งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ฐานข้อมูลเชิง สัมพันธ์ (Relational Database). เป็นฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมาก ที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากใช้งานง่าย เพราะผู้ใช้จะทำงานร่วมกับข้อมูลในรูป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ฐานข้อมูลเชิง สัมพันธ์ (Relational Database). เป็นฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมาก ที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากใช้งานง่าย เพราะผู้ใช้จะทำงานร่วมกับข้อมูลในรูป."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ฐานข้อมูลเชิง สัมพันธ์ (Relational Database)

2 เป็นฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมาก ที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากใช้งานง่าย เพราะผู้ใช้จะทำงานร่วมกับข้อมูลในรูป ของตารางหรือ Table เป็นการเก็บข้อมูล แบบ 2 มิติ ที่ประกอบด้วยข้อมูลแต่ละแถว ในแนวนอน ทำให้สามารถเชื่อมโยงหรือ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มข้อมูลหรือ ตารางรางที่เกี่ยวข้องในฐานข้อมูลเดียวกัน ได้

3 สำหรับโครงสร้างของฐานข้อมูลเชิง สัมพันธ์ที่สามารถเรียกใช้ข้อมูลได้ในรูป ของตารางนี้ ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทราบว่า ข้อมูลจะถูกเก็บจริงในลักษณะใด แต่ สามารถกำหนดความสัมพันธ์ระหว่าง ตารางต่าง ๆในฐานข้อมูลด้วยกันเอง

4 ศัพท์ที่ควรรู้เกี่ยวกับฐานข้อมูล เอนทิตี้ หมายถึง สิ่งต่าง ๆ ที่อ้างถึงใน ฐานข้อมูล ประกอบด้วยกลุ่มข้อมูลประเภท เดียวกันที่เป็นสมาชิกของเอนทิตี้นั้น เช่น ถ้ากล่าวเอนทิตี้พนักงานจะหมายถึงกลุ่ม คนทั้งหมดที่เป็นพนักงาน แอตทริบิวต์ หมายถึง สิ่งที่ใช้บอก องค์ประกอบหรือเนื้อหา (subject) ของ เอนทิตี้ เช่น เอนทิตี้พนักงาน จะ ประกอบด้วย แอตทริบิวต์ต่าง ๆ คือ รหัสประจำตัว ชื่อ นามสกุล

5 รีเลชั่น (Relation) หมายถึง รูปแบบ ของตารางแบบ 2 มิติ ที่ประกอบด้วยแต่ละ แถวที่เรียกว่า ทูเพิล (Tuple) และแต่ละ คอลัมน์ที่เรียกว่า แอตทริบิวต์ (Attribute)

6 ความสัมพันธ์ (Relationship) การกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้ หรือ ตาราง ในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์จะมี 3 ลักษณะ

7 ความสัมพันธ์แบบ 1:1 (One-to-One) เป็นความสัมพันธ์ที่เรคคอร์ดหนึ่งเรคค อร์ดในตาราง ใด ๆสามารถจับคู่กับเรคคอร์ด ในอีกตารางหนึ่งได้เพียงเรคคอร์ดเดียว เท่านั้น หรือเป็นการจับคู่กันตัวต่อตัว

8 ความสัมพันธ์แบบ 1:N (One-to- Many) เป็นความสัมพันธ์ที่เรคคอร์ดใน ตารางใด ๆ สามารถจับคู่กับเรคคอร์ดในอีก ตารางหนึ่งได้หลายเรคคอร์ด ตัวอย่างเช่น อาจารย์ที่ปรึกษาที่มีนักศึกษาในความ รับผิดชอบได้หลายคน แต่นักศึกษาแต่ละ คนจะมีอาจารย์ที่ปรึกษาได้เพียงคนเดียว เท่านั้น

9 ความสัมพันธ์แบบ M:N (Many-to- Many) เป็นความสัมพันธ์ที่เรคคอร์ด หลาย ๆเรคคอร์ดในตารางหนึ่ง มี ความสัมพันธ์กับอีกหลาย ๆเรคคอร์ดในอีก ตารางหนึ่งพร้อมกัน เช่น ความสัมพันธ์ ระหว่างตารางลูกค้า และตารางสินค้า ลูกค้าหนึ่งคนสามารถซื้อสินค้าได้หลาย ชนิด ในขณะที่สินค้าแต่ละชนิดก็จะถูกซื้อ โดยลูกค้าหลาย ๆ คนได้ด้วย

10 คีย์ (Key) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการ ข้อมูลควรกำหนดคีย์ (Key) ให้กับ ตารางเพื่อใช้จำแนก เรคคอร์ดและ กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างตาราง เช่น กำหนดรหัสประจำตัวให้กับพนักงานทุก คนในตารางพนักงาน คีย์ที่ใช้ในระบบ ฐานข้อมูลมีหลายอย่างดังนี้

11 คีย์หลัก (Primary Key) หมายถึง เขตข้อมูลย่อยที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละแถว ข้อมูล สามารถที่จะบ่งชี้ระเบียนแต่ละ ระเบียนได้

12 ดัชนี (Index) หรือ คีย์รอง (Secondary Key) เป็นคีย์ที่ใช้ค้นหา หรือจัดเรียงกลุ่มเรคอร์ดที่มีจำนวนมากได้ อย่างรวดเร็ว คีย์คู่แข่ง (Candidate Key) หมายถึง เขตข้อมูลย่อยที่ไม่ซ้ำกันเลยในแต่ละแถว ข้อมูล มีมากกว่า 1 ฟิลด์ ซึ่งสามารถทำ หน้าที่เป็นคีย์หลักแทนกันได้

13 คีย์ร่วม (Composite Key) หรือคีย์ ผสม หมายถึง การนำฟิลด์ ตั้งแต่ 2 ฟิลด์ ขึ้นไปมารวมกันเพื่อกำหนดให้เป็นคีย์หลัก เนื่องจากในบางครั้งการสร้างคีย์หลักจาก ฟิลด์เดียวอาจมีโอกาสที่จะเกิดข้อมูลซ้ำ กัน

14 คีย์นอก (Foreign Key) หมายถึง คีย์หลักจากตารางภายนอก เป็นคีย์เพื่อ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างรีเลชั่น ใช้เพื่อ กำหนดให้ข้อมูลในรีเลชั่น หนึ่งมีค่าตรงกับ คีย์หลักของอีกรีเลชั่นหนึ่งเป็นคีย์ที่ใช้ เชื่อมโยงตารางที่มีข้อมูลเกี่ยวข้องกัน

15 กฎที่ใช้ควบคุมการคงสภาพ ความถูกต้องของข้อมูล (Integrity Constraint) กฎการคงสภาพของเอนทิตี้ (Entity Integrity Constraint) ควบคุมการคง สภาพความถูกต้องของข้อมูลในตาราง เดียวกัน กฎการคงสภาพการอ้างอิง (Referential Integrity Constraint) ควบคุมการคงสภาพความถูกต้องของ ความสัมพันธ์ระหว่างตาราง


ดาวน์โหลด ppt ฐานข้อมูลเชิง สัมพันธ์ (Relational Database). เป็นฐานข้อมูลที่ได้รับความนิยมมาก ที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากใช้งานง่าย เพราะผู้ใช้จะทำงานร่วมกับข้อมูลในรูป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google