งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

2  ในอดีตมนุษย์ได้มีการใช้ข้อความหรือตัวอักษรเป็น ภาษาสื่อกลางติดต่อระหว่างกัน โดยผ่านทางการ อ่านหรือบันทึกเรื่องราวต่างๆ  ต่อมาได้มีการนำตัวอักษรมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "2  ในอดีตมนุษย์ได้มีการใช้ข้อความหรือตัวอักษรเป็น ภาษาสื่อกลางติดต่อระหว่างกัน โดยผ่านทางการ อ่านหรือบันทึกเรื่องราวต่างๆ  ต่อมาได้มีการนำตัวอักษรมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 2  ในอดีตมนุษย์ได้มีการใช้ข้อความหรือตัวอักษรเป็น ภาษาสื่อกลางติดต่อระหว่างกัน โดยผ่านทางการ อ่านหรือบันทึกเรื่องราวต่างๆ  ต่อมาได้มีการนำตัวอักษรมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ คอมพิวเตอร์ด้วยกระบวนการเรียบเรียง ประมวลผล จัดเก็บและนำมาใช้งาน ซึ่งได้ก่อให้เกิดประโยชน์ ในทุกแวดวงธุรกิจ หรือแม้แต่การสื่อสารด้วย ข้อความที่เป็นเท็กซ์ (Text Messaging)

3 3 ข้อความที่นำมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์

4 4 ข้อความที่นำมาประยุกต์ใช้ในรูปแบบข้อความสำหรับติดต่อสื่อสาร

5 5  จนกระทั่ง ได้มีการเริ่มนำตัวอักษรมาใช้ และ เผยแพร่ผ่านช่องทางการสื่อสารบนระบบ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในรูปแบบภาษา Html (Hypertext Markup Language) ซึ่งปัจจุบัน กำลังได้รับความนิยมใช้งานกันอย่าง แพร่หลาย

6 6 ข้อความภาษาเอชทีเอ็มแอลในโปรแกรมโน้ตแพด

7 7  มาตรฐานตัวอักษรแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ  แอสกี (Ascii)  ยูนิโค้ด (Unicode)

8 8  แอสกี ASCII ย่อมาจาก American Standard Code For Information Interchange ได้มีการพัฒนาในช่วงปี ค. ศ ซึ่งแอสกีเป็นรหัสขนาด 7 บิต รองรับตัวอักษร (A-Z ทั้งตัวพิมพ์เล็กและตัวพิมพ์ใหญ่ ) ตัวเลข (0-9) และสัญลักษณ์พิเศษต่างๆ ได้ 128 รหัส (Code Point)  ต่อมาได้รับการพัฒนามาเป็นมาตรฐาน ISO 646 ในปี ค. ศ สำหรับใช้งาน ทุกพื้นที่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่มาตรฐานที่พัฒนาขึ้นมานั้น ยังไม่สามารถ แก้ไขปัญหาทางด้านภาษาที่เกิดขึ้นได้อย่างจริงจัง  ในการเก็บข้อมูล 1 ไบต์ จะมีการใช้งานขนาด 8 บิต แต่รหัสแอสกีจะใช้งานเพียง 7 บิต โดยที่อีกหนึ่งบิตที่เหลือจะใช้สำหรับแสดงสถานะความผิดพลาดของการ ส่งผ่านข้อมูล เรียกว่า แพริตีบิต (Parity Bit) ทำให้สามารถทำงานได้ 256 รหัส ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาการใช้งานรหัสแบบ 8 บิตนี้ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม แรก (0-127) ยังคงเป็นรหัสแอสกีแบบเดิม กลุ่มที่สอง ( ) เป็นรหัสของ สัญลักษณ์พิเศษต่างๆ และสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์

9 9  มาตรฐานรหัส 8 บิต ในช่วงปี ค. ศ จะมีการใช้มาตรฐาน ISO 8859 โดย แยกตามกลุ่มของภาษาในกลุ่มแรกจะเป็นมาตรฐาน ISO เป็นการอ้างถึง ภาษาในกลุ่ม ISO Latin1 และครอบคลุมรวมไปถึงภาษาของประเทศทางตะวันตก ของยุโรป (Western European) ส่วนมาตรฐาน ISO 8859 สำหรับภาษาของ ประเทศทางตะวันออกของยุโรป เช่น Czech, Slovak และ Croatian จะใช้มาตร บาน ISO หรือ Latin2 โดยแต่ละประเทศจะมีมาตรฐานของภาษาที่ แตกต่างกัน เช่น Cyrillic จะใช้มาตรฐาน ISO Greek จะใช้มาตรฐาน ISO และ Hebrew จะใช้มาตรฐาน ISO เป็นต้น  จากข้อบกพร่องของมาตรฐาน ISO 8859 ที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายประเภทดังกล่าว ข้างต้นและมาตรฐานนี้ไม่สนับสนุนระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ต่างๆ อย่าง ครอบคลุม เป็นผลให้มาตรฐาน ISO 8859 ไม่สามารถใช้งานได้อย่างทั่วถึงและไม่ เพียงพอที่จะรองรับกับรหัสของทุกชาติทุกภาษาได้ ดังนั้นเพื่อแก้ไขปัญหาจึงได้ มีการพัฒนาพื้นที่ในการเก็บตัวอักษรเป็น 16 บิต (65536 รหัส ) โดยมีการจัดกลุ่ม ของรหัสแบบ 8 บิตออกเป็น 256 กลุ่ม ในทำนองเดียวกันเมื่อจัดกลุ่มของรหัส แบบ 16 บิตออกเป็น 256 กลุ่ม จะได้รหัสแบบ 24 บิต จากนั้น จัดกลุ่มรหัสแบบ 24 บิต เพิ่มอีก 256 กลุ่ม ก็จะพัฒนาไปสู่ ISO หรือ รหัสแบบ 32 บิต

10 10 ตัวอย่างตารางรหัสแอสกี (ASCII)

11 11  เป็นรหัสขนาด 16 บิต จึงสามารถรองรับ ตัวอักษรได้มากถึง 65,536 ( รหัส ) ในรูปแบบ ของ “Code Point”

12 12 แสดงยูนิโค้ด (Unicode) ของตัวอักษรภาษาไทย

13 13 แสดงยูนิโค้ด (Unicode) ของตัวอักษรภาษาไทย

14 14  ปัจจุบันในหลายๆ ประเทศได้มีการนำเอายูนิ โค้ดมาใช้ประโยชน์ร่วมกัน โดยการสร้าง มาตรฐานของตนเองขึ้นมา ตัวอย่างเช่น มาตรฐาน “ ซีเจเค (CJK)” ซึ่งเกิดขึ้นจากการ รวมตัวของ 3 ประเทศ ได้แก่ จีน (Chinese) ญี่ปุ่น (Japan) และเกาหลี (Korean)

15 15 ตัวอย่างรหัสยูนิโคดของซีเจเค

16 16  ในการนำรหัส ISO มาใช้งานให้สามารถส่งข้อมูลผ่านระบบ เครือข่าย ( ในระบบเครือข่ายส่งข้อมูลได้ครั้งละ 8 บิต ) จะต้องทำ การเข้ารหัส (Encoding) ตัวอักษรซึ่งการเข้ารหัสแบบนี้ จะรู้จักกันใน ชื่อ “ ยูซีเอส (UCS)” แบ่งออกเป็น UCS-2 และ UCS-4 จากนั้นรหัสยู นิโค้ดจะนำไปใช้ในการแปลงเป็นรูปแบบของ UCS (UCS Transformation Formats : UTS-8 จะใช้สำหรับเข้ารหัส UCS-2 เป็น ต้น  สำหรับภาษาที่ยูนิโค้ดสามารถรองรับได้ มีดังนี้ Latin, Greek, Cyrillic, American, Hebrew, Arabic, Devanagari, Bengali, Gurmukhi, Gujarati, Oriya, Tamil, Telugu, Kannada, Malayalam, Thai, Lao, Georgian, Tibetan, Chinese, Japanese และ Korean

17 17  รูปแบบตัวอักษร (Fonts) สามารถจัดแบ่ง ประเภทตัวอักษรออกเป็นหมวดหมู่ได้ 3 ระดับ ได้แก่  ประเภท (Category)  ตระกูล (Family)  ชื่อเฉพาะ (Face)

18 18  เป็นที่รวมของตระกูล (Family) และชื่อเฉพาะ (Face) ของแต่ละ ตัวอักษร (Font) สามารถแบ่งออกได้ดังนี้  Serif: เป็นแบบอักษรที่ใช้เป็นมาตรฐาน ในแต่ละตัวอักษรจะมี เส้นคล้ายๆ ขีดเหลี่ยม  Sans-Serif: เป็นแบบอักษรที่คุ้นเคยมากกว่า Serif เพราะเป็นที่ นิยมของผู้เขียนเว็บ มีรูปร่างมนกลม และดูสวยงาม  Monospaced: เป็นแบบอักษรที่มีขนาดความกว้างของทุก ตัวอักษรเท่ากันหมด บางทีเรียกว่า Typewriter Font เนื่องจากมี ลักษณะคล้ายตัวอักษรที่ได้จากเครื่องพิมพ์ดีด  Script: เป็นแหล่งรวมของแบบอักษรทุกชนิด ที่มีลักษณะพิเศษ ต่างๆ เช่น มีจุด มีหาง เป็นต้น และมีลักษณะของตัวอักษรที่ คล้ายกับลายมือ

19 19  เป็นหมวดที่ย่อยลง ไปจาก Category แต่ ตัวอักษรที่อยู่ใน ตระกูลเดียวกันจะมี บรรพบุรุษร่วมกันCategoryFamilySarif Times, Century Schoolbook, Garamond Sans-Serif Helvetica, Arial, Verdana Monospaced Courier, Courier New Decorative Whimsy, Arribal, Bergell ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Category และ Family

20 20  เป็นตัวอักษรที่ ย่อยลงไปจาก FamilyFamilyFace Times Roman Regular, Italic Arial Regular, Bold, Italic Courier Regular, Oblique Whimsy Regular, Bold ตารางแสดงความสัมพันธ์ระหว่าง Family และ Face

21 21  การจัดวางตำแหน่ง (Alignment) เป็นการกำหนดวิธีการเรียงของอักษรหรือข้อความในแต่ละย่อ หน้า ว่าต้องการให้ชิดซ้าย ชิดขวา อยู่ตรงกึ่งกลาง หรือจัดซ้ายขวาเสมอกันภายในทั้งด้านซ้าย ขวา บน และล่าง (Left, Top, Right And Bottom) สามารถกำหนดระยะขอบ หรือระยะห่างระหว่าง กล่องข้อความ (Text Box) กับข้อความภายใน รวมทั้งระยะเว้นห่างของข้อความกับกรอบที่ ล้อมรอบอยู่ได้  เส้นขอบ (Borders) เป็นการกำหนดค่าให้กับเส้นขอบว่าต้องการลักษณะของเส้นขอบ สีของเส้น ขอบ และความหนักเบาของเส้นขอบหรือความหนาของเส้นขอบอย่างไร  ขนาดของตัวอักษร (Font Size) จะเริ่มกำหนดตั้งแต่ส่วนบนสุดของตัวอักษร (Serif) จนถึงส่วนล่าง ของอักษรตัวพิมพ์เล็ก ( เช่น ตัว g และ y ของตัวอักษรแบบ Helvetica, Times และ Courier เป็น ต้น ) ดังนั้นขนาดของตัวอักษรจึงมิได้หมายความถึงส่วนสูงหรือความกว้างของตัวอักษรเพียง เท่านั้น แต่จะขึ้นอยู่กับช่วงของตัวอักษรแต่ละแบบด้วย  สี (Colors) เป็นส่วนกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับสีของตัวอักษร สีพื้นหลังของตัวอักษร และรวมถึง การเลือกรูปภาพ พื้นหลังของตัวอักษร และการจัดเรียงตัวของรูปภาพพื้นหลัง  ตัวอักษรหรือข้อความ เป็นการกำหนดรูปแบบของตัวอักษรหรือข้อความโดยตรง ซึ่งสามารถ กำหนดความหนาของตัวอักษร ลักษณะของตัวอักษร เช่น แบบตัวอักษรธรรมดา (Normal) แบบ ตัวหนา (Bold) แบบตัวเอียง (Italic) หรือแบบที่มีการขีดเส้นใต้ (Underline) เป็นต้น เปลี่ยนอักษร ตัวเล็กให้เป็นตัวใหญ่ ตั้งระยะห่างระหว่างอักษรและระยะห่างระหว่างบรรทัดได้ รวมทั้งจัดการ เรียงอักษรทั้งย่อหน้าใช้ชิดขอบซ้าย ขอบขวา อยู่กึ่งกลาง หรือตัดขอบซ้ายขวาทั้งสองด้านได้

22 22  ตัวอักษรมีให้เลือกใช้มากมายหลายรูปแบบ เช่น รูปแบบอักษร ที่เหมาะสำหรับข้อความภาษาไทย / อังกฤษ ได้แก่ MS Sans Serif, Microsoft Sans Serif, Thonburi เป็นต้น ส่วนรูปแบบ อักษรที่เหมาะสำหรับข้อความภาษาอังกฤษได้แก่ Arial, Helvetica, Sans-Serif เป็นต้น โดยสามารถแสดงรูปแบบของ ตัวอักษรเป็น AngsanaUPC ที่มีลักษณะเป็น ตัวอักษรธรรมดา ตัวอักษรหนา ตัวอักษรเอียง ตัวอักษรธรรมดาขีดเส้นใต้ ตัวอักษรหนาขีดเส้นใต้ ตัวอักษรเอียงหนา และตัวอักษรเอียง หนาขีดเส้นใต้ และมีขนาดของตัวอักษรให้เลือกใช้ตั้งแต่ 8-72 จุดต่อหนึ่งตัวอักษร ( หนึ่งจุดเท่ากับ นิ้ว )

23 23 แสดงตัวอักษร Cordia New ลักษณะต่างๆ ตัวอักษรธรรมดา ตัวอักษรหนา ตัวอักษรเอียง ตัวอักษรธรรมดาขีดเส้นใต้

24 24 แสดงตัวอักษรขนาดต่างๆ ขนาด 12 จุด ขนาด 14 จุด ขนาด 16 จุด ขนาด 18 จุด ขนาด 20 จุด ขนาด 24 จุด ขนาด 28 จุด ขนาด 32 จุด ขนาด 36 จุด ขนาด 40 จุด ขนาด 44 จุด ขนาด 48 จุด ขนาด 54 จุด ขนาด 60 จุด ขนาด 66 จุด ขนาด 72 จุด

25 25  Serif คือ เส้นที่กำหนดส่วนบนสุดของตัวอักษร  Mean Line คือ เส้นที่กำหนดความสูงของอักษรตัวพิมพ์เล็ก  Base Line คือ เส้นที่กำหนดขอบล่างของตัวอักษร  Point Size คือ ช่วงความสูงทั้งหมดที่ตัวอักษรต้องใช้  Cap Height คือ ความสูงของตัวอักษรตัวพิมพ์ใหญ่  Shoulder คือ ช่องว่างที่เผื่อไว้สำหรับเว้นบรรทัด  Set Width คือ ความกว้างของตัวอักษร  X - Height คือ ความสูงของตัวอักษรพิมพ์เล็ก  Ascender คือ ส่วนที่เลยเส้น Mean Line ขึ้นไปด้านบน ใช้กับอักษรตัวพิมพ์เล็ก  Descender คือ ส่วนที่เลยเส้น Baseline ลงมาด้านล่าง ใช้กับอักษรตัวพิมพ์เล็กเช่นกัน แสดงโครงสร้างของตัวอักษรภาษาอังกฤษ

26 26  ในการใช้ตัวอักษรที่มีขนาดเล็กจะต้องชัดเจนและอ่านง่าย  ข้อความที่ต้องการจะเน้นควรจะมีลักษณะที่แตกต่างจาก ข้อความธรรมดา เช่น มีการขีดเส้นใต้ ทำเป็นอักษรตัวเอียง หรือ ตัวหนา เป็นต้น  จัดช่องว่างของบรรทัดให้เหมาะสมและอ่านง่าย  จัดขนาดของตัวอักษรตามความสำคัญของข้อความ  หัวข้อที่ใช้ตัวอักษรขนาดใหญ่ควรมีระยะช่องไฟของตัวอักษรที่ ให้ความรู้สึกที่ดี ไม่ติด หรือห่างกันเกินไป  จัดสีของข้อความให้อ่านง่าย มีความแตกต่างจากสีของพื้นหลัง เช่น ตัวอักษรสีดำบนพื้นขาว  ควรใช้วิธีการ Anti-Aliasing กับหัวข้อที่เป็นอักษรกราฟิกขนาด ใหญ่ ( อักษรกราฟิกขนาดใหญ่จะมีรอยหยักบริเวณขอบของ ตัวอักษรเกิดขึ้น การปรับรอยหยักดังกล่าวให้เรียบดูสวยงาม เรียกว่า Anti-Aliasing

27 27 ความแตกต่างระหว่างตัวอักษรแบบธรรมดากับตัวอักษรที่ใช้การ ขจัดรอยหยัก ตัวอักษรแบบธรรมดาตัวอักษรที่ใช้การขจัดรอยหยัก

28 28  หากต้องการจัดข้อความให้อยู่กึ่งกลางบรรทัด ไม่ควรทำติดต่อกันหลาย บรรทัดจะดูไม่สวยงาม  ในภาษาอังกฤษควรใช้อักษรพิมพ์ใหญ่ และพิมพ์เล็กอย่างเหมาะสม  เน้นความน่าสนใจของข้อความด้วยการใส่แสงเงาให้ตัวอักษร หรือวางหัวข้อ หลักๆ บนพื้นที่ว่าง ซึ่งเป็นจุดสนใจที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน  สรรหาข้อคิด คำเสนอแนะ หรือคำติชมจากหลายๆ ความคิดมาสรุปเพื่อ เลือกใช้ตัวอักษรที่เหมาะสมที่สุดกับข้อความที่ต้องการ  ใช้คำศัพท์ที่มีความหมายน่าสนใจและเข้าใจง่าย เพื่อเชื่อมโยงหัวข้อกับ เนื้อความเข้าด้วยกัน  ข้อความสำหรับเชื่อมโยงบนหน้าเว็บเพ็จ (Text Link) ควรมีลักษณะตัวอักษร ที่เน้นข้อความ เช่น ใส่สีสัน ขีดเส้นใต้ข้อความ และควรหลีกเลี่ยงการเน้น ด้วยสีเขียวบนพื้นสีแดง เพราะจะทำให้ตัวอักษรมีสีสันที่ไม่น่าอ่าน  เน้นเนื้อความที่เป็นจุดสำคัญด้วยการทำแถบสีที่ข้อความนั้นๆ แต่ไม่ควรให้ เหมือน Text Link หรือข้อความบนปุ่มกด (Button)

29 29  การสร้างปฏิสัมพันธ์ด้วยข้อความที่เข้าใจง่าย จะช่วยให้การ ติดต่อสื่อสารผ่านคอมพิวเตอร์สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น เช่น การ จัดให้มีข้อความภายในกรอบสี่เหลี่ยมจำนวนสองกรอบ กรอบ ข้อความแรกเขียนว่า “ ไปหน้าถัดไป ” และอีกกรอบข้อความที่ สองเขียนว่า “ ย้อนกลับไปหน้าที่ผ่านมา ” ทำให้ผู้ใช้เข้าใจถึง ทิศทางที่จะไปได้อย่างถูกวิธี  การสร้างรายการให้เลือกบนเมนูควรวางตำแหน่งบนจอภาพให้ ง่ายต่อการมองเห็น และน่าสนใจที่จะติดตามข้อมูลต่างๆ ได้ อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ ควรทำการเชื่อมโยงในแต่ละหน้าให้ สัมพันธ์กันและสามารถกลับมาเริ่มต้นที่จอภาพหลักได้

30 30  ในงานด้านมัลติมีเดีย “ ปุ่มกด (Button) เป็นกล่องของข้อความแบบ 3 มิติ สำหรับ สร้างเหตุการณ์หนึ่งเมื่อคลิกเมาส์ที่ปุ่มกด ซึ่งการออกแบบเว็บไซต์นั้น ข้อความ และภาพกราฟิกสามารถใช้เป็นปุ่มกดได้ ควรนำหลักการเลือกใช้และจัดวาง ข้อความตามที่ได้กล่าวไปแล้วข้างต้นมาประยุกต์ใช้งานร่วมกับปุ่มกด  โปรแกรมที่เป็นเครื่องมือในการสร้างปุ่มกดสำหรับงานมัลติมีเดีย และเอกสาร Html หลายโปรแกรมด้วยกัน สามารถเปลี่ยนสถานะของปุ่มกดตามการทำงาน โดยอัตโนมัติ แต่ผู้สร้างงานจะต้องทำการปรับแต่งข้อความบนปุ่มกดให้สัมพันธ์ กับการทำงานของปุ่มกดเอง  การวางข้อความบนปุ่มกดจะต้องมีขนาดตัวอักษรที่เหมาะสมกับขนาดของปุ่มกด เมื่อวางข้อความแล้ว ต้องมีระยะห่างระหว่างขอบของปุ่มกดกับข้อความที่ไม่กว้าง หรือชิดขอบจนเกินไป และสีสันที่ใช้จะต้องมองดูแล้วสบายตา น่าอ่าน และ ชัดเจน นอกจากนี้การทำปุ่มกดเป็นรูปภาพพร้อมคำอธิบายจะช่วยทำให้ง่ายและมี ความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

31 31 เว็บไซต์ที่มีส่วนประกอบของรายการเลือกนำทางและปุ่มกดโต้ตอบ รายการ เลือกนำ ทาง ปุ่มกด โต้ตอบ

32 32  จัดวางข้อความสำคัญๆ แต่ละหัวข้อให้อยู่บนจอภาพเดียวกัน  แบ่งเนื้อความอธิบายเป็นส่วนๆ แยกย่อยกันไปในแต่ละย่อหน้า  ใช้ตัวอักษรที่อ่านง่าย และมีขนาดของตัวอักษรไม่ใหญ่หรือเล็ก จนเกินไป  เชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อความให้ง่ายต่อการเข้าถึงข้อมูลที่ ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

33 33  เอกสารในแนวตั้ง (Portrait Document) เป็น การกำหนดเอกสารหรือ กระดาษในแนวตั้งให้มี ความสูงมากกว่าความ กว้าง ทำให้ไม่สามารถ อ่านข้อความภายใน เอกสารทั้งหน้ากระดาษ บนจอภาพคอมพิวเตอร์ที่ มีความละเอียด 640 X 480 พิกเซลได้เอกสารที่ จัดวางแบบ Portrait จะ เป็นกระดาษขนาด 8.5X11 นิ้ว หรือกระดาษ A4 ซึ่งมีขนาด 8.27 X11.69 นิ้ว ตัวอย่างการพิมพ์เอกสารใน แนวตั้ง

34 34  เอกสารในแนวนอน (Landscape Document) เป็นการกำหนดกระดาษ ในแนวนอนให้มีขนาดด้าน กว้างมากว่า ด้านสูง เทียบได้กับจอภาพ คอมพิวเตอร์ทั่วไปที่มี ความสูง 480 พิกเซล กว้าง 640 พิกเซล แต่การ ปรับจอภาพไปที่ความ ละเอียด 1024 X 768 พิก เซล หรือ 1280 X1024 พิกเซล จะสามรถแสดง เอกสารแบบ Portrait ได้ ภายในจอภาพเดียว ตัวอย่างการพิมพ์เอกสารใน แนวนอน

35 35  สัญลักษณ์ (Symbols) เป็นการสร้างภาพแทนข้อความต่างๆ เพื่อบ่งบอกการทำงาน ของคอมพิวเตอร์ในขณะนั้นหรือใช้เตือนเพื่อบอกสิ่งที่ควรกระทำ ตัวอย่างเช่น เมื่อมี รูปนาฬิกาทรายปรากฏบนจอภาพคอมพิวเตอร์ หมายถึงให้รอการทำงานของเครื่อง คอมพิวเตอร์จนกว่ารูปนาฬิกาทรายจะหายไป เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้จะต้อง ศึกษาและทำความเข้าใจความหมายของสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อให้ใช้งานได้อย่าง เหมาะสม  สำหรับงานด้านมัลติมีเดียมักจะใช้สัญลักษณ์ร่วมกับข้อความ เพื่อบอกความหมาย ของสัญลักษณ์นั้นๆ ส่วน “ ไอคอน (Icon)” หมายถึงภาพสัญลักษณ์ที่ใช้ใส่ คอมพิวเตอร์ เช่น รูปถังขยะ และรูปนาฬิกาทราย เป็นต้น  การใช้สัญลักษณ์แทนการส่งข้อความเพื่อการติดต่อสื่อสารระหว่างกัน อาจเป็นได้ทั้ง ภาพนิ่ง ไอคอน หรือภาพเคลื่อนไหว ทั้งนี้เพื่อสร้างจุดสนใจและช่วยให้ง่ายต่อการ จดจำ ดังนั้นในการผลิตงานด้านมัลติมีเดียควรจะมีทั้งข้อความและสัญลักษณ์ต่างๆ รวมอยู่ด้วยกันอย่างกลมกลืนและเหมาะสม  สัญลักษณ์ในงานด้านมัลติมีเดียจะมีรูปแบบและความหมายประจำตัว ซึ่งบาง สัญลักษณ์มีการใช้กันอย่างแพร่หลายจนทุกคนเข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ การศึกษาความหมายของสัญลักษณ์จะใช้ความรู้สึกเข้าใจได้ง่ายกว่า การศึกษาจากภาษาเขียน จากตัวอย่างรูปที่ 5.15 จะแสดงสัญลักษณ์ที่ใช้งานกันบ่อย และคนส่วนใหญ่จะเข้าใจความหมายได้เป็นอย่างดี ส่วนรูปที่ 5.16 แสดงสัญลักษณ์ ของเดือนทั้ง 12 ของประเทศทางตะวันตก ซึ่งมีเพียงเฉพาะบางคนบางกลุ่มเท่านั้นที่ สามารถแปลความหมายของสัญลักษณ์เหล่านี้ได้ว่า แต่ละภาพหมายถึงเดือนอะไร ในขณะที่คนกลุ่มอื่นอาจไม่เข้าใจความหมายเลยก็ได้

36 36 แสดงสัญลักษณ์และภาพสัญลักษณ์ ( ไอคอน ) ที่ใช้ทั่วไป แสดงสัญลักษณ์ 12 ราศี

37 37  งานด้าน มัลติมีเดียยัง มีการใช้งาน สัญลักษณ์ไม่ มากนัก ซึ่ง สัญลักษณ์ที่ ถูกนำไปใช้ ส่วนใหญ่จะมี ความหมาย เป็นสากล ดัง ตัวอย่างใน ตารางแสดง ให้เห็นถึง สัญลักษณ์ใน รูปแบบต่างๆ ตามแต่ วัตถุประสงค์ ของการใช้ งาน วัตถุประสงค์ของการใช้งานสัญลักษณ์ความหมาย การติดต่อสื่อสารระหว่างกันบนระบบ เครือข่าย :-) ยิ้มธรรมดา ;-) ยิ้มและขยิบตาหนึ่ง ข้าง :-| แสดงอาการไม่สนใจ :-> อาการกรี๊ดอย่างแรง :-( กำลังหน้าบึ้ง 8-) แสดงอาการตื่นเต้น :-D อาการประหลาดใจ :-/ อาการงง ฉงน การเล่นชมวีดิทัศน์  เล่นเพลง  หยุด  นำแผ่นออก  เล่นเพลงถัดไป  เล่นเพลงก่อนหน้า  กรอไปข้างหน้า  กรอกลับ

38 38  เครื่องมือที่ใช้ในการสร้างรูปแบบและลักษณะของ ตัวอักษรนั้น จะใช้สำหรับสร้างลักษณะพิเศษที่เป็น เอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละงานที่ผลิตหรือสร้าง เครื่องหมายการค้า ซึ่งมีมากมายหลายโปรแกรม เช่น ResEdit, Fontographer และ FontMonger เป็นต้น สำหรับ ใช้งานบนเครื่องแมคอินทอช Type-Designer สำหรับใช้ งานบนวินโดว์ และ FontChameleon ที่สามารถใช้งานบน เครื่องแมคอินทอชและระบบปฏิบัติการวินโดว์ได้

39 39 การออกแบบตัวอักษรด้วยโปรแกรม Fontographer

40 40  ในการสร้างตัวอักษรให้สวยงาม จะต้องใช้เครื่องมือที่มี ความสามารถในการย่อขยาย ปรับเฉดสี ปรับแสงเงา และสามารถ ปรับขอบของตัวอักษรให้เรียบ ซึ่งการสร้างตัวอักษรด้วยโปรแกรม กราฟิกต่างๆ สามารถเลือกเอารูปแบบอักษรที่โปรแกรมได้จัดเตรียม ไว้ มาดัดแปลงใช้งานและปรับปรุงเป็นตัวอักษรกราฟิกที่สวยงามได้  โปรแกรมเกี่ยวกับงานทางด้านกราฟิกมากมาย ตัวอย่างเช่น โปรแกรม Photoshop สำหรับใช้สร้างและปรับแต่งตัวอักษรให้เกิด ความสวยงามได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดแต่ง รูปลักษณ์ แสงเงา หรือแม้แต่เฉดสีบนพื้นต่างๆ

41 41 การปรับแต่งข้อความด้วยโปรแกรม Photoshop

42 42  ยังมีโปรแกรมสำหรับออกแบบอีกประเภทหนึ่งทีสามารถทำให้ ตัวอักษรมีความลึก และมุมมองกระทบของแสงได้หลายทิศทางใน ลักษณะของภาพ 3 มิติ ได้แก่โปรแกรม Broderbund’s TypeStyler, RayDream’s Adddepth 2, Cool 3d, Vertigo 3d และ Plug-Ins ของ โปรแกรม Photoshop เป็นต้น ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้นอกจากจะมี คุณสมบัติในการปรับแต่งข้อความหรือตัวอักษรให้เกิดความสวยงาม และน่าสนใจมากยิ่งขึ้นแล้วยังได้เพิ่มขีดความสามารถในการ ปรับแต่งพื้นผิว เฉดสี แสงตกกระทบ และการหมุนรอบได้ทั่วทิศทาง ได้อีกด้วย เหมาะสำหรับการนำเสนอชิ้นงานที่ต้องการความละเอียด สูงด้านการโฆษณาสินค้าและบริการ หรือจัดทำเป็นสื่อการเรียนการ สอนในลักษณะเสมือนจริง (Virtual Reality)

43 43 แสดงขั้นตอนเริ่มต้นการสร้างตัวอักษรด้วยโปรแกรม COOL 3D

44 44 การปรับแต่งและแก้ไขตัวอักษรด้วยโปรแกรม COOL 3D

45 45 ผลลัพธ์ของตัวอักษรที่ได้รับการแก้ไขด้วยโปรแกรม COOL 3D

46 46 ผลลัพธ์ของตัวอักษรตามรูปแบบเปลวไฟที่เลือกไว้ ด้วยโปรแกรม COOL 3D

47 47  มีหลากหลายรูปแบบ แต่ที่มักนิยมนำมาประยุกต์ใช้ มีดังนี้  Cascading Style Sheet (Css)  Imported Text (Txt)  Portable Document Format (Pdf)

48 48  Cascading Style Sheet (Css) เป็นไฟล์ที่เก็บข้อมูลการกำหนดรูปแบบและลักษณะของ ตัวอักษร (Style Sheet) เพื่อนำมาใช้กับเว็บเพ็จซึ่งเป็นคุณสมบัติใหม่ที่กำหนดขึ้นโดย World Wide Web Consortium ไม่เพียงแต่สามารถที่จะกำหนดรูปแบบอักษรที่มีความ สลับซับซ้อนได้มากยิ่งขึ้นแล้ว เช่น ส่วนของหัวเรื่อง หัวข้อ และย่อหน้า เป็นต้น ยังรวมไป ถึงความสามารถในการจัดวางในตำแหน่งของรูปแบบตัวอักษรได้อย่างสะดวกและเป็น ระเบียบ โดยที่คุณสมบัติของไฟล์ชนิดนี้จะมีนามสกุลเป็น *.Css นอกจากนี้ ยังมี ส่วนประกอบหลักสำคัญอยู่ 2 ส่วน ได้แก่ 1) ส่วนที่เป็นตัวเลือก (Selector) หมายถึงส่วนที่ อยู่ก่อนหน้าเครื่องหมายวงเล็บเปิด เช่น H1 Color :Red เป็นต้น และ 2) ส่วนที่อยู่ภายใต้ เครื่องหมายวงเล็บปีกกา สำหรับรูปแบบในการใช้งานมีดังนี้  Inline Css เป็นการกำหนดรูปแบบและลักษณะของตัวอักษรให้กับข้อความวรรคตอน หรือย่อหน้าโดยเฉพาะ  Embeded Css เป็นการกำหนดรูปแบบและลักษณะของตัวอักษรให้กับเว็บเพ็จในแต่ละ หน้า  Link Css เป็นการกำหนดรูปแบบและลักษณะของตัวอักษรให้กับทั้งเว็บเพ็จทั้งหมด

49 49  Imported Text (Txt) เป็นเท็กซ์ไฟล์ (Text File) ที่ นำเข้าข้อมูลมาจากโปรแกรม Editor เช่น โปรแกรม Notepad, Ms-Word หรือ Word Processing เป็นต้น แล้วมาแสดงผลเป็นเว็บเพ็จ

50 50  Portable Document Format (Pdf) เป็นไฟล์เอกสารอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Document) อีกชนิดหนึ่งที่กำลังได้รับความนิยมใช้งานกันอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้ เนื่องจากคุณลักษณะที่โดเด่นเฉพาะตัว ได้แก่  สนับสนุนมาตรฐานการบีบอัดข้อมูลต่างๆ เช่น JPEG, CCITT Group 3, CCITT Group4, Flate เป็นต้น ทำให้ไฟล์ชนิดนี้ขนาดเล็กมากเมื่อเปรียบเทียบกับ ไฟล์เอกสารประเภทประมวลผลคำ (Word Processing) ด้วยกัน  รองรับการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่นๆ ได้อย่างเป็นอิสระ ไม่ว่าจะ ทำงานอยู่บนระบบวินโดว์ (Windows) ระบบแมคอินทอซ (Macintosh) หรือ แม้แต่บนระบบยูนิกส์ (Unix) ก็ตาม  สามารถแปลงรูปภาพ ข้อความ หรือแม้แต่วีดีโอให้อยู่ในรูปแบบเอกสาร อิเล็กทรอนิกส์ (.Pdf) ได้เหมือนต้นฉบับจริง นอกจากนี้ ยังสามารถเปิดอ่าน ไฟล์เหล่านี้ผ่านทางเว็บบราวเซอร์บนเครือข่ายอินเทอร์เน็ตหรืออินทราเน็ตได้ อย่างไม่มีปัญหาใดๆ

51 51 ให้นักศึกษาทำ workshop1

52 52 Thank you…


ดาวน์โหลด ppt 2  ในอดีตมนุษย์ได้มีการใช้ข้อความหรือตัวอักษรเป็น ภาษาสื่อกลางติดต่อระหว่างกัน โดยผ่านทางการ อ่านหรือบันทึกเรื่องราวต่างๆ  ต่อมาได้มีการนำตัวอักษรมาประยุกต์ใช้ร่วมกับ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google