งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ระเบียบวิธีวิจัย RESEARCH METHODOLOGY : ตัวแปรการวิจัย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ระเบียบวิธีวิจัย RESEARCH METHODOLOGY : ตัวแปรการวิจัย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 ระเบียบวิธีวิจัย RESEARCH METHODOLOGY : ตัวแปรการวิจัย

3 ความหมายข้อมูลและตัวแปร ข้อมูล (Data) คือ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือสิ่งที่แสดงถึง สถานภาพ สถานการณ์ หรือปรากฏการณ์ โดยอาจอยู่ในรูปตัวเลขที่ ประมวลผลหรือข้อความที่ใช้เนื้อหาพิจารณา ตัวแปร (Variable) คือ ข้อมูลที่ได้จากการสังเกต วัด สอบถามจากหน่วยที่ศึกษา ค่าของ ตัวแปร คือข้อมูล สาเหตุที่ข้อมูลแตกต่างกัน 1. คุณลักษณะที่แตกต่างกันของบุคคลหรือสิ่งนั้น 2. เวลาที่แตกต่างกัน 3. สถานที่แตกต่างกัน

4 ประเภทของข้อมูล ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) -ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) -ข้อมูลใดๆ ที่เก็บจากแหล่งกำเนิด/ เจ้าของข้อมูลโดยตรง ซึ่งผู้วิจัยต้องเก็บขึ้นมาใหม่เพื่อวัตถุประสงค์ ของการวิจัยนั้นโดยเฉพาะ ไม่ใช่ เป็นการรวบรวมสถิติหรือข้อมูลที่ ผู้อื่นได้ทำการเก็บรวบรวมมา ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) -ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) - ข้อมูลต่างๆ ที่มีอยู่แล้ว ซึ่ง อาจจะอยู่ในรูปข้อมูลดิบที่ผู้อื่นรวบรวมไว้แล้ว /ข้อมูลที่ผ่านกรรมวิธี ทางข้อมูล (Data Processing) หรือการวิเคราะห์ (Data analysis) 1. แบ่งตามแหล่งที่มา

5 2. แบ่งตามระดับการวัด ข้อมูลระดับกลุ่ม/ประเภท (Nominal หรือ Categorical Scale) –ข้อมูลระดับกลุ่ม/ประเภท (Nominal หรือ Categorical Scale) – เป็นการแบ่งกลุ่มโดยถือว่าแต่ละหน่วยมีความเสมอภาคกัน/เท่า เทียมกัน (Equivalence) - สมาชิกกลุ่มเดียวกันมีความเท่าเทียมกัน คุณสมบัติและค่าเหมือนกัน - ตัวเลข/สัญลักษณ์ที่กำหนดเป็นกลุ่มมีลักษณะเป็นชื่อ (Name) - ไม่สามารถนำมาคำนวณเชิงปริมาณ + - X / - ตัวเลข/สัญลักษณ์ที่กำหนดให้แทนกลุ่มใด จะต้องใช้ตลอดไป - ตัวเลข/สัญลักษณ์มีคุณสมบัติเชิงคุณภาพและไม่ต่อเนื่อง Ex : - เพศ: ชาย: หญิง - สถานภาพสมรส: โสด : สมรส : แยก/หย่า : หม้าย

6 2. แบ่งตามระดับการวัด ข้อมูลระดับอันดับ (Ordinal Scale)ข้อมูลระดับอันดับ (Ordinal Scale) – เป็นข้อมูลที่แต่ละกลุ่มแสดง ความแตกต่างว่า มากกว่า น้อยกว่า ดีกว่า หรือแย่กว่า แต่ไม่ สามารถบอกปริมาณความแตกต่างกว่ากันเท่าไหร่ ข้อมูลระดับช่วง (Interval)ข้อมูลระดับช่วง (Interval) - ข้อมูลในระดับนี้ในแต่ละกลุ่มจะแสดง ความแตกต่างได้ และสามารถบอกปริมาณได้ว่าเท่าไหร่ ข้อมูลระดับอัตราส่วน (Ratio)ข้อมูลระดับอัตราส่วน (Ratio) - เป็นข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะ สามารถบอกความแตกต่างหรือเปรียบเทียบความแตกต่างได้ เช่น ความสูง น้ำหนัก เป็นต้น

7 3. แบ่งตามลักษณะของข้อมูล ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) -ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) - เป็นข้อมูล ที่แสดงได้ว่ามีค่ามากหรือน้อย แสดงค่าเป็นตัวเลขได้ ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) -ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) - เป็นข้อมูล ที่อยู่ในรูปของข้อความ

8 4. แบ่งตามช่วงเวลาอ้างอิง ข้อมูลอนุกรมเวลา (Time Series Data)-ข้อมูลอนุกรมเวลา (Time Series Data) - ข้อมูลที่ เกิดขึ้นตามคาบเวลาต่างๆ ที่ต่อเนื่องกันเป็นช่วงเวลา หนึ่ง เช่น ยอดขายสินค้ารายเดือน 5 ปี ย้อนหลัง ข้อมูลภาคตัดขวาง (Cross Sectional Data)ข้อมูลภาคตัดขวาง (Cross Sectional Data) – เป็น ข้อมูล ณ จุดใด จุดหนึ่งของเวลา เช่น จำนวนลูกค้า ณ วันที่ 1 มกราคม 2551

9 ตัวแปรอิสระ (Independent variable) -ตัวแปรอิสระ (Independent variable) - ตัวแปรที่ เกิดขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีตัวแปรอื่นเกิดขึ้นมาก่อน ตัวแปรตาม (Dependent variable)ตัวแปรตาม (Dependent variable) - ตัวแปรที่เป็น ผลมาจากการเกิดขึ้นของตัวแปรอื่น ประเภทตัวแปร ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 1. แบ่งตามอิทธิพลของตัวแปร

10 ตัวแปรจัดกระทำได้ (active variable) -ตัวแปรจัดกระทำได้ (active variable) - ตัวแปรที่ ผู้วิจัยสามารถจัดกระทำได้ Ex. วิธีการสอนวิจัย ตัวแปรจัดกระทำไม่ได้ (attribute variable)ตัวแปรจัดกระทำไม่ได้ (attribute variable) - ตัวแปร ที่เป็นคุณลักษณะ/ที่มีอยู่เดิม โดยจัดกระทำไม่ได้แต่ ควบคุมได้ด้วยวิธีการทางสถิติ Ex. เพศ สีผิว 2. แบ่งตามการจัดกระทำของตัวแปร

11 ตัวแปรแทรกซ้อน (Extraneous variable)-ตัวแปรแทรกซ้อน (Extraneous variable)- ตัวแปร ที่ผู้วิจัยไม่ต้องการศึกษา แต่มีอิทธิพลต่อตัวแปรที่ วิจัย โดยผู้วิจัยทราบล่วงหน้าและพยายามควบคุม Ex. ตัวแปรที่ต้องการศึกษา X และ Y แต่ Z เป็น ตัวแปรแทรกซ้อนที่ไม่ต้องการศึกษา แต่มีผลต่อ X และ Y X Y Z 3. แบ่งตามภาวะการแทรกซ้อนของตัวแปร

12 ตัวแปรสอดแทรก (Intervening variable)-ตัวแปรสอดแทรก (Intervening variable)- ตัวแปร ที่ผู้วิจัยไม่ต้องการศึกษา แต่มีอิทธิพลต่อตัวแปรที่ วิจัย โดยผู้วิจัยไม่ทราบล่วงหน้า ตัวแปรที่ต้องการศึกษา X และ Y แต่ Z เป็นตัวแปรสอดแทรก X Z Y 3. แบ่งตามภาวะการแทรกซ้อนของตัวแปร

13 ตัวแปรกดดัน (Suppressive variable)-ตัวแปรกดดัน (Suppressive variable)- ตัวแปรที่ ผู้วิจัยไม่ต้องการศึกษา แต่มีอิทธิพลต่อตัวแปร อิสระให้เกิดผลกับตัวแปรตามตามมา ตัวแปรที่ต้องการศึกษา X และ Y แต่ Z เป็นตัวแปรกัดดันที่มีผลต่อตัวแปร X Z X Y 3. แบ่งตามภาวะการแทรกซ้อนของตัวแปร

14 ตัวแปรต่อเนื่อง (Continuous variable)-ตัวแปรต่อเนื่อง (Continuous variable)- ตัวแปรที่มี ค่าอย่างต่อเนื่อง เช่น ความสูง ความยาว น้ำหนัก ระยะทาง ฯลฯ ที่มีค่าทศนิยมติดต่อกัน Ex - ระยะทาง 1-2 หน่วยเป็น กม. ค่าอาจจะ เกิดขึ้นได้ตั้งแต่ จนถึง 2.0 ตัวแปรไม่ต่อเนื่อง (Discrete variable)-ตัวแปรไม่ต่อเนื่อง (Discrete variable)- ตัวแปรที่มี ค่าเป็น ไปได้ขาดตอน เช่น เพศ = ชาย หญิง - ค่าวัดได้ 2 ค่า Dichotomous Variable เพศ - ค่าวัดได้มากกว่า 2 ค่า Polychotomous Variable สีผิว 4. แบ่งตามความต่อเนื่องของค่าตัวแปร

15 5. แบ่งตามการคัดเลือกตัวแปร ตัวแปรมาตรฐานตัวแปรมาตรฐาน หรือตัวแปรที่ไม่มีความหมายเชิง นโยบาย เช่น คุณสมบัติทางเศรษฐกิจ สังคมและ ประชากร เช่น เพศ อายุ สถานภาพสมรส อาชีพหลัก อาชีพรองและระดับการศึกษา ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ บุคคลที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตัวแปรเชิงนโยบายตัวแปรเชิงนโยบาย เป็นตัวแปรที่สามารถเปลี่ยนแปลง ได้โดยใช้มาตรการต่างๆ เช่น การมีส่วนร่วมในกิจกรรม บางประเภท การได้รับฟังข่าวสาร การใช้เวลาว่าง

16 ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ที่มาและเหตุผลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่มาและเหตุผลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร รูปแบบของความสัมพันธ์รูปแบบของความสัมพันธ์ ทิศทางของความสัมพันธ์ทิศทางของความสัมพันธ์

17 รูปแบบความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์อสมมาตรความสัมพันธ์อสมมาตร - ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตัวที่มีทิศทางไปในทางเดียวกันเท่านั้น (Asymmetrical relationship) XYXY ความสัมพันธ์สมมาตร - ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตัวที่ ผู้วิจัยไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่า ตัวแปรใดเป็น ตัวแปรอิสระและตัวแปรตามทราบแต่ว่าทั้ง 2 ตัวแปรมี ความสัมพันธ์กัน (Symmetrical relationship) XYXY

18 ความสัมพันธ์แบบตอบโต้ - คล้ายอสมมาตร โดย ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร 2 ตัวมีผลต่อกัน แต่ไม่มี ตัวใดเป็นอิสระตลอดไป (Interactive relationship) XYXY ความสัมพันธ์เชิงเส้นตรง - อาจจะเป็นอสมมาตร สมมาตรหรือตอบโต้ แต่รูปแบบการเปลี่ยนค่าของตัว แปรตามและตัวแปรอิสระ มีลักษณะเส้นตรง (Linear relationship) รูปแบบความสัมพันธ์

19 รูปแบบความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์เชิงเส้นโค้งความสัมพันธ์เชิงเส้นโค้ง - อาจจะเป็นอสมมาตร สมมาตร ตอบโต้แต่รูปแบบการเปลี่ยนค่าของตัวแปร หนึ่งเปลี่ยนไป ค่าของตัวแปรตามจะเปลี่ยนแปลงตามไป ในรูปแบบหนึ่ง แต่ไม่ตลอดเส้นความสัมพันธ์ (Curvilinear relationship) ความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล - ความสัมพันธ์ระหว่างตัว แปร 2 ตัว ตัวแปรหนึ่งเป็นอิสระเป็นสาเหตุการ เปลี่ยนแปลงตัวแปรตาม (Causal relationship)

20 รูปแบบความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เชิงเหตุและผลความสัมพันธ์ที่ไม่ใช่เชิงเหตุและผล - ความสัมพันธ์ ระหว่าง ตัวแปร 2 ตัว แต่ระบุไม่ได้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่รู้ว่าสัมพันธ์กัน (Non-causal relationship)ทิศทางความสัมพันธ์ ความสัมพันธ์เชิงบวก (Positive relationship) ความสัมพันธ์เชิงลบ (Negative relationship)


ดาวน์โหลด ppt ระเบียบวิธีวิจัย RESEARCH METHODOLOGY : ตัวแปรการวิจัย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google