งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

วัคซีนคอตีบและบาดทะยัก (dT). คุณลักษณะ เป็นวัคซีนชนิดแขวนลอย (Suspension) สีเทาออกขาว ผลิตจาก Purified Diphtheria Toxoid และ Purified Tetanus Toxoid มีสารดูดซับวัคซีน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "วัคซีนคอตีบและบาดทะยัก (dT). คุณลักษณะ เป็นวัคซีนชนิดแขวนลอย (Suspension) สีเทาออกขาว ผลิตจาก Purified Diphtheria Toxoid และ Purified Tetanus Toxoid มีสารดูดซับวัคซีน."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 วัคซีนคอตีบและบาดทะยัก (dT)

2 คุณลักษณะ เป็นวัคซีนชนิดแขวนลอย (Suspension) สีเทาออกขาว ผลิตจาก Purified Diphtheria Toxoid และ Purified Tetanus Toxoid มีสารดูดซับวัคซีน : Aluminium Phosphate มีวัตถุกันเสียเป็น Thimerosal ไม่มี horse serum protein

3 ความแรงของวัคซีน ในวัคซีน 1 โด๊ส ขนาด 0.5 ml ประกอบด้วย Diphtheria Toxoid (d) 2 IU); (D) > 30 IU) Tetanus Toxoid (T) > 5 Lf (> 40 IU) Aluminium Phosphate (Adsorbed) < 1.25 mg Thimerosal 0.01%

4 ขนาดบรรจุและการเก็บวัคซีน Multiple dose 1 ขวด, บรรจุ 10 โด๊ส เก็บที่อุณหภูมิ +2 ถึง +8 องศาเซลเซียส เป็นวัคซีนที่ไวต่อความเย็น ห้ามแช่แข็ง!!!

5 การให้วัคซีน ผู้มีอายุมากกว่า 7 ปี ขึ้นไป รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ ขนาดที่ฉีดครั้งละ 0.5 ml ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ (IM) ฉีดเข้ากล้ามเนื้อ : dT, DTP, HB, DTP-HB

6 ภูมิคุ้มกันที่เกิดขึ้น ภูมิคุ้มกันเริ่มเกิด ~1- 2 สัปดาห์ หลังฉีดโด๊สแรก ในผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีนบาดทะยัก 2 เข็ม ห่างกันอย่าง น้อย 1 เดือน ~80% ของผู้รับวัคซีนจะมีภูมิต้านทาน โรคสูงเพียงพอต่อการป้องกันโรค และคงสูงได้นาน ไม่น้อยกว่า 3 ปี หากได้เข็ม 3 ห่างจากเข็ม 2 อย่างน้อย 6 เดือน พบว่า ~95% ของผู้ได้รับวัคซีนจะมีภูมิต้านทานโรค สูงเกินกว่าระดับที่ป้องกันโรคได้ และคงอยู่ได้นานไม่ น้อยกว่า 5-10 ปี

7 “หลักการของให้วัคซีนหลายครั้ง”

8 ข้อห้ามและข้อควรระวัง ผู้ที่มีประวัติ Anaphylaxis จากการให้วัคซีนนี้ครั้งก่อน ผู้ที่มีความผิดปกติทางระบบประสาท (GBS) ควรเลื่อนการให้วัคซีนไปก่อน ในผู้ที่มีอาการไข้รุนแรง สามารถให้วัคซีนนี้ได้ในกลุ่ม :- – ผู้ติดเชื้อ HIV – ผู้ได้รับยาต้านมะเร็ง หรือยากดภูมิคุ้มกัน – ผู้ที่มีภาวะภูมิต้านทานโรคต่ำ หรือ ภูมิคุ้มกันบกพร่องอื่นๆ เช่น ผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ผู้ป่วยตัดม้าม ผู้ป่วยที่เปลี่ยนหรือปลูกถ่ายอวัยวะ – ฯลฯ

9 อาการบวม แดง เจ็บเฉพาะที่ พบได้บ่อย ไม่ค่อยมีไข้ และอาจพบเป็นตุ่มไตที่ผิวหนัง (ฉีดไม่ลึก ถึงชั้นกล้ามเนื้อ) อาการบวมเจ็บรุนแรง (Arthus-like reaction) อาจ พบได้บ้าง อาการบวมเจ็บจากหัวไหล่ไปถึงศอก อาการบวมเจ็บรุนแรง (Arthus-like reaction) อาจ พบได้บ้าง อาการบวมเจ็บจากหัวไหล่ไปถึงศอก – พบอาการแสดงภายใน 2-8 ชม.หลังฉีด – พบในผู้ที่มีภูมิต้านทานต่อ Tetanus และ/หรือ Diphtheria ในร่างกายสูงมาก – ดังนั้น...ควรงดเข็มถัดไป หรืองด booster (ภายใน 10 ปี) ผลข้างเคียงของ Td. Vaccine ที่พบได้... บ่อยๆ

10 dT, JE, MMR ปวด บวม แดง 10% ปวดเมื่อย dT10-25% ไข้ MMR5% (เริ่มเป็นหลังฉีด 7 วัน) หลังฉีด JE พบผื่นแพ้ได้บ่อย 10-25% หลังฉีด MMR 1 สัปดาห์ พบมีผื่นคล้ายหัด หรือต่อมน้ำลายบวม อาการภายหลังได้รับวัคซีนที่พบได้... บ่อยๆ

11 Arthus’ Reaction

12 ความผิดพลาดในการบริหารจัดการที่ทำให้เกิด AEFIs ความผิดพลาดปฏิกิริยา AEFIs WPRO/EPI/99.01 ติดเชื้อ : เกิดหนอง, ฝี หรือ บาดแผลอักเสบ บริเวณที่ฉีดวัคซีน ติดเชื้อในระบบต่างๆ ของร่างกาย, ติดเชื้อในกระแสเลือด, toxic shock syndrome มีการกระจายของ โรคติดต่อที่นำโดยการ ปนเปื้อนเลือด, (HIV, hepatitis B or hepatitis C ) กระบวนการฉีดวัคซีน ไม่ปลอดเชื้อ : นำเอากระบอกและ เข็มฉีดยาชนิด นำกลับมาใช้ซ้ำ ( ใช้ ครั้งเดียวทิ้ง ) เข็มและกระบอกฉีด ยาไม่ปลอดเชื้อ มีการนำเอาวัคซีน ครั้งก่อน นำกลับมา ใช้ซ้ำ มีการปนเปื้อนของ วัคซีน

13 ฉีดวัคซีนผิด ตำแหน่ง : ฉีดทอกซอย dT, DTP, DT ตื้น ไป ( ไม่อยู่ในชั้น กล้ามเนื้อ ) ความผิดพลาดปฏิกิริยา AEFIs WPRO/EPI/99.01 มีปฏิกิริยา เฉพาะที่ผิวหนัง หรือ มีฝีเกิดขึ้น ( อาจเป็นฝี ไร้เชื้อ หรือ มีไต แข็ง ) ฉีดที่สะโพก เกิดไปถูก เส้นประสาทไซอา ติค ทำให้มี กล้ามเนื้อขา อัมพาตได้ ( หรือใน กรณีวัคซีนตับบี จะ ทำให้ดูดซึมไม่ดี วัคซีนไม่ได้ผล ) ความผิดพลาดในการบริหารจัดการที่ทำให้เกิด AEFIs

14 การเก็บรักษา และการส่งต่อ วัคซีนไม่ ถูกต้อง (Cold Chain) ความผิดพลาดปฏิกิริยา AEFIs WPRO/EPI/99.01 มีปฏิกิริยาเฉพาะที่ มากขึ้น เนื่องจาก วัคซีน ( ที่ห้ามแช่ แข็ง ) แข็งตัว ทำให้ ตกตะกอน วัคซีนที่แช่แข็ง จะ ทำให้วัคซีนเสื่อม คุณภาพ ( การ สร้างภูมิคุ้มกันได้ ไม่ดี ) ไม่ปฏิบัติตาม ข้อห้ามใช้... (Contraindic ation) ทำให้เกิด อาการ AEFIs ที่ควรจะ หลีกเลี่ยงได้ ความผิดพลาดในการบริหารจัดการที่ทำให้เกิด AEFIs

15 Thank you

16 สภาวะระดับภูมิคุ้มกัน ต่อโรคคอตีบในประชากรกลุ่มอายุต่าง ๆ

17 2006

18 2002

19 2006

20 อายุ (ปี) ร้อยละ (Protected Immunity) การศึกษา “ภูมิคุ้มกันโรคคอตีบในกลุ่มอายุ ปี ในจังหวัดหนองคายปี 2540” วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ วีระ ระวีกุล ละมัย ภูริบัญชา และคณะ วัคซีน DTP และ dT ให้มาแล้ว ปี ซึ่งเด็กกลุ่มนี้ อยู่ในช่วงที่ได้รับวัคซีนมาบ้าง? แต่ความครอบคลุมยังไม่สูง (DTP3 <90%)

21 กลุ่มอายุ (ปี) ร้อยละ (Protected Immunity) การศึกษา “สภาวะของระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบของประชากร อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร 2540” (447 ราย) พรศักดิ์ อยู่เจริญ และคณะ

22 รวม กลุ่มอายุ (ปี) ภูมิต้านทานโรคคอตีบ (ร้อยละ) กราฟแสดงร้อยละของระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบ ในประชากร อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น 2554

23 ร้อยละของระดับภูมิคุ้มกันต่อโรคคอตีบ ในกลุ่มอายุ ปี ประเทศไทย ปี 2556 Seroconversion IU/mL

24 กราฟแสดงร้อยละของระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบในประชากรจังหวัดเลย, อ.วังสะพุง และ อ.ด้านซ้าย ที่เกิดการระบาดปี 2555 จำนวน 213 ราย กลุ่มอายุ (ปี) ภูมิต้านทานโรคคอตีบ (ร้อยละ) Titer < 0.1 IU/ml ระดับภูมิต้านทานที่ไม่สามารถป้องกันโรคคอตีบได้

25 กราฟแสดงร้อยละของระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบ ในเจ้าหน้าที่อายุมากกว่า 20 ปี จำนวน 57 ราย (สคร.1), 2555 ระดับภูมิต้านทาน ภูมิต้านทานโรคคอตีบ (ร้อยละ)

26 ข้อสังเกต... จากผลการศึกษา รัสเซียเกิดการระบาดใหญ่ของโรคคอตีบ ในช่วงปี ภายหลังจากมีการแยกประเทศ ประมาณปี 1989 และมีผู้ป่วยสูงสุดใน ปี 1995 ซึ่งพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นผู้ใหญ่ (68%) [ไทยพบเป็น ผู้ใหญ่ร้อยละ 46.67] การระบาดใหญ่ของโรคคอตีบในรัสเซีย คิดเป็นระยะเวลาหลังจากเริ่ม ให้วัคซีนมาประมาณ 30+ ปี (เริ่มให้วัคซีนปลายทศวรรษ1950) สำหรับไทย เริ่มมีการระบาดโรคคอตีบในผู้ใหญ่ ปี 2555 หลังจาก ให้บริการวัคซีนในประชาชนประมาณ 35 ปี เริ่มให้วัคซีนป้องกันโรค คอตีบ ปี 2520 ในช่วงเวลาประมาณ 10 ปี พบว่าระดับของภูมิต้านทานโรคคอตีบ จะมี อัตราการลดลงประมาณร้อยละ 10 (เฉลี่ยลดลงร้อยละ 1 ต่อปี) ซึ่ง คาดว่าระดับภูมิคุ้มกันน่าจะลดลงอย่างน้อยประมาณร้อยละ เมื่อเทียบกับความครอบคลุมร้อยละ 90 ส่งผลให้สัดส่วนของผู้มีภูมิ ต้านทานโรคคอตีบได้ประมาณร้อยละ และมีโอกาสที่จะเกิด การระบาดของโรคได้

27 การศึกษาระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบ ในพื้นที่รณรงค์ให้วัคซีนเสริม เพื่อควบคุมการระบาดของโรค ภายหลังได้รับวัคซีน dT แล้ว จำนวน 1 เข็ม และ 2 เข็ม

28 กราฟแสดงร้อยละของระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบ ในประชากร จ.หนองบัวลำภู หลังได้รับวัคซีน dT 1 เข็ม 2555 (200 ราย) กลุ่มอายุ (ปี) ภูมิต้านทานโรคคอตีบ (ร้อยละ)

29 กลุ่มอายุ (ปี) ภูมิต้านทานโรคคอตีบ (ร้อยละ) กราฟแสดงร้อยละของระดับภูมิต้านทานโรคคอตีบ ในประชากร จ.หนองบัวลำภู หลังได้รับวัคซีน dT 2 เข็ม 2555 (180 ราย)

30

31 (Sutter RW.JID2000;181(Suppl1):S )

32

33 ผลการประชุมคณะกรรมการอนุสร้างเสริม ภูมิคุ้มกันโรค เมื่อ 28 มกราคม 2556 มีมติ... 1.กำหนดให้รณรงค์ใช้วัคซีน dT จำนวน 1 ครั้ง 2.ผู้ใหญ่กลุ่มอายุ ปี  ให้สอบถามประวัติการได้รับวัคซีนที่มี่ส่วนประกอบ ของวัคซีนคอตีบในอดีต โดยเฉพาะในหญิงที่มีประวัติ การตั้งครรภ์ 3.การรณรงค์ฯ ให้เน้นในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคคอ ตีบก่อน เช่น พื้นที่ตามแนวชายแดน พื้นที่ที่มีแรงงาน ต่างด้าวเป็นจำนวนมาก พื้นฐานการให้วัคซีนต้านทานโรคคอตีบ - ให้วัคซีน dT จำนวน 3 ครั้ง โดยมีระยะห่างการให้วัคซีน 0, 1 และ 6 เดือน - ให้กระตุ้นทุก 10 ปี * เนื่องจากมีข้อจำกัดของปริมาณวัคซีนและการบริหารจัดการในการให้วัคซีน

34 แนวทางการให้วัคซีนคอตีบ (ระยะยาว) กำหนดให้วัคซีน dT ทดแทน T ในทุกกรณี เช่น กลุ่มผู้มี บาดแผล – แจ้งหน่วยบริการทุกแห่งทั้งภาครัฐและเอกชนรับทราบและถือปฏิบัติ – แจ้งราชวิทยาลัยและสมาคมแพทย์ที่เกี่ยวข้องรับทราบและถือปฏิบัติ – แจ้งบริษัทประกันภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อเพิ่ม ความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์แก่ผู้ถือกรรมธรรณ์ – แจ้งบริษัทจำหน่ายวัคซีนทุกแห่งรับทราบนโยบายการใช้วัคซีน dT ทดแทน T ในทุกรณี เพื่อปรับแผนการจัดจำหน่ายวัคซีนในอนาคต – แจ้ง อย. และคณะกรรมการบัญชียาหลักแห่งชาติ ยกเลิกวัคซีน T ออกจากทะเบียน/บัญชียาหลัก ข้อเสนอ... เพื่อให้พิจารณา

35 แนวทางการให้วัคซีนคอตีบ (ระยะยาว) กำหนดตารางการให้วัคซีนมีการกระตุ้นในกลุ่ม อายุที่เหมาะสม, กลุ่มเสี่ยงสูง หรือกลุ่มเฉพาะ เช่น หญิงตั้งครรภ์ – ตารางการให้วัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ (ตามแผนงานเดิมปี 2548) – ตารางการให้วัคซีนในบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ? – ตารางการให้วัคซีนในกลุ่มผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป ? – ตารางการให้วัคซีนในนักเรียนระดับอาชีวะ อนุปริญญา และ ปริญญา ? – ให้ฉีดวัคซีนกระตุ้นในประชาชนที่มีอายุครบรอบ 10 ปี ได้แก่ อายุ 20, 30, , 35, เป็นต้น ข้อเสนอ... เพื่อให้พิจารณา

36 Diphtheria Outbreak in South-East Asia Countries

37 Reported cases of diphtheria, 2000 and Country India2,5253,4853,1233,5293,9773,8125,125 Nepal Bangladesh Myanmar Thailand Laos Cambodia33750 Malaysia Indonesia1, Viet Nam Philippines Pakistan Source: WHO (Update of 2013/July/13)

38

39 Summary table Outbreak 2012 District, ProvinceSusp Cases Deaths Remarks Xaysetha, Vientiane Capital 30 Onset late April; one of the cases treated at Nongkhai Hospital (Thailand) Xayaboury, Xayaboury121 Onset June; dead case treated at hospital until family took him out; died shortly afterwards; no history of vaccination; Hmong ethnic Pakkading, Bolikhamxay231 Early July; dead case went to Mahosot Hospital in Vientiane Capital; received DAT; died after discharged from hospital; doctor said heart problem (toxin related myocarditis??) Xamtai, Houaphanh103 Onset mid October; remote Hmong community; deaths from same family (1 month, 6 and 8 years of age); antibiotic given to contacts; never vaccinated Huameung, Houaphanh31 26/October; Hmong community; never received vaccination Med, Vientiane Province 10 Patient treated at Loi Hospital (Thailand)

40 Distribution of Suspected cases and deaths Xaysetha, Vientiane Cap Xayabouly, Xayabouly Prov Med, Vientiane Prov Xamtay, Houaphanh Houameung, Houaphanh Pakkading, Bolikhamxay Nonghead, Xiengkhouang

41 Reported Diphtheria cases Dot = 1 case 2011 (7 cases) 2012 (17 cases)

42 Reported Diphtheria cases in Myanmar, (as of 18 July 2014) 1 Dot = 1 case 2013 Cases (39 cases) Deaths (13 cases) 1 Dot = 1 case 2014 Cases (8 cases) Deaths (3 cases)

43

44 Diphtheria Reported Cases in SEA countries, Country Nepal Bangladesh Myanmar Thailand Laos Cambodia 03 Viet Nam Malaysia 4003 Indonesia Source: WHO (Data as 2014/July/8)

45 อัตราป่วยโรคคอตีบและความครอบคลุมของ การได้รับวัคซีนคอตีบครบ 3 ครั้ง ในเด็กอายุครบ 1 ปี : ประเทศไทย พ.ศ อัตราป่วยต่อประชากรแสนคน ร้อยละ แหล่งที่มา : สำนักระบาดวิทยาและสำนักโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค อัตราป่วย ความครอบคลุม

46 Number of cases Source: Bureau of Epidemiology Year 1996 : Cancel the reporting system of vaccine coverage Health reformInsurgency in deep south Reported cases of Diphtheria, in Deep South of Thailand during

47 Diphtheria reported cases by province, 2012 ProvinceCases Chiang Rai2 Phetchabun5 Bungkan1 Loei Nong Bua LamPhu3 Udon Thani1 Khon Kaen1 NakhonRatchasima3 Nakhon Si Thammarat2 Surat Thani3 Pattani8 Songkhla2 Yala5 Total

48 ผู้ป่วยยืนยันโรคคอตีบปี 2556 จังหวัดป่วยเสียชีวิตอายุเดือนที่ป่วย ปัตตานี32< 15 ปีม.ค.-ส.ค. สงขลา40< 15 ปีม.ค.-ก.ค. นราธิวาส31< 15 ปีก.พ.-พ.ค. ตาก10< 15 ปีมิ.ย. ยโสธร10> 15 ปีมิ.ย.-ก.ย. อุดรธานี20> 15 ปีก.ค.-ส.ค. กทม.21 < 15 ปี > 15 ปี ส.ค., ธ.ค. สตูล21< 15 ปีก.ย. เชียงใหม่11< 15 ปีก.ย. ยะลา21< 15 ปีต.ค. รวม217 ข้อมูล ณ วันที่ 21 ม.ค. 57

49 ความครอบคลุมวัคซีน (ร้อยละ)พ.ศ.พ.ศ. พ.ศ.2520 เริ่มแผนงานสร้างเสริมฯ ให้ DTP 2 ครั้ง ปัจจุบัน... เด็กกลุ่มนี้ อายุ 35 ปี พ.ศ.2525 เริ่มให้ DTP 3 ครั้ง ปัจจุบัน... เด็กกลุ่มนี้ อายุ 30 ปี พ.ศ.2535 Cov. DTP3 > 90% ปัจจุบัน... เด็กกลุ่มนี้ อายุ 20 ปี รายงานความครอบคลุมการได้รับวัคซีนปัองกันโรคคอตีบ, ประเทศไทย พ.ศ กลุ่มอายุต่ำกว่า 12 ปี - DTP3 > 95% - DTP4 > 90%

50 จำนวนและร้อยละของผู้ป่วยยืนยันและเข้าข่ายโรคคอตีบ ในพื้นที่ที่มีการระบาด จำแนกตามกลุ่มอายุ ปี 2555 กลุ่มอายุ (ปี)จำนวน ( N=48)ร้อยละ ปีขึ้นไป รวม48100 ที่มา : สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข วัคซีนครอบคลุมไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะประชาชน ในถิ่นทุรกันดาร ชุมชนแออัดและชายแดนใต้ เสี่ยงที่โรคจะระบาด โรคคอตีบเริ่มกลับมาระบาด โรคหัดยังระบาดเป็นระยะ ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็ก 0-7 ปี (44%) ปัญหาที่ต้องรีบแก้ไข วัคซีนครอบคลุมไม่ทั่วถึง โดยเฉพาะประชาชน ในถิ่นทุรกันดาร ชุมชนแออัดและชายแดนใต้ เสี่ยงที่โรคจะระบาด โรคคอตีบเริ่มกลับมาระบาด โรคหัดยังระบาดเป็นระยะ ส่วนใหญ่พบในเด็กเล็ก 0-7 ปี (44%)

51  ผู้ป่วยโรคคอตีบชาวลาวข้ามฝั่งมารักษา ที่ประเทศไทยหลายราย เช่นที่เชียงของ (จังหวัดเชียงราย) ท่าลี่ (จังหวัดเลย)  การระบาดในลาวยังมีอยู่ต่อเนื่อง สปป.ลาว สหภาพพม่า ขอรับการสนับสนุน DAT จากไทย ช่องว่างภูมิต้านทานโรค  กลุ่มผู้ใหญ่ที่เกิดก่อนหรือ เกิดในช่วงต้นของ EPI  เด็กที่ไม่ได้รับวัคซีนหรือได้รับไม่ครบ  พื้นที่ต่างๆที่เสี่ยง Herd immunity ของ Diphtheria = 85 % ความเสี่ยงในการระบาดของโรคคอตีบในประเทศไทย

52 ความเสี่ยงในนการระบาดของโรคคอตีบ ในประเทศไทย  ช่องว่างของภูมิต้านทานโรค  ประชาชนที่ยังไม่มีภูมิต้านทานโรค ในกลุ่มผู้ใหญ่ที่ เกิดก่อนหรือเกิดในช่วงต้นของ EPI และเด็กที่ ไม่ได้รับวัคซีนครบ โดยเฉพาะชาวเขา  ช่องว่างของภูมิต้านทานโรคเช่นนี้ มีอยู่ในจังหวัด อื่นๆด้วย 18 Oct 2012 To be verified

53 กรอบแนวทางในการดำเนินงานและงบประมาณที่ใช้เพื่อ รณรงค์ให้วัคซีนเสริม (dT) แก่ประชากรไทยลุ่มเสี่ยง ปี2556 *หมายเหตุ: -การจัดหาวัคซีน dT ในภาวะเร่งด่วนสามารถจัดหาได้ 5-7 ล้านโด๊ส/เดือน และ -ต้องสั่งล่วงหน้าประมาณ วัน แนวทางที่...1:ให้ทุกคน (1ครั้ง) 2:ให้ผู้ที่มีอายุหาร 5 ลงตัว (1ครั้ง) ได้แก่ 20, 25, 30, 35,……….. ปี 3:ให้ผู้ที่มีอายุหาร 10 ลงตัว (1ครั้ง) ได้แก่ 20, 30, 40, 50,……….. ปี ผลที่คาดหวัง ผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยงทุกคน มีภูมิต้านทานโรคคอตีบ ร้อยละ 30 ของผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง มีภูมิต้านทานโรคตอตีบ ร้อยละ 15 ของผู้ใหญ่กลุ่มเสี่ยง มีภูมิต้านทานโรคตอตีบ กลุ่มเป้าหมายอายุ ปี อายุ ≥ 20 ปีขึ้นไป จำนวน30 ล้านคน 10 ล้านคน5 ล้านคน ปริมาณวัคซีน30 ล้านโด๊ส 10 ล้านโด๊ส5 ล้านโด๊ส ระยะเวลา~ ต.ค. - ธ.ค. 57 ~ เม.ย. 56 เป็นต้นไป ความถี่1 ครั้ง ทุกเดือน/ตลอดปี (นาน 5ปี)ทุกเดือน/ตลอดปี (แผนระยะยาว) พื้นที่ในการ ดำเนินงาน - พร้อมกันทั่วประเทศ พร้อมกันทั่วประเทศ - รายภูมิภาค -- บุคลากร ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ ในการฉีดวัคซีน ทุกส่วน เจ้าหน้าที่ในการฉีดวัคซีนตามปกติ ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค เจ้าหน้าที่ในการฉีดวัคซีนตามปกติ ในแผนงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค งบประมาณ253 ล้านบาท 76.2 ล้านบาท38.1 ล้านบาท ค่าวัคซีน230 ล้านบาท 74 ล้านบาท37 ล้านบาท ค่าบริหารจัดการ23 ล้านบาท 2.2 ล้านบาท1.1 ล้านบาท


ดาวน์โหลด ppt วัคซีนคอตีบและบาดทะยัก (dT). คุณลักษณะ เป็นวัคซีนชนิดแขวนลอย (Suspension) สีเทาออกขาว ผลิตจาก Purified Diphtheria Toxoid และ Purified Tetanus Toxoid มีสารดูดซับวัคซีน.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google