งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 อัลกอริทึม และการแก้ปัญหาโจทย์ทางคอมพิวเตอร์ สุธิดา ชัยชมชื่น

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 อัลกอริทึม และการแก้ปัญหาโจทย์ทางคอมพิวเตอร์ สุธิดา ชัยชมชื่น"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 อัลกอริทึม และการแก้ปัญหาโจทย์ทางคอมพิวเตอร์ สุธิดา ชัยชมชื่น

2 2 อัลกอริทึม (Alogorithms) หมายถึง กลุ่มของขั้นตอนหรือกฎเกณฑ์ (list of steps/ a set of rules) ที่จะนำพาไปสู่การ แก้ปัญหาได้ หมายถึง ขั้นตอนวิธีซึ่งจะอธิบายว่างาน ๆ นั้นทำ อย่างไร โดยจะประกอบด้วยชุดลำดับเป็นขั้น เป็นตอนที่ชัดเจน และรับประกันว่าเมื่อได้ปฏิบัติ ถูกต้องตามขั้นตอนจนจบ ก็จะได้ผลลัพธ์ที่ ถูกต้องตามต้องการ

3 3 ตัวอย่างอัลกอริทึม : การล้างรถ รูปแบบการล้างรถ ฉีดน้ำล้างรถให้ทั่วเพื่อขจัดฝุ่น และเศษดิน ทรายต่าง ๆ ออก ผสมแชมพูล้างรถ 1 ฝาต่อน้ำ ครึ่งถึง นำฟองน้ำชุบน้ำที่ผสมแชมพู เช็ดทำ ความสะอาดให้ทั่ว ฉีดน้ำล้างให้สะอาด ใช้ผ้า นุ่ม ๆ หรือผ้าชามัวร์ที่สะอาดเช็ดให้แห้ง

4 4 ตัวอย่างอัลกอริทึม : การเคลือบสีรถ รูปแบบการเคลือบสีรถ ล้างรถ (นำอัลกอริทึมรูปแบบการล้างรถมาใช้) นำฟองน้ำจุ่มน้ำยาเคลือบสีรถ ป้ายบนตัวถังรถ ด้วยการวนเป็นก้นหอยให้ทั่วตัวถังรถ ปล่อยให้ แห้งสักพักหนึ่ง เช็ดด้วยผ้านุ่ม ๆ ที่สะอาด

5 5 ตัวอย่างอัลกอริทึม : แสดงเลขคู่ 1-20 อัลกอริทึมแสดงเลขคู่จากเลขจำนวนเต็ม 1-20 ขั้นตอนที่ 1 : กำหนดให้ num มีค่าเท่ากับ 1 ขั้นตอนที่ 2 : กำหนดให้ ans = num MOD 2 ขั้นตอนที่ 3 : ถ้าคำตอบของ ans เท่ากับศูนย์ ให้แสดงค่า num ทางจอภาพ

6 6 ตัวอย่างอัลกอริทึม : แสดงเลขคู่ 1-20 ขั้นตอนที่ 4 : ตรวจสอบค่า num ถ้าค่า num <> 20 ให้ num = num+1 ไป ทำขั้นตอนที่ 2 ถ้าค่า num = 20 จบการทำงาน

7 7 วิธีการสร้างอัลกอริทึม 1.การบรรยาย (Narrative Description) เป็นการใช้คำพูดบรรยายออกมาเป็น ตัวอักษร 2.การเขียนผังงาน (Flowchart) เป็นการนำเสนอในรูปแผนภาพ ซึ่งประกอบ ไปด้วยสัญลักษณ์ต่าง ๆ ที่ได้มีการกำหนด ไว้เป็นมาตรฐาน

8 8 วิธีการสร้างอัลกอริทึม 3.การเขียนรหัสจำลอง (Pseudo Code) เป็นการใช้ชุดรหัสคำสั่งเพื่อเลียนแบบคำสั่ง โปรแกรมคอมพิวเตอร์อย่างย่อ ๆ

9 9 ตัวอย่างอัลกอริทึมแบบบรรยาย ขั้นตอนการลงทะเบียน ในการลงทะเบียนเรียนภาคการศึกษาปกติจะ สามารถทำการลงทะเบียนเรียนได้ไม่เกินกว่า 21 หน่วยกิต คอมพิวเตอร์จะต้องทำการสะสม ค่าหน่วยกิตของแต่ละรายวิชาที่นักศึกษา ลงทะเบียนเรียน หากมีการลงทะเบียนเรียนเกิน กว่านั้นก็จะต้องแสดงข้อความเตือน ส่วนการ ลงทะเบียนเรียนภาคฤดูร้อนก็เป็นไปในลักษณะ เดียวกันแต่จำนวนหน่วยกิตสูงสุดที่สามารถ ลงทะเบียนได้คือ 9 หน่วยกิต

10 10 ตัวอย่างอัลกอริทึมแบบผังงาน แฟ้มข้อมูล นักศึกษา แฟ้มค่าธรรมเนียมและ ค่าบำรุง แฟ้มรายวิชา Enter Data ลงทะเบียนเรียน พิมพ์ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน แฟ้มรายการ ลงทะเบียนเรียน แฟ้มรายการ ชำระเงิน ใบเสร็จรับเงิน นำใบลงทะเบียน ของนักศึกษามาก รอก

11 11 ตัวอย่างอัลกอริทึมแบบซูโดโค้ด ALGORITHM PROBLEM 1 Input Test Score1 Input Test Score2 Input Test Score3 Add Test Score1 + Test Score2 + Test Score3 Divide total sum by 3 Print result of division END PROBLEM 1

12 12 คุณสมบัติของอัลกอริทึม 1.เป็นกระบวนวิธีการที่สร้างขึ้นจากกฏเกณฑ์ กระบวนวิธีการ คือ กลุ่มของขั้นตอนที่อยู่ รวมกันเพื่อใช้แก้ปัญหาต่าง ๆ เพื่อให้ได้มา ซึ่งผลลัพธ์ 2.กฏเกณฑ์ที่สร้างอัลกอริทึมต้องไม่คลุมเครือ มีระบบ ระเบียบ อ่านแล้วไม่สับสน

13 13 คุณสมบัติของอัลกอริทึม 3.การประมวลผลต้องเป็นลำดับขั้นตอน การประมวลผลต้องเป็นลำดับตามขั้นตอนที่ แน่นอน 4.กระบวนวิธีการต้องให้ผลลัพธ์ตามที่กำหนดใน ปัญหา 5.อัลกอริทึมต้องมีจุดสิ้นสุด เนื่องจากคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถ ประมวลผลแบบไม่สิ้นสุดได้

14 14 เกณฑ์การพิจารณา ประสิทธิภาพอัลกอริทึม อัลกอริทึมต้องใช้เวลาในการดำเนินการน้อย ที่สุด อัลกอริทึมต้องใช้หน่วยความจำน้อยที่สุด อัลกอริทึมต้องมีความยืดหยุ่น อัลกอริทึมต้องใช้เวลาในการพัมนาน้อยที่สุด อัลกอริทึมต้องง่ายต่อความเข้าใจ

15 15 เทคนิคการเขียนผังงาน ผังงาน (Flowchart) คือ รูปภาพหรือสัญลักษณ์ ที่ใช้แทนลำดับหรือขั้นตอนในโปรแกรม สัญลักษณ์ที่นิยมใช้เป็นของหน่วยงาน American National Standard Institute (ANSI) และ International Standard Organization (ISO)

16 16 การประมวลผล, การคำนวณ คำนวณค่า A+B แล้วเก็บไว้ที่ C C = A+B กำหนดค่า SUM=0 SUM = 0 สัญลักษณ์ของผังงาน

17 17 แสดงการเริ่มต้น หรือการสิ้นสุด ของการเขียนผังงาน เริ่มผังงาน STARTEND จบผังงาน

18 18 การรับหรือแสดงข้อมูลโดยไม่ ระบุชนิดของอุปกรณ์ รับ/อ่านค่า A โดยไม่ระบุสื่อที่ บันทึกค่า READ A

19 19 การรับหรือแสดงข้อมูลโดยใช้ บัตรเจาะรู รับ/อ่านค่า A ที่บันทึกบนบัตร 1 ใบ READ A

20 20 การรับข้อมูลเข้าทางแป้นพิมพ์ ป้อนค่า A ทางแป้นพิมพ์ READ A

21 21 การเปรียบเทียบหรือตัดสินใจ I : >< = ให้เปรียบเทียบค่า I กับ 5 ทาง แป้นพิมพ์ -ถ้า I<5 ให้ไปทำขั้นตอนที่ 4 -ถ้า I=5 ให้ไปทำขั้นตอนที่ 5 -ถ้า I>5 ให้ไปทำขั้นตอนที่ 6

22 22 การกำหนดค่าต่าง ๆ ล่วงหน้า ซึ่ง เป็นการทำงานภายในช่วงหนึ่ง ๆ ที่ซ้ำกัน กำหนดให้ I มีค่าเท่ากับ 1 แล้วเพิ่ม ทีละ 1 จนมีค่าเป็น 10 จึงออกจาก การทำงานซ้ำในช่วงนี้ FOR I=1 TO 100

23 23 การแสดงผลลัพธ์ทางจอภาพ SHOW A, B แสดงค่า A, B ทางจอภาพ

24 24 การแสดงผลทางเครื่องพิมพ์ พิมพ์ค่า A ออกทางเครื่องพิมพ์ WRITE A

25 25 การรับข้อมูลหรือแสดงข้อมูลโดย ใช้เทปแม่เหล็กเป็นสื่อ การรับข้อมูลหรือแสดงข้อมูลโดย ใช้จานแม่เหล็กเป็นสื่อ

26 26 โปรแกรมย่อย หรือคำสั่งกำหนด ล่วงหน้า เรียกโปรแกรมย่อยชื่อ SUB I CALL SUB I

27 27 เส้นแสดงทิศทางลำดับของ การทำงานตามปลายลูกศร คำอธิบาย

28 28 แสดงจุดต่อเนื่องที่อยู่ในหน้าเดียวกัน แสดงจุดต่อเนื่องที่อยู่คนละหน้า

29 29 หลักเกณฑ์ทั่วไปในการเขียนผังงาน 1. การกำหนดค่าเริ่มต้น 2. การรับข้อมูล 3. การประมวลผล 4. การแสดงค่าของข้อมูลหรือผลลัพธ์ 5. การทดสอบ

30 30 1. การกำหนดค่าเริ่มต้น เป็นการกำหนดค่าเริ่มต้นให้กับตัวแปรบางตัวซึ่ง เราจะนำไปใช้ประโยชน์ได้ตามต้องการ

31 31 2. การรับข้อมูล เป็นการรับค่าของตัวแปรที่ระบุไว้ในขั้นตอนการ นำข้อมูลเข้าของการวิเคราะห์งาน

32 32 3. การประมวลผล (Process) เป็นการแสดงวิธีการประมวลผลหรือการคำนวณ

33 33 4. การแสดงค่าของข้อมูลหรือผลลัพธ์ เป็นการแสดงผลลัพธ์หรือค่าของตัวแปรที่ระบุ ไว้ในหัวข้อผลลัพธ์ที่ต้องแสดง

34 34 5. การทดสอบ เป็นการทดสอบตัวแปรกับค่าใดค่าหนึ่ง

35 35 การจัดภาพและทิศทางของผังงาน ทิศทางของผังงานจะเริ่มจากส่วนบนลงมายัง ส่วนล่างและซ้ายมือไปขวามือ เขียนเครื่องหมายลูกศรกำกับทิศทาง หลีกเลี่ยงการขีดโยงไปมาในทิศทางตัดกัน ควรเขียนผังงานให้จบในหน้าเดียวกัน สัญลักษณ์มีขนาดต่างกันได้ แต่จะต้องมีรูป มาตรฐานตามความหมายที่กำหนด คำอธิบายเขียนเพียงสั้น ๆ และเข้าใจง่าย ควรจะมีชื่อของผังงาน ผู้เขียน วันที่เขียน และ เลขหน้าลำดับ

36 36 ชนิดของผังงาน 1.ผังงานระบบ (System Flowchart) เป็นผังงานที่แสดงขั้นตอนการปฏิบัติงาน หลักในระบบ มุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างงานหรือขั้นตอน ต่าง ๆ ในระบบ โดยไม่แสดงรายละเอียดของงาน

37 37 ตัวอย่างผังงานระบบ แฟ้มข้อมูล นักศึกษา แฟ้มค่าธรรมเนียมและ ค่าบำรุง แฟ้มรายวิชา Enter Data ลงทะเบียนเรียน พิมพ์ใบเสร็จรับเงิน ใบเสร็จรับเงิน แฟ้มรายการ ลงทะเบียนเรียน แฟ้มรายการ ชำระเงิน ใบเสร็จรับเงิน นำใบลงทะเบียน ของนักศึกษามาก รอก

38 38 ชนิดของผังงาน 2.ผังงานโปรแกรม (Program Flowchart) เป็นผังงานที่แสดงถึงขั้นตอนของกิจกรรม ต่าง ๆ โดยละเอียด (Detailed Flowchart)

39 39 ตัวอย่างผังงาน โปรแกรม เริ่มต้น จบการทำงาน ลงทะเบียน เรียนภาค การศึกษา ปกติ MaxCrd=21MaxCrd=9 บันทึกการลงทะเบียน เรียนแต่ละรายวิชา TotCrd=TotCrd+Credit TotCrd>MaxCr d บันทึกรายวิชาอื่น ๆ อีกหรือไม่? จำนวนหน่วยกิต สะสมเกิน กำหนด YN Y Y N N

40 40 ประโยชน์ของผังงาน ตรวจสอบความถูกต้องของลำดับขั้นตอน การทำงานได้อย่างสะดวก ลดเวลาในการศึกษางาน การบำรุงรักษาโปรแกรมทำได้ง่าย และมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

41 41 ข้อจำกัดของผังงาน ผังงานเป็นการสื่อความหมายระหว่างบุคคลต่อ บุคคลมากกว่าที่จะสื่อความหมายระหว่างบุคคล กับเครื่อง เมื่อพิจารณาจากผังงานจะไม่ทราบได้ว่าการ ทำงานใดสำคัญกว่ากันเพราะทุก ๆ ขั้นตอนจะ ใช้รูปภาพในลักษณะเดียวกัน การเขียนผังงานจะเป็นการสิ้นเปลือง เพราะ จะต้องใช้กระดาษและอุปกรณ์อื่นๆ ประกอบการ เขียนภาพ

42 42 ข้อจำกัดของผังงาน การปรับเปลี่ยนผังงานกระทำได้ยาก ถ้าผังงาน มีขนาดใหญ่ ในผังงานจะบอกถึงงานและลำดับของงานที่ ต้องปฏิบัติแต่จะไม่ระบุให้ทราบถึงเหตุผลที่ต้อง ปฏิบัติงานนั้น ๆ ในภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในปัจจุบัน ผังงานยัง ไม่สามารถแทนลักษณะคำสั่งในภาษาได้อย่าง ชัดเจนตรงไปตรงมา

43 43 ลักษณะการจัดภาพในผังงาน 1. แบบลำดับ (Sequence) 2. แบบทางเลือก (Selection) 3. แบบทำซ้ำ (Iteration)

44 44 1. แบบลำดับ (Sequence) Func B Func A Func C

45 45 2. แบบทางเลือก (Selection) 2.1 การเลือกระหว่างรายการ 2 ทางเลือก เรียกว่า IF-THEN-ELSE Func CFunc B Cond A

46 46 2. แบบทางเลือก (Selection) 2.2 การเลือกจากกลุ่มรายการที่มีมากกว่า สอง เรียกว่า CASE Func CFunc A Cond X Func B

47 47 3. แบบทำซ้ำ (Iteration) 3.1 การทำงานซ้ำเมื่อเงื่อนไขเกิดขึ้น เรียกว่า DO-WHILE Func R Func B Cond A A=False A=True

48 48 3. แบบทำซ้ำ (Iteration) 3.2 การทำงานซ้ำจนกระทั่งเงื่อนไขที่ระบุเกิดขึ้น เรียกว่า REPEAT-UNTIL Func B Cond A A=False A=True Func R

49 49 ตัวอย่าง การคำนวณราคาค่าไฟฟ้าของห้องพักต่าง ๆ ใน ห้องเช่าแห่งหนึ่ง คิดเป็น 50 หน่วยแรกคิด 50 บาท ส่วนที่เกินจากนี้คิดเป็นหน่วยละ 1.50 บาท จงเขียนผังงานสำหรับอ่านค่ามิเตอร์ ไฟฟ้า ของเดือนที่แล้วและเดือนปัจจุบัน แล้ว คำนวณหาราคาค่าไฟที่ผู้เช่าห้องต้องจ่าย

50 50 การเขียนซูโดโคด ส่วนประกอบที่สำคัญ สเตตเมนต์แรก คือ การประกาศชื่อของ อัลกอริทึม สเตตเมนต์สุดท้าย คือ การแสดงจุดสิ้นสุดของ อัลกอริทึมนั้น

51 51 ตัวอย่างการเขียนซูโดโค้ด 1 ALGORITHM PROBLEM 1 Input Test Score1 Input Test Score2 Input Test Score3 Add Test Score1 + Test Score2 + Test Score3 Divide total sum by 3 Print result of division END PROBLEM 1

52 52 ตัวอย่างการเขียนซูโดโค้ด 2 ALGORITHM PROBLEM 2 VARIABLES: Total, Counter, Sum, Test Score, Average BEGIN Input Total Counter  0 Sum  0 LOOP while Counter is less than Total BEGIN LOOP Input Test Score Sum  Sum + Test Score Counter  Counter + 1 END LOOP Average  Sum/Total Print Average END PROBLEM 2

53 53 ลักษณะที่ดีของซูโดโคด ชัดเจน สั้น กระชับและได้ใจความ ข้อมูลอยู่ในรูปของตัวแปร

54 54 รูปแบบการเขียนซูโดโคด 1. การรับข้อมูลและการแสดงผล 2. การคำนวณ 3. การเปรียบเทียบ 4. การทำงานแบบวนซ้ำ 5. การข้ามไปทำคำสั่งอื่น

55 55 1. การรับข้อมูลและการแสดงผล ใช้คำว่า read, input และตามด้วยชื่อตัว แปรที่ต้องการอ่านค่า ถ้าต้องการอ่านค่าตัวแปรหลายตัวใช้ เครื่องหมาย comma (,) คั่นระหว่างชื่อตัว แปร

56 56 1. การรับข้อมูลและการแสดงผล รูปแบบ inputvar1, var2, var3,... printvar1, var2, var3,... ตัวอย่าง readid, name print‘School’, schname

57 57 2. การคำนวณ ให้ตัวแปรที่ต้องการกำหนดค่าอยู่ทางด้านซ้าย ตามด้วยสัญลักษณ์  และนิพจน์ หรือค่าคงที่ ที่ต้องการ

58 58 2. การคำนวณ รูปแบบ Name  expression/constant ตัวอย่าง total  pr1+pr2 count  count+1

59 59 3. การเปรียบเทียบ 3.1 เปรียบเทียบระหว่างค่าสองค่า รูปแบบ if (condition) then true statement(s) else false statement(s) endif

60 60 3. การเปรียบเทียบ ตัวอย่าง1 if x>0 then read x else compute sum=x+y endif ตัวอย่าง2 if (a>5) and (b<>0) then write(‘Excellent’) else a=a-1 endif

61 61 3. การเปรียบเทียบ 3.2 เปรียบเทียบทางเลือกหลายทาง รูปแบบ case variable of a :a-statement(s) b :b-statement(s) c :c-statement(s) endcase

62 62 3. การเปรียบเทียบ ตัวอย่าง case grade of 4 :write ‘A’ 3 :write ‘B’ 2 :write ‘C’ 1 : write ‘D’ 0 : write ‘F’ endcase

63 63 4. การทำงานแบบวนซ้ำ 4.1 เปรียบเทียบเงื่อนไขก่อนที่จะทำ คำสั่งภายใน ถ้าเงื่อนไขเป็นจริงจะทำคำสั่งภายใน แล้วจึง ทำการเปรียบเทียบเงื่อนไขอีกครั้งหนึ่ง แต่ถ้า เงื่อนไขเป็นเท็จจะไม่ทำคำสั่งภายใน จะข้าม ไปทำคำสั่งต่อไป

64 64 4. การทำงานแบบวนซ้ำ รูปแบบ do (condition) while statement(s) enddo ตัวอย่าง read data do (data <> 0) while read data enddo

65 65 5. การข้ามไปทำคำสั่งอื่น เป็นการส่งการควบคุมไปยังจุดอื่นที่ไม่ใช่คำสั่ง ต่อไป ต้องมีการกำหนดตำแหน่งที่จะให้เป็นจุดเปลี่ยน การทำงานก่อน

66 66 5. การข้ามไปทำคำสั่งอื่น รูปแบบ label: statement(s) goto label ตัวอย่าง again: read a goto again

67 67 1.การกำหนดปัญหา 2.การพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหา 3.การออกแบบโปรแกรม 4.การเขียนโปรแกรม 5.การคอมไพล์โปรแกรม 6.การแก้ไขโปรแกรม 7.การจัดทำเอกสารประกอบโปรแกรม ขั้นตอนการเขียนโปรแกรม

68 68 1. การกำหนดปัญหา กำหนดผลลัพธ์ที่ต้องการ ค้นหาต้นเหตุของปัญหา และสิ่งที่เกี่ยวข้อง กำหนดข้อมูลนำเข้า เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ ต้องการ

69 69 2. การพัฒนาอัลกอริทึมเพื่อแก้ปัญหา สร้างสูตรทางคณิตศาสตร์ที่ใช้สำหรับแก้ปัญหา

70 70 3. การออกแบบโปรแกรม ทำการวางแผนการเขียนโปรแกรม ออกแบบให้ใช้เวลาในการประมวลผลน้อยที่สุด เครื่องมือที่นำมาใช้คือ ผังงาน เพื่อช่วยให้ทราบ ถึงขั้นตอนการประมวลผล

71 71 4. การเขียนโปรแกรม การลงมือเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ หรือเรียกว่า การโค้ด (Coding) โดยการนำผังงานที่สร้างไว้เป็นแนวทางในการ เขียนโปรแกรม โปรแกรมที่เขียนขึ้นจะเรียกว่า ซอร์สโค้ด (Source Code)

72 72 5. การคอมไพล์โปรแกรม นำ ซอร์สโค้ด ที่ได้มาแปล (Translated) เป็น ภาษาเครื่องที่คอมพิวเตอร์เข้าใจ ตัวแปลภาษามี 2 แบบคือ คอมไพเลอร์ อินเตอร์พรีตเตอร์

73 73 6. การทดสอบโปรแกรม เมื่อโปรแกรมผ่านการคอมไพล์แล้ว จะต้อง ได้รับการทดสอบ เมื่อพบข้อผิดพลาดต้องดำเนินการแก้ไขให้ ถูกต้อง กระบวนการทดสอบโปรแกรม เรียกว่า การดีบั๊ก โปรแกรม (Debugging)

74 74 7. การจัดทำเอกสารประกอบโปรแกรม ใช้เพื่ออธิบายจุดประสงค์ของโปรแกรม อธิบายและบอกแนวทางแก้ไข ในกรณีที่เกิด ข้อผิดพลาดต่าง ๆ ขึ้น รวมถึงสามารถนำไปใช้ปรับปรุงแก้ไขโปรแกรม ในอนาคต

75 75 ขั้นตอน การแก้ปัญหาโจทย์ทางคอมพิวเตอร์ 1.กำหนดสิ่งที่โจทย์ต้องการ พิจารณางานที่ต้องการให้คอมพิวเตอร์ทำ และผลลัพธ์ที่ต้องการ 2.กำหนดรูปแบบของผลลัพธ์ ศึกษาถึงลักษณะของผลลัพธ์ที่ต้องการให้ เครื่องคอมพิวเตอร์แสดงบนจอภาพหรือ พิมพ์ออกมา

76 76 ขั้นตอนการแก้ปัญหาโจทย์... 3.กำหนดข้อมูลนำเข้า พิจารณาข้อมูลที่จำเป็นต้องใช้ในการ ประมวลผล 4.กำหนดตัวแปร กำหนดชื่อแทนความหมายของข้อมูลนำเข้า ผลลัพธ์ และค่าต่าง ๆ ที่อยู่ในระหว่างการ คำนวณหรือประมวลผล

77 77 ขั้นตอนการแก้ปัญหาโจทย์... 5.ขั้นตอนการประมวลผล ขั้นตอนของการประมวลผลเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ตามรูปแบบที่ต้องการโดยใช้ข้อมูล นำเข้าและตัวแปรต่าง ๆ ตามที่ได้กำหนดไว้ 6.เขียนผังงานหรือรหัสจำลอง

78 78 ตัวอย่างการวิเคราะห์งาน บริษัทแห่งหนึ่งต้องการทำบัญชีเงินเดือนของ พนักงาน โดยหักภาษีไว้ด้วย และมีเงื่อนไขใน การคำนวณภาษีเป็นดังนี้ รายได้น้อยกว่าหรือเท่ากับ 2,000 บาท ยกเว้น ไม่ต้องเสียภาษี รายได้มากกว่า 2,000 บาทขึ้นไปเสียภาษี 4% ของรายได้ จงหาจำนวนเงินที่พนักงานแต่ละคนจะได้รับ และ เงินรวมทั้งหมดที่จะต้องจ่ายให้แก่พนักงาน

79 79 การวิเคราะห์งาน 1 จงทำการวิเคราะห์งาน การรับข้อมูลรหัสสินค้าชุด หนึ่ง แล้วคำนวณหาจำนวนตัวรหัสสินค้าที่ รับเข้ามานั้น โดยกำหนดให้ข้อมูลตัวสุดท้ายมี ค่าเป็น ‘xxx’ สมมติข้อมูลนำเข้ามีดังนี้ A123 A145 B219 C518 xxx จากตัวอย่าง จะนับจำนวนข้อมูลได้ 4 ตัว


ดาวน์โหลด ppt 1 อัลกอริทึม และการแก้ปัญหาโจทย์ทางคอมพิวเตอร์ สุธิดา ชัยชมชื่น

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google