งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

บทวิเคราะห์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง นิเวศวิทยาการเมือง และการวิพากษ์ทาง อุดมการณ์ ผศ. ดร. จิตรกร โพธิ์งาม.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "บทวิเคราะห์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง นิเวศวิทยาการเมือง และการวิพากษ์ทาง อุดมการณ์ ผศ. ดร. จิตรกร โพธิ์งาม."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 บทวิเคราะห์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง นิเวศวิทยาการเมือง และการวิพากษ์ทาง อุดมการณ์ ผศ. ดร. จิตรกร โพธิ์งาม

3  เสรีนิยมใหม่  มาร์กซิสต์ใหม่  อนาร์คิสต์ใหม่  นิเวศนิยม  เสรีนิยมใหม่  มาร์กซิสต์ใหม่  อนาร์คิสต์ใหม่  นิเวศนิยม

4 บทสรุป : การรื้อถอนระบบคิดบนหนทาง POSTMARXISM / POSTMODERNISM และ NEW ANARCHISM

5 เศรษฐศาสตร์การเมือง กับอุดมการณ์ บทวิเคราะห์นี้เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ “ อุดมการณ์ ” ในเศรษฐศาสตร์การเมือง แต่ในการ วิเคราะห์ของเราเราจะไม่ใช้คำว่า “ อุดมการณ์ ” ในความหมายเชิงลบดังกล่าว “ อุดมการณ์ ” ของ เรามีความหมายแค่เพียงว่าเป็น “ ระบบความคิด ” ที่จะ ช่วยให้เราเข้าใจได้ดีขึ้นเกี่ยวกับปัญหาเศรษฐกิจ การเมืองและสังคมที่ล้อมรอบตัวเรา ระบบของเราเป็นอย่างไร กำลังมีปัญหารุนแรง อะไรบ้าง ? ระบบจะพัฒนาไปในทางไหน ? แนวโน้มจะ เป็นอย่างไร ? สังคมเรามีเสรีภาพมากน้อย แค่ไหน ? ความเสมอภาคความยุติธรรมอยู่ที่ไหน ? สังคมในอุดม คติ ควรจะเป็นอย่างไร ?

6 อุดมการณ์ หรือ ideology เป็นคำที่เกิดขึ้น ในช่วงการปฏิวัติฝรั่งเศสมีการใช้เป็นครั้งแรกในปี 1797 ในความหมายของ “ ศาสตร์ใหม่ แห่ง ความคิด ” ในยุคปัจจุบันคำนิยาม ที่เป็นกลางที่สุด มี เนื้อหาดังนี้ : อุดมการณ์ คือ ระบบความคิด ซึ่งมนุษย์ ( ผู้คน ) นำไปใช้ ในการอธิบาย และการกระทำ เหล่านั้น จะพิทักษ์รักษา ปรับปรุง หรือ เปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจการเมืองที่ดำรงอยู่ก็ตาม ระบบความคิดเหล่านี้จะเป็นเครื่องชี้นำสำคัญ ในการช่วยให้มนุษย์เราสามารถมองเห็นได้ว่าระบบ เศรษฐกิจการเมืองของเราเป็นอย่างไร มี ปัญหาอย่างไร ระบบที่น่าใฝ่ฝันและพึงปรารถนาควร จะเป็นอย่างไร ?

7 องค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของอุดมการณ์ เห็นจะเป็นสิ่งที่ เราเรียกว่า “ โลกทัศน์ ” (worldview) ในที่นี้ โลกทัศน์ หมายถึง ระบบเกี่ยวกับความเชื่อ ค่านิยม และ วิธีคิดซึ่งมีบทบาทสำคัญในการให้ ความหมายแก่โลก และกำหนดชะตากรรมของโลก อัน เป็นที่อยู่อาศัยของผู้คน คนทุกคนย่อมมีโลกทัศน์ซึ่งประกอบด้วยหลักการ บางอย่าง อันเป็นเครื่องชี้นำพฤติกรรมและการกระทำ ของเขา โลกทัศน์จะมีเนื้อหาอย่างไรนั้น ส่วนหนึ่ง ย่อมขึ้นอยู่กับระบบที่ดำรงอยู่ และการหล่อหลอมจาก สถาบันสังคม

8 ในที่นี้ อุดมการณ์และโลกทัศน์ จะครอบคลุม 3 มิติ คือ  การเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับระบบเศรษฐกิจ สังคมที่มีอยู่  การหาเหตุผลมาสนับสนุนความชอบธรรม ( หรือความไม่ ชอบธรรม ) ของสิ่งที่ดำรงอยู่  การเสนอภาพ “ วิชั่น ” (vision) เกี่ยวกับ เศรษฐกิจสังคมในอุดมคติ

9 อุดมการณ์ในโลกนี้มีมากมาย แต่เราจะเน้นเฉพาะ อุดมการณ์หลักที่สำคัญของนักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งมี 3 สำนัก คือ อนุรักษ์นิยมใหม่ เสรีนิยมใหม่ ซ้าย ใหม่ หรือ ( มาร์กซิสต์ใหม่ ) การที่เราใช้คำว่า “ ใหม่ ” ก็เพื่อจะให้ความสำคัญสูงแก่การวิเคราะห์แนวคิดใน ยุคปัจจุบันของศตวรรษที่ 20  นักเศรษฐศาสตร์แนวอนุรักษ์นิยมใหม่ เช่น FRIEDMAN ส่วนใหญ่ก็ได้รับอิทธิพลมาจากอนุรักษ์ นิยมเก่า เช่น จากอาดัม สมิธ (ADAM SMITH) แนวคิดของฝ่ายซ้ายใหม่ได้รับอิทธิพลมาจาก คาร์ล มาร์กซ์ (KARL MARX) เป็นต้น

10 แนวอนุรักษ์นิยมใหม่แนวอนุรักษ์นิยมใหม่ โลกทัศน์ของอนุรักษ์นิยมใหม่ มีรากฐานทาง อุดมการณ์ย้อนหลังไปไกลถึงนักเศรษฐศาสตร์ชื่อ ADAM SMITH ( ) อาดัม สมิธ มีพื้นฐานทางปรัชญา 3 ข้อ คือ 1. มนุษย์ทุกคนมี “ สิทธิทางธรรมชาติ ” ที่จะ แสวงหาและปกป้องทรัพย์สมบัติของตน

11 2. โดยธรรมชาติแล้ว มนุษย์ทุกคนย่อมนิยมวัตถุ และ 3. มนุษย์ทุกคนคิดอย่างมีเหตุผล (rational) และ ใช้เหตุผลนี้ แสวงหาความร่ำรวยทางวัตถุให้มาก ที่สุดเท่าที่ทำได้ ปรัชญาแบบนี้ เราเรียกว่า “ ปัจเจกชนนิยม ” (individualism) และเป็นปัจจัย สำคัญที่ผลักดันให้มนุษย์ทำการแข่งขันในตลาด

12 ในขั้นพื้นฐานนักเศรษฐศาสตร์ แนว อนุรักษ์นิยมใหม่ยุคปัจจุบัน ยังคงยึด มั่นในปรัชญาหลัก 2 ข้อ ของ อาดัม สมิธ นั่นคือ 1. ระบบตลาดและการแข่งขัน เป็นหัวใจของการจัดการ ทางเศรษฐกิจ 2. สิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล จะต้องไม่มีขีดจำกัดและไม่มี การละเมิดหรือถูกลิดรอน นักเศรษฐศาสตร์แนวนี้ ต่อต้านการแทรกแซงของรัฐที่ เข้าไปยุ่งกับกลไตลาด และยังมองว่าการที่รัฐบาลมี ภารกิจที่ขยายตัวมากขึ้น (Big Government) จะเป็น การคุกคามความเจริญทางเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง

13 หลักปรัชญาอีกข้อหนึ่งของอนุรักษ์นิยมใหม่ คือ การ ให้ความสำคัญสูง แก่ ปัจเจกชนนิยม (individualism) และเสรีภาพส่วนบุคคล แต่ละ บุคคลย่อมมีเสรีภาพเต็มที่ในการดำรงชีวิต หรือทำ ธุรกิจ ไม่มีใคร มากำหนดได้ว่า เขาควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร และแต่ละคนย่อมรู้ด้วยตัวเองว่าอะไร ดี อะไรไม่ดี ปัญหาหลักของอนุรักษ์นิยม คือ ปล่อยให้ปัญหา จริยธรรม เป็นเรื่องที่ปัจเจกชนจะต้องใช้ดุลพินิจเอา เอง นโยบายและข้อเสนอแนะใด ๆ ที่ขัดกับ หลัก เสรีภาพส่วนบุคคลย่อมต้องได้รับการปฏิเสธ

14 Libertarian Economics ของ Friedman นักเศรษฐศาสตร์แนวอนุรักษ์นิยมใหม่ มีชื่อเรียก อีกอย่างหนึ่งว่า libertarian บุคคลที่มีแนวคิดนี้ เชื่อว่า เสรีภาพของปัจเจกบุคคลย่อมสำคัญเหนือ สิ่งใด libertarian economics สอนว่า ตลาดสามารถ ปกป้องคุ้มครองเสรีภาพได้ดีที่สุด รัฐไม่มีวันที่จะ ทำเช่นนั้นได้เลย เพราะฉะนั้น เราจะต้องขยาย บทบาทของตลาด และลดบทบาทของรัฐ อาจกล่าวได้ว่า บุคคลที่สอนแนวคิดแบบนี้ คือ Economic Jeffersonian ซึ่งเชื่อว่า “ รัฐบาลที่ ดีที่สุด คือ รัฐบาลที่ใช้อำนาจปกครองน้อยที่สุด ”

15 Friedman ประกาศว่า “ ระบบการจัดองค์กรที่ให้เสรีภาพทาง เศรษฐกิจโดยตรง คือ ระบบทุนนิยมแบบ แข่งขัน ระบบนี้ส่งเสริมเสรีภาพทางการเมือง ด้วย เพราะเป็นระบบที่แยกอำนาจเศรษฐกิจ ออกจากอำนาจทางการเมือง ด้วยวิธีการนี้ มี ผลให้อำนาจ 2 แบบ ดังกล่าวไม่เข้ามา เกี่ยวข้องกัน ” “ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ชี้ให้เรา เห็นอย่างชัดเจนว่า เสรีภาพทางการเมือง และ ตลาดเสรีมีความสัมพันธ์สอดคล้องกัน ที่ไหนมี เสรีภาพทางการเมืองที่นั่นย่อมมีตลาดเสรีด้วย ซึ่งทำหน้าที่คอยจัดการเรื่องกิจกรรมทาง เศรษฐกิจ ”

16 ในช่วง เศรษฐศาสตร์การเมืองของ New Right ( กลุ่มขวาใหม่ ) มีอิทธิพลต่อการวางนโยบายเศรษฐกิจสังคมของ ประเทศทุนนิยมตะวันตก บางประเทศเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในอังกฤษภายใต้การบริหารงาน ของ นางมาร์กาเร็ต

17 บนพื้นฐานของความชื่นชมแนวคิดเกี่ยวกับ “ เสรีภาพของตลาด ” ของ Hayek นัก เศรษฐศาสตร์ของกลุ่มขวาใหม่ เสนอ แนวนโยบายหลัก 2 ข้อ เพื่อบริหารระบบเศรษฐกิจ สมัยใหม่ คือ

18 1. กลุ่มขวาใหม่ต้องการให้เศรษฐกิจภาครัฐบาลใช้ กลไกตลาดเช่นเดียวกับ ในภาคเอกชน ซึ่งจะทำ ให้มีการจัดระบบบริการสังคมด้วยต้นทุนต่ำสุด และใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วยเหตุนี้ เราจึงเห็นได้ว่ากลุ่มขวาใหม่เสนอให้มี การแปรรูปรัฐวิสาหกิจอย่างกว้างขวาง (privatization) แนวคิดนี้ระบาดไปยังยุโรปตะวันออก และรัสเซีย ด้วยการปฏิรูปเศรษฐกิจ ที่นั่น หมายถึง การ เปลี่ยนแปลงไปสู่ตลาดเสรี โดยมีการแปรรูปรัฐวิสาหกิจเป็นโครงการที่สำคัญ ที่สุด เราอาจกล่าวได้ว่า การแปรรูปที่ใหญ่โต จำนวนมากมายที่สุดในโลกกำลังเกิดขึ้นอย่าง รวดเร็ว ในอดีตประเทศสังคมนิยม

19 1. กลุ่มขวาใหม่ต่อต้านแนวคิด “welfare state” หรือ “ รัฐสวัสดิการ ” โดย มองว่าระบบการบริการสังคมอย่างรอบด้าน โดยรัฐ ทำให้รัฐเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิต ของประชาชนมากเกินไป อันเป็นการสร้าง อำนาจล้นฟ้าให้แก่รัฐ เสรีภาพของบุคคลถูก จำกัด ความรู้สึกรับผิดชอบต่อชะตากรรม ของตนเองสูญหายไป นอกจากนั้นยังเป็นการให้อภิสิทธิแก่ผู้ ยากไร้เหนือกลุ่มอื่นๆ ซึ่งไม่เป็นการยุติธรรม กลุ่มขวาใหม่ต้องการให้รัฐถอนตัวออกไป จากการบริการสังคม และให้เอกชนเข้ามา ดำเนินการแข่งขันกันในระบบตลาด

20 1. ระบบกรรมสิทธิ์เอกชน และระบบธุรกิจเสรี จะต้องได้รับ การปกป้องคุ้มครอง ( ข้อนี้ เหมือนกับอนุรักษ์นิยมใหม่ ) เสรีภาพ ในการ ถือครองกรรมสิทธิ์และเสรีภาพในระบบตลาดเป็น สิ่งสำคัญ 2. อย่างไรก็ตาม ความสุขสมบูรณ์ของสังคม และ ผลประโยชน์ส่วนรวมของเศรษฐกิจจะต้องอยู่ เหนือผลประโยชน์ของบุคคล แสดงว่า เสรีภาพ ส่วนบุคคลมีขอบเขตจำกัดและต้องอยู่ใต้ ผลประโยชน์ของสังคม

21 นักคิดเสรีนิยมที่ยิ่งใหญ่ JOHN MAYNARD KEYNES กล่าวเกี่ยวกับปรัชญาหลัก 2 ข้อไว้ว่า “ ในโลกเรานี้ไม่จำเป็นเสมอไปว่า ผลประโยชน์ ของเอกชนและสังคมจะต้องสอดคล้องกัน การ แสวงหาผลประโยชน์ของเอกชน ไม่ได้ก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อสังคมทุกครั้งไป เราต้องยอมรับว่า การกระทำของปัจเจกชนบ่อยครั้งเป็นไปเพื่อ สนองความต้องการและเป้าหมายของตนเองโดย ไม่มีการคำนึงถึงสังคมแต่อย่างใดเลย ” ในทัศนะของ เคนส์ เสรีภาพตามธรรมชาติของ ปัจเจกชน ไม่ได้ให้หลักประกันเลยว่าสังคม ส่วนรวมจะได้รับผลประโยชน์ไปด้วยอัตโนมัติ

22 เมื่อเป็นเช่นนี้ รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องแทรกแซง หรือ ควบคุมเศรษฐกิจ เพื่อประโยชน์สุขของสังคมและ มหาชน ผลประโยชน์ที่สังคมได้รับย่อมมีน้ำหนัก เหนือกว่าการเรียกร้อง “ สิทธิเสรีภาพทางธรรมชาติ ของบุคคล ” การเข้าแทรกแซงเศรษฐกิจอาจมีหลายแนวหลาย รูปแบบ ซึ่งล้วนแต่มีวัตถุประสงค์สุดยอดเดียวกัน นั่น คือ ทำการแก้ไขปรับปรุงข้อบกพร่องต่างๆ เพื่อ ก่อให้เกิด ผลประโยชน์สูงสุดแก่สังคมส่วนรวม

23 เมื่อมองประวัติศาสตร์เศรษฐกิจสังคมของโลก ตะวันตกเราจะเห็นว่า ในขณะที่การพัฒนา อุตสาหกรรมดำเนินไป รัฐบาลได้เข้ามา แทรกแซงและควบคุมเศรษฐกิจ ในหลาย รูปแบบด้วยกัน เช่น เมื่อมองประวัติศาสตร์เศรษฐกิจสังคมของโลก ตะวันตกเราจะเห็นว่า ในขณะที่การพัฒนา อุตสาหกรรมดำเนินไป รัฐบาลได้เข้ามา แทรกแซงและควบคุมเศรษฐกิจ ในหลาย รูปแบบด้วยกัน เช่น  การควบคุมธุรกิจผูกขาด  การสถาปนา ระบบสหภาพแรงงาน  การใช้ระบบสวัสดิการสังคม และการ ประกันสังคม  การส่งเสริมการแข่งขันทางธุรกิจ  การแก้ไขปัญหาความยากจน และ การกระจายรายได้  การปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อม

24 Galbraith กับการวิพากษ์เศรษฐศาสตร์ ในค่ายของเศรษฐศาสตร์แนวเสรีนิยมใหม่ยุคปัจจุบัน บุคคลที่มีชื่อเสียงที่สุดเห็น จะเป็น John Kenneth Galbraith จากคณะเศรษฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด เขากล่าวสรุปว่า นักเศรษฐศาสตร์มัวแต่ไปสนใจเรื่อง ดีมานด์ – ซัพ พลาย ในตลาดที่เป็นนามธรรม เรื่องที่สำคัญกว่า คือ เรื่อง “ อำนาจเศรษฐกิจ ” ได้ถูกหลงลืมไป อย่างสิ้นเชิง จึงทำให้เราไม่สามารถจะเข้าใจปรากฎการณ์ต่างๆ ใน ระบบเศรษฐกิจได้

25 เศรษฐศาสตร์นิโอคลาสสิค ยังคงเป็น นิโอคลาสสิค เหมือนเดิม คือ เชื่อว่า 1. ผู้บริโภคมีอธิปไตย 2. เป้าหมายของธุรกิจ คือ การแสวงหากำไร สูงสุด 3. ธุรกิจอยู่ใต้อิทธิพล ของตลาดทั้ง 3 ข้อ คือ เสาหลักของเศรษฐศาสตร์ แนวนิโอคลาสสิค ซึ่ง พยายามจะปิดหูปิดตาตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงบทบาท ของ “ อำนาจ ” ในระบบเศรษฐกิจเลย

26 แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ทุนนิยมไม่ได้ ปรากฎท่ามกลางความว่างเปล่า ( แบบไม่มีอะไร เลย ) เมื่อมี สถาบันกรรมสิทธิ์เอกชน เกิดขึ้นมา การแบ่งรายได้ และอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันก็ ปรากฎตามด้วย เมื่อมี สถาบันตลาดเสรี ก็ย่อมมีแนวโน้มที่ ธุรกิจบางรายต้องการเข้าไปมี “ อำนาจตลาด ” ความไม่สมบูรณ์ของตลาด (market imperfections) มีอยู่มากมายหลายประเภท

27 แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ปรากฏการณ์ เช่นนี้จะเป็นการทำลายเป้าหมายอุดมคติ บางอย่างของระบบเศรษฐกิจเสรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักการที่บอกว่า “ ให้ ผลประโยชน์แก่ แต่ละคนตาม ความสามารถและสมรรถภาพของเขา ” จะกลายเป็นหลักการ “ ให้ผลประโยชน์ แก่แต่ละคนตามฐานะอำนาจของเขา ”

28 บทสรุป : ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และอำนาจในโลกแห่งความเป็นจริง จากการวิเคราะห์มาทั้งหมดนี้ เราพอจะสรุปได้ว่า ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก ( เช่นทฤษฎีนีโอ คลาสสิค ) แทบจะไม่ได้กล่าวถึงเรื่อง “ อำนาจ เศรษฐกิจ ” เลย ในแบบจำลองของการแข่งขันที่สมบูรณ์แบบ ย่อม ไม่มีใครมีอำนาจ เหนือใคร “ กฎเศรษฐกิจ ” มี พลังเหนือกว่า “ อำนาจเศรษฐกิจ ”

29 แต่ในโลกแห่งความเป็นจริงเราจะพบกับมิติและ ปรากฏการณ์ของอำนาจ ทุกหนทุกแห่ง จะมีคน กลุ่มหนึ่งสามารถครอบงำ ควบคุม คนอีกกลุ่มหนึ่ง เสมอ และก็มีหลายสถานการณ์ที่คนกลุ่มหนึ่งต้อง คอยพึ่งพา และยอมรับคำสั่ง กฎเกณฑ์ ข้อบังคับ จากคนอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน ชีวิตเศรษฐกิจที่เป็นจริงไม่ได้อยู่ในระบบดุลภาพที่ บริสุทธิ์หากแต่เป็น กระบวบการที่เกิดขึ้น ท่ามกลาง โครงสร้างอำนาจที่ไม่เท่ากัน

30 ในโลกเศรษฐกิจที่เป็นจริงในบางประเทศ เช่น ประเทศไทยเราจะพบสถานการณ์ประการหนึ่งที่น่า กลัวและอันตราย นั่นคือ ธุรกิจเอกชนกำลังมีแนวโน้ม ที่จะเข้ามาครอบงำระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ดูเหมือนว่า เอกชนจะเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างมีอำนาจมากกว่ากลุ่ม อื่นๆ คือ จะสามารถกำหนดได้ว่าจะผลิตอะไร อย่างไร ที่ไหน เมื่อไร และเพื่อใคร ? การรวมศูนย์อำนาจแบบนี้ย่อมนำไปสู่ความโน้มเอียง ในการจัดสรรทรัพยากร ซึ่งจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ แก่ธุรกิจเอกชนมากกว่าสังคมส่วนรวมทั้งหมด และสิ่งที่น่าอันตรายที่สุดก็คือ ความจริงที่ว่าอำนาจ เบ็ดเสร็จของธุรกิจเอกชนย่อม หมายถึง การทำลาย สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน ที่ทำงานอยู่ในระบบ เศรษฐกิจนั่นเอง

31 ในยุโรป ความคิดสังคมนิยม (Socialism) และ ลัทธิมาร์กซ์ (Marxism) มีประวัติศาสตร์ค่อนข้างยาวนานมาก สังคม นิยม เพ้อฝัน (Utopian Socialism) กำเนิดขึ้นมาใน ฝรั่งเศส เมื่อ 400 กว่าปีมาแล้ว ในเยอรมันนี นักปรัชญาและนักเศรษฐศาสตร์ ชื่อ KARL MARX ( คาร์ล มาร์กซ์ ) ได้เผยแพร่ paradigm ( พาราไดม์ ) ใหม่ในการมองโลกและระบบเศรษฐกิจสังคมเมื่อ 130 กว่าปี มาแล้ว

32 ทฤษฏีของเขานับว่าได้สร้างแรงจูงใจให้มีการคิดและการ ปฏิบัติการ เพื่อ ปฏิวัติสังคม ที่ดำรงอยู่ ทฤษฎีนี้มีอิทธิพลสูงต่อพัฒนาการของสังคมศาสตร์ใน เยอรมันนี และในยุโรป และยังก่อให้เกิดการ ปฏิวัติ สังคมนิยม ในรัสเซีย ซึ่งมีผลสะท้อนต่อการเคลื่อนไหว ของขบวนการสังคมนิยมทั่วโลก

33 เกี่ยวกับวิธีคิดแบบ เศรษฐศาสตร์การเมือง เราอาจสรุป หลักการของ มาร์กซ์ ออกเป็น 3 ข้อ คือ 1. ในระบบเศรษฐกิจ เราจะต้องให้ความสำคัญในการ วิเคราะห์ เรื่อง ผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีทั้งมิติ ของความสอดคล้องกันและความขัดแย้งดำรงอยู่ ใน การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจผู้คน 2 ฝ่าย ย่อมได้รับ ผลประโยชน์มากกว่า ความเหลื่อมล้ำในการแบ่ง ผลประโยชน์นี้ย่อมมีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ ทาง เศรษฐกิจของกลุ่มคนเหล่านี้

34 2. ในการวิเคราะห์เรื่องการแลกเปลี่ยนและ การแบ่งผลประโยชน์เราอาจมองไปที่การกระทำ และพฤติกรรมของมนุษย์ ในฐานะที่เป็นปัจเจก บุคคลหรือเป็นกลุ่มชนก็ได้ มาร์กซ์ เน้นการวิเคราะห์เรื่อง “ ชนชั้นทาง เศรษฐกิจ ” เช่น ชนชั้นแรงงานกับชนชั้นนายทุน โดยมองว่า กลุ่มคนที่อยู่ในชนชั้นใด ชนชั้นหนึ่ง มีแนวโน้มที่มีพฤติกรรมเหมือนกัน มีความต้องการ และความใฝ่ฝันเหมือนกัน มีวิถีชีวิตและโอกาส เหมือนกัน ผลประโยชน์ ที่แตกต่างระหว่าง ชน ชั้น มักก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางชนชั้น เช่น แรงงานกับทุน

35 3. ในระบบเศรษฐกิจ จะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา ดังเช่น ในระบบ ทุนนิยม การสะสมทุน จะเป็นตัวจักรสำหรับการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลง การสะสมทุนก่อให้เกิดการขยายตัวของอุตสาหกรรม อันนำไปสู่การเจริญเติบโตของเมืองใหญ่ วิถีชีวิตแบบ ใหม่เกิดขึ้นมาพร้อม ๆ กับแบบแผนการบริโภค ที่ เน้นความฟุ้งเฟ้อ ซึ่งกระตุ้นให้มีการทำลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างกว้างขวาง การวิเคราะห์เชิงระบบ (system analysis) และการ มองมิติ ของการเปลี่ยนแปลง นับว่าเป็นลักษณะ สำคัญประการหนึ่งของเศรษฐศาสตร์การเมืองแนวมาร์ก ซิสต์

36 ตัวอย่างของ Radical Economics ที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์การเมืองของ New Left ( ซ้าย ใหม่ ) ซึ่งกำเนิดมาท่ามกลาง การเคลื่อนไหวของ ขบวนการนักศึกษาของสหรัฐอเมริกา ในทศวรรษที่ 1960 นักคิดกลุ่มนี้วิจารณ์ทั้งทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และระบบ เศรษฐกิจทุนนิยมสมัยใหม่ โดยใช้จุดยืน ทางปรัชญา ของ คาร์ล มาร์กซ์ กลุ่มซ้ายใหม่ทำการวิเคราะห์ระบบ ใน แนวเดียวกับ มาร์กซ์

37 ฝ่ายซ้ายใหม่มองวิถีการผลิตและผลกระทบที่มีต่อวิถี ชีวิตทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง พวกเขาให้ ความสำคัญสูง ในการมองเรื่อง อุดมการณ์และอำนาจรัฐ ฝ่ายซ้ายใหม่มีความเชื่อเช่นเดียวกับมาร์กซ์ว่า ความ ขัดแย้งภายใน ระบบทุนนิยม จะนำไปสู่การปฏิวัติและ การพังทลายของระบบในที่สุด ในขณะเดียวกันกลุ่มซ้าย ใหม่ก็มีแนวคิดชัดเจนเกี่ยวกับการสร้าง สังคมใหม่

38 ในการวิจารณ์ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กระแสหลักเราได้เห็น แล้วว่า นักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายใหม่ได้กล่าวพาดพิงถึง ระบบทุนนิยมอเมริกันด้วยข้อวิจารณ์ทั้งหมดนี้ อาจ สรุปได้สั้น ๆ คือ - ในระบบมีความเหลื่อมล้ำทางรายได้และทรัพย์สมบัติ ดำรงอยู่มาก - ระบบส่งเสริมให้มีการกีดกันทางผิวเชื้อชาติและทาง เพศ - ระบบเป็นตัวการที่ก่อให้เกิดภาวะ “ ความแปลกแยก ” ในโครงสร้างทางจิต ของคนทำงาน และประชาชนที่ อยู่ในวงการต่าง ๆ

39 - ทุนนิยมส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่าง ฟุ่มเฟือยในการผลิตสิ่งที่ไม่มีค่าสำหรับสังคม และมีการละเลยการสนองความต้องการของ คนส่วนใหญ่ - ระบบไม่สามารถแก้ไขปัญหาความไร้ เสถียรภาพทางเศรษฐกิจได้ - ทุนนิยมสนับสนุนลัทธิจักรวรรดินิยมและ ลัทธิทหาร - เศรษฐกิจแบบตลาดเสรีสุดขั้วมีแนวโน้มที่จะ สร้างมลภาวะที่ร้ายแรงอย่างกว้างขวาง

40 ในความคิดของเศรษฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายใหม่ ระบบ ใหม่จะต้องไม่ใช่ ระบบ สังคมนิยมแบบโซเวียต ที่มี การวางแผนส่วนกลางโดยรัฐ เพราะ อำนาจรัฐแบบผูกขาด ของโซเวียตก็มี ลักษณะกดขี่ เช่นเดียวกับอำนาจทุน นอกจากนี้ยังมี การละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างกว้างขวางอีกด้วยใน ระบบของโซเวียต

41 นักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายใหม่ บางคนมีความเห็น ว่าระบบใหม่น่าจะเป็น “ สังคมนิยมแบบตลาด ” (market socialism) ดังปรากฏอยู่ในแบบจำลองของนักทฤษฎีสังคม นิยม คนสำคัญ ชื่อ OSKAR LANGE ซึ่งมีการ ผสมผสานระหว่างกลไกตลาด และกลไกการ วางแผนของรัฐ

42 นักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายใหม่ มี แนวคิดที่ชัดเจนมากอยู่ 2 เรื่อง เกี่ยวกับระบบใหม่ คือ นักเศรษฐศาสตร์ฝ่ายซ้ายใหม่ มี แนวคิดที่ชัดเจนมากอยู่ 2 เรื่อง เกี่ยวกับระบบใหม่ คือ 1. จะต้องเป็นระบบที่มี การกระจายอำนาจ ไม่ใช่เป็น แบบรวมศูนย์ จากข้างบน ลงมาข้างล่าง 2. จะต้องเป็นระบบที่มี หลักการการมีส่วนร่วม โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง แรงงานต้องมีส่วนร่วมในโครงสร้างการ ตัดสินใจขององค์กร รวมทั้งมีอำนาจในการวางนโยบาย เศรษฐกิจของชาติร่วมกับบุคคลวงการอื่นๆ ด้วย

43 สังคมนิยม ที่พึงปรารถนาไม่ใช่เป็นแบบ ผูกขาด หรือ อำนาจนิยม หากแต่เป็น สังคมนิยมแนวประชาธิปไตย เป็นสังคมที่คนทุกคนสามารถมีชีวิตอยู่อย่างเท่าเทียม อิสรเสรี ปลอดจากภาวะ แห่ง ความแปลกแยก และ การครอบงำ ทั้งปวง

44 การปฏิวัติประชาธิปไตย ปี 1989 ในยุโรปตะวันออก และ การล่มสลายของสหภาพ โซเวียตได้กระตุ้นให้ผู้คนใน วงการเศรษฐศาสตร์การเมือง แนวมาร์กซิสต์ ตั้ง คำถามกันว่า “ สังคมนิยม คืออะไรกันแน่ ?” ในขณะเดียวกันก็เกิดความไม่แน่ใจกันขึ้นมา จึงมีคำถาม เพิ่มเติมว่า “ สังคมนิยม มีอนาคตหรือไม่ ?“

45 ประการแรก เราต้องยอมรับว่า สังคมนิยมที่ดำรงอยู่อย่างเป็นจริง ( ใน ประเทศที่เรียกตัวเองว่าสังคมนิยม ) ได้เปิดเผยให้เราเห็น ความล้มเหลวทางเศรษฐกิจ มากกว่าที่เราได้เคย คิดคาด กันไว้ ในอุดมการณ์มีการกล่าวถึงความเจริญความรุ่งเรือง ความเสมอภาค แต่ในความเป็นจริงในยุโรปตะวันออก และ สหภาพโซเวียต ระบบนี้ล้มเหลวอย่างมาก

46 การขยายตัวทางเศรษฐกิจและประสิทธิภาพในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา มีน้อยมาก ความเสมอภาคในรูปแบบ ต่าง ๆ ก็ไม่ปรากฏให้เห็นชัดเจน และยังมีวิกฤติการณ์ ทางสิ่งแวดล้อมที่หนักหน่วงด้วย สิ่งที่สำคัญ คือ ประชาชนในระบบนี้ไม่ได้พบเห็น เสรีภาพทางการเมือง เลย ตลอดเวลาที่มีการสร้างสรร สังคมนิยม พวกเขาได้ยินแค่คำว่า “ ประชาธิปไตย แบบรวมศูนย์ ” ซึ่งมีการรวมศูนย์มากกว่า ประชาธิปไตย

47 ประการที่สอง ประเทศสังคมนิยมเหล่านี้ แม้จะไม่ใช่ สังคมนิยมที่แท้จริง แต่ก็มีหลักการหลายอย่างที่เอามา จากคัมภีร์สังคมนิยมโดยเฉพาะอย่างยิ่ง - การมีระบบกรรมสิทธิ์ส่วนรวมโดยจำกัดกรรมสิทธิ์ เอกชน - การควบคุมการสะสมทุนโดยรัฐและระบบการวางแผน ส่วนกลาง - การจำกัดบทบาทของกลไกตลาด - การให้หลักประกันทางด้านการบริการสังคมและความ มั่นคงทางสังคม สรุปแล้ว หลักการหลายอย่างบ่งว่า ประเทศเหล่านี้ไม่ใช่ เป็นประเทศทุนนิยมแน่นอน หากแต่อยู่บนหนทางของ สังคมนิยม

48 นักเศรษฐศาสตร์การเมืองแนวมาร์กซิสต์สมัยใหม่ ได้ทำ การวิเคราะห์สังคมนิยม ทั้ง 2 รูปแบบ และได้ข้อสรุปว่า การผสมผสานกัน จะนำไปสู่การสร้างแบบจำลองสังคม นิยมใหม่ ซึ่งพอจะเป็นความหวังสำหรับอนาคตได้ Thomas E. Weisskopf มีความเห็นว่า ประชาธิปไตย ควรจะเป็นหลักการสำคัญที่สุดของการสร้างสังคมนิยม โดยเน้น market socialism ในขณะเดียวกัน ประชาธิปไตยจะต้องครอบคลุมทั้งการเมืองเศรษฐกิจและ สังคมด้วย นั่นคือต้องใช้หลักการ “ การจัดการตนเอง ” (self – management) ด้วย

49 นอกจากนี้ จะมีการผสมผสาน 2 กลไก คือ กลไกตลาด ทำหน้าที่จัดสรรทรัพยากรและ กลไกรัฐ ทำหน้าที่วาง นโยบายมหภาคของเศรษฐกิจระดับชาติ รวมทั้งนโยบาย ความมั่นคงทางสังคม และการแบ่งรายได้ แบบจำลองนี้ ก็คือ market socialism ในแนวคิดของ O. Lange ผสมกับแนวคิดประชาธิปไตยทางการเมือง และการ มีส่วนร่วม ในการจัดการ ทางเศรษฐกิจสังคมนั่นเอง

50 ภาคผนวก โลกทัศน์ที่ต่างกัน กับการมองความเป็นจริงภายใต้ ระบบทุนนิยม paradig ms ธรรมชา ติของ มนุษย์ แรงจูงใจ กระตุ้น การ ทำงาน หน่วย วิเคราะห์ ทฤษฎีที่ใช้ ในการ วิเคราะห์ เป้าหมาย สูงสุด อนุรักษ์ นิยม ใหม่ แสวงหา ผลประโยช น์ส่วนตน - เพิ่มค่าจ้าง รายได้ - กลัวการตก งาน - เน้นการ สะสมวัตถุ - - ปัจเจก ชน ( บุคคล ) - - หน่วย ธุรกิจ ( บริษัท ) เศรษฐศาสตร์นิ โอคลาสิกที่ เน้นหลักการ การแข่งขันและ การแสวงหา กำไรสูงสุด แสวงหา เสรีภาพของ บุคคลสูงสุด และความเจริญ ทางวัตถุสูงสุด เสรีนิยม ใหม่ มีคุณธรรม - - เพิ่มค่าจ้าง รายได้ - - กลัวการ ตกงาน - - เน้นการ สะสมวัตถุ ปัจเจกชน ผสมกลุ่ม ชนใน สังคม - - เศรษฐศาสตร์ ของเคนส์ - - เน้นหลักการ แข่งขันและการ แสวงหากำไร - - รัฐสนับสนุน เอกชน แสวงหาความ เสมอภาคของ บุคคลและ ความยุติธรรม ทางสังคม ( ความเสมอ ภาคทาง โอกาส ) มาร์ก ซิสต์ ใหม่ มีจิตใจ สามัคคี ร่วมมือกัน - - แรงกระตุ้น ทาง อุดมการณ์ - - ไม่เน้นการ สะสมวัตถุ ชนชั้นใน สังคม - เศรษฐศาสตร์ ของมาร์กซและ ซ้ายใหม่ - ทฤษฏีมูลค่า ส่วนเกินและ การปฏิวัติทาง ชนชั้น แสวงหาความ เสมอภาคทาง สังคม - สร้างสังคม คอมมิวนิสต์ที่ ทุกคนเท่า เทียมกัน

51 paradi gms ระบบ เศรษฐกิจ แบบตลาด ปัญหาหลัก ของเศรษฐกิจ สังคม บทบาทของรัฐการ เปลี่ยนแป ลงสังคม อนุรัก ษ์นิยม ใหม่ อยู่ในภาวะของ ดุลยภาพซึ่ง เกิดขึ้นจากความ สอดคล้องของดี มานต์ ซัพพลาย - ธุรกิจเอกชน ขาดแรงจูงใจ - แรงงาน เรียกร้องมากไป - รัฐเข้ามายุ่งกับ เศรษฐกิจมากไป รัฐควรมีหน้าที่รักษา ระเบียบเรียบร้อย ของสังคมเท่านั้น เพื่อให้กลไกตลาด แก้ไขปัญหาส่วน ใหญ่ในเศรษฐกิจ ควรเป็นอย่าง ขั้นตอนและ เป็นไปตาม ธรรมชาติอัน เกิดจากการ ทำงานของ ระบบตลาด เสรี นิยม ใหม่ อยู่ในภาวะของ ดุลยภาพซื่ง เกิดขึ้นได้ โดย การแทรกแซง ของรัฐในระบบ เศรษฐกิจ - มีแนวโน้ม ผูกขาดของธุรกิจ ขนาดใหญ่ - รัฐบาลไม่มี ประสิทธิภาพ รัฐรักษาความเป็น ระเบียบเรียบร้อย และควรเข้า แทรกแซงใน เศรษฐกิจ เมื่อมี ปัญหาเกิดขึ้น และ เมื่อมีความไม่ ยุติธรรมเกิดขึ้นทาง สังคม ควรเป็นไป อย่างรวดเร็ว โดยการ สนับสนุน ของรัฐอย่าง เข้มแข็ง มาร์ก ซิสต์ ใหม่ อยู่ในภาวะที่มี ความขัดกัน หลายอย่างและมี วิกฤตการณ์ - มีการขูดรีด แรงงาน - มีการใช้ ทรัพยากร - มีภาวะ ความ แปลกแยก - มีการเน้นการ แสวงหากำไรมาก ไป - ระบบกรรมสิทธิ เอกชนก่อให้เกิด ปัญหามากมาย - มีความไม่เท่า เทียมกันในการ แบ่งรายได้ และ ทรัพย์สมบัติ รัฐเป็นผู้รักษา ผลประโยชน์ของชน ขั้นนายทุน ควรมี ลักษณะเป็น การปฏิวัติ สังคม โดย การ เคลื่อนไหว มวลชน เพื่อ ล้มล้างระบบ เก่าและโลก ทัศน์เก่าของ สังคมเก่า

52

53

54 เศรษฐศาสตร์การเมืองแห่งความ หายนะ และ ความหายนะของเศรษฐศาสตร์ การเมือง


ดาวน์โหลด ppt บทวิเคราะห์ เศรษฐศาสตร์ การเมือง นิเวศวิทยาการเมือง และการวิพากษ์ทาง อุดมการณ์ ผศ. ดร. จิตรกร โพธิ์งาม.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google