งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

03764491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ 03764491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ Basic Research Methods in Logistics Management.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "03764491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ 03764491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ Basic Research Methods in Logistics Management."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ Basic Research Methods in Logistics Management 4 : 3 ก.พ. 58 กุสุมา พิริยาพรรณ เติมศักดิ์ สุขวิบูลย์ คณะวิทยาการจัดการ

3 ศาสตร์กับการวิจัย Sciences and Research

4 *มนุษย์ต้องการพัฒนายกระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ *ความรู้และความจริงที่เกิดขึ้นมีการเปลี่ยนแปลงได้ *มนุษย์มักมีปัญหาตลอดเวลา เพราะมีประสบการณ์ใหม่ๆ -ไม่ตอบสนองความต้องการ -ไม่สามารถอธิบายหรือบอกสิ่งที่ต้องการรู้ *การสังเกตุสภาพแวดล้อมหรือเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัว *มนุษย์มีความอยากรู้ อยากเห็นและต้องการใหม่เสมอ Rational of Acquiring Knowledge เหตุผลการแสวงหาความรู้

5 ข้อมูลดิบ จัดระบบ / ประมวล ประมวลทฤษฎี & ประสบการณ์ สรุป / สังเคราะห์ / วิจัย วิเคราะห์ / สังเคราะห์ / วิจัย Wisdom ปัญญา Law/Theory กฎ/ทฤษฎี ความรู้Knowledge ข่าวสาร Information ข้อมูล Raw Data ระดับความรู้ (Level of Knowledge)

6 1. การพัฒนาด้านความรู้/ความคิด (Cognitive Domain/พุทธิพิสัย) - การพัฒนาความรอบรู้ทางสมอง ความคิดและองค์ความรู้ - การพัฒนาความรอบรู้ทางสมอง ความคิดและองค์ความรู้ 2.การพัฒนาด้านทักษะ (Psychomotor Domain/ทักษะพิสัย) - การพัฒนาความคล่องแคล่ว ความชำนาญ ความสามารถในการทำงาน - การพัฒนาความคล่องแคล่ว ความชำนาญ ความสามารถในการทำงาน 3. การพัฒนาด้านความเข้าใจ ค่านิยมและทัศนคติ (Affective Domain/จิตพิสัย) - การพัฒนาความเข้าใจและการยึดถือค่านิยมที่ดี จริยศึกษาหรือการมองโลก - การพัฒนาความเข้าใจและการยึดถือค่านิยมที่ดี จริยศึกษาหรือการมองโลก การพัฒนาความรู้

7 1. ระดับความจำ (Knowledge) 2.ระดับความเข้าใจ (Comprehension) 3.ระดับการรู้จักประยุกต์ (Application) 4. ระดับการวิเคราะห์ (Analysis) 5. ระดับการสังเคราะห์ (Synthesis) 6. ระดับการรู้จักประเมิน (Evaluation) การพัฒนาความคิด

8 ลักษณะของศาสตร์ (Science) วิธีการวิเคราะห์ - เป็นระบบ (Systematic) - เป็นเหตุเป็นผล (Logical) - เป็นวัตถุวิสัย (Objective) จุดประสงค์ศาสตร์ จุดประสงค์ศาสตร์ - บรรยาย (Descriptive) - อธิบาย (Explanatory) - ทำนาย (Predictive) ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น/สังเกต เพื่อ เพื่อ ศาสตร์ : “ วิธีการวิเคราะห์ที่เป็นระบบ เป็นเหตุเป็นผลและเป็นวัตถุวิสัย ” * ระบบวิชาความรู้/องค์ความรู้ - เนื้อหาวิชา (Content) - วิธีการ (Method)

9 การวิเคราะห์ของศาสตร์ ลักษณะเป็นระบบ (Systematic) ส่วนย่อยหลายส่วนมีการเชื่อมกันอย่างดี แต่ละส่วนย่อย มีผลต่อกันและกัน ลักษณะเป็นเหตุเป็นผล (Logical) การใช้หลักของความเป็นเหตุผลหรือมรรควิธีในการพิจารณา ลักษณะเป็นวัตถุวิสัย (Objective) หลักเกณฑ์ทั้งหมดต้องสามารถทดสอบโดยผู้ที่มีความ สามารถอื่นๆได้ หรือหลายวิธีการซ้ำๆ ทุกขั้นตอนได้

10 การวิเคราะห์ของศาสตร์ การบรรยาย (Description) ความพยายามจะตอบคำถามว่า ใครทำอะไร ที่ไหน เมื่อไรและอย่างไร การอธิบาย (Explanation) ความพยายามจะตอบคำถามว่าทำไม ความพยายามจะตอบคำถามว่าทำไม การทำนาย (Predictive) ความพยายามจะตอบคำถามในอนาคตข้างหน้า ความพยายามจะตอบคำถามในอนาคตข้างหน้า

11 สาขาของศาสตร์ วิทยาศาสตร์ธรรมชาติ (Natural Sciences) ศาสตร์ที่ว่าด้วยสาระเกี่ยวกับธรรมชาติ สิ่งมีชีวิตและ สิ่งไม่มีชีวิต * วิทยาศาสตร์กายภาพ (Physical Sciences) เช่น เคมี ฟิสิกส์ ธรณีวิทยา วิศวกรรม ปฐพีวิทยา * วิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Biological Sciences) เช่น การเกษตร ป่าไม้ สัตว์ป่า สัตววิทยา ชีววิทยา

12 สาขาของศาสตร์ สังคมศาสตร์ (Social Sciences) ศาสตร์ที่ว่าด้วยเกี่ยวกับพฤติกรรมทางสังคมของมนุษย์ หรือปรากฏการณ์ทางสังคม ซึ่งจะมีการเกิดขึ้นและการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา Encyclopaedia of Social Sciences แบ่งเป็น * สังคมศาสตร์บริสุทธิ์ (Pure Social Sciences) * กึ่งสังคมศาสตร์ (Semi Social Sciences) * ศาสตร์เกี่ยวกับสังคมศาสตร์ (Sciences with Social Implication)

13 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge การไต่ถามผู้รู้ (Authority) - ผู้เชี่ยวชาญ (Scholar) - ผู้ชำนาญการ (Expert) การใช้ประสบการณ์ (Experience) อาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาและรวบรวมมาใช้ใน การแก้ปัญหาหรือการลองผิด/ลองถูก (Trial and Error) สรุปเป็นข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่

14 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge การอนุมาน (Deductive Method/ Syllogism/ Deductive Logic/ Inside-out Method) Aristotle นำวิธีการมาค้นหาความรู้/ข้อเท็จจริง โดยใช้ เหตุผล ด้วยการอ้างข้อเท็จจริงที่พบแล้วมาสรุปเป็นข้อเท็จ จริงใหม่ /ความรู้ใหม่ ข้อบกพร่อง : - ข้อสรุป/ข้อเท็จจริงที่ได้อาจไม่เป็นความจริง/สรุปได้ไม่ ชัดเจน - ข้อสรุปหรือข้อเท็จจริงที่ได้ไม่ใช่ความรู้ใหม่

15 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge การอุปมาน (Inductive Method) Francis Bacon เสนอให้มีการค้นคว้าหาความรู้ใหม่ /ข้อเท็จจริงใหม่ในลักษณะเก็บรวบรวมข้อมูล/ข้อเท็จจริง ย่อยๆ จำแนกประเภทตามลักษณะ หาความสัมพันธ์ แปล ความหมายและสรุป : - การอุปมานแบบสมบูรณ์ (Perfect Inductive Method) เก็บรวมรวมข้อเท็จจริงย่อยครบทุกหน่วยประชากร - การอุปมานแบบไม่สมบูรณ์ (Imperfect Inductive Method)เก็บรวมรวมข้อเท็จจริงย่อยจากตัวอย่างบางส่วน ประชากร

16 วิธีการค้นหาความรู้ Methods of Acquiring Knowledge วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) Charles Darwin เป็นผู้นำค้นคว้าวิธีการมาใช้ศึกษาหา ข้อเท็จจริงและความรู้ใหม่ โดยอาศัยใช้วิธีการ : - Deductive Method - Inductive Method

17 วิธีการทางวิทยาศาสตร์ (Scientific Method) *การตรวจสอบและนิยามปัญหา Identification and of the Problem *การตรวจสอบและนิยามปัญหา Identification and Definition of the Problem *การตั้งสมมติฐาน Formulation of Hypothesis *การรวบรวมข้อมูล จัดระเบียบและการวิเคราะห์ข้อมูล Collection Organization and Analysis of Data *การสรุป Formulation of Conclusion *การยืนยัน ปฏิเสธ หรือปรับสมมติฐาน Verification Rejection or Modification of Hypothesis

18 พื้นฐานการสำรวจและศึกษาวิจัย : ความแตกต่างระหว่าง Social Sciences กับ Natural Sciences 1. หน่วยการศึกษาวิเคราะห์ (Unit of Analysis) - มุ่งที่ศึกษาความสัมพันธ์ของ - มุ่งเน้นที่จะศึกษาหน่วยหรือ มนุษย์ในฐานะมนุษย์จะอยู่ ปรากฎการณ์ต่างๆ ที่ เกิดขึ้น ร่วมกันเป็นกลุ่ม/เป็นสังคม เกิดขึ้น / มีอยู่โดยธรรมชาติ 2. กระบวนการศึกษา (Process of Study) - เน้นใช้การศึกษาเชิงคุณภาพ - เน้นการศึกษาเชิงปริมาณ (Qualitative approach) มากกว่า (Quantitative approach) มากกว่า 3. ค่านิยมในการศึกษา (Values in Study) - โอกาสที่จะมีอคติในการศึกษา - ความรู้สึกผูกพันกับหน่วย ได้ง่ายกว่า ในการศึกษาน้อยกว่า

19 ความแตกต่างระหว่าง การวิจัยเชิงปริมาณ กับ การวิจัยเชิงคุณภาพ

20

21 การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 1. วิธีการทดลอง (Experimental Design) การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยจะต้องอาศัยการวางแผนการทดลองมาช่วย การวิจัย ทางสังคมส่วนใหญ่จะใช้วิธีนี้ไม่ได้ โดยมากจะใช้กับการทดลองทางด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ และวิศวกรรมศาสตร์ 2. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากรายงาน (Reporting System) การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการเก็บข้อมูลจากรายงาน เอกสาร ผลงานวิจัยหรือ ผลงานอื่นๆ ที่มีการทำไว้ก่อนหน้า ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐาน 3. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากทะเบียน (Registration) การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยข้อมูลสถิติจากระบบทะเบียนจากแหล่งเบื้องต้นของ ข้อมูลเป็นเอกสารการทะเบียน ซึ่งมีลักษณะต่อเนื่องมีการปรับแก้หรือเปลี่ยนแปลง ให้ถูกต้อง ทันสมัยทำให้ได้สถิติที่ต่อเนื่องเป็นอนุกรมเวลา

22 การดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูล 4. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีสำมะโน (Census) การเก็บรวบรวมข้อมูลโดยเก็บข้อมูลสถิติของทุกๆ หน่วยของประชากรที่สนใจ ศึกษาภายในพื้นที่ที่กำหนด และระยะเวลาที่กำหนดการเก็บรวบรวม ข้อมูลสถิติด้วยวิธีนี้จะ ทำให้ได้ข้อมูลในระดับพื้นที่ย่อย เช่น หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และทำให้ได้ข้อมูลที่เป็นค่า จริง 5. วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยวิธีสำรวจ (Sample Survey) การเก็บรวบรวมข้อมูลสถิติจากบางหน่วยของประชากรด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่าง/การ สำรวจด้วยตัวอย่าง (Sample Survey) ด้วยการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยการสังเกต/โดย การวัดค่าต่างๆ จากบางหน่วยของประชากร จะทำให้ได้ข้อมูลในระดับรวม เช่น จังหวัด ภาค เขตการปกครองและรวมทั่วประเทศ และข้อมูลที่ได้จะเป็นค่าโดยประมาณการสำรวจ เป็นวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลที่ใช้งบประมาณ เวลาและกำลังคนไม่มากนัก

23 INDUCTIVELOGICINDUCTIVELOGIC EMPIRICALBASEDEMPIRICALBASED การสรุปจากข้อเท็จจริง (Empirical generalization) การสังเกต/ เก็บข้อมูล (Observation) สมมติฐาน(Hypothesis) DEDUCTIVELOGICDEDUCTIVELOGIC THEORY BASEDTHEORY BASED ทฤษฎี (Theories) Functional Theory Building Inductive Theory building Deductive Theory Building ModelbasedTheoryBuilding รูปแบบการสร้างทฤษฎีแห่งวิทยาศาสตร์

24 ขั้นตอนในกระบวนการทำวิจัย (Steps of Research Process) เลือกหัวข้อ (Choose Topic) ตั้งคำถามในการวิจัย (Focus Research Question) ออกแบบการวิจัย (Research Design) เก็บรวบรวมข้อมูล (Collect Data) วิเคราะห์ข้อมูล (Analyze Data) ตีความข้อมูล (Interpret Data) บอกกล่าวผู้อื่น (Inform Others)

25 วงล้อการวิจัย (The Research Wheel) แบบที่ 1 ความคิด (idea) ทฤษฎี (theory) สมมติฐาน (Hypothesis) แบบแผนการวิจัย (Research design) การจัดการข้อมูล (Data organization) ผลและข้อค้นพบ (Results and findings) การเผยแพร่ (Dissemination) เอกสาร (Literature) การเก็บข้อมูล (Data collection) นิยามและการวัด (Operational definition and measurement) การอนุมาน (Deduction) การวิเคราะห์ ) (Analysis) การกลั่นกรองและคำถามใหม่ (Refinement and new question)

26 ขั้นตอนสำคัญของการวิจัย 1. การตั้งคำถามหรือปัญหาของการวิจัย 2. การทบทวนวรรณกรรม 3. การกำหนดแบบของการวิจัย 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การจัดกระทำกับข้อมูล 6. การวิเคราะห์ข้อมูล และ 7. รายงานผลการวิเคราะห์

27 ความสำคัญของปัญหาการวิจัย 1. ปัญหาการวิจัยแต่ละปัญหาจะมีตัวแปร (variables) ที่เปลี่ยน แปลงตามบุคคล เวลาและสถานที่ 2. ข้อเท็จจริงของปัญหาการวิจัยเป็นความจริงเชิงสัมพันธ์ (relative truth) ไม่ใช่ความจริงเชิงสมบูรณ์ (absolute truth) 3. ข้อสรุปทั่วไป แนวคิด ทฤษฎีและกฎต่างๆ ต้องการการยืนยัน (confirm) และตรวจสอบ (verify)การกำหนดประเด็นปัญหาการวิจัย

28 ความชัดเจนของประเด็น ความไม่ซ้ำซ้อนของประเด็นที่จะวิจัย ความสัมพันธ์ระหว่างประเด็นหลักเกณฑ์การกำหนดประเด็นปัญหาการวิจัย ทำให้ผู้วิจัยเกิดความชัดเจนว่าต้องการศึกษาในเรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับ หัวข้อนั้นๆ ทำให้ผู้วิจัยทราบว่าจะต้องเก็บข้อมูลที่สำคัญในเรื่องอะไรบ้าง ทำให้ผู้อ่านรายงานผลของการวิจัย สามารถติดตามและประเมินผล ของการวิจัยได้ ประโยชน์การกำหนดประเด็นปัญหาการวิจัย

29 การกำหนดหัวข้อการวิจัย กระบวนการต่างๆ ที่ใช้ในการระบุให้ชัดเจนว่า ผู้ที่จะ ทำการวิจัย หรือผู้วิจัยมีความประสงค์จะศึกษาเรื่องอะไร ที่มาของหัวข้อสำหรับการวิจัย ผู้ที่จะทำการวิจัย วรรณกรรมในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ผู้นำทางวิชาการ แหล่งทุนอุดหนุนการวิจัย หน่วยที่ผู้วิจัยทำอยู่

30 สาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ลักษณะของการเก็บข้อมูล ประชากรเป้าหมายหรือสถานที่ การกำหนดประเด็นสาระสำคัญ การผสมผสานหลายประการมิติการกำหนดหัวข้อการวิจัย

31 ความสำคัญของปัญหา ความเป็นไปได้ ความน่าสนใจและการทันต่อเหตุการณ์ ความสนใจของผู้ที่จะวิจัย ความสามารถที่จะทำให้ลุล่วงหลักเกณฑ์การเลือกหัวข้อการวิจัย

32 หลักการกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย (Research Objective) การกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย การกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัยเป็นการคาดหวังจากผลการศึกษา และค้นคว้าข้อเท็จเกี่ยวกับปรากฏการณ์และพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตามที่ ประเด็นสาระในปัญหาการวิจัย (Research Questions) ซึ่งจะนำมา เป็นแนวทางแสวงหาคำตอบ ผลการวิจัยต้องตอบสนองวัตถุประสงค์ การวิจัยทั้งหมด ลักษณะวัตถุประสงค์การวิจัย : - สอดคล้องกับปัญหาการวิจัย - ความชัดเจน - ความเฉพาะเจาจง

33 1.การเขียนให้สั้น กระชับและใช้ภาษาง่าย (วิชาการ) 2.ประเด็นปัญหาชัดเจน ศึกษาอะไร แง่มุมใดและอยู่ภายใน กรอบหัวข้อเรื่อง 3.วัตถุประสงค์ที่กำหนดต้องสามารถศึกษาหาคำตอบ 4.ประโยคที่ใช้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่น่าเกิน 5 ข้อ : 4.1 ข้อเดียวเป็นภาพรวม (Overall Objective) 4.2 หลายข้อแยกรายข้อ (Specific Objectives) 5.การเรียงลำดับตามความสำคัญของปัญหา/ระดับปัญหา รวมทั้งไม่ควรนำประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ/ข้อเสนอแนะเป็น วัตถุประสงค์ หลักเกณฑ์การกำหนดวัตถุประสงค์การวิจัย


ดาวน์โหลด ppt 03764491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ 03764491 ระเบียบวิธีวิจัยพื้นฐาน ทางการจัดการโลจิสติกส์ Basic Research Methods in Logistics Management.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google