งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีมากขึ้น และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่น้ำมัน มะพร้าวและน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากพืชมี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีมากขึ้น และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่น้ำมัน มะพร้าวและน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากพืชมี"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีมากขึ้น และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่น้ำมัน มะพร้าวและน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากพืชมี ราคาตกต่ำในช่วงที่มีผลผลิตเกินความต้องการของตลาด จึงมีผู้นำน้ำมันมะพร้าวดิบและน้ำมันปาล์มดิบมาผสมกับ น้ำมันก๊าดและน้ำมันดีเซลในสัดส่วน ต่าง ๆ กัน แล้วนำ ออกจำหน่ายเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงใช้กับรถยนต์และใช้ชื่อ ว่า “ไบโอดีเซล”

2 คำว่า “น้ำมันไบโอดีเซล” ในทางวิชาการ หมายถึง น้ำมันที่ผลิตได้จากการนำน้ำมันพืชชนิดต่าง ๆ หรือน้ำมันที่ใช้ ปรุงอาหาร แล้วมาแปรสภาพ โดยผ่านขบวนการเคมีกับแอล กอฮอล์ ได้เป็นน้ำมันชนิดใหม่อยู่ในรูปของเมทิลเอสเตอร์หรือ เอทิลเอสเตอร์ ซึ่งสามารถใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับเครื่องยนต์ ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยทั้งสองด้านคือ คุณลักษณะของน้ำมัน พืชที่ใช้เป็นเชื้อเพลิงและเทคโนโลยีของเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมัน ส่วนกรณีที่มีผู้นำน้ำมันพืช เช่น น้ำมันปาล์มดิบ และน้ำมัน มะพร้าวดิบมาผสมกับน้ำมันดีเซลตามอัตราส่วนต่าง ๆ ยังไม่ ถือว่าเป็นน้ำมันไบโอดีเซล และการนำไปใช้กับเครื่องยนต์ ทั่วไปก็ยังไม่มีผลการศึกษาที่ชัดเจน

3 สืบเนื่องมาจากนโยบายรัฐบาลที่ส่งเสริมให้มีการนำ พลังงานทดแทนที่ผลิตได้จากพืชผลทางเกษตรมาใช้แทน น้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตจากฟอสซิล เพื่อลดการนำเข้าน้ำมัน จากต่างประเทศ และเพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่าง ยั่งยืน ดังนั้น เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค และสร้างความ เชื่อมั่นให้กับผู้ใช้น้ำมัน กรมธุรกิจพลังงานจึงได้เริ่มให้การ สนับสนุนการนำน้ำมันพืชมาใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงทดแทน น้ำมันปิโตรเลียมอย่างเต็มที่ เพราะเป็นการลดการนำเข้า น้ำมันปิโตรเลียม ขณะเดียวกันก็ช่วยสนับสนุนเกษตรกรผู้ ปลูกพืชน้ำมันด้วยอีกทางหนึ่ง แต่การสนับสนุนและส่งเสริม ให้มีการใช้น้ำมันพืชอย่างยั่งยืน สำหรับใช้เป็นน้ำมันเชื้อเพลิง ทดแทนน้ำมันปิโตรเลียมต้องมีการทดสอบการใช้งานกับ เครื่องยนต์ในระยะยาว เพื่อยืนยันว่าคุณภาพ ของน้ำมันมี ความเหมาะสมกับความต้องการของเครื่องยนต์จริงและเพื่อ สร้างความมั่นใจกับผู้บริโภคที่จะใช้น้ำมันดังกล่าวแล้วไม่ เกิดผลเสียหายต่อเครื่องยนต์

4 กรมฯ จึงร่วมกับการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย(ปตท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เริ่มศึกษาทดลองการใช้งานของ น้ำมันดังกล่าวในสัดส่วนต่าง ๆ เพื่อดูผลกระทบที่มีต่อเครื่อง ยนต์ระยะยาว โดยขณะนี้ ปตท.ได้ทดลองผลิตและจำหน่าย น้ำมันดีเซลผสมน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ในสัดส่วนไม่เกิน 10% โดยปริมาตร โดยที่มีคุณภาพเป็นไปตามข้อกำหนดคุณภาพ ของน้ำมันดีเซลที่ใช้งานอยู่ในปัจจุบัน และขณะนี้กรมธุรกิจพลังงานได้กำหนดมาตรฐานคุณ ภาพของน้ำมันไบโอดีเซลประเภทเมทิลเอสเตอร์ของกรด ไขมัน โดยได้มีการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่ ผู้ผลิตไบโอดีเซล ผู้ค้าน้ำมัน ผู้ประกอบอุตสาหกรรมรถยนต์ กรมควบคุมมลพิษ เพื่อให้น้ำมันไบโอดีเซลที่ผลิตได้มีมาตรฐาน เดียวกัน และเป็นที่ยอมรับ ซึ่งเมื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในการ ผลิตน้ำมันดีเซลบี5 (น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซล 5%) จะได้ น้ำมันที่มีคุณภาพเหมาะสมกับการใช้งานของเครื่องยนต์

5 การส่งเสริมการใช้ไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์ใน ระยะแรกจะส่งเสริมให้มีการใช้ที่อัตราส่วนไม่เกิน 5 % โดยน้ำมันดีเซลบี5 จะยังคงมีคุณภาพเช่นเดียวกับน้ำมัน ดีเซลที่จำหน่ายทั่วไป ซึ่งบริษัทรถยนต์ให้การยอมรับว่า สามารถใช้งานกับรถยนต์ได้โดยไม่ต้องดัดแปลงเครื่อง ยนต์ สำหรับการใช้ในอัตราส่วนที่สูงกว่านี้จะมีผลให้คุณ ภาพของน้ำมันแตกต่างไป จากน้ำมันดีเซลทั่วไป นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานมีนโยบายที่จะส่งเสริม ให้มีการใช้น้ำมันดีเซลผสมไบโอดีเซลที่อัตราส่วน 10 % (น้ำมันดีเซลบี10) ในปี 2555 อยู่แล้ว โดยในระหว่างนี้ได้ มอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่ไปศึกษาผลการใช้ไบโอดีเซลที่มี อัตราส่วนตั้งแต่ 10% ขึ้นไปในเครื่องยนต์ดีเซลหมุนเร็ว เพื่อนำข้อมูลมาใช้กำหนดมาตรฐานคุณภาพของน้ำมัน ดีเซลผสมไบโอดีเซลที่เหมาะสมกับเครื่องยนต์ต่อไป

6 ไบโอดีเซล บรรจุขวด ต้นปาล์มที่ใช้ในไบโอดีเซล ไบโอดีเซลเป็นหนึ่งในพลังงานทดแทนซึ่งนอก จากจะผลิตได้จากพืชน้ำมัน เช่น ปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ ยังใช้น้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้ว ซึ่งหาได้ในชุม ชน ภาครัฐจึงส่งเสริมให้มีไบโอดีเซลในระดับชุมชน โดยตั้งเป้าหมายให้เกิดชุมชนไบโอฯทั่วประเทศภาย ในปี 2551 โดยจะส่งเสริมชุมชนที่มีศักยภาพทั้งใน ด้านวัตถุดิบ บุคลากร รวมทั้งความพร้อมอื่นๆ เพื่อจัด ตั้งเป็นชุมชนต้นแบบ สนับสนุนการผลิตไบโอดีเซล ขนาด ลิตรต่อวัน อบรมความรู้ทั้งด้าน ทฤษฎีและเทคนิคให้กับชุมชน เพื่อรับทราบและ เข้าใจขั้นตอนการผลิตรวมทั้งติดตาม และสนับสนุน การดำเนินงานเพื่อการผลิตที่มีคุณภาพ

7 การพัฒนาและส่งเสริมการผลิต ไบโอดีเซลชุมชน จะช่วยให้แต่ละชุมชน สามารถผลิตไบโอดีเซลขึ้นใช้เอง เพื่อ ทดแทนการใช้น้ำมันดีเซลในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ มุ่งเน้นให้ชุมชนดำเนินการเองได้ อย่างยั่งยืน รู้จักนำของเสียที่เป็นน้ำมัน พืชใช้แล้ว หรือไขมันสัตว์มาผลิตเป็น พลังงานทดแทนที่สามารถนำไปใช้ได้จริง สามารถลดค่าใช้จ่ายให้ แก่ชุมชนเอง ส่งเสริมให้ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน สร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน รวมทั้งเพื่อเป็นชุมชนต้นแบบให้กับ ชุมชนข้างเคียงต่อไป นอกจากนี้ยังช่วยประเทศลดการนำเข้าน้ำมัน ที่มีราคาแพง ส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคงและถือเป็นการ ใช้ผลผลิตทางเกษตรได้อย่างคุ้มค่าอีกด้วย ชุมชนตัวอย่างที่ได้ ดำเนินการไปแล้ว ได้แก่ ชุมชนหนองแก๋ว จ.เชียงใหม่ ชุมชน แผ่นดินทองคอยรุตตั๊กวา หนองจอก กทม. เป็นต้น

8 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริเกี่ยวกับ การพัฒนาเชื้อเพลิงจากวัสดุเกษตรมาเป็นระยะเวลาระยะเวลา ร่วม 20 ปี ก่อนจะมีผู้ใดเชื่อว่าน้ำมันที่ได้จากพืช หรือไขมันสัตว์ จะสามารถนำมาผลิตเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์ได้ แต่ ด้วยพระอัจฉริยะภาพที่ทรงให้มีการทดลองเรื่อยมา จนทำให้ ประเทศสามารถผลิตน้ำมันไบโอดีเซล ที่มีคุณสมบัติเช่นเดียว กับน้ำมันดีเซล เพื่อใช้ในรถยนต์เพื่อทดแทนการใช้น้ำมันที่ต้อง นำเข้าจากต่างประเทศ

9 ตั้งแต่ปี 2528 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมี พระราชดำริให้มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สร้างโรงงาน สกัดน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ขนาดเล็กที่สหกรณ์นิคม อ่าวลึก จ.กระบี่ พร้อมทั้งให้ดำเนินการทดลองนำน้ำมันปาล์มมา ทดลองใช้กับรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซล ของกองงานส่วนพระ องค์ โดยผลการทดลองพบว่า ไม่มีผลกระทบใดๆต่อเครื่อง ยนต์ รวมทั้งการใช้น้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ทำให้เพิ่มกำลังให้กับ เครื่องยนต์ ลดมลพิษในไอเสียของเครื่องยนต์ เพิ่มการหล่อ ลื่น ทำให้เครื่องยนต์ยืดอายุการใช้งานอีกด้วย และเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2548 พระองค์ยังได้ทรงพระราชทานพระบรม ราโชวาท เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยมีพระราชดำริ ถึงการให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพราะ เป็นพลังงานที่หาได้ในไทยและยังช่วยสร้างรายได้แก่ เกษตรกรอีกด้วย

10 การผลิตไบโอดีเซลในเชิงพาณิชย์เป็นโรงงานผลิต ขนาดใหญ่ที่มีกำลังการผลิตระหว่าง 50,000 – 300,000 ลิตรต่อวัน มีขั้นตอนการผลิตที่ครบถ้วน ให้ผลผลิตเป็นไบโอ ดีเซล B100 ที่ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนด ก่อน นำไปผสมกับน้ำมันดีเซลจำหน่ายตามปั๊มน้ำมันเป็น B5 ต่อไป ชนิดของกระบวนการผลิตของโรงงานขนาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การผลิตแบบครั้งต่อครั้ง(Batch process) การผลิตแบบต่อเนื่อง (Continuous process)

11 การผลิตแบบครั้งต่อครั้ง (Batch process) การผลิตแบบครั้งต่อครั้ง ดูได้จากขั้นตอนการทำ ปฏิกิริยาเคมีว่า มีการเตรียมวัตถุดิบทั้งหมดให้พร้อมก่อน แล้วจึงทำการกวนให้เข้ากันภายใต้สภาวะอุณหภูมิที่เหมาะ สม เมื่อครบกำหนดเวลาแล้ว จึงย้ายส่วนผสมที่ได้ทั้งหมด เข้าสู่ขั้นตอนการแยกกลีเซอรีนออกจากไบโอดีเซลต่อไป การทำปฏิกิริยาเป็นครั้งๆนี้ เป็นการขยายขนาดการผลิตมา จากห้องปฏิบัติการ การออกแบบเครื่องขนาดใหญ่กระทำ ได้ไม่ยากนัก และราคาระบบไม่แพงมาก

12 การผลิตแบบต่อเนื่อง (Continuous process) สำหรับการผลิตแบบนี้ วัตถุดิบจะถูกส่งเข้าสู่ขั้นตอน การผลิตพร้อมๆกันอย่างต่อเนื่องในสัดส่วนที่เหมาะสม ขั้นตอนการผลิต ได้แก่ การทำปฏิกิริยาเคมี การไล่ความชื้นออก จากไบโอดีเซล การล้างไบโอดีเซล ด้วยน้ำ การแยกกลีเซอรีน

13 ขั้นตอนการทำปฏิกิริยาเคมี น้ำมันพืช เมทานอล (Methanol) หรือ เอทานอล (Ethanol ) กลีเซอรีน เมทิลเอสตอร์ (Methyl esters) หรือ เอทิลเอสเตอร์ (Ethyl esters)

14 ขั้นตอนการผลิตที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ผลผลิตที่ได้จะ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยสามารถทำงานได้ 24 ชั่วโมง โดยไม่หยุด ปกติวิธีการควบคุมระบบการผลิตแบบนี้จะ ใช้คอมพิวเตอร์ควบคุมทุกขั้นตอน และมีราคาค่าก่อสร้าง โรงงานค่อนข้างแพง ใช้คนคุมเครื่องเป็นจำนวนน้อย อย่างไรก็ดี ชนิดของการผลิตทั้งสองมีคุณภาพใกล้ เคียงกัน การตัดสินใจของผู้ที่จะลงทุนจะต้องคำนึงถึงผล ดีและผลเสียของแต่ละชนิดก่อน เช่น หากงบประมาณมี จำนวนจำกัด ก็ควรที่จะเลือกระบบแบบการผลิตครั้งต่อครั้ง แต่ต้องใช้คนทำงานมาก แต่ถ้ามีงบประมาณมาก ก็สามารถ เลือกระบบผลิตแบบต่อเนื่องเพราะสามารถเดินเครื่องได้ ตลอดเวลาและใช้คนจำนวนน้อย

15 ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงเหลวที่ได้จากน้ำมันพืชหรือ ไขมันสัตว์และน้ำมันพืชที่ใช้แล้ว โดยมีคุณสมบัติเทียบเคียง ได้กับน้ำมันดีเซล แต่ให้การเผาไหม้ที่สมบูรณ์กว่า เพราะ ออกซิเจนในไบโอดีเซล ให้การสันดาปที่สมบูรณ์กว่าน้ำมัน ดีเซลปกติ จึงเกิดคาร์บอนมอนอกไซด์น้อยกว่า โดยไบโอดีเซล ไม่มีส่วนประกอบของสารซัลเฟอร์ได ออกไซด์ (sSO2) ทำให้ไอเสียที่ออกมาจากเครื่องยนต์ปราศ จากมลพิษ จึงช่วยลดโอกาสที่จะทำให้เกิดฝนกรดโดยเฉพาะ เมื่อเทียบกับการใช้น้ำมันดีเซล รวมทั้งการใช้ไบโอดีเซล ยัง ก่อให้เกิดเขม่าคาร์บอนน้อย ช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ ทำให้ อายุการทำงานของเครื่องยนต์ได้ดี


ดาวน์โหลด ppt ปัจจุบันความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมีมากขึ้น และราคาน้ำมันเชื้อเพลิงได้ปรับตัวสูงขึ้นในขณะที่น้ำมัน มะพร้าวและน้ำมันปาล์มซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ ที่ได้จากพืชมี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google