งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การประเมินการสร้างความเข้มแข็ง ( Empower/participatory Evaluation) ผศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การประเมินการสร้างความเข้มแข็ง ( Empower/participatory Evaluation) ผศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การประเมินการสร้างความเข้มแข็ง ( Empower/participatory Evaluation) ผศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2550 (สงวนลิขสิทธิ์)

2 People’ s participation- What does it mean ? ☞ It is process by which the rural poor are able to organize themselves and, through their own organization, are able to identify their own needs, share in the design, implementation and evaluation of the participatory action. ☞ The active involvement of the people in the decision-making process in so far as it affects them. ☞ People taking development initiatives: they decide what is to be done, how- and carry out their decisions.

3 ☸ Empowering the rural community, especially the rural poor. ☸ Organization efforts to increase control over resources. ☸ Based on democratic way. ☸ Participation of the intended beneficiaries, the rural poor, is to be achieved with and by the people, not just for the people.

4 การประเมินการสร้างความเข้มแข็ง (empower/participatory evaluation) การประเมินที่ดี เป็นการสร้างความเข็มแข็งทั้ง ผู้ประเมินและผู้รับการประเมินแต่ การประเมินแบบนี้

5 มักเกิดจากการประเมินภายในคน ภาย ในองค์กรหรือชุมชนติดตาม ดูการเปลี่ยนแปลงตัวเอง อย่างไรก็ตามอาจมีการร่วมมือกับ คนภายนอกได้ในลักษณะ การอำนวยการ(facilitate)ในด้าน กระบวนการวิชาการ หรือ การให้ ข้อมูลข้อคิดเห็นเท่านั้น

6 การสร้างความเข้มแข็ง อาจมองจาก การปรับปรุงขั้นความสามารถ หรือ สร้างความเก่งในเรื่องของการวิเคราะห์ ความก้าวหน้า (พัฒนาการ) และงานการพัฒนา เป็นการเสริมสร้างความมั่นใจของคน และองค์กร

7 ส่วนใหญ่เป็นการติดตามและ ประเมินภายในเพื่อการเรียนรู้และการ ปรับปรุง การประเมินทำโดย กระบวนการมีส่วนร่วม แต่อาจมีการ ร่วมมือจากภายนอกด้วยโดยเฉพาะ การใช้ facilitator นอกจากนั้นยังควรพยายามทำให้ การติดตามและประเมินผลเป็นงาน ประจำขององค์กรชุมชนและของคนที่ ทำงานในโครงการด้วย

8 การประสานกับภายนอกอาจมีกลไก คือ ► ช่วยสร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม แบบสร้างสรรค์ ► ช่วยให้ผู้ได้รับผลประโยชน์และไม่ได้ มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ ► ช่วยให้มีการนำผลการติดตามไปใช้ เพื่อทำให้องค์กรชุมชนเข้มแข็ง

9 9 แนวคิดหลักของการประเมิน โครงการพัฒนา การประเมิน หมายถึง การแสวงหา คุณค่าของสิ่งที่ได้ดำเนินการไป บทเรียนที่ได้จากการประเมิน นำมาใช้ในการปรับปรุงงานใน อนาคต ในโครงการพัฒนาการประเมินให้ คำนึงถึง คน สังคมและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวใจ

10 10 แนวคิดหลักของการประเมิน โครงการพัฒนา (ต่อ) การประเมินควรครอบคลุมทุก ด้านที่เกี่ยวข้องและลึกซึ้ง ทำแบบเป็นระบบ มีแผนก่อนการ ประเมิน วิธีการประเมินควรมีหลากหลาย เหมาะสม

11 11 คำที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน Appraisal การติดตาม และการประเมิน เป็นคำที่ใช้กันค่อนข้างสับสน ในการพัฒนา Appraisal ของข้อเสนอ โครงการมักเกี่ยวข้องกับการ พิจารณาข้อเสนอโครงการ โปรแกรมก่อนได้รับการอนุมัติ

12 12  การติดตามและประเมินเกิดขึ้นหลังการดำเนินการ โครงการหรือโปรแกรมไปแล้วเพื่อตรวจสอบ สมรรถนะ  การติดตาม คือ การเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และ รายงานที่เป็นระบบ เป็นประจำ โดยเทียบกับแผน และเป้าหมายของโครงการหรือโปรแกรม เพื่อนำ ผลมาปรับปรุงงาน ยังไม่ให้ความสำคัญผลกระทบ มากนัก  ในขณะที่ การประเมิน ครอบคลุมไปถึง ผลกระทบ ความยั่งยืน การขยายผล ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความเกี่ยวข้องของงานด้วย

13 13 วัตถุประสงค์ของการประเมิน ขึ้นอยู่กับว่า ต้องการนำผลการประเมินไปใช้ ประโยชน์อะไร แบ่งการประเมิน เป็นสามแบบ คือ *แบบระหว่างการดำเนินการ เพื่อเป็นบทเรียนใน การปรับปรุงงานที่กำลังทำอยู่ - ในระดับโปรแกรมอาจมีการปรับแผนการ ดำเนินการ กรอบการำงาน - ในระดับโครงการอาจมีการปรับแผน หรือ จุดอ่อนไม่มากหรืออาจทั้งหมด * แบบสิ้นสุดโครงการเป็นบทเรียนสำหรับ โปรแกรมหรือโครงการใหม่ * แบบหลังการประเมินสิ้นสุดโครงการระยะหนึ่ง

14 14 แนวคิดใหม่ในการประเมิน ไม่ใช่ความจริงทั้งหมด เป็นมุมมองของผู้ ประเมินเพราะไม่มีใครมองความจริงและ เหตุผลได้ทั้งหมด การตีความจากผลแต่ละกลุ่มที่เกี่ยวข้อง อาจไม่เหมือนกัน จึงควรมีการบันทึกและ ทำความเข้าใจให้มากที่สุด การประเมิน เป็นกระบวนการทำให้เกิด พลังสำหรับผู้เกี่ยวข้อง การประเมินควรทำ ให้เกิดการปรับปรุง

15 15 ตัวบ่งชี้ที่เป็นเชิงปริมาณ ไม่ได้บอกอะไรลึกซึ้ง แต่ที่เป็นเชิงคุณภาพจะสะท้อนการเปลี่ยนแปลงที่ สำคัญ มีแนวโน้มที่จะใช้วิธีการที่มีความยืดหยุ่นและไม่ เป็นทางการมากขึ้น เช่น การสัมภาษณ์แบบกึ่ง โครงสร้าง และเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ให้ความสำคัญกับการจัดการโครงการหรือ โปรแกรมตลอดจนกระบวนการทำงานมากขึ้น การประเมินแบบเป็นช่วง ๆ เป็นทางเลือก หรือ เสริมการประเมินแบบสุดท้าย

16 16  การประเมิน ควรเป็น แบบโลกแห่ง ชีวิต คือภาพของความจริงของสังคม หรือชุมชน ความสัมพันธ์ของคนและ สิ่งแวดล้อมของสังคม เป็นองค์รวม ผู้ประเมินควรใช้วิจารณญาณของ ตนเองด้วย หลักการ และเหตุผล

17 17 หลักการและเหตุผลกับการประเมิน มีอิทธิพลต่อวัตถุประสงค์ของโครงการ และมุมมองและเกณฑ์การประเมิน ผู้ประเมินต้องเข้าใจฐานที่มาของ หลักการและเหตุผลเพื่อการประเมิน อย่างเป็นธรรม หลักการและเหตุผลต่าง ๆ ที่ผู้ดำเนินการ ยึดกับผู้ได้ผลประโยชน์ในโครงการยึด อาจไม่สอดรับกันจะกลายเป็นปัญหา ตามมา

18 18 ความคิดของผู้ประเมินเองอาจมีผลต่อ การประเมิน หลักการเหตุผลแบบทางการมักมุ่งให้ได้ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลเป็นหลัก แบบค่านิยมจะมุ่งความสอดคล้องและ ตรงประเด็น ส่วนผลกระทบอาจอยู่กับทั้งสองแบบ แบบโลกแห่งความเป็นจริงประสิทธิภาพ อาจอ่อนลง ขณะที่ผลกระทบต้องดูให้ ครอบคลุม

19 รูปแบบการประเมิน แบ่งได้ 4 ประเภทคือ รูปแบบที่ 1 4 การสรุป 3 สร้างสมมุติฐานของเหตุ - ผล 1. บันทึกสถานการณ์ 2. บันทึกสถานการณ์

20 ในรูปแบบที่หนึ่ง ไม่มีการหาข้อมูลจากกระบวนการ เป็นการนำข้อมูลก่อนและหลังมาวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลง แต่อาจมีการเก็บข้อมูลจากสนามเพิ่มเติม ส่วนใหญ่เป็นเชิงปริมาณ ข้อสรุปที่ได้จึงไม่ได้บอกถึงเหตุ-ผล แต่เป็นการสรุปจากหลักฐานที่มีโดยอาศัย การตั้งสมมุติฐานและไม่มีการตรวจสอบ (verification) เน้นประสิทธิผลและผลกระทบ

21 รูปแบบที่2 4 การสรุป 3 สร้างสมมุติฐาน ตรวจสอบความสัมพันธ์ อธิบายกระบวนการ 1.บันทึกสถานการณ์ 2. บันทึกสถานการณ์

22 ในรูปแบบที่สอง มีการตรวจสอบกระบวนการหา ความสัมพันธ์ แล้วตั้งสมมุติฐาน ทบทวนไปมาก่อน สรุปจึงได้เปรียบรูปแบบที่1 มีการแสวงหาข้อมูลเชิงคุณภาพช่วย

23 รูปแบบที่3 4 การสรุป 3 สร้างสมมุติฐาน ตรวจสอบความสัมพันธ์ อธิบายกระบวนการ 1.บันทึกสถานการณ์ 2. บันทึกสถานการณ์

24 ในรูปแบบที่สาม ไม่มีการเก็บข้อมูลสถานการณ์ก่อนโครงการ และส่วนมากเป็นเช่นนี้ การสรุปมีกระบวนการคล้ายกับในรูปแบบที่ 2 แต่ผู้ประเมินเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ ย้อนหลังก่อนโครงการ แต่มีข้อเสียคือถ้าเป็นข้อมูลย้อนหลังนาน ความถูกต้องแม่นยำอาจน้อยลง

25 รูปแบบที่ 4 4 การสรุป 3 สร้างสมมุติฐาน ตรวจสอบความสัมพันธ์ อธิบายกระบวนการ 1. บันทึกสถานการณ์ 2 บันทึกสถานการณ์

26 ในรูปแบบที่สี่ แต่ผู้ประเมินพยายามเก็บข้อมูล สถานการณ์ย้อนหลังเป็นช่วง ๆ เช่น เป็นปีกลับไปถึงก่อนโครงการ แต่ละรูปแบบมีข้อดีข้อเสียต่างกัน ขึ้นกับ  ข้อมูลพื้นฐานที่โครงการมี และ  ความถนัดของผู้ประเมิน

27 27 ประสิทธิภาพ หมายถึงปริมาณและ คุณภาพของปัจจัยออกต่อทรัพยากรที่ ใช้ไปซึ่งเป็นเรื่องการตัดสินผลิตภาพ จากปัจจัยเข้าและออก โดยอาจมีเกณฑ์จาก - ประสบการณ์งานที่คล้ายในพื้นที่ใกล้เคียง - ประสบการณ์จากที่อื่นที่มีสภาพแวดล้อม พอเปรียบเทียบกันได้ - จากการให้เหตุผลโดยมีทฤษฏีรองรับ

28 28 ประสิทธิผล หมายถึง การประเมินผล (ปัจจัยออก) ที่ได้มาจากปัจจัยเข้าว่าทำให้ เกิดอะไรขึ้นบ้างตามแผนที่วางไว้ และมีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดผลกระทบ อะไร คือ พิจารณาวัตถุประสงค์ระยะสั้น (immediate) ในกรณีที่ประสิทธิผลไม่ได้ระบุไว้ในโครงการ ผู้ประเมินต้องพิจารณาสร้างขึ้นภายในกรอบ ของโครงการเพื่อใช้ในการวิเคราะห์

29 29 ความเหมาะสม หมายถึง โครงการเองจะ ตอบปัญหาการวิจัยหรือพัฒนาตรง ประเด็นตามความสำคัญหรือไม่ซึ่งรวมถึง กิจกรรม ผลของกิจกรรมและผลกระทบ โดยเฉพาะจากมุมมองของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย เป็นตัวเสริมกับประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ผลกระทบ หมายถึง ผลระยะยาว และ ส่วนมากโดยทางอ้อม ทั้งทางบวกและลบ และรอบด้าน โดยเฉพาะจากมุมมองของ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

30 30 ความยั่งยืน หมายถึง ความต่อเนื่องของโครงการ หรือ กิจกรรม หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงในทางบวก หลังจากโครงการจบลงแล้ว แต่ก็อาจมีการประเมินหลังจากจบ โครงการในระยะเวลาต่าง ๆ เพื่อ ตรวจสอบความต่อเนื่องหรือผลกระทบ

31 31 มีแนวทางการพิจารณา คือ ☼ การดูแลรักษาปัจจัยทางกายภาพที่เกิดขึ้น ☼ การใช้งาน อาจเป็นปัจจัยทางกายภาพ หรือ ทางคุณภาพ เช่น ความรู้ ☼ ความสามารถในการวางแผนการจัดการซึ่ง อาจนำไปใช้ในโครงการอื่นด้วย ☼ การผลิต ☼ การต่อเนื่องของผลกระทบ เช่น สุขภาพ อนามัย การอยู่ดีมีสุข ☼ การขยายผล โดยผลจากโครงการ

32 32 ในการประเมินโครงการในชุมชนใดอาจมีหลาย โครงการดำเนินอยู่หรือจบไปแล้วควรพิจารณาด้วย ว่ามีผลข้ามกันหรือไม่อย่างไร การขยายในแหล่งอื่น หมายถึง ความเป็นไปได้ใน การขยายโครงการไปในแหล่งหรือชุมชนอื่น ภายหลังซึ่งอาจไม่จำเป็นในหลายกรณี การวิเคราะห์งบประมาณ ค่าใช้จ่ายอาจทำได้หลาย รูปแบบ อาจมีเรื่องของค่านิยมเข้ามาเกี่ยวข้องทำให้ ตัดสินยาก วิธีการที่ใช้กันมากคือการวิเคราะห์อัตราระหว่างผล ที่ได้ (benefit) ต่อค่าใช้จ่าย (Cost) เป็นการ พิจารณาระหว่างผลที่เกิดจากการใช้จ่ายเงินไปหรือ ผลกระทบกับเงินที่ใช้จ่ายไป

33 33 สิ่งที่น่าสนใจในการประเมินอีกประเด็นหนึ่ง คือ เรื่องของ การไหลของสารสนเทศ ข้อมูล ปัจจัย การผลิต เงิน ผลผลิต ความรู้ วิธีการ อื่น ๆ ในการดำเนินโครงการว่า ไปไหน มี ผลอย่างไร ช่วงไหน โดยเฉพาะมีผลทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงกลไกการ feedback การติดตามและ ประเมินผลก็เป็นกลไก การ feedback อย่างหนึ่ง

34 34 การเปลี่ยนแปลงทางสังคมจากภายใน สิ่งสำคัญในการประเมินโครงการพัฒนา คือ การตรวจสอบ 1. การเปลี่ยนแปลงความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะการแสวงหาปัจจัย หรือ ตัวบ่งชี้เพื่อ การตัดสินใจที่เป็นที่ยอมรับของสังคมนั้น ๆ 2. การเปลี่ยนแปลง ควรเกิดจาก พลังภายใน ของประชาชนเอง มิใช่เป็นการบีบบังคับ หรือจำยอมด้วยกลวิธีจากภายนอก

35 35 การประเมินการใช้งบประมาณ การใช้งบของ องค์กรอาจพิจารณาจาก หลายมุมมอง ◘ การจัดความเร่งด่วน ◘ การใช้งบร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ◘ ระบบการจัดสรร ◘ การตัดสินใจ ◘ กฎระเบียบ ข้อจำกัด ◘ การแก้ปัญหา ◘ แหล่งทุน การหาทุน ◘ ความคุ้มค่า

36 36 การประเมินงานพัฒนาชุมชน เป็นการประเมิน โดยเน้นคนเป็นศูนย์กลางและ องค์กรชุมชน โดยอาจครอบคลุมหลายประเด็น และ เน้นการมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการ พิจารณาก่อน การประเมินว่าเป็นประเภทใด คือ ◘ เป็นโครงการที่ชุมชนนำการเปลี่ยนแปลงเอง ◘ เป็นโครงการที่องค์กรหรือคนภายนอกมีส่วนช่วย ◘ เป็นโครงการที่องค์กรภายนอกทำเองเกือบทั้งหมด การเข้าใจประเภทของโครงการจะช่วยให้การ ประเมินการวางแผนประเมินเหมาะสม

37 37 กระบวนการทำแผนกลยุทธ์ 1.เตรียมการ 1.1 บุคลากร 1.2 ประชุม - ผู้อำนวยการ- แนะนำกระบวนการ - ผู้ประสาน- แบ่งงาน - จัดทีม 2. เก็บข้อมูล - แต่ละคนของทีมรับงาน 3. วิเคราะห์ - ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง - ทั้งทีมประชุมร่วมกันเราอยู่ที่ไหน 4.ทำแผน - ทุกคนในทีม นอกสถานที่- วัฒนธรรม - ค่านิยมขององค์กร- วิสัยทัศน์ - นโยบาย - ภาระหน้าที่ -ปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ - ผลสำคัญที่จะได้รับ- จุดมุ่งหมาย เราจะเป็นอะไร ไปทางไหน - กลยุทธ์ที่จะไปให้ได้- กลวิธี - แผนดำเนินงาน (ร่าง) - การควบคุม - ร่วมกันไตร่ตรอง ประชุมในสถานที่ - ทำแผนดำเนินการ- สรุปแผน เราจะเป็นอะไร ไปทางไหน ได้อย่างไร 5. ดำเนินการ 6. ควบคุมให้เป็นไปตามแผนและประเมิน ทำเป็นแผนเวลา Mental model ขององค์กร รูปแบบองค์กรในความฝัน -เราอยู่ที่ไหน เป็นอย่างไร -เราจะเป็นอะไร ไปทางไหน - เราจะเป็นอะไร ไปทางไหน ได้ อย่างไร ไม่ใช่ one/ way /one round

38 38 วิธีการ ที่ใช้ในการประเมิน

39 39 วิธีการที่ใช้ในการประเมิน ประเภทของข้อมูล แบ่งได้เป็น ข้อมูลปฐมภูมิ คือ ข้อมูลได้โดยตรงจากผู้ที่ เกี่ยวข้องเป็นข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ความคิดเห็น การตัดสินใจ และอาจได้มาจากการสังเกตไป พร้อม ๆ กับการเก็บข้อมูลแต่การสรุปต้องทำด้วย ความระมัดระวัง

40 40 ข้อมูลทุติยภูมิ คือ ข้อมูลที่มีการวิเคราะห์ มาบ้างแล้ว ที่มีผู้บันทึกไว้ในรูปของเอกสาร หรือสื่ออื่น ๆ แหล่งที่มาและความน่าเชื่อถือจึงเป็น เรื่องสำคัญในบางกรณีอาจได้ข้อมูล แบบฟอร์มที่บันทึกแต่ยังไม่มีการวิเคราะห์

41 41 การประเมินเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ : ความแตกต่างระหว่างการประเมินสองรูปแบบมี ดังนี้ เชิงปริมาณเชิงคุณภาพ การสรุปปรากฏการแบบกว้างสู่ แคบหรือเฉพาะ (deductive) หน่วยการเก็บตัวอย่างถูกเลือก หรือตัดสินมาก่อน การออกแบบการประเมินถูก กำหนดมาก่อนและมักไม่เปลี่ยน การได้มาของข้อมูลเป็นวิธีการ เดียว เป็นการศึกษากรณีต่าง ๆ เพื่อ เปรียบเทียบหาข้อสรุป การเก็บตัวอย่างบนฐานการ ตัดสินใจของทีมผู้ประเมินและ ความชำนาญ การออกแบบการประเมิน ยืดหยุ่นได้ การได้ข้อมูลด้วยหลายวิธีและ หลายเครื่องมือ

42 42 เชิงปริมาณเชิงคุณภาพ ลดขอบเขตการประเมิน ให้อยู่ภายใต้การ ควบคุมทางสถิติได้ มักพิจารณาเปรียบ เทียบจุดของเวลา ก่อนหลัง ไม่มีกระบวนการ บันทึกข้อมูลใน แบบฟอร์มที่ออกแบบ มาก่อน การตรวจสอบ ความสัมพันธ์โดยสถิติ วิเคราะห์โดยผู้ชำนาญ ปรับให้มีขอบเขตครอบคลุม และปัจจัยซับซ้อน เน้นกระบวนการ การบันทึกข้อมูลมี หลากหลายรูปแบบ ตรวจสอบความสัมพันธ์โดย เหตุ-ผลและตีความ มีส่วนร่วมของผู้ไม่ชำนาญ ได้

43 43 การเก็บข้อมูลเชิงปริมาณ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณในการ ประเมินทำเพื่อ  ตรวจสอบประสิทธิผล และ  ผลกระทบ แต่อาจมีข้อมูลเชิงคุณภาพบางอย่างช่วย เช่น การเกี่ยวโยงกับความเหมาะสมของ โครงการหรือกิจกรรมของโครงการหรือ ความยั่งยืน

44 44 นอกจากนี้ยังต้องวิเคราะห์ผลประโยชน์ ต่อต้นทุนและต้นทุนต่อประสิทธิผลด้วย แต่ก็เป็นเครื่องมือการคำนวณค่าทางเศรษฐกิจ การวิเคราะห์ผลประโยชน์ต่อต้นทุนไม่ใช่ ประสิทธิภาพซึ่งเป็นเรื่องของปัจจัยเข้าและออก และการวิเคราะห์ต้นทุนต่อประสิทธิผล รวมถึงผลประสิทธิผล และ / หรือ ผลกระทบ การประเมินแบบนี้ใช้แบบสอบถามเป็นหลัก

45 45 อาจเลือกตัวอย่างแบบสุ่ม จากกลุ่มที่ได้รับ ผลประโยชน์ที่แตกต่างกัน หรือ การสุ่มเลือกกลุ่มที่ได้รับผลประโยชน์และ กลุ่มที่ไม่ได้รับผลประโยชน์ ที่มีฐาน คล้ายกันก่อน โครงการแล้วเลือกตัวแทน จากกลุ่มต่าง ๆ อีกที ทำโดยไม่ต้องมีกลุ่มที่ไม่ได้ผลประโยชน์ ต่อเนื่อง ในการประเมินแบบนี้ต้องเน้นการ เปลี่ยนแปลงระหว่างต้นและปลายโครงการ การออกแบบเพื่อเลือกตัวอย่าง

46 46 การวิเคราะห์ผลประโยชนต่อต้นทุน ต้อง พิจารณาถึงต้นทุนทางโอกาสด้วย การ คำนวณต้นทุนมักไม่ค่อยมีปัญหาแต่ ผลประโยชน์ทั้งรูปธรรมและนามธรรมและ ความหลากหลายทำให้คำนวณยาก การวิเคราะห์ต้นทุนต่อประสิทธิผล คล้ายกับ การวิเคราะห์ผลประโยชน์ต่อต้นทุน ยกเว้น การคำนวณในทางการเงินทำเฉพาะในส่วน ของต้นทุน ผลประโยชน์แสดงในรูปของหน่วย ปัจจัยออกโดยตรงซึ่งก็ทำยาก แต่ก็มีวิธีการ หลักที่ควรศึกษาเพิ่มเติม

47 47 การประเมินเชิงคุณภาพ ในการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ จำเป็นต้องมีข้อมูล ตัวเลขเสริมด้วย เพื่อให้มีความน่าเชื้อถือเพิ่มขึ้น โดยทั่วไปการประเมินแบบนี้ ใช้ในสถานการณ์ ไม่สามารถใช้วิธีการสถิติในส่วนของผู้ได้รับผล เมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดจากกระบวนการที่ ซับซ้อน ผลกระทบที่ซับซ้อน การวิเคราะห์ความเหมาะสมที่มีการตัดสินด้วย ค่านิยม การวิเคราะห์ความยั่งยืนและโอกาสการขยายผล ทำที่อื่น ความเที่ยงตรงไม่ใช่สาระสำคัญ การศึกษาเบื้องต้น

48 48 วิธีการเชิงคุณภาพ อาจแบ่งได้ดังนี้ การสัมภาษณ์แบบลึก การใช้แบบสอบถาม การสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง การประเมินแบบเร่งด่วน การประเมินแบบมีส่วนร่วม ปฏิบัติการกลุ่มเฉพาะประเด็น อื่น ๆ วิธีการเหล่านี้มีรายละเอียดที่ต้องศึกษา เพิ่มเติม

49 หลังจากการประเมินควรติดตาม การสะท้อนกลับของการวิจารณ์ รายงานฉบับร่างเพื่อทำให้สมบูรณ์ การเผยแพร่ของรายงาน การสะท้อนกลับของการวิจารณ์ รายงานฉบับสมบูรณ์ การเผยแพร่ในวงกว้าง

50 การใช้ผลรายงานในการจัดการ การทบทวนงานที่ผ่านมาว่าสอดคล้องกับ รายงานหรือไม่ เพื่อปรับปรุง มองดูอนาคตว่าควรมีกลยุทธ์อะไรบ้าง เสนอโครงการหรือโปรแกรมใหม่ ทำแผนการทำงานสำหรับปีต่อไปที่ ครอบคลุมงานเก่า จัดลำดับความสำคัญของงานที่จะทำในปี ต่อ ๆ ไป


ดาวน์โหลด ppt การประเมินการสร้างความเข้มแข็ง ( Empower/participatory Evaluation) ผศ.ดร.ดุษฎี อายุวัฒน์ สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google