งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Group in org.1. 2 ความหมา ย กลุ่ม ( Group ) กลุ่มประกอบด้วยบุคคล สองคนหรือมากกว่า โดย บุคคลเหล่านั้นจะมีการ ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน และต้อง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Group in org.1. 2 ความหมา ย กลุ่ม ( Group ) กลุ่มประกอบด้วยบุคคล สองคนหรือมากกว่า โดย บุคคลเหล่านั้นจะมีการ ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน และต้อง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 group in org.1

2 2 ความหมา ย กลุ่ม ( Group ) กลุ่มประกอบด้วยบุคคล สองคนหรือมากกว่า โดย บุคคลเหล่านั้นจะมีการ ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน และต้อง พึ่งพาอาศัยกัน เพื่อให้การ ทำงานเป็นไปตาม เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ ร่วมกัน

3 group in org.3 การเกิดของ กลุ่ม 1. ทฤษฎีความใกล้ชิด ( Propinquity Theory ) เชื่อว่า คนมารวมกลุ่มเพราะ มีความรักชอบพอสนิทสนม กัน ( affiliation ) มีความใกล้ชิดกันทาง กายภาพ

4 group in org.4 2. ทฤษฎีของโฮแมนส George Homans เชื่อว่า ปัจจัยที่ทำให้คนมารวมกลุ่ม คือ มีกิจกรรม ( activities ) มีปฏิกิริยาตอบโต้กัน ( interaction ) มีความรู้สึกในใจร่วมกัน ( sentiments )

5 group in org.5 3. ทฤษฎีสมดุล ( Balance Theory ) เชื่อว่าบุคคลมารวมกลุ่มกัน เพราะ มีแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน มีเจตคติที่คล้ายคลึงกัน มีความใกล้ชิดกัน

6 group in org.6 ประเภทของกลุ่ม 1. กลุ่มปฐมภูมิและกลุ่มทุติยภูมิ กลุ่มปฐมภูมิ ( primary group ) ขนาดค่อนข้างเล็ก ใช้การสื่อสารแบบ เผชิญหน้า มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด กลุ่มทุติยภูมิ ( secondary group ) ขนาดใหญ่ มีความเป็น กันเองน้อยกว่า การสื่อสารมักเป็นเรื่องของ งาน

7 group in org.7 2. กลุ่มรูปนัยและกลุ่มอรูปนัย กลุ่มรูปนัย ( formal group ) มีวัตถุประสงค์หรือ เป้าหมาย มีการกำหนดตำแหน่งและ ภาระหน้าที่ กลุ่มอรูปนัย ( informal group ) สมาชิกอยู่ร่วมกันเพื่อ ตอบสนองความสนใจ เกิดขึ้นโดยสมัครใจ / เป็น ธรรมชาติ

8 group in org.8 ลักษณะกลุ่มรูปนัยกลุ่มอรูปนัย 1. วัตถุประสง ค์หลัก. 2. ที่มา 3. อิทธิพลที่ มีต่อสมาชิก 4. การ ติดต่อสื่อสา ร.. …. 5. ผู้นำ 6. ความสัมพัน ธ์ระหว่าง บุคคล ประสิทธิผล, ประสิทธิภาพ การ บริการ วางแผนโดย องค์การ อำนาจหน้าที่ตาม ตำแหน่ง รางวัล เป็นตัวเงิน จากระดับการ บังคับบัญชาบนลง ล่าง ใชช่อง ทางการสื่อสารเป็น ทางการ แต่งตั้งโดย องค์การ เกิดจากงานหรือ แบบแผนการไหล ของงาน ความพึงพอใจของ สมาชิก, ความ ปลอดภัยของ สมาชิก เป็นไปโดย ธรรมชาติ บุคลิกภาพ. แบบเถาองุ่น การ สื่อสารใช้ทุก ช่องทาง. เกิดขึ้นโดยกลุ่ม เกิดขึ้นโดย ธรรมชาติ ………. ลักษณะสำคัญของกลุ่มรูปนัย และกลุ่มอรูปนัย

9 group in org.9 พัฒนาการของกลุ่ม ขั้นตอนที่ 1 การรวมตัว ขั้นตอนที่ 2 การระดม ความคิด ขั้นตอนที่ 3 การกำหนด บรรทัดฐาน ขั้นตอนที่ 4 การ ดำเนินงาน ขั้นตอนที่ 5 การสลายตัว

10 group in org.10 หน้าที่ของกลุ่ม 1. หน้าที่ที่เป็นทางการ 2. หน้าที่ทางจิตวิทยา ความมั่นคง ความเป็นพวกพ้อง การยกย่อง ความรู้สึกมีอำนาจ ทำให้เป้าหมาย บรรลุผล 3. หน้าที่ผสม

11 group in org.11 โครงสร้างของกลุ่ม 1. สถานภาพ ( status ) ความมีอาวุโส ( seniority ) ทักษะ / ความเชี่ยวชาญ (skill / expert ) 2. บทบาท ( role ) การบรรยายลักษณะงาน ( job description ) กฎระเบียบขัอบังคับ ( regulations ) เกณฑ์ ( criteria )

12 group in org ปทัสถาน ( norm ) สรุปกระบวนการอิทธิพลของ กลุ่ม ปรับใช้กับพฤติกรรมมากว่า ความคิดเห็น ปรับใช้กับพฤติกรรมที่ สมาชิกส่วนใหญ่เห็นว่า สำคัญ มีบางปทัสถานที่นำมาปรับใช้ อย่างเท่าเทียมกันปทัสถานมี การพัฒนาอย่างช้า ๆ เป็นไป อย่าง ละเอียดอ่อน

13 group in org.13 พฤติกรรม ภายในกลุ่ม 1. พฤติกรรมแบบมุ่ง งาน 2. พฤติกรรมแบบมุ่ง บำรุงรักษา 3. พฤติกรรมแบบมุ่ง ตนเอง

14 group in org.14 ปัจจัยที่กระทบพฤติกรรม กลุ่ม 1. บุคลิกลักษณะของ บุคคล 2. ภาวะการเป็นผู้นำ 3. ขนาดของกลุ่ม 4. ความสามัคคีรวมกันของ กลุ่ม 5. การตัดสินใจของกลุ่ม 6. ความล้มเหลวที่อาจ เกิดขึ้นจากกลุ่ม 7. การปฏิบัติของนักบริหาร ต่อกลุ่ม

15 group in org.15 แรงยึดเหนี่ยวของกลุ่ม แรงยึดเหนี่ยวของกลุ่ม ( group cohesiveness ) เป็นระดับความ จงรักภักดีและความผูกพันของ สมาชิกที่มีต่อกลุ่ม / เป้าหมาย กลุ่ม มีปัจจัยที่มีอิทธิพล 4 ประเภท คือ 1. ภัยคุกคามจากภายนอก 2. ประวัติความเป็นมาของกลุ่ม 3. เป้าหมายที่เกี่ยวข้องกัน 4. การบรรลุเป้าหมาย


ดาวน์โหลด ppt Group in org.1. 2 ความหมา ย กลุ่ม ( Group ) กลุ่มประกอบด้วยบุคคล สองคนหรือมากกว่า โดย บุคคลเหล่านั้นจะมีการ ติดต่อสื่อสารระหว่างกัน มีปฏิสัมพันธ์กัน และต้อง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google