งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

แบบจําลองอะตอมของ รัทเทอร์ ฟอร์ด รัทเทอร์ ฟอร์ด พบว่ ารังสี ส่วน ใหญ่ ไม่ เบี่ยงเบน และส่วนน้อยทีเบี่ยงเบนนั้น ทํามุม เบี่ยงเบนใหญ่ มากบางส่วนยัง เบี่ยงเบนกลับทิศทางเดิมด้วย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "แบบจําลองอะตอมของ รัทเทอร์ ฟอร์ด รัทเทอร์ ฟอร์ด พบว่ ารังสี ส่วน ใหญ่ ไม่ เบี่ยงเบน และส่วนน้อยทีเบี่ยงเบนนั้น ทํามุม เบี่ยงเบนใหญ่ มากบางส่วนยัง เบี่ยงเบนกลับทิศทางเดิมด้วย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 แบบจําลองอะตอมของ รัทเทอร์ ฟอร์ด รัทเทอร์ ฟอร์ด พบว่ ารังสี ส่วน ใหญ่ ไม่ เบี่ยงเบน และส่วนน้อยทีเบี่ยงเบนนั้น ทํามุม เบี่ยงเบนใหญ่ มากบางส่วนยัง เบี่ยงเบนกลับทิศทางเดิมด้วย จํานวนรังสี ที่เบี่ยงเบนจะมากขึ้น ถ้าความหนาแน่นของแผ่นโลหะ เพิ่มขึ้น

2

3

4

5

6

7

8

9

10

11

12

13

14

15 1.Electron โคจรรอบนิวเคลียส ด้วย path คงที่ ที่ Ground state 2. เมื่อได้รับพลังงานจะอยู่ที่ Excited state แต่ไม่เสถียรจะ คายพลังงานและกลับมาอยู่ที่ Ground state

16 Spectrum

17 Hydrogen spectrum Visible light

18

19

20 เมื่อ C คือความเร็วของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าใน สุญญากาศมีค่า เท่ากับ 3.0 x 10 8 เมตรต่อวินาที จากสูตร ค่าพลังงานของคลื่นแม่ เหล็ก ไฟฟ้าคํานวณได้ จากความสัมพันธ์ ดังนี้ E = hC /

21 1. เส้นสเปกตรัมเส้นหนึ่งของซีเซียมมี ความยาวคลื่น 456 nm ความถี่ของ เส้นสเปกตรัมนี้มีค่าเท่าใด และปรากฏ เป็นแสงสีใด

22 2. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความยาวคลื่น 300 nm จะปรากฏในช่วงคลื่นของแสงที่ มองเห็นได้หรือไม่ มีความถี่และพลังงาน เท่าใด

23 3. เหตุใดเส้นสเปกตรัมเส้นของธาตุ ไฮโดรเจนจึงมีหลายเส้น ทั้ง ๆ ที่เป็นธาตุ ที่มีเพียง 1 electron

24

25

26

27

28

29

30

31

32

33

34

35 แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก

36 แบบจำลองอะตอมแบบกลุ่ม หมอก แบบจำลองอะตอมของโบร์ ใช้อธิบาย เกี่ยวกับเส้นสเปกตรัมของธาตุไฮโดรเจนได้ดี แต่ไม่สามารถอธิบายเส้นสเปกตรัมของ อะตอมที่มีหลายอิเล็กตรอนได้ จึงได้มี การศึกษาเพิ่มเติม โดยใช้ความรู้ทาง กลศาสตร์ควันตัม สร้างสมการเพื่อคำนวณหา โอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนในระดับพลังงาน ต่างๆ จึงสามารถอธิบายเส้นสเปกตรัมของ ธาตุได้ถูกต้องกว่าอะตอมของโบร์ ลักษณะ สำคัญของแบบจำลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก อธิบายได้ดังนี้

37 1. อิเล็กตรอนเคลื่อนที่รอบนิวเคลียสอย่าง รวดเร็วตลอดเวลาด้วยความเร็วสูง ด้วย รัศมีไม่แน่นอนจึงไม่สามารถบอกตำแหน่งที่ แน่นอนของอิเล็กตรอนได้บอกได้แต่เพียง โอกาสที่จะพบอิเล็กตรอนในบริเวณต่างๆ ปรากฏการณ์แบบนี้นี้เรียกว่ากลุ่มหมอก ของอิเล็กตรอน บริเวณที่มีกลุ่มหมอก อิเล็กตรอนหนาแน่น จะมีโอกาสพบ อิเล็กตรอนมากกว่าบริเวณที่เป็นหมอกจาง 2. การเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนรอบ นิวเคลียสอาจเป็นรูปทรงกลมหรือรูปอื่น ๆ ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของอิเล็กตรอน แต่ ผลรวมของกลุ่มหมอกของอิเล็กตรอนทุก ระดับพลังงานจะเป็นรูปทรงกลม

38 รูปทรงต่างๆของกลุ่มหมอกอิเล็กตรอน จะ ขึ้นอยู่กับระดับพลังงานของอิเล็กตรอน การใช้ ทฤษฎีควันตัม จะสามารถอธิบายการจัดเรียงตัว ของอิเล็กตรอนรอบนิวเคลียส ได้ว่าอิเล็กตรอน จัดเรียงตัวเป็นออร์บิทัล (orbital) ในระดับ พลังงานย่อย s, p, d, f แต่ละออร์บิทัล จะ บรรจุอิเล็กตรอนเป็นคู่ ดังนี้ s – orbital มี 1 ออร์ บิทัล หรือ 2 อิเล็กตรอน p – orbital มี 3 ออร์ บิทัล หรือ 6 อิเล็กตรอน d – orbital มี 5 ออร์ บิทัล หรือ 10 อิเล็กตรอน f – orbital มี 7 ออร์ บิทัล หรือ 14 อิเล็กตรอน

39 แต่ละออร์บิทัลจะมีรูปร่างลักษณะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนในออร์ บิทัล และระดับพลังงานของอิเล็กตรอนในออร์ บิทัลนั้นๆ เช่น s – orbital มีลักษณะเป็นทรงกลม p – orbital มีลักษณะเป็นกรวยคล้าย หยดน้ำ ลักษณะแตกต่างกัน 3 แบบ ตาม จำนวนอิเล็กตรอนใน 3 ออร์บิทัล คือ Px, Py, Pz d – orbital มีลักษณะและรูปทรงของ กลุ่มหมอก แตกต่างกัน 5 แบบ ตามจำนวน อิเล็กตรอนใน 5 ออร์บิทัล คือ dx2-y2, dz2, dxy, dyz, dxz

40 1s orbital 2 s orbital

41 Px orbital Py orbital Pz orbital

42

43

44

45

46 การจัดเรียง e- ของธาตุ Ca = 2, 8, 8, 2 มีแผนผังการจัดเรียง e- ดังนี้ Ca มีจำนวน e- ในระดับ พลังงานชั้นนอกสุด = 2 ตัว จำนวนอิเล็กตรอนในระดับพลังงานชั้นนอกสุด เรียกว่า เวเลนซ์อิเล็กตรอน (Valence electron) ดังนั้น Ca มี เวเลนซ์อิเล็กตรอน = 2

47 ตัวอย่าง จงจัดเรียงอิเล็กตรอนของธาตุ โบรมีน ( Br ) ธาตุโบรมีน (Br) มีเลขอะตอม = 35 แสดงว่า โบรมีน (Br) มีอิเล็กตรอน = 35 ตัว มีการจัดเรียงอิเล็กตอน เป็นดังนี้

48

49

50 The first period Hydrogen has its only electron in the 1s orbital - 1s 1, and at helium the first level is completely full - 1s 2.

51 The second period Now we need to start filling the second level, and hence start the second period. Lithium's electron goes into the 2s orbital because that has a lower energy than the 2p orbitals. Lithium has an electronic structure of 1s 2 2s 1. Beryllium adds a second electron to this same level - 1s 2 2s 2. Now the 2p levels start to fill. These levels all have the same energy, and so the electrons go in singly at first. B 1s 2 2s 2 2p x 1 C 1s 2 2s 2 2p x 1 2p y 1 N 1s 2 2s 2 2p x 1 2p y 1 2p z 1

52 The next electrons to go in will have to pair up with those already there. O 1s 2 2s 2 2p x 2 2p y 1 2p z 1 F 1s 2 2s 2 2p x 2 2p y 2 2p z 1 Ne 1s 2 2s 2 2p x 2 2p y 2 2p z 2 You can see that it is going to get progressively tedious to write the full electronic structures of atoms as the number of electrons increases. There are two ways around this, and you must be familiar with both.

53 The third period At neon, all the second level orbitals are full, and so after this we have to start the third period with sodium. The pattern of filling is now exactly the same as in the previous period, except that everything is now happening at the 3-level. For example: short version Mg 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 [Ne]3s 2 S 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p x 2 3p y 1 3p z 1 [Ne]3s 2 3p x 2 3p y 1 3p z 1 Ar 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p x 2 3p y 2 3p z 2 [Ne]3s 2 3p x 2 3p y 2 3p z 2

54 The beginning of the fourth period At this point the 3-level orbitals aren't all full - the 3d levels haven't been used yet. But if you refer back to the energies of the orbitals, you will see that the next lowest energy orbital is the 4s - so that fills next. K 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 4s 1 Ca 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 4s 2

55 s- and p-block elements

56 The elements in group 1 of the Periodic Table all have an outer electronic structure of ns 1 (where n is a number between 2 and 7). All group 2 elements have an outer electronic structure of ns 2. Elements in groups 1 and 2 are described as s-block elements. Elements from group 3 across to the noble gases all have their outer electrons in p orbitals. These are then described as p-block elements.

57 d-block elements

58 Sc 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 1 4s 2 Ti 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 2 4s 2 V 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 3 4s 2 Cr 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 5 4s 1

59 Mn 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 5 4s 2 (back to being tidy again) Fe 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 6 4s 2 Co 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 7 4s 2 Ni 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 8 4s 2 Cu 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 10 4s 1 (another awkward one!) Zn 1s 2 2s 2 2p 6 3s 2 3p 6 3d 10 4s 2


ดาวน์โหลด ppt แบบจําลองอะตอมของ รัทเทอร์ ฟอร์ด รัทเทอร์ ฟอร์ด พบว่ ารังสี ส่วน ใหญ่ ไม่ เบี่ยงเบน และส่วนน้อยทีเบี่ยงเบนนั้น ทํามุม เบี่ยงเบนใหญ่ มากบางส่วนยัง เบี่ยงเบนกลับทิศทางเดิมด้วย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google