งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

การใช้ เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อการพัฒนาระบบราชการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "การใช้ เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อการพัฒนาระบบราชการ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 การใช้ เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อการพัฒนาระบบราชการ

2 ความเป็นเลิศของ องค์กรภาครัฐ อะไรคือความเป็นเลิศขององค์กร ภาครัฐ – ประชาชนได้รับการบริการ / ดูแลอย่าง ทั่วถึงและมีประสิทธิผล – พันธกิจที่ได้รับมอบหมายสามารถบรรลุ ได้อย่างมีประสิทธิผล – การดำเนินการของภาครัฐที่มี ประสิทธิภาพสูง รวดเร็ว โปร่งใส – การใช้จ่ายงบประมาณมีประสิทธิภาพสูง คุ้มค่า มีผลิตภาพสูง – ประเทศชาติมีความมั่นคง และศักยภาพ ในการแข่งขันที่สูงขึ้น

3 ทำไมต้องปรับปรุงการ บริหารองค์กรภาครัฐ ภาครัฐเป็นหนึ่งในหัวรถจักรหลักที่นำพา ความเจริญมาสู่ประเทศชาติ ความคาดหวังของประชาชนเจ้าของ ประเทศที่สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและ สภาพแวดล้อมที่รวดเร็ว การแข่งขันระหว่างประเทศทวีความรุนแรง มากขึ้น โลกาภิวัตน์ กฎหมาย / ข้อตกลงระหว่าง ประเทศ การเปิดเสรี ตลอดจนการรวมเป็น กลุ่มของประเทศต่างๆ

4 ที่มาของ เกณฑ์คุณภาพการบริหาร จัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน (Fundamental Level)

5 แนวคิดในการพัฒนาเกณฑ์ฯ ระดับพื้นฐาน มุ่งเน้นให้ส่วนราชการนำไปปฏิบัติมากกว่าการ เขียนรายงาน เน้นการวิเคราะห์กระบวนการอย่างเป็นระบบและ การสร้างความเชื่อมโยงกับผลลัพธ์ ใช้ประโยชน์จากข้อมูลและตัวชี้วัดที่ส่วนราชการ เก็บอยู่ เน้นการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและบูรณาการ เน้นการพัฒนามากกว่าการได้รางวัล

6 เป้าหมายของ PMQA( ใหม่ ) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการ ปฏิบัติงานและส่งมอบบริการสาธารณะ ซึ่ง อาศัยวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างเป็นระบบ กำหนดแนวทางและวิธีการ การนำไป ปฏิบัติและติดตามประเมินผล การ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ สรุปบทเรียน บูรณาการ และการสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะการ เทียบเคียงขีดสมรรถนะ (Benchmarking) กับ ภาคเอกชน หรือหน่วยงานอื่น ๆ ที่มี ประสิทธิภาพสูงกว่า หรือนำกรณีการ ปฏิบัติงานที่มีความเป็นเลิศ (Best Practices) มาเป็นแบบอย่าง

7 เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ในระดับพื้นฐาน (Fundamental Level) ประกอบด้วย 7 หมวด แต่ละประเด็นเป็นการมุ่งเน้นกระบวนการและระบบงาน พื้นฐานที่จำเป็นเพื่อตอบสนองประเด็นต่าง ๆ ของ พรฎ. ต่าง ๆ ส่วนราชการต้องดำเนินการในแต่ละประเด็นให้ครบใน ทุกข้อและทุกหมวด

8 “ ระดับพื้นฐาน ” หมายถึง กระบวนการเริ่ม ได้ผล “ ระดับพื้นฐาน ” หมายถึง กระบวนการเริ่ม ได้ผล  มีกระบวนการ/ระบบที่มีประสิทธิภาพและทำอย่างเป็นระบบเพื่อรองรับ กิจกรรมในหัวข้อที่ประเมิน (Approach)  กระบวนการ/ระบบ เป็นที่เข้าใจยอมรับ และเริ่มมีบทบาทสนับสนุน กระบวนการ/กิจกรรมในกิจกรรมด้านนี้ (Deployment)  องค์กรเริ่มมีการประเมินประสิทธิผลของกระบวนการ/ระบบของกิจกรรมด้านนี้ อาจมีการปรับปรุงให้กระบวนการ/ระบบให้ดีขึ้นบ้าง (Learning)  กระบวนการ/ระบบเกี่ยวกับกิจกรรมด้านนี้สอดรับ สนับสนุนกิจกรรมระดับ สำคัญขององค์กรที่ระบุไว้ในภารกิจ/ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐใน ระดับพื้นฐาน (Fundamental Level)

9 หมวด 1 การนำองค์กร ก. การกำหนด ทิศทาง ของส่วนราชการ 1.1 การนำองค์กร1.2 ความรับผิดชอบต่อสังคม ค. การทบทวน ผล การดำเนินการของ ส่วนราชการ ข. การกำกับ ดูแลตนเองที่ดี ก. ความ รับผิดชอบ ต่อสังคม ข. การดำเนินการ อย่างมี จริยธรรม ค. การให้การ สนับสนุนต่อ ชุมชนที่สำคัญ (1)1 ทิศทาง 1.1 วิสัยทัศน์ 1.2 เป้าประสงค์ระยะสั้น/ ยาว 1.3 ค่านิยม 1.4 ผลดำเนินงานที่ คาดหวัง (1) 3 การสื่อสารทิศทาง องค์กร (2)2 นโยบาย 2.1 กระจายอำนาจ 2.2 นวัตกรรม 2.3 ความคล่องตัว 2.4 การเรียนรู้ขององค์กร 2.5 การเรียนรู้ของบุคคล 2.6 การทำถูกกฏหมาย 2.7 ทำตามหลักจริยธรรม (3)3 การกำกับดูแล ตนเองที่ดี 3.1 ด้านการปฏิบัติงาน 3.2 ด้านการเงินป้องกัน ทุจริต 3.3 ด้านปกป้อง ประโยชน์ประเทศและผู้ มีส่วนได้ส่วนเสีย (4)4 การทบทวนผล ดำเนินการ 4.1 การทบทวนผล ดำเนินการ 4.2 การนำผลประเมิน ไปเพื่อดูการบรรลุ เป้าหมาย และ เพื่อ ประเมินการตอบสนอง การเปลี่ยนแปลง (5)5 what ตัวชี้วัดสำคัญ 5.1ตัวชี้วัด 5.2ผลการทบทวนที่ ผ่านมา (6) การใช้ผลการ ทบทวนเพื่อจัดลำดับ ความสำคัญและเพื่อ การปรับปรุงทั่วทั้ง องค์กร (7)7 การประเมินผล งานผู้บริหาร 7.1 ประเมินผู้บริหาร 3 ระดับชั้นบังคับบัญชา 7.2 การนำผลประเมิน ไปปรับระบบการนำ องค์กร (8)8 การดำเนินการต่อ งานที่มีผลกระทบทางลบ ต่อสังคม (เกิดเหตุการณ์ แล้ว) (9)9 what การจัดการผลกระทบ 9.1กระบวนการ 9.2เป้าประสงค์ 9.3ตัวชี้วัด 9.4(ค่า)เป้าหมายในการ จัดการผลกระทบ (10)10 การจัดการ ผลกระทบทางลบ 10.1 การคาดการณ์ ผลกระทบทางลบ (ประเมิน) 10.2 การเตรียมการเชิง รุกต่อผลกระทบ (ป้องกัน) (11)11 การกำหนดวิธี ปฏิบัติให้ทำอย่างมี จริยธรรม (ปฏิบัติต่อคนภายนอก) (12)12 การ สนับสนุนชุมชนที่ สำคัญ การเลือกชุมชน การเลือกกิจกรรม สนับสนุนชุมชน การมีส่วนร่วมของ บุคลากร LD 1 LD 2 LD 5,6 LD 3 LD 6 LD 4 LD 7

10 หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ก. การจัดทำ ยุทธศาสตร์ 2.1 การจัดทำยุทธศาสตร์ 2.2 การถ่ายทอดกลยุทธ์หลักเพื่อนำไปปฏิบัติ ข. เป้าประสงค์ เชิงยุทธศาสตร์ ก. การถ่ายทอด แผนปฏิบัติการ ไปสู่การ ปฏิบัติ ข. การคาดการณ์ ผล การดำเนินการ (13)1 การวางแผนยุทธศาสตร์ 1.1 แผน 4 ปี 1.2 แผน 1 ปี ขั้นตอนและผู้เกี่ยวข้อง กรอบเวลาและเหตุผล กิจกรรมที่สอดคล้องกับกรอบ เวลา (14)2 การนำปัจจัยมา ประกอบการวางแผนยุทธศาสตร์ 2.1 ปัจจัยภายใน 2.2 ปัจจัยภายนอก ปัจจัยต่างๆ การรวบรวม การวิเคราะห์ (15)3 what ประเด็นยุทธศาสตร์ 3.1ยุทธศาสตร์เป้าประสงค์กลยุทธ์ 3.2เป้าหมายและระยะเวลา 3.3ลำดับความสำคัญของ เป้าประสงค์ (16)4 การกำหนดประเด็น ยุทธศาสตร์เป้าประสงค์กลยุทธ์ 4.1 แผน 4 ปี 4.2 แผน 1 ปี ดูความท้าทาย ดูความต้องการของผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย ดูความสมดุลของโอกาสระยะสั้น ระยะยาว (17)5 การนำแผนสู่การปฏิบัติ 5.1 วิธีการถ่ายทอด 5.2 การจัดสรรทรัพยากร 5.3 การทำให้ผลมีความยั่งยืน (18)6 แผนปฏิบัติการ 6.1 what แผนปฏิบัติการที่สำคัญ 6.2 แผนการตอบสนองต่อการ เปลี่ยนแปลง (บริหารความเสี่ยง : RM) จากการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จากผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย (19)7 what แผนหลักด้านทรัพยากรบุคคล 7.1 4ปี 7.2 1ปี (20)8 ระบบการวัดผลสำเร็จ 8.1 what ตัวชี้วัดติดตามแผนปฏิบัติการ 8.2การทำระบบการวัดผลสำเร็จ ของแผนปฏิบัติการ เพื่อมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน (21)9 what เป้าหมาย 9.1เป้าหมายของตัวชี้วัด 9.2เป้าหมายเปรียบเทียบ SP 1 SP 2 SP 1 SP 4 SP 7 SP 3 SP 5 การปรับปรุงกระบวนการวางแผน ยุทธศาสตร์ นำผลการทบทวนการดำเนินงาน ผลจากการประเมิน SP 6

11 หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก. ความรู้เกี่ยวกับ ผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3.1 ความรู้เกี่ยวกับ ผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 3.2 ความสัมพันธ์และความ พึงพอใจของผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ก. การสร้างความสัมพันธ์ กับผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ข. การวัดความพึงพอใจ ของผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (22)1 การจำแนกกลุ่มผู้รับบริการและผู้ มีส่วนได้ส่วนเสีย ประเภท/กลุ่ม การคำนึงถึงผู้รับบริการที่พึงมีใน อนาคต (23)2 การรับฟังและเรียนรู้ 2.1 การรับฟังและเรียนรู้ความต้องการ ความคาดหวัง 2.2 การนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผน ปฏิบัติปรับปรุง (24)3 การทบทวนปรับปรุงการรับฟังและ เรียนรู้ ให้เหมาะสม ทันสมัย (25)4 การสร้างความสัมพันธ์เพื่อ สนองความคาดหวัง สร้างความประทับใจ มีภาพลักษณ์ที่ดี มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้น (26)5 การสร้างระบบที่ให้ผู้รับบริการ 5.1การสร้างระบบที่ให้ผู้รับบริการ และผู้ มีส่วนได้เสีย สามารถติดต่อ ขอข้อมูล ขอรับบริการ ขอร้องเรียน 5.2การกำหนดวิธีปฏิบัติของบุคลากร ระบบติดตามการปฏิบัติ (27)6 การจัดการข้อร้องเรียน กระบวนการจัดการ วิธีการแก้ไขที่ทันท่วงที รวบรวมและวิเคราะห์นำไปเพื่อการ ปรับปรุง (28)7 การทบทวนปรับปรุงการสร้าง ความสัมพันธ์ ให้เหมาะสม ทันสมัย (29)8 การวัดความพึงพอใจและไม่พึง พอใจ 8.1การวัดความพึงพอใจและไม่พึงพอใจ ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้สวนเสีย 8.2การนำข้อมูลไปใช้เพื่อ สร้างความประทับใจ ทำให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี ปรับปรุงการทำงาน (30)9 การติดตามเรื่องคุณภาพบริการ ให้ได้ข้อมูลป้อนกลับทันท่วงที นำไปใช้ต่อได้ (31)10 การเปรียบเทียบข้อมูลความพึง พอใจ ผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้สวนเสีย (32)11 การทบทวนปรับปรุงการวัดความพึง พอใจ ให้เหมาะสม ทันสมัย CS1 CS2 CS3 CS7CS8 CS9 CS 6 CS5 CS4 CS10

12 หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (กรม) 4.1 การวัดและวิเคราะห์ผลการ ดำเนินการของส่วนราชการ 4.2 การจัดการสารสนเทศและ ความรู้ ก. ความพร้อมใช้งานของข้อมูล และสารสนเทศ ก. การวัดผลการดำเนินการ ข. การวิเคราะห์ผลการ ดำเนินการ ข. การจัดการความรู้ (33)1 การเลือกและใช้ข้อมูล 1.1การเลือกรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ที่สอดคล้องเชื่อมโยง เพื่อติดตามผลดำเนินงานองค์กร 1.2การใช้ข้อมูลและสารสนเทศเพื่อ สนับสนุนการตัดสินใจ สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม (34)2 การใช้ข้อมูลและสารสนเทศเชิง เปรียบเทียบเพื่อ สนับสนุนการตัดสินใจ สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม (35)3 การปรับปรุงระบบการวัดผล 3.1 การทบทวนปรับปรุงระบบการวัดผล ให้เหมาะสม ทันสมัย 3.2 การจัดระบบการวัดผลให้ไวต่อการ บ่งชี้ จากการเปลี่ยนแปลงภายใน จากการเปลี่ยนแปลงภายนอก (41)9 การจัดการความรู้ (KM) รวบรวมถ่ายทอดจากบุคลากรใน องค์กร รวบรวมถ่ายทอดจากคนอื่น แลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (42)10 การจัดการให้ข้อมูล สารสนเทศ ความรู้ ให้มีคุณสมบัติที่ดี รวมทั้งสิ้น11ประการ ความครอบคลุม ความถูกต้อง ความทันสมัย ความรวดเร็ว ความเชื่อมโยง ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการเข้าถึง ความสามารถในการตรวจสอบ การมีส่วนร่วมในกระบวนการข้อมูล ความปลอดภัย การรักษาความลับ (38)6 การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ (IT) ให้พร้อมใช้งาน ผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงได้ (39)7 การจัดการระบบอุปกรณ์ที่ เกี่ยวกับสารสนเทศ ปลอดภัย ให้เชื่อถือได้ ใช้งานง่าย (40)8 การทบทวนปรับปรุงระบบ สารสนเทศและอุปกรณ์ ให้เหมาะสม ทันสมัย (36)4 what ประเด็นที่มีการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ผู้บริหาร ทบทวนผลดำเนินงาน วางแผนเชิงยุทธศาสตร์ (37)5 การสื่อสารผลวิเคราะห์ให้ ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ IT 1 IT 1-3 IT 4 IT 5,6 IT 7

13 หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ (จังหวัด) 4.1 การวัดและวิเคราะห์ผลการ ดำเนินการของส่วนราชการ 4.2 การจัดการสารสนเทศและ ความรู้ ก. ความพร้อมใช้งานของข้อมูล และสารสนเทศ ก. การวัดผลการดำเนินการ ข. การวิเคราะห์ผลการ ดำเนินการ ข. การจัดการความรู้ (33)1 การเลือกและใช้ข้อมูล 1.1การเลือกรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ที่สอดคล้องเชื่อมโยง เพื่อติดตามผลดำเนินงานองค์กร 1.2การใช้ข้อมูลและสารสนเทศเพื่อ สนับสนุนการตัดสินใจ สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม (34)2 การใช้ข้อมูลและสารสนเทศเชิง เปรียบเทียบเพื่อ สนับสนุนการตัดสินใจ สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม (35)3 การปรับปรุงระบบการวัดผล 3.1 การทบทวนปรับปรุงระบบการวัดผล ให้เหมาะสม ทันสมัย 3.2 การจัดระบบการวัดผลให้ไวต่อการ บ่งชี้ จากการเปลี่ยนแปลงภายใน จากการเปลี่ยนแปลงภายนอก (41)9 การจัดการความรู้ (KM) รวบรวมถ่ายทอดจากบุคลากรใน องค์กร รวบรวมถ่ายทอดจากคนอื่น แลกเปลี่ยนวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (42)10 การจัดการให้ข้อมูล สารสนเทศ ความรู้ ให้มีคุณสมบัติที่ดี รวมทั้งสิ้น11ประการ ความครอบคลุม ความถูกต้อง ความทันสมัย ความรวดเร็ว ความเชื่อมโยง ความน่าเชื่อถือ ความสามารถในการเข้าถึง ความสามารถในการตรวจสอบ การมีส่วนร่วมในกระบวนการข้อมูล ความปลอดภัย การรักษาความลับ (38)6 การจัดการข้อมูลและสารสนเทศ (IT) ให้พร้อมใช้งาน ผู้เกี่ยวข้องเข้าถึงได้ (39)7 การจัดการระบบอุปกรณ์ที่ เกี่ยวกับสารสนเทศ ปลอดภัย ให้เชื่อถือได้ ใช้งานง่าย (40)8 การทบทวนปรับปรุงระบบ สารสนเทศและอุปกรณ์ ให้เหมาะสม ทันสมัย (36)4 what ประเด็นที่มีการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อให้ผู้บริหาร ทบทวนผลดำเนินงาน วางแผนเชิงยุทธศาสตร์ (37)5 การสื่อสารผลวิเคราะห์ให้ ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ IT 1 IT IT 4 IT 5,6 IT 7

14 หมวด 5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล ก. การจัดและ บริหารงาน 5.1 ระบบงาน ค. การจ้างงาน และความก้าวหน้าใน การงาน ข. ระบบการ ประเมินผลการ ปฏิบัติงานของ บุคลากร ก. การพัฒนาบุคลากร 5.2 การเรียนรู้ของบุคลากร และการสร้างแรงจูงใจ ข. การสร้างแรงจูงใจ และการพัฒนาความ ก้าวหน้าในหน้าที่การงาน (43)1 การจัดการ ระบบงาน 1.1 ระบบที่เป็นทางการ 1.2 ระบบไม่เป็นทางการ เพื่อเกิดความร่วมมือ เพื่อความคล่องตัว เพื่อการกระจายอำนาจ เพื่อสร้างความคิดริเริ่ม เพื่อกระตุ้นนวัตกรรม เพื่อให้ทันความต้องการ อยู่เสมอ (44)2 การนำวัฒนธรรม และความคิดของบุคลากร และชุมชนมาใช้จัด ระบบงาน (45)3 การจัดระบบสื่อสาร ภายในองค์กร ให้มีประสิทธิผล (46)4 ระบบประเมินผลและ การยกย่องชมเชย (Individual Scorecard) 4.1การจัดระบบประเมินผล การปฏิบัติงานรวมถึงการ แจ้งผลเพื่อให้พัฒนาและ ปรับปรุงงาน 4.2การจัดระบบการยกย่อง ชมเชยจูงใจ เพื่อให้มีขวัญกำลังใจ เพื่อให้ทำงานมี ประสิทธิผล เพื่อให้มีจิตสำนึกที่เน้น ประโยชน์ของผู้รับบริการ (47)5 การกำหนด คุณลักษณะและทักษะ บุคลากร สมรรถนะหลัก สมรรถนะประจำสายงาน สมรรถนะแต่ละกลุ่ม ตำแหน่ง (48)6 การสรรหาว่าจ้าง รักษาบุคลากร 6.1 การสรรหาว่าจ้าง 6.2 การรักษาบุคลากร ด้วยการคำนึงถึงวัฒนธรรม ความคิดของบุคลากรและ ชุมชน (49)7 การเตรียมบุคลากร และความก้าวหน้าในงาน 7.1 การเตรียมบุคลากรใน ตำแหน่งสำคัญ 7.2 การสร้างความก้าวหน้า ในหน้าที่การงาน (50)8 การพัฒนาบุคลากร ท้องถิ่นให้มีโอกาสก้าวหน้า (51)9 การพัฒนาบุคลากร เพื่อให้ทำงานได้ตาม แผนปฏิบัติการและบรรลุผล เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่าง เป้าประสงค์กับความต้องการของ บุคลากร (52)10 การให้การศึกษาและ ฝึกอบรม ให้ครอบคลุมประเด็นสำคัญ การอบรมบุคลากรใหม่ จริยธรรม การบริหารจัดการ การพัฒนาภาวะผู้นำ ความปลอดภัยอาชีวอนามัย สิ่งแวดล้อมในการทำงาน ความต้องการอื่นๆที่สำคัญ (53)11 การบริหารการฝึกอบรม 11.1การหาความต้องการการ ฝึกอบรม 11.2การนำความต้องการการ อบรมมาพัฒนาบุคลากร 11.3การนำความรู้ในองค์กรมา พัฒนาบุคลากร (54)12 การพัฒนาบุคลากร 12.1แบบเป็นทางการ 12.2แบบไม่เป็นทางการ (55)13 การส่งเสริมให้นำ ความรู้และทักษะจากการ อบรม มาใช้ในการปฏิบัติงาน (56)14 การประเมิน ประสิทธิผลของการศึกษา อบรม 14.1 ผลระดับบุคคล 14.2 ผลระดับองค์กร (57)15 การทำให้บุคลากร พัฒนาตนเอง เพื่อความก้าวหน้าในงาน 15.1 การช่วยเหลือองค์กร 15.2 การช่วยเหลือของ หัวหน้างาน HR 3 HR 2 HR 5 HR 3 HR 4 HR 3

15 หมวด 5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล ก. สภาพแวดล้อม ในการทำงาน ข. การให้การสนับสนุนและ สร้างความพึงพอใจ แก่ บุคลากร 5.3 ความผาสุกและความ พึงพอใจของบุคลากร (58)16 การจัดระบบสภาพแวดล้อม การทำงาน ถูกสุขอนามัย ความปลอดภัย การป้องกันภัย อุปกรณ์ให้มีความเหมาะสมในงาน การกำหนดตัวชี้วัด การมีส่วนร่วมของบุคลากร (59)17 การเตรียมพร้อมต่อสภาวะ ฉุกเฉินและภัยพิบัติ (60)18 การกำหนดปัจจัยที่มีผลต่อ ความผาสุกพอใจจูงใจ ของบุคลากรทุกระดับทุกประเภท (61)19 การสนับสนุนด้านนโยบาย สวัสดิการการบริการ ให้ตรงความต้องการบุคลากรทุกระดับ ทุกประเภท (62)20 การประเมินความผาสุก ความ พึงพอใจ แรงจูงใจของบุคลากร 20.1การประเมินความผาสุก ความพึง พอใจ แรงจูงใจบุคลากร ทุกระดับทุกประเภทของบุคลากร เป็นทางการ ไม่เป็นทางการ 20.2การกำหนดและใช้ตัวชี้วัดประเมิน ความพอใจ (63)21 การเชื่อมโยงผลประเมินความ พอใจกับผลลัพธ์องค์กร เพื่อจัดลำดับการปรับปรุงความพอใจ บรรยากาศและสภาพแวดล้อม HR 1

16 หมวด 6 การจัดการกระบวนการ ก. กระบวนการที่สร้างคุณค่า 6.1 กระบวนการที่สร้างคุณค่า 6.2 กระบวนการสนับสนุน ก. กระบวนการสนับสนุน (64)1 กระบวนการสร้างคุณค่า 1.1 การกำหนดกระบวนการสร้างคุณค่า 1.2 what กระบวนการสร้างคุณค่าที่สำคัญ (65)2 การจัดทำข้อกำหนด 2.1 การจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญของกระบวนการสร้างคุณค่า จากข้อมูลผู้รับบริการ จากข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 2.2 what ข้อกำหนดที่สำคัญของกระบวนการ (66)3 การออกแบบกระบวนการสร้างคุณค่า จากข้อมูลทั้ง4 ประเด็น รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องบูรณาการกับหน่วยงานอื่น (67)4 การนำกระบวนการไปปฏิบัติ 4.1 what ตัวชี้วัดที่สำคัญของกระบวนการ 4.2การนำกระบวนการไปปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุผลตามข้อกำหนด (68)5 การลดค่าใช้จ่ายและป้องกันข้อผิดพลาด 5.1การลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบทดสอบประเมินกระบวนการ 5.2การป้องกันข้อผิดพลาดการทำงานซ้ำความสูญเสีย (69)6 การปรับปรุงกระบวนการ 6.1การปรับปรุงกระบวนการให้ได้ผลดีขึ้น 6.2การเผยแพร่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปรับปรุง ภายในหน่วยงาน ระหว่างหน่วยงาน (70)7 กระบวนการสนับสนุน 7.1 การกำหนดกระบวนการสนับสนุน 7.2 what กระบวนการสนับสนุนที่สำคัญ (71)8 การจัดทำข้อกำหนด 8.1 การจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญของกระบวนการสนับสนุน จากข้อมูลผู้รับบริการ จากข้อมูลผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย 8.2 what ข้อกำหนดที่สำคัญของกระบวนการ (72)9 การออกแบบกระบวนการสนับสนุน จากข้อมูลทั้ง4 ประเด็น รวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องบูรณาการกับหน่วยงานอื่น (73)10 การนำกระบวนการไปปฏิบัติ 10.1 what ตัวชี้วัดที่สำคัญของกระบวนการ 10.2การนำกระบวนการไปปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุผลตามข้อกำหนด (74)11 การลดค่าใช้จ่ายและป้องกันข้อผิดพลาด 11.1การลดค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบทดสอบประเมินกระบวนการ 11.2การป้องกันข้อผิดพลาดการทำงานซ้ำความสูญเสีย (75)12 การปรับปรุงกระบวนการ 12.1การปรับปรุงกระบวนการให้ได้ผลดีขึ้น 12.2การเผยแพร่แลกเปลี่ยนประสบการณ์การปรับปรุง ภายในหน่วยงาน ระหว่างหน่วยงาน PM1 PM2 PM3 PM6 PM4,5

17 การนำไปใช้ 1. ส่วนราชการประเมินตนเองภายใต้ กรอบ Fundamental Level ระบุจุดที่ ยังต้องพัฒนา (OFI) 2. จัดทำแผนพัฒนาและปรับปรุง ประจำปีให้สอดคล้อง โดยระบุตัวชี้วัด ที่เป็นผลลัพธ์ให้ชัดเจน 3. ดำเนินการปรับปรุงตามแผน 4. วัดผลการปรับปรุง

18 แผนการดำเนินงาน ระบบคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (2551 – 2552) ปี 2551 ปี 2551 ส่งเสริมและผลักดันให้ ส่วนราชการนำไป ปฏิบัติ โดยกำหนดเป็น ตัวชี้วัดบังคับ อบรมการเขียนรายงาน และ เครื่องมือต่างๆ พัฒนากลไกการบริหาร เครือข่ายวิทยากรที่ ปรึกษา ขยายการสร้างวิทยากร ตัวคูณและหมอองค์กร ปี 2552 ปี 2552 สร้างมาตรฐานการ บริหารตามแนวทาง PMQA พัฒนากลไกการ ส่งเสริมให้ส่วนราชการ นำไปปฏิบัติ (PMQA Promotion Program) ส่วนราชการสามารถ ดำเนินงานตาม Improvement Plan ที่จัดทำไว้ การจัดทำ Benchmark Database

19

20 ผลลัพธ์ การดำเนินการ ( มาตรา 9,12, 16,18,45) การจัดการกระบวนการ ( มาตรา 10,20,27, 28,29,31) การมุ่งเน้น ทรัพยากรบุคคล ( มาตรา 10,11,27,47) การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ ( มาตรา 11,39) การให้ความสำคัญกับผู้รับ บริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ( มาตรา 8,30,31, 38-42,45) การนำองค์กร ( มาตรา 8,9, 12,16,18,20,23, 27,28,43,44,46) การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์ ( มาตรา 6,8,9,12, 13,16) ลักษณะสำคัญขององค์กร สภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ และ ความท้าทาย เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ

21 “รางวัลมุ่งมั้นพัฒนาองค์การ ดีเด่น หมวด ” เข้าสู่การสมัครขอรับรางวัล PMQA หมวด 1 หมวด 2หมวด 3 หมวด 4หมวด 5หมวด หมวด 7 “ รางวัลการพัฒนา องค์การดีเด่น” ผ่านการรับรองเกณฑ์ฯ พัฒนาสู่ความโดดเด่นรายหมวด เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน (Fundamental Level) Successful Level

22 Roadmap การพัฒนาองค์การ กรมด้านบริการ กรมด้านนโยบาย จังหวัด เน้นความสำคัญของฐานข้อมูลในการผลักดันยุทธศาสตร์ภายใต้ระบบการนำองค์กรที่มีประสิทธิภาพ โดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง 1 เน้นความสำคัญกับผู้รับบริการ โดยออกแบบกระบวนงานและพัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เน้นความสำคัญของยุทธศาสตร์และการนำไปปฏิบัติ โดยมีระบบการวัดผลการดำเนินการที่เป็นระบบ สถาบันอุดมศึกษา เน้นความสำคัญของการกำหนดทิศทางองค์กรที่ชัดเจน และการพัฒนาบุคลากรเพื่อเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ SuccessfulLevel

23 องค์ประกอบ เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐในระดับที่ยอมรับได้ (Fundamental Level) ส่วนที่ 1 เกณฑ์ Fundamental Level ส่วนที่ 2 คำอธิบายแนวทางดำเนินการ ส่วนที่ 3 หลักเกณฑ์การพิจารณา การดำเนินการที่ครบถ้วนสมบูรณ์ เพื่อให้ผ่านเกณฑ์ Fundamental Level

24 ตัวอย่างการประเมินตาม เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน (Fundamental Level) PM 4ส่วนราชการต้องมีระบบรองรับภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อ การจัดการกระบวนการ เพื่อให้ส่วนราชการจะสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง เกณฑ์ หมวด 6 คำอธิบาย ส่วนราชการมีวิธีการเพื่อทำให้มั่นใจว่าระบบงานและสถานที่ทำงานมีการเตรียมพร้อมต่อภัยพิบัติ หรือ ภาวะฉุกเฉิน และระบบการเตรียมความพร้อมต่อภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน ซึ่งได้คำนึงถึงการป้องกัน การจัดการความต่อเนื่องของการดำเนินการ และการทำให้คืนสู่สภาพเดิม ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉินอาจเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ สาธารณูปโภค ความปลอดภัย การจราจล หรือ เกิดจากภาวะฉุกเฉินในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ วิธีการประเมิน A - แสดงแผนสำรองฉุกเฉิน เพื่อป้องกับผลกระทบกับการจัดการกระบวนการ ในกรณีที่เกิดภาวะฉุกเฉิน D - สื่อสารให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในแผนสำรองฉุกเฉินรับทราบถึงแนวทางปฏิบัติ L - มีการทบทวนเพื่อปรับปรุงแผนสำรองฉุกเฉินให้เหมาะสมทันสมัยอยู่เสมอ I - แสดงให้เห็นความเชื่อมโยงของระบบรองรับภาวะฉุกเฉินต่อการดำเนินการ ตามพันธกิจหลักของส่วนราชการว่าจะสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ผ่าน / ไม่ผ่าน – จะผ่านต่อเมื่อทำครบทุก bullet

25 25 รหัสแนวทางการดำเนินการ การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง LD1ส่วนราชการ/ผู้บริหารระดับสูงต้องมีการกำหนดทิศทางการทำงานที่ชัดเจน ครอบคลุมในเรื่องวิสัยทัศน์ ค่านิยม เป้าประสงค์ หรือผลการดำเนินการที่คาดหวังขององค์การ โดยมุ่งเน้นผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งมีการสื่อสารเพื่อ ถ่ายทอดทิศทางดังกล่าวสู่บุคลากร เพื่อให้เกิดการรับรู้ ความเข้าใจ และการนำไปปฏิบัติของบุคลากร อันจะส่งผลให้การ ดำเนินการบรรลุผลตามเป้าประสงค์ที่ตั้งไว้ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8) LD 2ผู้บริหารส่วนราชการมีการเพิ่มอำนาจในการตัดสินใจ(empowerment) ให้แก่เจ้าหน้าที่ระดับต่างๆ ภายในองค์การ โดยมี การมอบอำนาจให้กับผู้ดำรงตำแหน่งอื่นในส่วนราชการเดียวกัน หรือในส่วนราชการอื่นๆ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 27) LD 3ผู้บริหารของส่วนราชการส่งเสริมให้มีกระบวนการและกิจกรรมการเรียนรู้ เพื่อให้เกิดการบูรณาการและสร้างความผูกพัน ร่วมมือภายในองค์การ รวมถึงการสร้างแรงจูงใจเพื่อให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมาย (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 11) LD 4ส่วนราชการ/ผู้บริหารระดับสูงต้องกำหนดตัวชี้วัดที่สำคัญ และกำหนดให้มีระบบการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติ ราชการ สำหรับใช้ในการทบทวนผลการปฏิบัติงานและนำผลการทบทวนดังกล่าวมาจัดลำดับความสำคัญ เพื่อนำไปใช้ใน การปรับปรุงการดำเนินงานของส่วนราชการให้ดีขึ้น (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8) ธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม LD 5ส่วนราชการ/ผู้บริหารระดับสูงต้องมีการกำหนดนโยบายในการกำกับดูแลองค์การที่ดี (Organizational Governance) เพื่อ เป็นแนวทางในการดำเนินงานของส่วนราชการ และเพื่อให้การดำเนินการบรรลุผล ส่วนราชการต้องจัดทำแนวทางปฏิบัติ มาตรการ/โครงการรองรับนโยบายการกำกับดูแลตนเองที่ดีดังกล่าว (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8 (2)) LD 6ส่วนราชการต้องจัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการบริหารความเสี่ยงที่ดี รวมถึง พัฒนาระบบตรวจสอบภายในให้ เป็นไป ตามแนวทางของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8 (2)) LD 7ส่วนราชการ/ผู้บริหารระดับสูงต้องกำหนดให้มีวิธีการหรือมาตรการในการจัดการผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้นต่อสังคม อันเป็น ผลมาจากการดำเนินการของส่วนราชการ รวมทั้งต้องนำวิธีการหรือมาตรการที่กำหนดไว้ไปปฏิบัติ(พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8(3)) หมวด 1 การนำองค์กร

26 26 รหัสแนวทางการดำเนินการ การวางยุทธศาสตร์ SP1ส่วนราชการต้องมีการกำหนดขั้นตอน กรอบเวลาที่เหมาะสม รวมถึงมีการระบุผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจนในการจัดทำ แผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และแผนปฏิบัติราชการประจำปี โดยมุ่งเน้นที่จะผลักดันให้บรรลุวิสัยทัศน์และพันธกิจของ ส่วนราชการ บรรลุเป้าหมายตามแผนการบริหารราชการแผ่นดิน แผนปฏิบัติราชการของกระทรวงและกลุ่มภารกิจ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 9,16) SP2ในการจัดทำแผนปฏิบัติราชการของส่วนราชการ (4 ปี และ 1 ปี) ต้องมีการนำปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่สำคัญและ สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป มาใช้ประกอบการวิเคราะห์ อย่างน้อยประกอบด้วย วิสัยทัศน์และพันธกิจ ของส่วนราชการ ความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา กฎหมาย ระเบียบ และ โครงสร้างส่วนราชการ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8(3)) SP3ส่วนราชการต้องมีการวางแผนกลยุทธ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี และ แผนปฏิบัติราชการประจำปี ของส่วนราชการ รวมทั้งต้องการวางแผนเตรียมการจัดสรรทรัพยากรอื่น ๆ และแผนงบประมาณ ระยะปานกลาง (Medium-Term Expenditure Framework : MTEF) เพื่อรองรับการดำเนินการตามแผนปฏิบัติราชการ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 16) การสื่อสารและถ่ายทอดยุทธศาสตร์เพื่อนำไปปฏิบัติ SP4ผู้บริหารมีการสื่อสารและทำความเข้าใจในเรื่องยุทธศาสตร์และการนำยุทธศาสตร์ไปปฏิบัติ ไปยังบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้บุคลากรได้รับรู้เข้าใจ และนำไปปฏิบัติ เพื่อให้การถ่ายทอดแผนไปสู่การปฏิบัติดังกล่าวบรรลุผล (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 16) SP5ส่วนราชการมีการถ่ายทอด (cascading) ตัวชี้วัดและเป้าหมายระดับองค์การลงสู่ระดับหน่วยงาน(ทุกหน่วยงาน) และระดับ บุคคลอย่างน้อย 1 สำนัก/กอง รวมทั้ง มีการจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงานเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดเจน เพื่อให้ สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 12) SP6ส่วนราชการต้องจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อใช้ในการติดตามผลการดำเนินงานให้สามารถบรรลุเป้าหมายตาม แผนปฏิบัติราชการได้สำเร็จ ซึ่งประกอบด้วย ระยะเวลา ผู้รับผิดชอบ การจัดสรรทรัพยากรให้แก่แผนงานโครงการ/กิจกรรม (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 20) SP7ส่วนราชการต้องมีการวิเคราะห์และจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงเพื่อเตรียมการรองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งต้องครอบคลุมถึงความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ ความเสี่ยงด้านธรรมาภิบาล ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านกระบวนการ หมวด 2 การวางแผนยุทธศาสตร์

27 27 รหัสแนวทางการดำเนินการ ความรู้เกี่ยวกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย CS1ส่วนราชการมีการกำหนดกลุ่มผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียตามพันธกิจ เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่ ครอบคลุมทุกกลุ่ม (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8) CS2ส่วนราชการมีช่องทางการรับฟังและเรียนรู้ความต้องการของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงและเสนอรูปแบบการบริการ ต่าง ๆ โดยแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของช่องทางการสื่อสารดังกล่าว (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 38,40) การสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย CS3ส่วนราชการมีการกำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนในการรวบรวมข้อร้องเรียน/ข้อเสนอแนะ/ ข้อคิดเห็น/ คำชมเชย ของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวมทั้งมีระบบการจัดการข้อร้องเรียน/ข้อเสนอแนะ/ ข้อคิดเห็น/ คำชมเชย เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถตอบสนองต่อผู้รับบริการและผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียได้ อย่างทันท่วงที (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8,39,41) CS4ส่วนราชการได้นำข้อร้องเรียน /ข้อเสนอแนะ/ ข้อคิดเห็น/ คำชมเชย ใน CS 3 มาวิเคราะห์เพื่อกำหนดวิธีการและปรับปรุงคุณภาพการให้บริการและหรือ การปฏิบัติงานให้เหมาะสม (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8,39,41) CS5ส่วนราชการมีการสร้างเครือข่ายและจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 30,31,38-41) CS6ส่วนราชการต้องเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมผ่านกิจกรรมต่างๆอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น ให้ ข้อเสนอแนะ และร่วมติดตามประเมินผลการบริหารจัดการของส่วนราชการ โดยการให้ข้อมูลข่าวสาร แก่ประชาชน (Inform) ให้โอกาสร่วมแสดงความ คิดเห็น (Consult) มีการดำเนินการร่วมกัน(Collaborate) ร่วมกันติดตามตรวจสอบ (Involve) รวมทั้งให้การเสริมอำนาจ (Empower) แก่ประชาชน (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 30,31,38-41) CS7ส่วนราชการมีการวัดความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่มตามที่ได้กำหนดไว้ เพื่อนำผลไปปรับปรุงการให้บริการและการ ดำเนินงานของส่วนราชการ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 38,41-42) CS8ส่วนราชการมีการวัดความไม่พึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในแต่ละกลุ่มตามที่ได้กำหนดไว้ เพื่อนำผลไปปรับปรุงการให้บริการและ การดำเนินงานของส่วนราชการ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 38,41-42) CS9ส่วนราชการต้องกำหนดมาตรฐาน คู่มือ แนวทางการปฏิบัติของบุคลากรในการให้บริการ ระยะเวลาแล้วเสร็จของงานบริการในแต่ละงาน โดยมีการ จัดทำแผนภูมิหรือคู่มือการติดต่อราชการโดยประกาศให้ผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทราบ เพื่อให้เกิดความพึงพอใจในการรับบริการ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 38,41) CS10ส่วนราชการต้องกำหนดวิธีการติดตามคุณภาพการให้บริการเพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงการบริการให้สามารถสนองตอบความต้องการได้อย่าง เหมาะสม (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 8,45) หมวด 3 การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย

28 28 รหัสแนวทางการดำเนินการ การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการ IT1ส่วนราชการต้องมีระบบฐานข้อมูลผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ รวมทั้งผลการ ดำเนินงานของตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ที่ครอบคลุม ถูกต้อง และทันสมัย (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 9 (3)) การจัดการ สารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ และความรู้ IT2ส่วนราชการทบทวนฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระบวนการที่สร้างคุณค่า ที่จัดทำไว้ในปีงบประมาณ พ.ศ และต้องมีฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระบวนการที่สร้างคุณค่าเพิ่มเติม อย่างน้อย 2 กระบวนการ IT3ส่วนราชการต้องมีฐานข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของกระบวนการสนับสนุน อย่างน้อย 2 กระบวนการ IT4ส่วนราชการต้องมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเหมาะสม (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 39)) IT5ส่วนราชการต้องมีระบบการติดตาม เฝ้าระวัง และเตือนภัย (Warning System) เช่น การกำหนดระบบการเตือนภัยแบบ สัญญาณไฟจราจร การจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (Operation Room, Management Cockpit, War Room) ที่บ่งชี้ถึงการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น IT6ส่วนราชการต้องมีระบบบริหารความเสี่ยงของระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศ IT7ส่วนราชการต้องจัดทำแผนการจัดการความรู้ และนำแผนไปปฏิบัติ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 11) หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ (สำหรับกรม)

29 29 หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์และการจัดการความรู้ (สำหรับจังหวัด) รหัสแนวทางการดำเนินการ การวัด การวิเคราะห์ และการปรับปรุงผลการดำเนินการ IT1จังหวัดต้องมีระบบฐานข้อมูลผลการดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติราชการ รวมทั้งผลการดำเนินงาน ของตัวชี้วัดตามคำรับรองการปฏิบัติราชการ ที่ครอบคลุม ถูกต้อง และทันสมัย (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 9 (3)) การจัดการ สารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ และความรู้ IT2จังหวัดต้องมีระบบฐานข้อมูลเพื่อพัฒนาจังหวัด ที่ครอบคลุม ถูกต้อง และทันสมัย IT3จังหวัดต้องมีระบบและสามารถคำนวณสถิติผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด (GPP) ที่ครอบคลุม ถูกต้อง และทันสมัย IT4จังหวัดต้องมีระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างเหมาะสม (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 39) IT5จังหวัดต้องมีระบบการติดตาม เฝ้าระวัง และเตือนภัย (Warning System) เช่น การกำหนดระบบการเตือนภัยแบบ สัญญาณไฟจราจร การจัดตั้งห้องปฏิบัติการ (Operation Room, Management Cockpit, War Room) ที่บ่งชี้ถึงการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น IT6จังหวัดต้องมีการนำระบบบริหารความเสี่ยงของระบบฐานข้อมูลและสารสนเทศไปใช้ IT7จังหวัดต้องมีการจัดทำแผนการจัดการความรู้ และนำแผนไปปฏิบัติ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 11)

30 หมวด 5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล รหัสแนวทางการดำเนินการ การสร้างบรรยากาศการทำงาน ความผาสุกและความพึงพอใจแก่บุคลากร เพื่อก่อให้เกิดความผูกพันต่อ องค์กร HR 1 ส่วนราชการต้องกำหนดปัจจัยทีมีผลต่อความผาสุก และความพึงพอใจ ของบุคลากร รวมทั้งต้องมีการวิเคราะห์และ ปรับปรุงปัจจัย ดังกล่าวให้มีความเหมาะสม เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานและให้เกิดความผูกพันต่อองค์การ HR 2 ส่วนราชการมีระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานของบุคลากรที่มีประสิทธิผล และเป็นธรรม รวมทั้งมีการแจ้งผลการ ประเมินให้บุคลากรทราบ เพื่อปรับปรุงการปฏิบัติงานให้ดีขึ้น (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 47) การพัฒนาบุคลากรและภาวะผู้นำ HR 3 ส่วนราชการต้องดำเนินการตามแผนกลยุทธ์การบริหารทรัพยากรบุคคลที่กำหนดไว้ใน SP3 ไปปฏิบัติ เพื่อให้มีขีด สมรรถนะที่เหมาะสม สามารถปฏิบัติงานให้บรรลุผลตามเป้าประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 47) HR 4 ส่วนราชการต้องมีระบบการประกันคุณภาพของการฝึกอบรม รวมถึงการประเมินประสิทธิผลและความคุ้มค่าของการ พัฒนา/ฝึกอบรมบุคลากร (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 20) HR 5ส่วนราชการมีแผนการสร้างความก้าวหน้าในสายงานให้แก่บุคลากร เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ให้กับบุคลากร

31 หมวด 6 การจัดการกระบวนการ รหัสแนวทางการดำเนินการ การออกแบบกระบวนการ PM 1ส่วนราชการต้องกำหนดกระบวนการที่สร้างคุณค่าจากยุทธศาสตร์ พันธกิจ และความต้องการของผู้รับบริการและ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้บรรลุวิสัยทัศน์ของส่วนราชการ PM 2ส่วนราชการต้องจัดทำข้อกำหนดที่สำคัญของกระบวนการที่สร้างคุณค่าจากความต้องการของผู้รับบริการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ข้อกำหนดด้านกฎหมาย และข้อกำหนดที่สำคัญที่ช่วยวัดผลการดำเนินงาน และ / หรือปรับปรุง การดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่า PM 3ส่วนราชการต้องออกแบบกระบวนการจากข้อกำหนดที่สำคัญใน PM 2 และนำปัจจัยที่เกี่ยวข้องที่สำคัญ มาประกอบการออกแบบกระบวนการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานและปรับปรุงกระบวนอย่างต่อเนื่อง (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 20,27-29) PM 4ส่วนราชการต้องมีระบบรองรับภาวะฉุกเฉินต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นและมีผลกระทบต่อการจัดการกระบวนการ เพื่อให้ ส่วนราชการจะสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง การจัดการและปรับปรุงกระบวนการ PM 5ส่วนราชการต้องกำหนดมาตรฐานการปฏิบัติงาน ของกระบวนการที่สร้างคุณค่า และกระบวนการสนับสนุน โดยมีวิธีการในการนำมาตรฐานการปฏิบัติงานดังกล่าวให้บุคลากรนำไปปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุผลตามข้อกำหนด ที่สำคัญ (พ.ร.ฎ.GG มาตรา 27,28) PM 6 ส่วนราชการต้องมีการปรับปรุงกระบวนการที่สร้างคุณค่าและกระบวนการสนับสนุน เพื่อให้ผลการดำเนินการดีขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด การทำงานซ้ำ และความสูญเสียจากผลการดำเนินการ

32 หมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ รหัสแนวทางการดำเนินการเกณฑ์การให้คะแนน (ร้อยละ) มิติด้านประสิทธิผล RM 1ร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของแผนปฏิบัติการที่ส่วนราชการดำเนินการได้สำเร็จตามมเป้าหมาย มิติด้านคุณภาพการให้บริการ RM 2ร้อยละความพึงพอใจของผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อการให้บริการและการดำเนินงาน ของส่วนราชการ มิติด้านประสิทธิภาพของการปฏิบัติราชการ RM 3ร้อยละเฉลี่ยของความสำเร็จในการดำเนินการตามมาตรฐานระยะเวลาที่กำหนดของกระบวนการที่ สร้างคุณค่า (จำนวน 2 กระบวนการที่ได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานในปี งปม หลักฐานที่ 39) RM 4ร้อยละเฉลี่ยของความสำเร็จในการดำเนินการตามมาตรฐานระยะเวลาที่กำหนดของกระบวนการ สนับสนุน (จำนวน 2 กระบวนการที่ได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานในปี งปม หลักฐานที่ 40) RM 5กรณีส่วนราชการที่มีงบลงทุน - ร้อยละของอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายลงทุน กรณีส่วนราชการไม่มีงบลงทุน - ร้อยละของอัตราการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายในภาพรวม RM 6ร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักของการดำเนินการตามแผนบริหารความเสี่ยง มิติด้านการพัฒนาองค์กร RM 7ร้อยละของบุคลากรที่ได้รับการพัฒนาขีดสมรรถนะตามแผนพัฒนาขีดสมรรถนะของบุคลากร หรือแผนพัฒนาบุคลากร RM 8ร้อยละของความครอบคลุม ถูกต้อง และทันสมัยของฐานข้อมูลที่สนับสนุนยุทธศาสตร์อย่างน้อย 1 ประเด็นยุทธศาสตร์ RM 9ร้อยละเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักความสำเร็จของการดำเนินกิจกรรมตามแผนการจัดการความรู้ อย่างน้อย 3 องค์ความรู้ RM 10ร้อยละความสำเร็จของโครงการตามนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดีอย่างน้อยด้านละ 1 โครงการ


ดาวน์โหลด ppt การใช้ เกณฑ์คุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เพื่อการพัฒนาระบบราชการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google