งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ทำบุญอย่างไรถึงจะได้อานิสงส์มาก การทำบุญ ต้องทำแค่พอสบายใจ ทำแล้วเราไม่เดือดร้อน การทำบุญ ให้ได้อานิสงส์มาก ไม่ได้อยู่ที่วัตถุมากเสมอไป มันอยู่ที่ กำลังใจดี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ทำบุญอย่างไรถึงจะได้อานิสงส์มาก การทำบุญ ต้องทำแค่พอสบายใจ ทำแล้วเราไม่เดือดร้อน การทำบุญ ให้ได้อานิสงส์มาก ไม่ได้อยู่ที่วัตถุมากเสมอไป มันอยู่ที่ กำลังใจดี"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ทำบุญอย่างไรถึงจะได้อานิสงส์มาก การทำบุญ ต้องทำแค่พอสบายใจ ทำแล้วเราไม่เดือดร้อน การทำบุญ ให้ได้อานิสงส์มาก ไม่ได้อยู่ที่วัตถุมากเสมอไป มันอยู่ที่ กำลังใจดี คือ ผู้ให้บริสุทธิ์ ผู้รับบริสุทธิ์ วัตถุทานบริสุทธิ์ และก่อนจะ ให้ตั้งใจจะให้ ขณะให้ก็เต็มใจให้ ให้แล้วมีความปลื้มใจ อย่างนี้ " ลูขัง วา ปะณีตัง วา " พระพุทธเจ้ากล่าวว่า " ของเลวก็ตามของ ดีก็ตาม ของมากก็ตาม ของน้อยก็ตาม ย่อมมีอานิสงส์เลิศ " การบริจาคโลหิตเป็นทานภายในคือให้ของในกาย ให้ของนอกกายเขา เรียกทานภายนอกยังจะถือว่าเป็นปรมัตถทานไม่ได้นะ ถือว่าเป็นทาน ปกติแต่อานิสงส์สูงกว่าทานภายนอกหน่อยหนึ่ง อานิสงส์สูงกว่าการ อุทิศร่างกายให้กับโรงพยาบาลเมื่อตายแล้ว เพราะตายแล้วก็เหมือน ของเขาทิ้งแล้ว มีประโยชน์แค่วัตถุทาน วัน หนึ่งพระพุทธเจ้าทรงเทศน์อยู่ที่พระเชตวัน ตอนหนึ่งท่านบอกว่า บุคคลบางคนชอบทำบุญด้วยตนเอง แต่ไม่ชอบชักชวนคนอื่น เมื่อตาย จากความเป็นคนแล้วไปเกิดเป็นคนในชาติใหม่ จะมีทรัพย์สมบัติมากแต่ ขาดบริวารสมบัติ คือขาดพวกพ้อง บางคนนิยมบอก บุญคนอื่น แต่ว่าคนเองไม่ทำ เมื่อตายจากความเป็น คนไปเกิดเป็นคนใหม่จะมีพวกมาก แต่ขาดทรัพย์สิน เป็นคนจน บาง คนชอบทำบุญด้วยตนเอง ชอบชักชวนคนอื่นทำบุญด้วย เมื่อตาย จากความเป็นไปเกิดใหม่ ร่ำรวยด้วยและมีพวกมาก บางคนและบาง ประเภทไม่ทำบุญด้วยตนเอง ไม่ชักชวนคนอื่นตายจาก ความเป็นคนแล้วเกิดเป็นคนใหม่ ไม่มีพวก ตัวเองก็ยากจนต้องกินเดน คนอื่น ที่เรียกว่าขอทาน

2 ในเมื่อเราทำบุญมาก ขึ้น ทำจิตสะอาดมากขึ้นเพียงใด มาร มันแกล้งเพียงนั้น ทั้งนี้เพราะว่าเราจะพ้นอำนาจของมาร การป่วยหรือ สิ่งต่างๆ ๕ ประการ ท่านเรียก " มาร " แปลว่า " ผู้ฆ่า " มันพยายามจะห้ำ หั่นเข่นฆ่าเราต้องการให้เราตายเสียก่อนที่จะได้รับผลของบุญ ที นี้ขอบรรดาญาติโยมพุทธบริษัททั้งหลายที่มาต่อว่าพระ คำว่า " พระ " เฉยๆ หมายความว่าโทษตั้งแต่พระสงฆ์ทุกองค์ขึ้นไปยัน พระพุทธเจ้าทั้งหมด แม้ แต่พระอรหันต์ที่นิพพานไปแล้วก็โทษท่านด้วย มันบาปหนัก กรรม ประเภทนี้เกิดจากกำลังใจมืด คือ ไร้ปัญญา ตายแล้วต้องไปอยู่ที่มืด นั่น โลกันตนรกเป็นนรกพิเศษ มืดมากมองไม่เห็นกัน แล้วไต่อยู่ข้าง เขา มันเป็นถ้ำ ข้างล่างมีน้ำกรด แต่มืดสนิทมองไม่เห็น มีเล็บเหมือน จอบ มีความคมกล้ามาก สัตว์นรกทุกตัวมีความหิวมาก ไต่เขาให้แก่ง หินครูดเป็นแผลทั้งตัว หินมันคมเมื่อเจอกันเข้าคิดว่าเป็นอาหาร ต่าง จิกเนื้อกันกิน จิกกันไปจิกกันมาไม่ช้าก็หล่นลงไปในน้ำ น้ำกรดละลาย เนื้อ มันก็แสบจัดจนกว่าเนื้อจะหมดเหลือแต่กระดูกแต่ไม่ตาย เนื้อก็ ค่อยๆเกิดมาทีละน้อยๆ จนกระทั่งเต็มตัวแล้วว่ายเข้าหาฝั่งเมื่อชนฝั่งก็ ขึ้นฝั่งไป ก็ไปพบก้อนหินที่มีความคมจัดอีก มันก็บาดทั้งตัวทั้งวันเมื่อ เจอกันเข้าก็กินกันแบบนั้นอีก อย่างนี่ใช้เวลาเป็นกัป ออกจากโลกัน ตนรกแล้วจึงเข้าอเวจีมหานรก นี่มันหนักมากญาติโยมพุทธบริษัทนะ อย่าทำใจให้มันมืด พระช่วยได้แต่ เพียงว่าคนที่มีศรัทธาแล้วตั้งใจทำความดี กฏของกรรมที่ ทำมาในชาติก่อน แก้ไม่ได้ พระเองยังแก้ตัวเองไม่ได้ พระพุทธเจ้าเองก็ ป่วย อาตมาก็ป่วยเป็นประจำ

3 การให้ทาน การให้ทาน เป็นวิธีการตัดความโลภ แต่ว่าไม่ใช่ให้ส่งเดช การให้ทาน ต้องเลือกให้ พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า การให้ทานเหมือนกับการหว่าน พืช ถ้าเราหว่านพืชในที่ลุ่ม น้ำมามันก็ท่วม ต้นพืชก็ตายหมด ถ้าหว่านใน ที่ดอนเกินไป และไม่มีน้ำหล่อ ไม่มีเชื้อกิน ต้นพืชมันก็ตาย ต้องการที่ พอเหมาะพอดี การให้ทานไม่ใช่หมายความว่าการทุ่มเท การให้ ทานนี้ พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า ต้องแบ่งทรัพย์ที่เรามีอยู่เป็น ๔ ส่วน แบ่งส่วนไม่ใช่เอา ๔ หาร สี่ส่วนที่พระพุทธเจ้าทรงแนะนำพระนาง มัทรีตอนที่ลาพระนางมัทรีไปอยู่เขาวงกต คือ หนึ่ง ทรัพย์ของเราที่ยังอยู่ ใช้ชำระหนี้เก่า หมายความว่า บิดามารดา และผู้มีพระคุณ เราต้องจัดสรรปันส่วนในทรัพย์สินที่เราหามาได้บำรุง ท่านสนองความดีในด้าน ความกตัญญูรู้คุณ พระพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ ว่า " นิมิตตัง สาธุรูปานัง กตัญญูกตเวทิตา ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราของ สรรเสริญบุคคลที่มีความกตัญญูรู้คุณ ที่ท่านมีอุปการคุณที่ท่านทำ มาแล้ว เราตอบสนองคุณท่านเราสรรเสริญว่าบุคคลนั้นเป็นคนดี " สอง เราเป็นเจ้าหนี้ใหม่ นั่นคือ ลูกที่ออกมาจากเรา เราต้องรับภาระใน การเลี้ยงดู การบำรุงทุกอย่าง อีกส่วนหนึ่งต้องมีไว้เพื่อลูก สาม ทิ้งเหว ต้องจัดส่วนทรัพย์ให้พอว่าเดือนนี้มันจะกินเท่าไร กินนี่ทิ้ง เหว ปล่อยไปเท่าไรๆ มันก็ไม่งอกมาเสียที ใช่ไหม สี่ ฝังไว้ คือสร้างความดีในการบริจาคทานนี่ฝั่งไว้ในด้านนี้เพราะอะไร ถ้าวิสัยของเรายังไม่ถึงนิพพาน " ทานัง สัคคโส ปาณัง ทานเป็นบันไดให้ เกิดในสวรรค์ " ตายจากความเป็นคนไปเกิดเป็นเทวดามีทิพยสมบัติ หมด บุญจากเทวดากลับมาเกิดเป็นคน ก็จะมีทรัพย์มากเพราะผลของทาน

4 การทำบุญให้ทาน ที่นี้ตัว จาคานุสสติกรรมฐาน มันไปตัดโลภะ ความโลภ ใน เมื่อความโลภไม่มี ความโกรธไม่มี ตัวหลงจะเกิดกับใคร เพราะตัวหลง มีกำลังมาก มันจึงโลภ มันจึงโกรธ ถ้าหลงไม่มีกำลังมันจึงไม่โลภมัน จึงไม่โกรธ ไม่ต้องไปตัดมันหรอก ตัดไอ้สองตัวนี้ให้มันพัง บ้านนี่ขุด เสาทิ้งหลังคามันอยู่ไม่ได้หรอก หลงไม่ต้องไปตีมัน พระพุทธเจ้าท่านบอกว่า กรรมฐานของท่านทุกกอง หรือวาทะของท่าน ทุกคำนั้น ไปนิพพานหมด การทำบุญให้ทาน พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างนี้ ให้ทานกับคนที่ไม่มีศีล เลย ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับคนที่เคยมีศีลแต่ศีลขาดไปแล้ว ๑ ครั้ง ให้ทาน กับคนที่เคยมีศีลแล้วศีลขาด ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับให้ทาน กับท่านที่ทรงศีลบริสุทธิ์ ๑ ครั้ง ให้ทานกับ ท่านที่มีศีลบริสุทธิ์ ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับให้ทานกับผู้ทรง ฌานที่ปฏิบัติเพื่อโสดาปัตติมรรค ( คือท่านที่ ปฏิบัติกรรมฐานแต่ยังไม่ถึง พระโสดาปัตติมรรค จะเป็นขั้นไหนก็ตาม ) ๑ ครั้ง

5 ให้ทานกับท่านที่ปฏิบัติเพื่อโสดาปัตติมรรค ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับให้ทานกับพระโสดาปัตติผล ๑ ครั้ง ถวายทานกับพระโสดา ปัตติผล ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระสกิทาคามีมรรค ๑ ครั้ง ถวาย ทานกับพระสกิทาคามีมรรค ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระสกิทาคามีผล ๑ ครั้ง ถวายทานกับพระสกิทาคามีผล ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระอนาคามีมรรค ๑ ครั้ง ถวายทานกับพระ อนาคามีมรรค ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระอนาคามีผล ๑ ครั้ง ถวาย ทานกับพระอนาคามีผล ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระอรหัตมรรค ๑ ครั้ง ถวายทานกับพระอรหัตมรรค ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระอรหัตผล ๑ ครั้ง ถวายทานกับพระอรหัตผล ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายทานกับพระปัจเจกพุทธเจ้า ๑ ครั้ง ถวาย ทานกับพระปัจเจกพระพุทธเจ้า ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายสังฆทาน ๑ ครั้ง ถวาย สังฆทาน ๑๐๐ ครั้ง มีผลไม่เท่ากับถวายวิหารทาน ๑ ครั้ง

6 ขอบรรดาท่านพุทธบริษัททั้งหลาย ก่อนที่จะให้ทาน ถ้าหวังผลเพื่อเป็นปัจจัยเพื่อนิพพาน ต้องเลือกบุคคล ถ้าไม่สามารถจะรู้ได้ ก็ต้องให้ใช้เป็นวิธีถวายสังฆทานดีที่สุด การทำ บุญที่ให้ได้บุญหนัก ๆ ก็มีหลายอย่าง สังฆทาน เป็น ยอดอนิสงส์ในด้านอามิสทาน ที่สูงไปกว่านี้อีกอย่าง คือ วิหารทาน และนอกจากนั้น ถ้าจะเอาหนักอีกโดยไม่ต้องใช้วัตถุ คือ อภัยทาน กับ ธรรมทาน ๒ อย่างนี้ ไม่ต้องใช้วัตถุ ธรรมทานนี้เป็นมหากุศล บุญใหญ่นะ ที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า " สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ " การให้ธรรมเป็นทาน ชนะทานทุกอย่าง

7 การทำบุญแบบไม่ต้องลงทุน ไม่ต้องเสียเงินสักบาท ไปนิพพาน ๑. ตัดโลภะ ความโลภ ไม่อยากได้ทรัพย์สินใครโดยไม่ชอบธรรม ถ้าเขา ให้ด้วยความเต็มใจ เราเอา เขาไม่ให้แล้วไป ไม่สนใจ ๒. ตัดโทสะ ความโกรธ คือรักษาศีล ๕ ให้ครบถ้วน ๓. ตัดโมหะ ความหลง คิดว่าชาตินี้มันต้องตาย เกิดเป็นคนมันต้องตาย เราต้องการนิพพาน แค่นี้แหละไปได้ ทานบารมี ถ้าจิตของเราคิดว่าเราจะให้ทาน ขณะที่คิดจะให้ทานถึง โอกาสก็ให้ ไม่มีโอกาสก็ไม่ให้ อย่างคนที่จะอดตาย บังเอิญเราไม่มีเรา ก็ไม่ให้แต่เราคิดจะให้ คิดว่าถ้าเรามีเราจะให้นะ ถ้าโอกาสมีเราก็ให้ และก็จิตใจของเราไม่อยากได้ทรัพย์สมบัติของใครมาเป็นของเราโดย ไม่ชอบธรรม จิตคิดอย่างเดียวว่าเราต้องการให้ ถ้าโอกาสมีเมื่อไรให้ เมื่อนั้น อย่างนี้ถือว่าทานบารมีเต็ม ไม่ยากเลย นี่พระพุทธเจ้าเทศน์เอง นะ ทีนี้เราจะให้ทาน อย่างน้อยการให้ทานอย่างอ่อนที่สุดตายจากความ เป็นคนและจิตนึกถึงทานไปสวรรค์ ถ้าตายลงจากสวรรค์มาแล้วเป็น มนุษย์มีทรัพย์สินแต่อาจไม่ร่ำรวยเพราะทานการ ให้ต้องเลือกที่ พระพุทธเจ้าบอกว่า ปุญญักเขตตัง เนื้อนาบุญของโลก การให้ทานถ้า เราหว่านข้าว หว่านที่ลุ่มเกินไปน้ำท่วมข้าวตายหมด หากหว่านข้าวที่ ดอนเกินไปแล้งตายหมด ต้องหว่านที่ดีๆ ทีนี้คนที่มีปัญญา เขามาเจริญกรรมฐานกัน เขามาถวายสังฆทานกัน กู ไม่มีสตางค์นี่หว่า ทำยังไงจะได้บ้าง เอาง่ายๆ เอ็งทำก็ทำเถอะ ข้าดีใจ ด้วยนะโว้ย ยกมือสาธุบ้าง ไม่ยกมือก็ไม่เป็นไร ตั้งใจยินดีกับเขา เป็น ปัตตานุโมทนามัย นี่คนมีปัญญานะ

8 คนที่มีปัญญาอีกอันหนึ่งซึ่งดีกว่านั้นอีกก็ คือ ช่วยเหลือแรงงาน ในการงานที่เขา ถวายสังฆทาน อย่างพวกที่ลำเลียงสังฆทานมานี้ ท่านเรียกว่าเวยยาวัจจกร หรือ เวยยาวัจจมัยบุญสำเร็จด้วยการช่วยเหลือกิจการงาน อย่างนี้มีอานิสงส์ต่ำกว่า เณรบริสุทธิ์นิดเดียว ตายจากความเป็นคนไปเกิดบนสวรรค์จะมีบริวาร ๘๐๐๐ คน สามเณรมีศีลไม่บกพร่องเลยจะมีวิมานและบริวารหนึ่งหมื่นคน แต่ถ้าเณรไม่ บริสุทธิ์ก็ลงนรกไปเลย เณรนี้ยังขาดทุน พวกเวยยาวัจจกรนี่เขาไม่ขาดทุน เขา ทำเมื่อไรได้เมื่อนั้น ไม่มีการถอยหลัง ผล ของทาน คนฉลาดรู้จักทำบุญ ไม่ต้องสิ้นเปลืองมากก็ได้รับอานิสงส์สูง ผลของ การถวายสังฆทาน วิหารทาน และธรรมทาน ๑. อาหาร เป็นเหตุให้ได้ร่างกายเป็นทิพย์ ถ้ามาเกิดเป็นคนอีกเป็นเหตุ ให้มีร่างกายที่สวยงาม ๒. ผ้า เป็นเหตุให้ได้รูปร่างกายที่สวยงาม มีเครื่องประดับ คือ เครื่อง แต่งกายสวยและมีมาก ๓. ถวายพระพุทธรูป เป็นเทวดาหรือนางฟ้า พรหม มีรัศมีกายสว่างมาก ถ้าเกิดเป็นคนจะมีรูปสวย ผิวสวย ส่วนของร่างกายบริบูรณ์ สวยงามมาก ๔. การถวายเงินรวมการก่อสร้าง แม้แต่เพียงเล็กน้อย จะมีวิมานสวย เกิดเป็นคนก็มีบ้านสวย มีคนให้ ไม่ต้องสร้างเอง ๕. ธรรมทาน เช่นการติดกัณฑ์เทศน์ ธรรมทาน หมายความว่า ให้ธรรม เป็นทาน ตามพระบาลี สัพพะทานัง ธัมมะทานัง ชินาติ การให้ธรรมเป็น ทานชนะทานทุกอย่าง หมายความว่า ทานทุกอย่างที่ท่านให้ไปแล้ว มี อานิสงส์สู้ธรรมทานไม่ได้ ธรรมทานนี่เป็นตัวปัญญา ทานธรรมดาและ สังฆทานเป็นเหตุให้เกิดมีทรัพย์สินรวยมาก ศีลเป็น ปัจจัย ให้เกิดความสุข และธรรมทานนี่เป็นเหตุให้เกิดปัญญา จากหนังสือพ่อสอนลูก หน้าที่ ๓๐๕ - ๓๑๑


ดาวน์โหลด ppt ทำบุญอย่างไรถึงจะได้อานิสงส์มาก การทำบุญ ต้องทำแค่พอสบายใจ ทำแล้วเราไม่เดือดร้อน การทำบุญ ให้ได้อานิสงส์มาก ไม่ได้อยู่ที่วัตถุมากเสมอไป มันอยู่ที่ กำลังใจดี

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google