งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

สถานการณ์การดื้อยาต้านไวรัสใน ปัจจุบัน (ARV Resistance Surveillance ) พญ.พัชรี ขันติพงษ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 18 พฤศจิกายน 2551.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "สถานการณ์การดื้อยาต้านไวรัสใน ปัจจุบัน (ARV Resistance Surveillance ) พญ.พัชรี ขันติพงษ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 18 พฤศจิกายน 2551."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 สถานการณ์การดื้อยาต้านไวรัสใน ปัจจุบัน (ARV Resistance Surveillance ) พญ.พัชรี ขันติพงษ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 18 พฤศจิกายน 2551

2 Highly Active Antiretroviral Therapy (HAART) ตั้งแต่มีการใช้ HAART ทำให้มีการ เปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ ลดอัตราการเจ็บป่วยและอัตราตาย คุณภาพชีวิตดีขึ้น ขณะเดียวกันการใช้ HAART อย่าง แพร่หลายมีผลทำให้มีการแพร่ระบาด ของเชื้อไวรัสเอชไอวีชนิดดื้อยา ถ้า...

3 การเข้าถึงยาต้านไวรัส ประเทศไทยมีโครงการสนับสนุนยาต้านไวรัส 2535 AZT mono-therapy 2538 Dual therapy AZT+ddI, AZT+ddC 2540Triple therapy โดยทำเป็นแบบวิจัย 2543 Access to Care (ATC1-2) 2547 National Access to Antiretroviral Program for PHA (NAPHA) 2549National AIDS Program

4 ARV Resistance การดื้อต่อยาต้านไวรัสเกิดขึ้นได้อย่างไร กลายพันธุ์ตามธรรมชาติระหว่างการเพิ่มจำนวน(หมื่น ล้านอนุภาคต่อวัน 1/1000หรือ 10ล้านกลายพันธุ์ และ เกิดการดื้อยาได้) ระดับยาต้านไวรัสไม่เพียงพอที่จะยับยั้งการเพิ่มจำนวน –การขาดยา (poor Adherence) –การดูดซึมยาไม่ดี (Absorption) –ประสิทธิภาพของยาไม่เพียงพอ (Lack of potency of the regimen) –รับประทานยาอื่นที่มีการรบกวนระดับของยาต้านไวรัส ((Drug interaction)

5 HIV DR ป้องกันได้ไหม ป้องกันไม่ได้ทั้งหมด เพราะเอชไอวีกลายพันธุ์ได้ง่าย และการรักษายังเป็นการรักษาตลอดชีวิต

6 จะลดการเกิด เชื้อเอชไอวีดื้อยาได้อย่างไร 1. สั่งยาให้เหมาะสมและใช้ให้ถูกต้อง 2. ยามีคุณภาพและไม่ขาด 3. การเข้าถึงยา และ Adherence 4. มีการเฝ้าระวังและติดตาม HIVDR

7 HIV Drug Resistance Primary resistance การดื้อยาต้านไวรัสในรายที่ ไม่เคยได้ยาต้านมาก่อน Secondary resistance การดื้อยาต้านไวรัสที่เกิดขึ้น ขณะที่ได้ยาต้านแล้ว สายพันธุ์ดื้อยา Adherence Prevention

8 Secondary versus Primary (Transmitted) Drug Resistance Wild Type Virus Drug Resistant Virus Secondary DR Primary DR Failing Therapy WT Rx HIV+ person not on treatment

9 ARV resistance among ARV-naïve persons with recent HIV infection in Thailand Evaluate ARV-DR /305 (2%) had baseline ARV-DR Contract tracing: all sexual partners prior ARV Rx failure and low (<75%) ARV adherence Apisarnthanarak A. et al HIV Medicine vol9.no5,May 2008 pp

10 Primary HIV Drug Resistance สหรัฐอเมริกา 24.1 % เยอรมัน 11.2 % แคนาดา 8.1 % อังกฤษ 6.2 % เกาหลีใต้ 2.4 %

11 Primary HIV Drug Resistance การติดตาม การป้องกัน รู้ให้ได้เร็วที่สุด

12 การตรวจการดื้อยา Genotypic drug resistant testing -ตรวจหาตำแหน่งกรดอะมิโนบนสาย peptide ที่เปลี่ยนแปลงไป -แล้วนำมาวิเคราะห์หาระดับการดื้อยาโดยเทียบ กับฐานข้อมูลการกลายพันธุ์และการดื้อยา -ทำนายว่าดื้อยาชนิดใดบ้างแต่ไม่สามารถบอก ระดับการดื้อได้

13 ARV resistance network 38 hospitals in 5 regions n = 1,000 Laboratory network 8 hospitals in 5 regions n = hospitals in 4 northern provinces n = 304 Pilot I ( ) 5 Service laboratories 2 being setting Total are 7 laboratories Pilot II ( ) TUC SL3 Global Fund SL3-GF Pilot III ( )

14 โครงการนำร่องเพื่อติดตามปัญหาการเกิดเชื้อ ดื้อยาในแผนการรักษาของประเทศ (ARV Resistance Surveillance among Patients under the National ART Program) สำนักโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลลำปาง โรงพยาบาลลำพูน โรงพยาบาลสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ โรงพยาบาลแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โรงพยาบาลแม่สาย จังหวัดเชียงราย โครงการ Global AIDS Program ศูนย์ความร่วมมือไทย-สหรัฐด้านสาธารณสุข

15 Methodology Study Design: Cohort Study 2 years Study Populations: 1.ผู้ป่วย HIV/AIDS ที่มีข้อบ่งชี้ในการได้รับยาต้าน 2.อายุ >= 18 ปี 3.สามารถมาติดตามการักษาได้ 2 ปี 4.ไม่เคยได้ยาต้านมาก่อนยกเว้น PMTCT

16 CD4<200 CD symptom AIDS defining illnesses Prepare ARV readiness ARV Knowledge & counseling Data every 6 months: Clinical monitoring: ARV, Drug, OI, ADR, Adherence Laboratory record: CD4, VL If VL>1,000 copies/ml, performing DR testing Behavior factors relate DR Mo. 0Mo. 6 Mo.12Mo.18Mo.24 Demographic data VL & DR (Base line) & Last CD4 OI prophylaxis Clinical history: TB, PEP, PMTCT Summary off study

17 CD4 count during ART % of patients FU month CD4 count (Cell/ml 2 ) baseline (N=303) Mo.2 (N=151) Mo.6 (N=263) Mo.12 (N=250) Mo.18 (N=142)* Median (IQR) Max Min Mod * Data is not complete in the period of the follow up, it’s 50% patient on period of monitoring

18 ผลการติดตาม

19 Median CD4 + cell change from baseline Cell / ųl

20 Viral load during ART % of patients FU month Log VL range (copies/ml 2 ) Baseline (N=304) Mo.2 (N=269) Mo.6 (N=270) Mo.12 (N=263) Mo.18 (n=254) Mo.24 (n=19)* Median (IQR)215000<50 na Max>750,00075,00043,60075,00021,10025,800 Mod>750,000<50 # VL>1, * Data is not complete in the period of the follow up 72.37

21 Adverse Drug Event ADR Mo.2 (N = 285) Mo.6 (N = 274) Mo.12 (N =263) Mo.18 (N=254) Total Rash28(9.2%)42034(11.2%) Hepatitis15(5.0%)42021(6.9%) Lipodystrophy117(2.3%) 16(5.3%) Neuropathy49(3.0%)8(2.6%)324(7.9%) Headache/vertigo/Nausea52007(2.3%) Anemia11226(2.0) Others (7.2) 64(21%)26(8.6%)25(8.2%)15(5.0%)127 (N = 304)

22 OI Occurrence OI Mo.2 (N = 285) Mo.6 (N = 274) Mo.12 (N =263) Mo.18 (N=254) Total TB65*2*013(4.2%) CMV21003 Cryptococcosis20114 Penicilliosis21003 PCP10001 Toxoplasmosis10001 TOTAL14(4.6%)7(2.3%)3(1%)1(0.3%)25 Others Mo.2 (N = 285) Mo.6 (N = 274) Mo.12 (N =263) Mo.18 (N=254) Total Bronchitis31004 Herpes Zoster30104 Thrombocytopenia00213 TOTAL6(2%)1(0.3%)3(1%)1(0.3%)11 (N = 304) * 1 old TB case

23 Baseline Genotypic Mutations VS Clinical Response Resistance At Baseline # Treatment Failure m m Major resistance14 (4.9%)00 NRTI resistance000 NNRTI resistance5 (1.6%)20 Nevirapine Delavirdine) Efavirenze) PI resistance9 (2.9%)00 Indinavir Amprenavir/Fosamprenavir Ritonavir) Total = 304 naive persons with ART 14 of 304 with major genotypic mutations at baseline

24 Clinical history among patient with NNRTI resistance at baseline No Based Genotypic MutationVL after ARV initiation at Codon ResistancePossible Rbaseline G190A,H208YNVP EFV 60,200<50111<50 2K103N,G190ANVP,DLV,EFV 97,400<50 >75000 Loss 3K103HNVP,DLV,EFV 564,000349<50 4Y181C*,T215S*NVP/DLV EFV 119,000<50 5K103NNVP,DLV,EFV 141, <50 6T69N,Y181CNVP/DLV EFV 165,000Death before ART

25 Occurrence of Major Genotypic Mutations after ART m m m # Alive ART treated persons VL > 1,000 copies/ml1077 With major resistance533 NRTI major resistance5 (1.8%)33 Lamivudine/Emtricitabine533 NNRTI major resistance5 (1.8%)33 Nevirapine Delavirdine Efavirenze PI major resistance000 Possible resistance774 Total = 304 naive persons with ART 290 of 304 without major genotypic mutations at baseline

26 NNRTI mutation gene along the treatment Prevalence of mutation (%) (N=311)(N=5)(N=7) (N=4)(N=5)

27 PR mutation gene along the treatment Prevalence of mutation (%) (N=311)(N=5)(N=7) (N=4)(N=5)

28 * Exclude referred patients ** Include referred patients n= m m m m. # of patient at starting point Off records during FU period Death on AIDS, other Loss contact Refer 19 (6.2%) 13 (4.3%),2 3 (1.0%) 1 (0.3%) 11 (3.9%) 8 (2.8%),0 1 (0.3%) 2 (0.6%) 11 (4.0%) 4(1.5%),1 5 (1.8%) 1 (0.3%) 9(3.4%) 3(1.1%),1 4(1.5%) 1(0.4%) Alive with FU at end point FU period* % % % % Staying with GPOvir at end point period** % % % Summary of Outcomes at End Point FU Period

29 Summary of Program Failure Rate * 6 mo. (n=299)* 12 mo. (n=297)* 18 mo. (n=295)* Loss contact4913 Treatment Failure:10.5%11.3%12.2% AIDS related deaths VL < 1,000 copies/ml1077 Total Program failure rate11.7%13.8%16.2% * Exclude referred patients and non-AIDS related deaths Baseline: n = 304

30 จากการศึกษา Primary resistance ต่อ NNRTI 1.6% โดยใช้การตรวจ genotype mutation ของ TrueGene 4/5 รายตอบสนองดี (VL < 50 copies/ml 2 ) ต่อยา ติดตามถึง 72 สัปดาห์ 9 รายดื้อต่อ PI ทั้งๆที่ไม่เคยใช้ PI มาก่อน (ใน ประเทศไทยไม่ได้ใช้ PI เป็นสูตรแรก Secondary resistance <5%

31 คำถาม ทำไมดื้อยาแล้วยังได้ผล (VL < 50 copies/ml 2 )? หรือการใช้ยาต้านหลายตัวพร้อมกันสามารถ กดไวรัสได้ ? การใช้การแปลผลของต่างประเทศซึ่งเป็น subtype Bเหมาะสมกับประเทศไทย subtype AEหรือไม่? แล้ววิธีไหนเหมาะที่สุด ?

32 สรุป 1.การแปลผลการดื้อยาโดยใช้การตรวจที่มาจาก ต่างประเทศซึ่งเป็น subtype B strain อาจเกิด ความไม่แม่นยำในการนำมาแปลผลกับ subtype AE ซึ่งพบมากในประเทศไทยและ ประชากรของเอเชีย 2.ความชำนาญในการทำ Sequence เป็น ความสามารถส่วนบุคคล 3.ควรพัฒนา in-house software สำหรับการ แปลผลการดื้อยาของ subtype AE

33 สรุป 4. การตรวจ Drug resistance ก่อนเริ่มยาต้าน อาจจะจำเป็นในอนาคตแต่ไม่ใช้ตอนนี้ (<5%) 5. การเฝ้าระวังการดื้อยาควรจะต้องทำต่อไปและ ขยายให้ทำทั่วประเทศ 6. ภาวะการดื้อยามีผลมากต่อการหาสูตรยาที่ใช้ ต่อไปในอนาคต ดังนั้น ประเทศไทยควรจะต้องมี การแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างประเทศต่าง ๆ ใน เอเซียด้วย

34 ข้อความฝากกลับบ้าน Adherence Prevention

35 Thank you


ดาวน์โหลด ppt สถานการณ์การดื้อยาต้านไวรัสใน ปัจจุบัน (ARV Resistance Surveillance ) พญ.พัชรี ขันติพงษ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ 18 พฤศจิกายน 2551.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google