภาพอนาคตที่ต้องการศึกษาความเป็นไปหรือศึกษา แนวโน้มที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะทางด้านวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ธุรกิจ และการศึกษา ที่ผู้วิจัยต้องการ พยากรณ์การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เป็นปัญหาที่ไม่มีคำตอบถูกต้องแน่นอน แต่สามารถทำ วิจัยเพื่อศึกษาปัญหาได้ โดยการรวบรวมข้อมูลจาก ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาดังกล่าว เป็นปัญหาที่ต้องการศึกษาจากความคิดเห็นหลายๆ ด้าน จากความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญ หรือผู้ทรงคุณวุฒิประจำสาขา

9 Delphi Technique : ลักษณะของการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : ผู้วิจัยไม่ต้องการให้ความคิดเห็นของแต่ละคนมีอิทธิพล ต่อการตัดสินปัญหาโดยรวม โดยไม่ต้องการเปิดเผย รายชื่อผู้ให้ข้อมูล อันเนื่องมาจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น อาจเป็นปัญหาที่มีความขัดแย้งมาก มีปัญหากับการพบปะแบบเชิญหน้าโดยตรงในการระดม สมองหรือการประชุมบุคคลที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ข้อมูล อันเนื่องมาจากปัญหาทางด้านเวลา การเดินทาง สภาพ ภูมิศาสตร์ หรืองบประมาณ 4. 5.

10 Delphi Technique : องค์ประกอบที่ทำให้การวิจัยเดลฟายสำเร็จผล : ผู้วิจัยจะต้องมีเวลามากเพียงพอในการส่งแบบสอบถาม แต่ละรอบ ๆ ไปยังผู้เชี่ยวชาญรวมทั้งมีกลวิธีการติดตาม การตอบกลับจากผู้เชี่ยวชาญอย่างได้ผล การคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่ จะต้องพิจารณาดังนี้ 1.ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีความรู้ในสาขาอย่างแท้จริง ต้อง ไม่เลือกผู้ที่ติดต่อง่ายหรือมีเวลาให้แต่ไม่เชี่ยวชาญ 1.ผู้เชี่ยวชาญจะต้องมีความรู้ในสาขาอย่างแท้จริง ต้อง ไม่เลือกผู้ที่ติดต่อง่ายหรือมีเวลาให้แต่ไม่เชี่ยวชาญ 2.จะต้องคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญที่มีความสนใจในเรื่องที่ ผู้วิจัยทำการวิจัย และเต็มใจให้ความร่วมมือวิจัย 3.มีจำนวนผู้เชี่ยวชาญมากเพียงพอเพื่อให้ได้คำตอบที่ ถูกต้องและน่าเชื่อถือ (17 คนขึ้นไป) 1. 2.

11 Delphi Technique : องค์ประกอบที่ทำให้การวิจัยเดลฟายสำเร็จผล : แบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจะต้องมีคุณภาพและ มีความเที่ยงตรง รวมทั้งวัดผลได้ตรงตามความต้องการ เข้าใจง่าย ชัดเจนและง่ายต่อการตอบ แบบสอบถามที่ใช้ในการเก็บข้อมูลจะต้องมีคุณภาพและ มีความเที่ยงตรง รวมทั้งวัดผลได้ตรงตามความต้องการ เข้าใจง่าย ชัดเจนและง่ายต่อการตอบ ผู้วิจัยจะต้องเตรียมตัวดังนี้ 1.ทำความเข้าใจในกระบวนการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย อย่างละเอียด 2.มีเวลาเพียงพอในการส่งและเก็บแบบสอบถาม มีกล ยุทธ์ในการติดตามหรือทวงถามแบบสอบถามที่ได้ผล 3.มีความละเอียดรอบคอบในการพิจารณาคำตอบ และ ไม่มีอคติต่อผลของการพิจารณาคำตอบ 3. 4.

12 Delphi Technique : กระบวนการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : กำหนดประเด็นปัญหาของการวิจัย - ควรเป็นปัญหาที่ไม่มีคำตอบถูกต้องและสามารถทำวิจัย ได้โดยอาศัยมติจากผู้เชี่ยวชาญ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับอนาคต คัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ - ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยด้วยเทคนิค เดลฟาย ต้องเป็นผู้ที่รู้จริงและมีความเชี่ยวชาญในสาขา สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล - เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟายก็คือ แบบสอบถาม แบ่งการเก็บออกเป็น รอบ

13 Delphi Technique : กระบวนการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : จำนวนผู้เชี่ยวชาญ

14 Delphi Technique : กระบวนการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล รอบที่ 1 แบบปลายเปิด (Opened End) : เป็นการถามอย่างกว้างๆ ให้ครอบคลุมประเด็นปัญหา ของการวิจัย เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ แต่ละคน (ใช้เวลา 2 สัปดาห์) รอบที่ 2 แบบประเมินค่า (Rating Scale) : พัฒนาจากคำตอบในรอบที่ 1 โดยรวบรวมความคิดเห็น ที่ได้จากผู้เชี่ยวชาญทั้งหมดเข้าด้วยกัน ตัดข้อมูลที่ซ้ำ กันออก แล้วสร้างแบบสอบถามรอบที่ 2 เพื่อถาม ผู้เชี่ยวชาญเดิมอีกครั้งหนึ่ง 3.

15 Delphi Technique : กระบวนการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : สร้างเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูล รอบที่ 3 แบบประเมินค่า (Rating Scale) : พิจารณาค่า IR ถ้ามีค่าน้อย แสดงว่าความคิดเห็นที่ได้ สอดคล้องกัน สามารถสรุปความได้ แต่ถ้า IR มีค่ามาก แสดงว่าความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญกระจัดกระจาย สรุปความไม่ได้ ต้องสร้างแบบสอบถามรอบที่ 3 เหมือน รอบที่ 2 แต่เพิ่มตำแหน่งค่า IR และแสดงตำแหน่งที่ ผู้เชี่ยวชาญตอบในแบบรอบที่ 2 เพื่อยืนยันคำตอบ รอบที่ 4 เหมือนรอบที่ 3 : พิจารณาค่า IR เหมือนรอบที่ 3 สรุปผล 3.

16

17 Delphi Technique : ข้อดี-ข้อเสียของการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : ข้อดี : 1. มีความเชื่อถือ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ เป็นคำตอบที่ได้จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความชำนาญในสาขาวิชานั้น ๆ อย่างแท้จริง เป็นคำตอบที่ได้จากความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ที่มีความชำนาญในสาขาวิชานั้น ๆ อย่างแท้จริง ผลการวิจัยได้ผ่านกระบวนการพิจารณาจากการ ย้ำถามหลายรอบ จึงเป็นคำตอบที่กลั่นกรองอย่าง รอบคอบ เกิดความเชื่อมั่นของผลการวิจัยสูง ผู้เชี่ยวชาญแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระ เชื่อถือ ได้ในผลของคำตอบ 2. ใช้เวลาในการวิจัยไม่มาก (2-3 เดือน) 3. ใช้งบประมาณในการวิจัยไม่มาก

18 Delphi Technique : ข้อดี-ข้อเสียของการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : ข้อดี : 4. ทำการวิจัยได้ทุกสถานการณ์ สามารถเก็บข้อมูลจาก ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในสถานที่แตกต่างกันได้ทั้งทางด้าน ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ในสถานที่แตกต่างกันได้ทั้งทางด้าน สภาพภูมิศาสตร์และเวลา สภาพภูมิศาสตร์และเวลา 5. เป็นวิธีวิจัยที่มีขั้นตอนการดำเนินการไม่ซับซ้อน รวมทั้งสามารถทราบลำดับความสำคัญของข้อมูล รวมทั้งสามารถทราบลำดับความสำคัญของข้อมูล และเหตุผลในการตอบ รวมทั้งความสอดคล้อง และเหตุผลในการตอบ รวมทั้งความสอดคล้อง ของความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ของความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ 6. วิเคราะห์ข้อมูลง่าย

19 Delphi Technique : ข้อดี-ข้อเสียของการวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย : ข้อเสีย : 1. ถ้าผู้เชี่ยวชาญไม่ใช่ผู้ชำนาญที่แท้จริง จะทำให้ผล การวิจัยคลาดเคลื่อนหรือเชื่อถือไม่ได้ 2. ผู้วิจัยไม่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม การวิจัยคลาดเคลื่อนหรือเชื่อถือไม่ได้ 2. ผู้วิจัยไม่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถาม โดยตลอด (3-4 รอบ) 3. ขาดการวางแผนยุทธวิธีในการติดตามแบบสอบถาม โดยตลอด (3-4 รอบ) 3. ขาดการวางแผนยุทธวิธีในการติดตามแบบสอบถาม จากผู้เชี่ยวชาญ 4. ขาดความรอบคอบหรือมีอคติในการวิเคราะห์คำตอบ จากผู้เชี่ยวชาญ 4. ขาดความรอบคอบหรือมีอคติในการวิเคราะห์คำตอบ ที่ได้ในแต่ละรอบ 5. ขาดการศึกษาข้อมูลประกอบการทำวิจัยอย่าง ที่ได้ในแต่ละรอบ 5. ขาดการศึกษาข้อมูลประกอบการทำวิจัยอย่าง เพียงพอ เพียงพอ

20 Ethnographic Delphi Future Research : การวิจัยแบบ EDFR : การวิจัยแบบ EDFR เป็นการวิจัยอนาคตอีกเทคนิคหนึ่ง ที่พัฒนาขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพของทั้งวิธี EFR และ เดลฟาย พัฒนาขึ้นโดย ดร.จุมพล พูลภัทรชีวิน (1979) เพื่อใช้ในการวิจัยในอนาคตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น Delphi EFR + EDFR เทคนิคเดลฟาย การวิจัยชาติพันธุ์วรรณา

21 Ethnographic Future Research (EFR) : การวิจัยชาติพันธุ์วรรณา (EFR) : Ethno = เชื้อชาติ ประชากร Graphein = การเขียน Future = อนาคต Ethnographic = การพรรณนาถึงวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณีหรือวัฒนธรรมเฉพาะของสังคม/องค์กร เพื่อให้ ทราบถึงวัฒนธรรมนั้นได้อย่างลึกซึ้ง เช่น วิถีชีวิตชาวจีน ความเป็นอยู่ของชนกลุ่มน้อย วัฒนธรรมของสังคม EFR จึงเป็นการวิจัยในอนาคต เพื่อต้องการทราบถึงขนบ ธรรมเนียม ประเพณีและวัฒนธรรมขององค์กร โดยการ เก็บรวบรวมข้อมูลและสรุปผลภาพในอนาคต (Scenario)

22 Ethnographic Future Research (EFR) : ตัวอย่างการวิจัยชาติพันธุ์วรรณา (EFR) : การศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการสูญเสียวัฒนธรรมและการ ผสมผสานทางวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ย่อย ขอบเขต : 1. ระบบเศรษฐกิจของศูนย์กลาง 2. ลำดับชั้นทางการเมือง 3. ลัทธิความเชื่อทางศาสนา 4. โครงสร้างความสัมพันธ์ทางสังคม วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล : 1. การสังเกต/การสัมภาษณ์/การสอบถาม 2. การศึกษา

23 กระบวนการวิจัยแบบ EDFR : การเตรียมผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นกลุ่มตัวอย่างในการวิจัยแบบ EDFR จะ เหมือนกับเทคนิคเดลฟาย ต้องเป็นผู้ที่รู้จริงและมีความ เชี่ยวชาญในสาขา ควรใช้วิธีการเลือกแบบ Purposive Sampling หรือ Snowball เพื่อให้ได้ครบตามต้องการ การสัมภาษณ์ EDFR โดยยึดตามกระบวนการ EFR สัมภาษณ์ 3 ประเด็น ดังนี้ ORS (Optimistic Realistic Scenario) ภาพที่พึงประสงค์ PRS (Pessimistic Realistic Scenario) ภาพที่ไม่พึง ประสงค์ และ MPS (Most Probable Scenario) ภาพที่ เป็นไปได้มากที่สุด (OS, PM และ MS) Ethnographic Delphi Future Research :

24 กระบวนการวิจัยแบบ EDFR : การสังเคราะห์ข้อมูล นำข้อมูลที่ได้จากการสัมภาษณ์มาสังเคราะห์ โดยใช้วิธี การสรุปสะสม (Cumulative Summarization Techniq.) เพื่อกำหนดเป็นประเด็นของปัญหาต่อไป พัฒนาแบบสอบถาม สร้างแบบสอบถามขึ้นเพื่อนำไปใช้สอบถามผู้เชี่ยวชาญ โดยนำประเด็นต่าง ๆ ที่ได้จากการสังเคราะห์ไปตั้งเป็น ข้อคำถาม และแยกออกเป็นประเด็นย่อย ๆ ให้ครอบคลุม ปัญหาที่ต้องการศึกษาทั้งหมด Ethnographic Delphi Future Research :

25 กระบวนการวิจัยแบบ EDFR : ใช้วิธีการของเดลฟาย การเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ โดยใช้วิธีการของ เดลฟายจำนวน 2-3 รอบ หากได้ความคิดเห็นที่พ้องกัน ในประเด็นทั้งหมด ก็สามารถยุติได้ในรอบที่ 2 หากไม่ได้ ข้อสรุป ก็ต้องดำเนินการในรอบที่ 3 อีกครั้ง สรุปผลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล สรุปผลที่ได้จากการรวบรวมข้อมูล 5. Ethnographic Delphi Future Research :

26 การประยุกต์ใช้การวิจัยแบบ EDFR : การวิจัยแบบ EDFR เป็นเทคนิคการวิจัยอนาคตที่ได้รวม จุดเด่นของทั้งเทคนิคเดลฟายและ EFR ไว้ โดยใช้ส่วน ดีของแต่ละเทคนิคช่วยแก้ปัญหาและแก้ไขจุดอ่อนของ กันและกัน จึงนำไปประยุกต์ใช้ได้กับสาขาอื่นได้ เช่น การศึกษาสาเหตุของการขัดแย้งทางนโยบาย การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การศึกษาเปรียบเทียบและความสัมพันธ์ระหว่าง ประเทศ บัณฑิตที่พึงประสงค์ในอนาคต แนวโน้มการจัดหลักสูตรคอมพิวเตอร์ในระดับ ประถมศึกษา

27 Delphi Research vs EDFR : ข้อแตกต่างระหว่างการวิจัย Delphi กับแบบ EDFR : Delphi EDFR Delphi EDFR รอบ 1 : คำถาม Opened End รอบ 1 : สัมภาษณ์ เพื่อถาม ORS, PRS, MPS รอบ 2 : Rating Scale ถาม รอบ 2 : Rating Scale ถาม ระดับความคิดเห็น ระดับความคิดเห็น รอบ 3 : Rating Scale ถาม รอบ 3 : Rating Scale ถาม เพื่อยืนยันคำตอบ เพื่อยืนยันคำตอบ รอบ 4 : Rating Scale ถาม รอบ 4 : Rating Scale ถาม เพื่อยืนยันคำตอบ เพื่อยืนยันคำตอบ และสรุป และสรุป

28 Delphi Technique Question and Answer 7


ดาวน์โหลด ppt 7 การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย Delphi Technique. Introduction : การวิจัยด้วยเทคนิคเดลฟาย เป็นวิธีการทางวิทยาศาสตร์เพื่อ รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญหลายคน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google