งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

อรวรรณ หล่มวงษ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ การเฝ้าระวังการเจริญเติบโต ของเด็กปฐมวัย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "อรวรรณ หล่มวงษ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ การเฝ้าระวังการเจริญเติบโต ของเด็กปฐมวัย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 อรวรรณ หล่มวงษ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ การเฝ้าระวังการเจริญเติบโต ของเด็กปฐมวัย

2 หัวข้อบรรยาย 1. ผลกระทบของภาวะอ้วน 2. ผลกระทบของภาวะขาดอาหาร 3. ความสำคัญของโภชนาการ 4. ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์การเจริญเติบโตของเด็ก 5. ระบบเฝ้าระวังการเจริญเติบโตของเด็ก

3 ปัญหาโภชนาการในเด็ก เด็กขาดอาหารยังคงมีอยู่ เด็กอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

4 โรคอ้วน....ภัยใกล้ตัว ผลกระทบของ ภาวะอ้วนในเด็ก

5 โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง มีไขมันเกาะผนังหลอดเลือด ภาวะตับอักเสบและถุงน้ำดีอักเสบ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง มีไขมันเกาะผนังหลอดเลือด ภาวะตับอักเสบและถุงน้ำดีอักเสบ มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง โรคกระดูกและข้อ เช่น ขาโก่ง ปวดเข่า/ข้อเท้า ปวดหลัง เกิดภาวะนอนกรนและหยุดหายใจขณะนอนหลับ เป็นโรคผิวหนัง เช่น เชื้อราที่ผิวหนัง ผิวหนังอักเสบ ติดเชื้อได้ง่าย มีผลต่อจิตใจของเด็กมีผลต่อจิตใจของเด็ก

6 เด็กไทยยังคงขาดสารอาหารที่สำคัญ  ขาดโปรตีนและพลังงาน  ขาดไอโอดีน  ขาดธาตุเหล็ก โรคขาดอาหาร....ภัยเงียบ ที่คุณมองข้าม โรคขาดอาหาร....ภัยเงียบ ที่คุณมองข้าม

7 ผลกระทบของ ภาวะขาดอาหารในเด็ก

8 ทำให้เจ็บป่วยบ่อย เป็นนาน หรือมีความรุนแรง ของโรคมากขึ้น เช่น เป็นหวัด ปอดบวม ท้องร่วง มีความเสี่ยงต่อการตาย เมื่อเทียบกับ เด็กที่มีภาวะการเจริญเติบโตดี  เด็กขาดอาหารระดับรุนแรง 8 เท่า  เด็กขาดอาหารระดับปานกลาง 5 เท่า ภูมิต้านทานโรคต่ำ

9 ระดับสติปัญญาต่ำ  ขาดพลังงานและโปรตีนแบบเรื้อรัง (ภาวะเตี้ย)  ขาดไอโอดีน  ขาดธาตุเหล็ก  ขาดพลังงานและโปรตีนแบบเรื้อรัง (ภาวะเตี้ย)  ขาดไอโอดีน  ขาดธาตุเหล็ก IQ ค่ากลางของมาตรฐานสากล เท่ากับ 100 แต่ เด็กไทยแค่ IQ ค่ากลางของมาตรฐานสากล เท่ากับ 100 แต่ เด็กไทยแค่ 98.59

10 ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุระดับเชาวน์ปัญญา เตี้ย 88.05(15.72) ค่อนข้างเตี้ย 88.47(15.16) สูงตามเกณฑ์ 89.93(15.69) ค่อนข้างสูง 94.58(17.57) สูงกว่าเกณฑ์ 94.24(18.01) สถิติ : ANOVA, P-value<0.001 ที่มา : โครงการวิจัยพัฒนาการแบบองค์รวมของเด็กไทยปี 2544 ความสัมพันธ์ระหว่างความสูงกับ ระดับสติปัญญาของเด็กอายุ 2-18 ปี

11 เด็กที่มีน้ำหนักแรกเกิดน้อยกว่า 2,500 กรัม และเด็กเตี้ย มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดโรคเรื้อรังเมื่อเป็นผู้ใหญ่  โรคอ้วน  โรคความดันโลหิตสูง  โรคเบาหวาน  โรคหัวใจและหลอดเลือด  โรคกระดูกพรุน มีความเสี่ยงเป็นโรคเรื้อรัง

12 เด็กที่มีภาวะเตี้ยเมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่จะมีรูปร่างเล็ก ทำให้ความสามารถในการทำงานไม่ดี ผลผลิตต่ำ เป็นผลกระทบต่อ รายได้ของครอบครัว/ ชุมชน/ ประเทศ ผลผลิตต่ำ

13 เด็กผู้หญิงที่เตี้ย เมื่อเป็นผู้ใหญ่และตั้งครรภ์ จะเกิด  มีโอกาสเสี่ยงที่ลูกจะมีน้ำหนักแรกเกิดน้อย กว่าเกณฑ์  เกิดวงจรเช่นนี้ไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน มีผลต่อรุ่นลูกรุ่นหลาน

14 หญิงวัย เจริญพันธุ์ หญิงตั้งครรภ์ ขาดอาหาร น้ำหนักตัวน้อย ผู้สูงอายุ ขาดสารอาหาร ทารกแรกเกิดน้ำหนัก ต่ำกว่าเกณฑ์ เด็กเล็ก แคระแกร็น วัยรุ่น แคระแกร็น โภชนาการไม่ดีตลอด วงจรชีวิตมนุษย์  เพิ่มอัตราการ เจ็บป่วย/การตาย  สติปัญญาต่ำ  พัฒนาการไม่สมวัย  เพิ่มความเสี่ยงการ เป็นโรคเรื้อรังใน ผู้ใหญ่

15 สรุป โภชนาการไม่ดี... ส่งผลต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต ทั้งปัจจุบันและอนาคต

16 ไม่ได้กินอาหารเช้า กินอาหารเช้าที่ขาดคุณภาพ / ไม่พอ กินอาหารกลางวันคุณภาพต่ำ กินอาหารที่มีพลังงานสูง กิน-ดื่มอาหารว่าง หวาน - มัน- เค็ม จัด ปฏิเสธผัก กินผลไม้น้อย ดื่มนมน้อย ความจริงของเด็กไทย...

17 อย่าโทษเด็ก ผู้ใหญ่ใจดี ต้องมีความรับผิดชอบ เป็นภาระกิจของทุกคน จะละเลยไม่ได้ 17 ทำไมเด็กไทยกินไม่เป็น

18 ถึงเวลาแล้วหรือยัง… ที่ทุกคนต้องใส่ใจ “โภชนาการ” เพื่อให้เด็กไทยมี การเจริญเติบโตเต็มศักยภาพ สูง-สมส่วน

19 ความสำคัญของโภชนาการ โภชนาการที่ดีในเด็กก่อนวัยเรียน เป็นการวางรากฐาน ของการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีในอนาคต เนื่องจากจะช่วยสร้างเซลล์สมอง กล้ามเนื้อ กระดูก และอวัยวะต่างๆ ให้สมบูรณ์ ทำหน้าที่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ

20 ผลจากการมีโภชนาการดี ความหมาย สูงสมส่วน  โครงสร้างดี สมรรถภาพดี  พัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางด้านกีฬา  ลด LBW ในรุ่นถัดไป สมองดี  มีความสามารถในการเรียนรู้ จดจำ  พัฒนาการตามวัย  พัฒนาสู่ความเป็นเลิศทางวิชาการ แข็งแรง  มีภูมิต้านโรค ลดความเสี่ยงต่อการเกิด โรคติดต่อ  ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง

21

22 ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ ด้านการเจริญเติบโตของเด็ก 0-5 ปี ตัวชี้วัดระดับผลลัพธ์ ด้านการเจริญเติบโตของเด็ก 0-5 ปี 1.ร้อยละของเด็กอายุ 0-2 ปี มีส่วนสูงระดับดีและสมส่วน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 2.ร้อยละของเด็กอายุ 3-5 ปี มีส่วนสูงระดับดีและสมส่วน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 70

23 ส่วนสูงระดับดี หมายถึง เด็กที่มีส่วนสูงอยู่ในระดับสูงตามเกณฑ์ ค่อนข้างสูง หรือ สูงกว่าเกณฑ์ เด็กมีส่วนสูงระดับดีและรูปร่างสมส่วน หมายถึง เด็กมีการเจริญเติบโตดีทั้งส่วนสูงและน้ำหนัก (ในคน เดียวกัน) โดยมีลักษณะการเจริญเติบโต 3 แบบ คือ 1. เด็กมีส่วนสูงระดับสูงตามเกณฑ์และมีรูปร่างสมส่วน 2. เด็กมีส่วนสูงระดับค่อนข้างสูงและมีรูปร่างสมส่วน 3. เด็กมีส่วนสูงระดับสูงกว่าเกณฑ์และมีรูปร่างสมส่วน คำนิยามเด็กมีส่วนสูงระดับดีและสมส่วน

24 การเจริญเติบโตดี เฝ้าระวัง การเจริญเติบโต เฝ้าระวัง การเจริญเติบโต อาหารตามวัย

25 ดัชนีที่แสดงถึง การเจริญเติบโตของเด็ก น้ำหนักและส่วนสูง

26 สะท้อนถึง การเจริญเติบโตของเด็ก ได้ดีกว่าน้ำหนัก เนื่องจากความสูงเกี่ยวข้องกับสารอาหาร หลายชนิด ความสูง

27 พลังงาน โปรตีน แคลเซียม สังกะสี ไอโอดีน เหล็ก วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 12 โฟเลท วิตามินซี สารอาหารสำคัญ ต่อการเจริญเติบโตของเด็ก

28 กินอย่างไร จึงจะได้รับ สารอาหาร เพียงพอ

29 แนวทางการบริโภคอาหาร เพื่อให้ได้สารอาหารเพียงพอ  ข้อปฏิบัติการให้อาหารเด็ก  ธงโภชนาการ

30 ข้อปฏิบัติการให้อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของทารก ข้อปฏิบัติการให้อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของทารก 1.ให้นมแม่อย่างเดียวตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 เดือน ไม่ต้อง ให้อาหารอื่นแม้แต่น้ำ 2.เริ่มให้อาหารตามวัยเมื่ออายุ 6 เดือนควบคู่ไปกับนมแม่ 3.เพิ่มจำนวนมื้ออาหารตามวัยเมื่ออายุลูกเพิ่มขึ้น จนครบ 3 มื้อ เมื่อลูกอายุ เดือน 4.ให้อาหารตามวัยที่มีคุณภาพและครบ 5 หมู่ ทุกวัน 5.ค่อย ๆ เพิ่มปริมาณและความหยาบของอาหารขึ้นตาม อายุ

31 6. ให้อาหารรสธรรมชาติ หลีกเลี่ยงการปรุงแต่งรส 7. ให้อาหารสะอาดและปลอดภัย 8. ให้ดื่มน้ำสะอาด งดเครื่องดื่มรสหวานและน้ำอัดลม 9. ฝึกวิธีดื่มกินให้สอดคล้องกับพัฒนาการตามวัย 10. เล่นกับลูก สร้างความผูกพัน หมั่นติดตามการเจริญ เติบโตและพัฒนาการ ข้อปฏิบัติการให้อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของทารก ข้อปฏิบัติการให้อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของทารก

32 ข้อปฏิบัติการให้อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กอายุ 1-5 ปี 1.ให้อาหารมื้อหลัก 3 มื้อ และอาหารว่างไม่เกิน 2 มื้อต่อวัน 2.ให้อาหารครบ 5 หมู่ แต่ละหมู่ให้หลากหลาย เป็นประจำ ทุกวัน 3.ให้นมแม่ต่อเนื่องถึง 2 ปี เสริมนมรสจืดวันละ 2-3 แก้ว 4. ฝึกให้กินผักและผลไม้จนเป็นนิสัย 5. ให้อาหารว่างที่มีคุณภาพ 6. ฝึกให้กินอาหารรสธรรมชาติ ไม่หวานจัด ไม่มันจัด และ ไม่เค็มจัด

33 7. ให้อาหารสะอาดและปลอดภัย 8. ให้ดื่มน้ำสะอาด หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มปรุงแต่งรสหวานและ น้ำอัดลม 9. ฝึกวินัยการกินอย่างเหมาะสมตามวัย จนเป็นนิสัย 10. เล่นกับลูก สร้างความผูกพัน หมั่นติดตามการเจริญ เติบโตและพัฒนาการ ข้อปฏิบัติการให้อาหาร เพื่อสุขภาพที่ดีของเด็กอายุ 1-5 ปี

34 ธงโภชนาการ  ความ หลากหลายของ ชนิดอาหาร  สัดส่วนของ อาหาร  ปริมาณของ อาหาร เป็นเครื่องมือที่จะ นำไปสู่การปฏิบัติ โดยสื่อสารถึง

35 ให้คาร์โบไฮเดรต เป็นแหล่งให้พลังงานแก่ร่างกาย ช่วยให้มีแรงวิ่งเล่นและทำกิจกรรมต่างๆ กลุ่มที่ 1 ข้าว-แป้ง

36 กลุ่มที่ 1 ข้าว-แป้ง 1 ทัพพี ชนิดอาหารปริมาณ ข้าวสวย, ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็ก-ใหญ่, บะหมี่, มะกะโรนีสุก, เผือกสุก 1 ทัพพี ขนมจีน 1 จับ ขนมปัง 1 แผ่น ข้าวโพดสุก 1 ฝักเล็ก ข้าวเหนียวนึ่ง 1/2 ทัพพี เส้นหมี่ 2 ทัพพี วุ้นเส้น 2 ทัพพี มันเทศสุก 2 ทัพพี

37 ข้าว-แป้ง 1 ทัพพี

38 ให้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร มีสารต้านมะเร็ง ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ให้เป็นปกติ ผักใบเขียวเข้ม เป็นแหล่งของวิตามินเอ และธาตุเหล็ก ผักสีเหลือง - ส้ม เป็นแหล่งของวิตามินเอ กลุ่มที่ 2 ผัก

39 กลุ่มที่ 2 ผัก 1 ทัพพี ชนิดผักปริมาณ ผักสุก 1 ทัพพี ผักดิบที่เป็นใบ 2 ทัพพี ผักดิบที่เป็นพืชหัว/ฝัก - ถั่วฝักยาว - มะเขือเปราะ - ถั่วงอก - แตงกวา - มะเขือเทศ 1 ทัพพี 1.5 ทัพพี 2 ทัพพี 3 ทัพพี

40 ผัก 1 ทัพพี

41 ให้วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร มีสารต้านมะเร็ง ช่วยการทำงานของอวัยวะต่างๆให้เป็นปกติ ผลไม้สีเหลือง - ส้ม เป็นแหล่งของวิตามินเอ กลุ่มที่ 3 ผลไม้

42 กลุ่มที่ 3 ผลไม้ 1 ส่วน ขนาดชนิดผลไม้ปริมาณ เล็กมาก องุ่น, ลำไย8-10 ผล เล็ก เงาะ, มังคุด4 ผลกลาง ปานกลาง ชมพู่, ส้มเขียวหวาน2 ผล กล้วยน้ำหว้า, กล้วยไข่1 ผลกลาง ฝรั่ง,มะม่วงสุก1/2 ผล ใหญ่ มะละกอสุก, สับปะรด6 ชิ้นพอคำ แตงโม 6 ชิ้นพอคำหรือ 3 ชิ้นใหญ่

43 ผลไม้ 1 ส่วน

44  ให้โปรตีน  บางชนิดเป็นแหล่งแคลเซียม ธาตุเหล็ก วิตามินเอ  ช่วยในการเจริญเติบโตและซ่อมแซมส่วน ที่สึกหรอ  สร้างภูมิต้านทานโรค กลุ่มที่ 4 เนื้อสัตว์ ตับสุก เลือดสุก เป็นแหล่งของธาตุเหล็ก ตับสุก ไข่แดงต้มสุก เป็นแหล่งของวิตามินเอ

45 กลุ่มที่ 4 เนื้อสัตว์ 1 ช้อนกินข้าว อาหารปริมาณ เนื้อสัตว์1 ช้อนกินข้าว ไข่ไก่1/2 ฟอง เต้าหู้ก้อน2 ช้อนกินข้าว เต้าหู้หลอดขาว 6ช้อนกินข้าว (ครึ่งหลอด) ถั่วเขียว, ถั่วดำ, ถั่วลิสง1 ช้อนกินข้าว

46 เนื้อสัตว์ 1 ช้อนกินข้าว

47 ให้แคลเซียม ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยการเจริญเติบโตของเด็ก กลุ่มที่ 5 นมและผลิตภัณฑ์

48 กลุ่มที่ 5 นม 1 แก้ว ชนิดของนมปริมาณ นมสดจืด, นมพร่องมันเนย, นมขาดมันเนย มิลลิลิตร โยเกิร์ต1½ (1 ถ้วย=150 กรัม) ปลาตัวเล็ก2 ช้อนกินข้าว ปลากระป๋อง1 ชิ้น เต้าหู้อ่อน6 ช้อนกินข้าว

49 นม 1 แก้ว

50 กลุ่มอาหารเด็กอายุ 1-3 ปีเด็กอายุ 4-5 ปี ข้าว-แป้ง3 ทัพพี5 ทัพพี ผัก 2 ทัพพี (6 ช้อนกินข้าว) 3 ทัพพี ผลไม้3 ส่วน เนื้อสัตว์3 ช้อนกินข้าว นม2 แก้ว/กล่อง/ถุง2-3 แก้ว/กล่อง/ถุง น้ำมัน กะทิ น้ำตาลใช้แต่น้อยเท่าที่จำเป็น ปริมาณอาหารใน 1 วัน

51 มีวิตามินและแร่ธาตุ มีปริมาณไขมัน/น้ำมัน น้ำตาล และเกลือต่ำ อาหารว่าง 2 มื้อต่อวัน ควรกินก่อนอาหารมื้อหลัก ประมาณ 1½ - 2 ชั่วโมง ช่วยเสริมสารอาหารให้เพียงพอต่อร่างกาย อาหารว่างที่มีประโยชน์

52 นมสดรสจืด ผลไม้สด หากเป็นผลไม้ตากแห้งต้องไม่เติมน้ำตาล เช่น กล้วยตากไม่ชุบน้ำผึ้ง พืชหัว เช่น ข้าวโพดเหลืองต้ม มันเทศต้ม เผือกต้ม เป็นต้น ถั่วเมล็ดแห้ง เช่น ถั่วลิสงต้ม เป็นต้น ขนมไทยรสไม่หวานจัด ควรมี กลุ่มข้าวแป้งที่เป็นพืชหัว ถั่วเมล็ดแห้ง ผัก หรือผลไม้ เป็นส่วนประกอบ อาหารว่างอื่น ๆ โดยมีกลุ่มผัก กลุ่มผลไม้ กลุ่มเนื้อสัตว์(ถั่ว เมล็ดแห้ง) หรือกลุ่มนม เป็นส่วนประกอบ เช่น ซาลาเปาไส้ หมูแดง ขนมจีบ แซนวิชไส้ทูน่า ขนมปังไส้หมูหยอง เป็นต้นอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ

53 การประเมินการเจริญเติบโต เด็กปฐมวัย

54 เป้าหมายการเฝ้าระวังการเจริญเติบโต และภาวะโภชนาการ การเจริญเติบโตที่ดีอยู่แล้ว ให้คงอยู่ การเจริญเติบโตดีขึ้นมากกว่าเดิม

55 ขั้นตอนการเฝ้าระวัง การเจริญเติบโต และภาวะโภชนาการ ขั้นตอนการเฝ้าระวัง การเจริญเติบโต และภาวะโภชนาการ 1.ประเมินการเจริญเติบโต 2.ประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร 3.แจ้งและอธิบายผลการประเมิน 4.ให้คำแนะนำการบริโภคอาหารเป็นรายคน 5.ส่งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กรณี พบเด็กที่ มีปัญหาด้านโภชนาการที่รุนแรง

56 1. ประเมินการเจริญเติบโต  ชั่งน้ำหนัก  วัดความยาว/ส่วนสูง  แปลผล

57 เทคนิคการชั่งน้ำหนักและวัดส่วนสูง

58 การเตรียมเครื่องชั่งน้ำหนัก 1. เด็กก่อนวัยเรียน ให้ใช้เครื่องชั่งน้ำหนักที่มีความ ละเอียด 0.1 กิโลกรัม

59 2. ตรวจสอบเครื่องชั่งน้ำหนักให้อยู่ใน เกณฑ์มาตรฐาน ก่อนทำการชั่งทุกครั้ง ฐวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล สำนักโภชนาการ กรมอนามัย

60 4. ควรใช้เครื่องชั่งเดิมทุกครั้งในการติดตามการ เจริญเติบโต ณัวรรณ เชาวน์ลิลิตกุล สำนักโภชนาการ กรมอนามัย 3. วางเครื่องชั่งน้ำหนักอยู่บนพื้นราบ มีแสงสว่าง เพียงพอสำหรับการอ่านตัวเลข และปรับให้เข็ม อยู่ที่เลข 0 ทุกครั้งที่มีการใช้งาน

61 อ่านค่าให้ละเอียดมี ทศนิยม 1 ตำแหน่ง เช่น 10.6 กิโลกรัม ถอดเสื้อผ้าที่หนาๆออก ให้เหลือเท่าที่ จำเป็น รวมทั้งถอดรองเท้าและถุงเท้า นำสิ่งของออกจากตัว ถ้าใช้เครื่องชั่งน้ำหนักแบบยืนที่มีเข็ม ผู้ที่อ่านค่าน้ำหนักจะต้องอยู่ใน ตำแหน่งตรงกันข้ามกับเด็ก ไม่ควร อยู่ด้านข้างทั้งซ้ายหรือขวาเพราะจะ ทำให้อ่านค่าน้ำหนักมากไปหรือน้อย ไปได้ วิธีการชั่งน้ำหนัก

62 การวัดส่วนสูงของเด็ก  เด็กอายุต่ำกว่า 2 ปี ให้นอนวัด เรียกว่า วัดความยาว  เด็กอายุ 2 ปีขึ้นไป ให้ยืนวัด เรียกว่า วัดส่วนสูง

63 การเตรียมเครื่องวัดความยาว/ ส่วนสูง  ตัวเลขมีความละเอียด 0.1 เซนติเมตร และเรียงต่อกัน  มีไม้ฉากสำหรับวัดค่าความยาว/ส่วนสูง

64 3. เลื่อนไม้วัดส่วนที่ ใกล้เท้าให้มาชิดกับ ปลายเท้าและส้นเท้า ที่ตั้งฉากกับพื้น 1. ถอดหมวก รองเท้า วิธีการวัดความยาว 2. นอนในท่าขาและเข่า เหยียดตรงส่วนศีรษะชิด กับไม้วัดที่ตั้งฉากอยู่กับที่ 4. อ่านค่าให้ละเอียด มีทศนิยม 1 ตำแหน่ง เช่น เซนติเมตร

65 วิธีการวัดส่วนสูง อ่านค่าส่วนสูง ระดับสายตา ศีรษะชิด เครื่องวัดส่วนสูง ศีรษะชิด เครื่องวัดส่วนสูง หลังชิด เครื่องวัดส่วนสูง หลังชิด เครื่องวัดส่วนสูง ก้นชิดเครื่องวัดส่วนสูง เข่าชิด เข่าตรง ส้นเท้าชิดเครื่องวัด ส่วนสูง ไม้ฉาก เครื่องวัดส่วนสูง ถอดรองเท้า ถุงเท้า และยืนบนพื้นราบ ถอดรองเท้า ถุงเท้า และยืนบนพื้นราบ ท่าศีรษะและเท้า ที่ถูกต้อง ท่าศีรษะและเท้า ไม่ถูกต้อง

66

67

68 แปลผล ประเมินภาวะการเจริญเติบโต ประเด็นสำคัญของการแปลผล  ภาวะการเจริญเติบโตเด็ก  ตำแหน่งของส่วนสูงและน้ำหนัก  แนวโน้มการเจริญเติบโต  จุดน้ำหนัก-ส่วนสูง และลากเส้นเชื่อมจุดบน กราฟการเจริญเติบโตของเด็ก วิธีการโดย

69 การใช้กราฟการเจริญเติบโต เกณฑ์การเจริญเติบโตเด็กแรกเกิด-5 ปี 1. น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ  2. ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ  3. น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง 

70 น้ำหนักตามเกณฑ์อายุ แสดงผลมาจากการบริโภคอาหาร ซึ่งจะบอกในภาพรวม จึงไม่เห็น ลักษณะการเจริญเติบโตอย่างชัดเจน ไม่ใช้ในการประเมินภาวะอ้วน

71 ยังบอกไม่ได้ว่า อ้วน หรือไม่ ต้องใช้กราฟ น้ำหนักตามเกณฑ์ ส่วนสูง น้ำหนักอาจอยู่ใน เกณฑ์เสี่ยงต่อน้ำหนัก มากเกินเกณฑ์ ต้องใช้ กราฟน้ำหนักตาม เกณฑ์ส่วนสูง

72 น้ำหนักอยู่ในกณฑ์ การเจริญเติบโตดี

73 น้ำหนักอยู่ใน เกณฑ์ เสี่ยงต่อ การขาดอาหาร น้ำหนักอยู่ใน เกณฑ์ขาดอาหาร

74 แสดงผลมาจากการบริโภคอาหารใน ระยะยาว หรือในอดีตที่ผ่านมาเป็น เวลานาน ส่วนสูงตามเกณฑ์อายุ

75 ส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ การเจริญเติบโตดี มากๆ ส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ การเจริญเติบโตดี มาก ส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ การเจริญเติบโตดี

76 ส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ เสี่ยงต่อการขาด อาหารแบบเรื้อรัง ส่วนสูงอยู่ในเกณฑ์ ขาดอาหาร แบบเรื้อรัง

77 บอกให้รู้ถึงภาวะอ้วน-ผอม แสดงผลของการกินอาหารในระยะสั้น น้ำหนักตามเกณฑ์ส่วนสูง

78 น้ำหนักอยู่ใน ภาวะอ้วนระดับ 2 น้ำหนักอยู่ใน ภาวะอ้วนระดับ 1

79 น้ำหนักอยู่ใน เกณฑ์เสี่ยงต่อ ภาวะอ้วน

80 น้ำหนัก อยู่ในเกณฑ์ การเจริญเติบโตดี

81 น้ำหนักอยู่ใน เกณฑ์ที่เสี่ยงต่อ การขาดอาหาร น้ำหนักอยู่ใน เกณฑ์ขาดอาหาร แบบเฉียบพลัน

82 ลักษณะการเจริญเติบโตที่ดี ลำดับ ส่วนสูง ตามเกณฑ์อายุ น้ำหนัก ตามเกณฑ์ส่วนสูง 1. สูงกว่าเกณฑ์สมส่วน 2. ค่อนข้างสูงสมส่วน 3. สูงตามเกณฑ์สมส่วน

83 ภาวะการเจริญเติบโต การแปลผล น้ำหนัก/ อายุ ส่วนสูง/ อายุ น้ำหนัก/ ส่วนสูง น้ำหนัก ค่อนข้าง น้อย สูงตาม เกณฑ์ ผอมเด็กมีความสูงปกติดี แต่ ขณะนี้มีการขาดอาหาร น้ำหนักจึงน้อยกว่าปกติ ทำให้มีรูปร่างผอม การใช้ดัชนีร่วมกันในการแปลผล ภาวะการเจริญเติบโต

84 ภาวะการเจริญเติบโต การแปลผล น้ำหนัก/ อายุ ส่วนสูง/ อายุ น้ำหนัก/ ส่วนสูง น้ำหนัก ตาม เกณฑ์ สูงตาม เกณฑ์ ค่อนข้าง ผอม เด็กมีความสูงดี แต่ต้อง ระวังในเรื่องน้ำหนัก ถ้า น้ำหนักน้อยกว่านี้จะผอม การใช้ดัชนีร่วมกันในการแปลผล ภาวะการเจริญเติบโต

85 ภาวะการเจริญเติบโต การแปลผล น้ำหนัก/ อายุ ส่วนสูง/ อายุ น้ำหนัก/ ส่วนสูง น้ำหนัก มากกว่า เกณฑ์ สูงสมส่วน เด็กมีรูปร่างสูงใหญ่ แม้ น้ำหนักตามอายุ จะมาก เกินเกณฑ์ แต่ก็มีส่วนสูง สูงมากด้วย จึงมีรูปร่าง สมส่วน ถือว่า มีภาวะการ เจริญเติบโตดี การใช้ดัชนีร่วมกันในการแปลผล ภาวะการเจริญเติบโต

86 ภาวะการเจริญเติบโต การแปลผล น้ำหนัก/ อายุ ส่วนสูง/ อายุ น้ำหนัก/ ส่วนสูง น้ำหนัก น้อยกว่า เกณฑ์ เตี้ยสมส่วนเด็กมีภาวะเตี้ย ซึ่งเป็นผล จากการขาดอาหารมา นานในอดีต และปัจจุบัน ร่างกายปรับตัวให้มีขนาด เล็กพอเหมาะกับอาหารที่ บริโภคซึ่งไม่เพียงพอ จึง มีรูปร่างสมส่วน การใช้ดัชนีร่วมกันในการแปลผล ภาวะการเจริญเติบโต

87 ภาวะการเจริญเติบโต การแปลผล น้ำหนัก/ อายุ ส่วนสูง/ อายุ น้ำหนัก/ ส่วนสูง น้ำหนัก น้อยกว่า เกณฑ์ เตี้ยผอมมีภาวะเตี้ย ซึ่งเป็นผล จากการขาดอาหารเป็น ระยะเวลานานในอดีต และปัจจุบันยังมีการขาด อาหารจึงมีรูปร่างผอม การใช้ดัชนีร่วมกันในการแปลผล ภาวะการเจริญเติบโต

88 ภาวะการเจริญเติบโต การแปลผล น้ำหนัก/ อายุ ส่วนสูง/ อายุ น้ำหนัก/ ส่วนสูง น้ำหนัก ตาม เกณฑ์ เตี้ยอ้วนมีภาวะเตี้ย ซึ่งเป็นผล จากการขาดอาหารเป็น ระยะเวลานานในอดีต แต่ปัจจุบันกินอาหารมาก เกินไปจึงมีรูปร่างอ้วน การใช้ดัชนีร่วมกันในการแปลผล ภาวะการเจริญเติบโต

89

90 123 “สูงกว่ากณฑ์” และ แนวโน้มการ เจริญเติบโตดี “สูงกว่าเกณฑ์” และ แนวโน้มการ เจริญเติบโต ดีมาก “สูงกว่าเกณฑ์” และ แนวโน้มการ เจริญเติบโต ไม่ดี ภาวะการเจริญเติบโตอยู่ในระดับดี

91 “สูงตามกณฑ์” และ แนวโน้มการ เจริญเติบโตดี 1 23 “สูงตามกณฑ์” และ มีแนวโน้มการ เจริญเติบโตดี มาก (ไปทางสูง) “สูงตามกณฑ์” แต่ มีแนวโน้มการ เจริญเติบโตไม่ดี (ไปทางเตี้ย) ภาวะการเจริญเติบโตอยู่ในระดับดี

92 “สมส่วน” และ มีแนวโน้มการ เจริญเติบโตดี “สมส่วน” แต่ มีแนวโน้มการ เจริญเติบโตไม่ดี (ไปทางอ้วน) 123 “สมส่วน” แต่ มีแนวโน้มการ เจริญเติบโตไม่ดี (ไปทางผอม) ภาวะการเจริญเติบโตอยู่ในระดับดี

93 123 “เตี้ย” และมีแนวโน้มการ เจริญเติบโต เหมือนเดิม แสดงว่า ส่วนสูงเพิ่มในอัตรา เท่าเดิม “เตี้ย” และมีแนวโน้มการ เจริญเติบโตแย่ลง แสดงว่า ส่วนสูงเพิ่ม น้อยลง “เตี้ย” แต่มีแนวโน้มการ เจริญเติบโตดีขึ้น แสดงว่า ส่วนสูงเพิ่มขึ้นดี แล้ว ภาวะการเจริญเติบโตอยู่ในระดับขาดอาหาร

94 123 “ผอม” และมีแนวโน้ม การเจริญเติบโต เหมือนเดิม แสดงว่า น้ำหนักเพิ่มในอัตรา เท่าเดิม “ผอม” และมีแนวโน้ม การจริญเติบโต แย่ลง แสดงว่า น้ำหนักเพิ่มน้อยลง “ผอม” แต่มีแนวโน้ม การจริญเติบโต ดีขึ้น แสดงว่า น้ำหนักเพิ่มขึ้นดี แล้ว ภาวะการเจริญเติบโตอยู่ในระดับขาดอาหาร

95 123 “อ้วน” และมีแนวโน้ม การเจริญเติบโต เหมือนเดิม แสดงว่า น้ำหนักยังคงเพิ่ม มากเกินไป “อ้วน” และมีแนวโน้ม การเจริญเติบโต แย่ลง แสดงว่า น้ำหนักเพิ่มขึ้น อย่างมาก “อ้วน” และมีแนวโน้ม การเจริญเติบโต ดีขึ้น แสดงว่า น้ำหนักเพิ่มขึ้นใน อัตราลดลง ภาวะการเจริญเติบโตอยู่ในระดับอ้วน

96 เพื่อดูว่าพฤติกรรมใดเหมาะสม พฤติกรรมใดไม่ เหมาะสม ประเมินทุก 3 เดือน แบบประเมินมี 2 กลุ่ม คือ อายุ 1-3 ปี และ อายุ 4-5 ปี ก่อนการประเมินควรให้ความรู้ในเรื่องธงโภชนาการ ควรมีหุ่นจำลองอาหารหรืออาหารจริงเป็นตัวอย่าง ประกอบการสอน เป็นทั้งเครื่องมือประเมินและเครื่องมือในการให้ความรู้ 2. การประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหาร

97 แบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กอายุ 1-3 ปี พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ น้อย กว่า มาก กว่า 1. กินอาหารเช้าที่มีกลุ่มอาหารอย่างน้อย 2 กลุ่ม คือ กลุ่มข้าว-แป้ง และเนื้อสัตว์ หรือกลุ่มข้าว-แป้งและนม ทุกวัน 2. กินอาหารหลัก วันละ 3 มื้อ (เช้า กลางวัน เย็น) ทุกวัน 3. กินอาหารว่าง วันละ 2 ครั้ง (ช่วงสาย และช่วงบ่าย) ทุกวัน 4. ปริมาณอาหารที่บริโภคในแต่ละกลุ่ม 4.1 กินอาหารกลุ่มข้าว-แป้ง วันละ 3 ทัพพี 4.2 กินอาหารกลุ่มผักวันละ 2 ทัพพี ทุกวัน 4.3 กินอาหารกลุ่มผลไม้ วันละ 3 ส่วน ทุกวัน 4.4 กินอาหารกลุ่มเนื้อสัตว์ วันละ 3 ช้อนกินข้าว ทุกวัน 4.5 ดื่มนม  นมสดรสจืด วันละ 2 แก้วหรือกล่อง ทุกวัน สำหรับเด็กไม่อ้วนและ เด็กอ้วนอายุ 1-2 ปี  นมพร่องมันเนย/นมขาดมันเนย (รสจืด) วันละ 2 แก้วหรือกล่อง ทุกวัน สำหรับเด็กอายุ 3 ปีที่มีภาวะอ้วน

98 พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ปฏิบัติ ไม่ปฏิบัติ น้อย กว่า มาก กว่า 5. กินปลาสัปดาห์ละอย่างน้อย 3 วัน 6. กินไข่ สัปดาห์ละ 3-7 วัน ๆ ละ 1 ฟอง 7. กินอาหารที่เป็นแหล่งธาตุเหล็ก เช่น ตับ เลือด สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง 8. กินวิตามินน้ำธาตุเหล็ก (เลือกให้ตรงกับภาวะการเจริญเติบโตของ เด็ก)  สัปดาห์ละ 1 ครั้ง ๆ ละ 1 ช้อนชา สำหรับเด็กที่มีการเจริญเติบโตดี  ทุกวัน ๆ ละ 1 ช้อนชา สำหรับเด็กขาดอาหารและกลุ่มเสี่ยง เป็นเวลา 1 เดือน 9. กินอาหารประเภทผัด ทอด และกะทิ (เลือกให้ตรงตามภาวะการ เจริญเติบโตของเด็ก)  ไม่มากกว่า 4 อย่างต่อวัน สำหรับเด็กที่มีการเจริญเติบโตดี  ไม่มากกว่า 3 อย่างต่อวันสำหรับเด็กอ้วนและกลุ่มเสี่ยง  มากกว่า 4 อย่างต่อวันสำหรับเด็กขาดอาหารและกลุ่มเสี่ยง แบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กอายุ 1-3 ปี

99 พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่เหมาะสม ปฏิบัติ ไม่ ปฏิบัติ 10. ไม่กินเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น หมูสามชั้น ขาหมู คอหมู หนังไก่ หนังเป็ด 11. ไม่กินขนมที่มีรสหวาน เช่น ไอติมหวานเย็น ช็อคโกแล็ต หมากฝรั่ง ลูกอม เยลลี่ เป็นต้น 12. ไม่ดื่มเครื่องดื่มที่มีรสหวาน เช่น น้ำอัดลม น้ำหวาน โกโก้เย็น ชาเย็น น้ำปั่น น้ำผลไม้ นมเปรี้ยว เป็นต้น 13. ไม่กินขนมเบเกอรี่ เช่น เค้ก พาย โดนัท เป็นต้น 14. ไม่กินขนมขบเคี้ยว เช่น ปลาเส้นปรุงรส มันฝรั่งทอด ขนมปังเวเฟอร์ ขนมปังแท่ง เป็นต้น 15. ไม่เติมเครื่องปรุงรสเค็ม เช่น น้ำปลา ซี้อิ๊ว แม็กกี้ ในอาหารที่ปรุงสุกแล้ว 16. ไม่เติมน้ำตาลในอาหารที่ปรุงสุกแล้ว แบบประเมินพฤติกรรมการบริโภคอาหารของเด็กอายุ 1-3 ปี

100 3. แจ้งผลและอธิบายผล ภาวะการเจริญเติบโต ภาวะการเจริญเติบโต แนวโน้มภาวะการเจริญเติบโต แนวโน้มภาวะการเจริญเติบโต พฤติกรรมการบริโภคอาหาร พฤติกรรมการบริโภคอาหาร ให้พ่อแม่/ผู้ปกครองทราบทุกครั้ง เพื่อจัดอาหาร/ดูแลการกินอาหารได้อย่าง เหมาะสมกับภาวะการเจริญเติบโต และปรับเปลี่ยน พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่เหมาะสม

101 กินอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม ทุกวัน ในปริมาณที่เหมาะสม ตามวัยและกินให้หลากหลาย ได้แก่  กลุ่มข้าว-แป้ง กินที่ขัดสีน้อย และที่เป็นธรรมชาติ  กลุ่มผักและผลไม้ กินเป็น ประจำทุกวัน และหลากหลายสี เช่น สีเหลือง-ส้ม เป็นแหล่งของ วิตามินเอ 4.1 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก 4.ให้คำแนะนำ/ปรึกษาโภชนาการ เป็นรายบุคคล 4.ให้คำแนะนำ/ปรึกษาโภชนาการ เป็นรายบุคคล

102  กลุ่มเนื้อสัตว์ กินให้หลากหลาย โดยเฉพาะ  กินปลา อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 วัน จะช่วยให้ ได้รับ DHA ซึ่งเป็นกรดไขมันจำเป็น ช่วยการ เรียนรู้ จดจำ  กินอาหารที่เป็นแหล่งแร่ธาตุเหล็กสัปดาห์ละ 1-2 วัน เช่น ตับ เลือด เป็นต้น  กินไข่ สัปดาห์ละ 3-7 วัน  กลุ่มนม ดื่มนมสดรสจืดทุกวัน ส่วนแหล่งแคลเซียมจาก อาหารอื่น เช่น โยเกิร์ต เต้าหู้แข็ง-อ่อน เป็นต้น 4.1 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก

103 จัดอาหารให้สะดวกแก่การกิน โดยหั่นอาหารให้มีขนาดเล็ก ตักง่าย เคี้ยวง่าย กินอาหารมื้อหลักวันละ 3-4 มื้อ กินอาหารระหว่างมื้อ 2-3 มื้อ ได้แก่ อาหารว่างเช้าและบ่าย โดยเลือกอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ไม่หวาน ไม่เค็ม ไม่มัน ควรกินอาหารว่างก่อนเวลาอาหารประมาณ 1½ ชั่วโมง – 2 ชั่วโมง 4.1 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก

104 นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง ลดกิจกรรมนั่ง ๆ นอนๆ เช่น ดูทีวี เล่นเกมส์ เป็นต้น ส่งเสริมให้มีกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกาย และ/หรือ ออกกำลังกายเหมาะสมตามวัยเป็นประจำ เช่น วิ่งเล่น กิจกรรมเข้าจังหวะ เป็นต้น ใช้เกลือหรือเครื่องปรุงรสเค็มเสริมไอโอดีนในการปรุง อาหารทุกครั้ง : ปรุงด้วยเกลือไม่เกินวันละ 1/2 ช้อนชา หรือน้ำปลาไม่เกินวันละ 2 ช้อนชา 4.1 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโตของเด็ก

105  เพิ่มปริมาณอาหารที่ให้พลังงาน เพื่อให้เด็กมีน้ำหนักและ ส่วนสูงเพิ่มขึ้น ได้แก่ 4.2 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารสำหรับเด็กขาดอาหารและกลุ่มเสี่ยง อาหารประเภทข้าว-แป้ง เช่น ข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง เผือก มัน อาหารไขมัน เช่น น้ำมันพืช โดยการปรุง อาหารด้วยวิธีทอดหรือผัด และกะทิอาจทำ เป็นกับข้าวหรือขนมหวานแบบไทยๆ  เด็กเตี้ยและค่อนข้างเตี้ย ให้กินอาหาร พวกเนื้อสัตว์ และ/หรือดื่มนมสดรสจืด เพิ่มขึ้น หากกินไม่เพียงพอ

106  การเพิ่มอาหาร ต้องค่อยๆ เพิ่มปริมาณจนกว่าได้ตามที่ แนะนำ และต้องดูแลกินอาหารให้หมด  ลดปริมาณอาหาร หากบริโภคมากกว่าที่แนะนำ เช่น นม  เพิ่มปริมาณและจำนวนครั้งของอาหารว่าง เป็น 3-4 มื้อ ได้แก่ ช่วงสาย ช่วงบ่าย และช่วงค่ำ และให้ก่อนเวลา อาหารมื้อหลักประมาณ 1½ - 2 ชั่วโมง  งดกินขนม-เครื่องดื่มที่มีคุณค่าทางโภชนาการต่ำ เช่น ขนมขบเคี้ยว ขนม-เครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด เป็นต้น 4.2 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารสำหรับเด็กขาดอาหารและกลุ่มเสี่ยง

107  เพิ่มการเคลื่อนไหวร่างกายหรือออกกำลังกายอย่าง เหมาะสม เช่น เดิน วิ่งเล่น กิจกรรมเข้าจังหวะ  ให้เด็กนอนหลับอย่างเพียงพออย่างน้อยวันละ 10 ชั่วโมง 4.2 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารสำหรับเด็กขาดอาหารและกลุ่มเสี่ยง

108 4.3 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารสำหรับเด็กอ้วนและกลุ่มเสี่ยง  อย่าอดอาหารมื้อหลัก หรือลดปริมาณอาหารมากเกินไป เนื่องจากเด็กกำลังเจริญเติบโต ดังนั้นการจัดการน้ำหนักจึง ควรทำในลักษณะควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้เพิ่มมากเกินไป ไม่ใช่ลดน้ำหนัก  การลดหรือเพิ่มอาหาร ต้อง ค่อยๆ ลดหรือเพิ่มปริมาณทีละ น้อย จนกว่าได้ตามที่แนะนำ

109  ลดปริมาณอาหารที่ให้พลังงานหากกินมากกว่าที่แนะนำ ได้แก่ กลุ่มข้าว-แป้ง เช่น ข้าว ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ขนมปัง เผือก มัน เป็นต้น กลุ่มไขมัน เช่น น้ำมัน กะทิ ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วย วิธีการทอด ผัด แกงกะทิหรือขนมที่ใส่กะทิ ให้เปลี่ยนเป็น อาหารที่ปรุงโดยการต้ม ตุ๋น นึ่ง ปิ้ง อบ ยำ แทน หลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น หมูสามชั้น หมูติดมัน หนังไก่ ไส้กรอก เป็นต้น  กินผัก ผลไม้รสไม่หวานจัดเพิ่มขึ้น 4.3 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารสำหรับเด็กอ้วนและกลุ่มเสี่ยง

110  เปลี่ยนชนิดของนมจากนมสดรสจืด เป็น นมขาดมันเนย หรือ นมพร่องมันเนย(รสจืด) ในเด็กอายุ 3 ปีขึ้นไป  งดกินขนม-เครื่องดื่มที่มีรสหวานจัด เช่น ลูกอม ชอคโกแล็ต เยลลี่ น้ำหวาน น้ำอัดลม  งดกินขนมเบเกอร์รี่ เช่น เค็ก โดนัท พาย เป็นต้น  งดกินจุบจิบ เช่น ขนมกรุบกรอบ  ไม่ควรมีอาหาร/ ขนม/ เครื่องดื่มที่ให้พลังงานสูงไว้ในบ้าน มากเกินไป  ทำกิจกรรมเคลื่อนไหวร่างกายและ/หรือออกกำลังกาย เพิ่มขึ้น 4.3 แนวทางการให้คำแนะนำ/ปรึกษาการบริโภค อาหารสำหรับเด็กอ้วนและกลุ่มเสี่ยง

111  เด็กที่มีปัญหาขาดสารอาหารหรือมีภาวะอ้วนรุนแรง  สถานที่ให้บริการ งานส่งเสริมสุขภาพ ในวันศุกร์ สัปดาห์แรกของเดือน  พบแพทย์เพื่อรับการตรวจร่างการ และวินิจฉัย เพื่อค้นหา สาเหตุอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การตรวจหาพยาธิ ตรวจภาวะซีด  จ่ายยาน้ำเสริมธาตุเหล็ก และยาวิตามินอื่นๆ การส่งต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กรณี พบเด็กที่มีปัญหาด้านโภชนาการที่รุนแรง

112 ขอบคุณค่ะ(ครับ) ที่ช่วยดูแลให้หนู(ผม)มีโภชนาการดี “เด็กไทยเติบโตดี ฉลาด แข็งแรง”


ดาวน์โหลด ppt อรวรรณ หล่มวงษ์ พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ การเฝ้าระวังการเจริญเติบโต ของเด็กปฐมวัย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google