งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร ที่ปรึกษารองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มรภ. ยะลา ความก้าวหน้าของบุคลากร สายสนับสนุนใน สถาบันอุดมศึกษา

2 2 สถานภาพของบุคลากรสายสนับสนุน ในสถาบันอุดมศึกษา/มหาวิทยาลัย บุคลากรสายสนับสนุน ในถาบันอุดมศึกษา/ มหาวิทยาลัย ปัจจุบันอยู่ใน 2 สถานภาพคือ 1. เป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดม ศึกษา 2. เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย

3 3 การบริหารงานบุคคล ในมหาวิทยาลัย การบริหารงานบุคคลในมหาวิทยาลัย อยู่ ภายใต้องค์กรที่ทำหน้าที่ในการบริหารงาน บุคคล 2 ระดับ คือ

4 4 - คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.) ระดับองค์กรกลางบริหารงานบุคคล - สภาสถาบันอุดมศึกษา ระดับมหาวิทยาลัย/สถาบัน

5 5 สภาสถาบันอุดมศึกษา ในมาตรา 3 แห่ง พ.ร.บ. การบริหารส่วน งานภายในของสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ สภาสภาบันอุดมศึกษา หมายถึงสภา มหาวิทยาลัยหรือสภาสถาบันอุดมศึกษาแล้วแต่ กรณี ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งมหาวิทยาลัย มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ดังนี้...

6 6 ۞ ออกข้อบังคับการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามเกณฑ์มาตรฐานของ ก.พ.อ. ۞ ออกข้อบังคับว่าด้วยการบริหารงาน บุคคลของพนักงานมหาวิทยาลัย

7 7 ۞ แต่งตั้งคณะกรรมการ ต่างๆ เช่น - กรรมการวิชาการ - กรรมการบริหารงานบุคคล - กฎหมาย - อุทธรณ์ และร้องทุกข์

8 8 ก.พ.อ. ได้กำหนดโครงสร้างตำแหน่ง ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษา พ.ศ * มาตรา 18 (ข) (7) และ (8) ได้กำหนดโครงสร้างตำแหน่งสาย สนับสนุน เป็นดังนี้ โครงสร้าง ระดับ ตำแหน่ง ข้าราชการ พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา * หนังสือด่วนที่สุดของ สกอ. ที่ศธ /ว 1 ลงวันที่ 29 มค.2550 เรื่อง การกำหนดโครงสร้างตำแหน่ง ขรก.พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา..

9 9 ตามหนังสือดังกล่าว โดยสรุปกำหนดให้ ขรก.พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มี 71 สาย งาน 72 ตำแหน่ง คือ 1. ตำแหน่งประเภททั่วไป จำนวน 32 สายงาน 32 ตำแหน่ง 2. ตำแหน่งวิชาชีพเฉพาะ จำนวน 15 สายงาน 15 ตำแหน่ง 3. ตำแหน่งเชี่ยวชาญเฉพาะ * จำนวน 24 สายงาน 25 ตำแหน่ง * สายงานวิจัย มีสองตำแหน่งคือ เจ้าหน้าที่วิจัย และ นักวิจัย

10 10 ตำแหน่งปฏิบัติการ ۞ ปฏิบัติการระดับต้น (วุฒิต่ำกว่า ป.ตรี) - วุฒิ ปวช. กำหนดเป็นระดับควบ 1-3 ผู้มีประสบการณ์ระดับ 4,5 - วุฒิ ปวส. กำหนดเป็นระดับควบ 2-4 ผู้มีประสบการณ์ระดับ 5,6 ۞ ปฏิบัติการระดับกลาง (วุฒิ ป.ตรี/สูงกว่า) - ป.ตรี กำหนดเป็นระดับควบ ป.โท กำหนดเป็นระดับควบ 4-7

11 11 ۞ ตำแหน่งชำนาญการ กำหนดระดับตำแหน่ง เป็น... - ชำนาญการ ระดับ 6 - ชำนาญการ ระดับ 7-8 ตำแหน่งชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ ۞ ตำแหน่งเชี่ยวชาญ และเชี่ยวชาญพิเศษ กำหนดระดับตำแหน่งเป็น - เชี่ยวชาญ ระดับ 9 - เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10

12 12 ตำแหน่งผู้บริหาร ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานภายในกอง/ สำนักงานเลขานุการคณะ - กำหนดเป็นระดับ 7 - กำหนดเป็นระดับ 7, 8 ตามหน้าที่รับผิดชอบ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ความยุ่งยากซับซ้อนของงาน ตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงานภายในศูนย์/ สถาบัน /สำนัก

13 13 - ผู้อำนวยการกอง กำหนดเป็นระดับ เลขานุการคณะ ขอบข่ายงานมีความ ยุ่งยากซับซ้อนพอสมควร กำหนดเป็น ระดับ 7 - เลขานุการคณะ ขอบข่ายงานมีความ ยุ่งยากซับซ้อนมาก กำหนดเป็นระดับ 8 ตำแหน่งผู้อำนวยการกอง /เลขานุการคณะ

14 14 ตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานอธิการบดี/ สำนักงานวิทยาเขต - กำหนดเป็นระดับ 8 (ยุ่งยากซับซ้อนพอสมควร) - กำหนดเป็นระดับ 9 (ยุ่งยากซับซ้อนมาก) หน่วยงานที่มีลักษณะพิเศษในมหาวิทยาลัย เช่น โรงพยาบาล - กำหนดเป็นระดับ 7,8 (มิได้ใช้วิชาชีพ) - กำหนดเป็นระดับ 8,9 (ใช้วิชาชีพ) ตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานที่มีลักษณะพิเศษ

15 15 ความก้าวหน้าของบุคลากร สายสนับสนุน เข้าสู่ตำแหน่ง ตามโครงสร้าง เข้าสู่ตำแหน่ง ทางวิชาการ - เปลี่ยนตำแหน่ง - เลื่อนตำแหน่ง - หัวหน้าหน่วย หัวหน้า งาน/ฝ่าย, ผอ.,เลขา นุการคณะ/หน่วยงาน - ชำนาญการ 6 - ชำนาญการ เชี่ยวชาญ 9 - เชี่ยวชาญพิเศษ 10

16 16 การจะเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นต้องเป็นไปตาม ประกาศ ก.พ.อ. เรื่องมาตรฐานการกำหนดระดับ ตำแหน่ง และการแต่งตั้ง ขรก. พลเรือนใน สถาบันอุดมศึกษาให้ดำรงตำแหน่งที่สูงขึ้น ประกาศ เมื่อวันที่ 2 กพ.2550 และสภาแต่ละสถาบันอุดมศึกษา ต้องออกเป็น ข้อบังคับว่าด้วยการกำหนดระดับตำแหน่ง และการ แต่งตั้ง ขรก.พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ให้ดำรง ตำแหน่งที่สูงขึ้นก่อน จึงจะก้าวหน้าเข้าสู่ตำแหน่ง ระดับสูงขึ้นได้

17 17 ตามหลักการแล้ว สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งต้อง ปรับตำแหน่ง ขรก. เข้าสู่การกำหนดโครงสร้าง ตำแหน่งใหม่ ตามหนังสือที่ ศธ / ว.3 ลง วันที่ 29 มค.2550 ก่อนเป็นลำดับแรก ขั้นตอนต่อไปจึงดำเนินการส่งเสริมผู้ที่มีความรู้ ความสารถและมีประสบการณ์ ก้าวหน้าเข้าสู่ ตำแหน่งระดับที่สูงขึ้นต่อไป

18 18 ความก้าวหน้าในการเข้าสู่ตำแหน่งทีสูงขึ้น ของสายสนับสนุนในมหาวิทยาลัยมีวิธีการเข้า สู่ตำแหน่งได้ 4 วิธีคือ 1. ระดับควบ 2. ประสบการณ์ 3. โครงสร้าง/บริหาร 4. ชำนาญการ/เชี่ยวชาญ การเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น

19 19 การเข้าสู่ตำแหน่งโดยระดับควบ สายสนับสนุนทุกตำแหน่งในมหาวิทยาลัยมี ความก้าวหน้าของตำแหน่งโดยใช้ “ระดับควบ” ตามวุฒิที่ใช้บรรจุ ดังนี้ สาย 1 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ปวช. มีระดับควบ จากระดับ 1 ถึงระดับ 3 โดยเริ่มต้นการบรรจุจาก ระดับ 1 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 3

20 20 สาย 2 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ปวส. มีระดับควบ จาก ระดับ 2 ถึงระดับ 4 โดยเริ่มต้นการบรรจุ จากระดับ 2 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 4 สาย 3 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ป.ตรี มีระดับควบ จาก ระดับ 3 ถึงระดับ 6 โดยเริ่มต้นการบรรจุ จากระดับ 3 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 6 สาย 4 ที่บรรจุด้วยวุฒิ ป.โท มีระดับควบ จาก ระดับ 4 ถึงระดับ 7 โดยเริ่มต้นการบรรจุ จากระดับ 4 จะมีความก้าวหน้าสูงสุดถึงระดับ 7

21 21 - ไม่ต้อง วิเคราะห์และประเมินค่างาน - ต้องประเมินการปฏิบัติงาน - ต้องประเมินคุณลักษณะของบุคคลที่ จำเป็นสำหรับตำแหน่ง - ดูที่คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งเป็นหลัก การพิจารณาเข้าสู่ตำแหน่งระดับควบ

22 22 การเข้าสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น โดยใช้ประสบการณ์ สายสนับสนุนปฏิบัติการระดับต้น สามารถเข้าสู่ ตำแหน่งที่สูงขึ้น ที่สูงกว่าระดับควบ โดยใช้ “ประสบการณ์” ซึ่งต้องมีการประเมินผลงาน คุณลักษณะของบุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง และผลงานที่ประเมินเป็นให้ไปตามองค์ประกอบที่ ก.พ.อ. กำหนด

23 23 - วุฒิ ปวช. กำหนดเป็นระดับควบ 1-3 ผู้มีประสบการณ์ ระดับ 4, 5 สาย 1 - วุฒิ ปวส. กำหนดเป็นระดับควบ 2-4 ผู้มีประสบการณ์ ระดับ 5, 6 สาย 2

24 24 - ต้องวิเคราะห์และประเมินค่างานก่อน - ต้องประเมินผลงานจากการปฏิบัติงาน - ต้องประเมินคุณลักษณะและสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับตำแหน่ง - ดูคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่งเป็นหลัก การพิจารณาเข้าสู่ตำแหน่ง ผู้มีประสบการณ์

25 25 กรณี ของตำแหน่งปฏิบัติการผู้มีประสบการณ์ การประเมินผลงาน ก.พ.อ. กำหนดให้พิจารณา องค์ปะกอบ ต่อไปนี้ 1) ขอบเขตของผลงาน 2) คุณภาพของผลงาน 3) ความยุ่งยากซับซ้อนของผลงาน 4) ประโยชน์ของผลงาน 5) ความรู้ความชำนาญงานและประสบการณ์

26 26 - ระดับ 4 ต้องได้คะแนนรวม 60 คะแนนขึ้นไป - ระดับ 5 ต้องได้คะแนนรวม 70 คะแนนขึ้นไป - ระดับ 6 ต้องได้คะแนนรวม 80 คะแนนขึ้นไป เกณฑ์การตัดสิน ประเมินค่างานการพิจารณา เข้าสู่ตำแหน่งของผู้มีประสบการณ์

27 27 ในการกำหนดระดับตำแหน่ง การประเมินผล งาน และ การแต่งตั้ง ให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้น ของข้าราชการตำแหน่งประเภททั่วไป วิชาชีพ เฉพาะหรือเชี่ยวชาญเฉพาะ พึงระวัง... 1) การกำหนดระดับตำแหน่งต้องสอดคล้อง กับกรอบของตำแหน่งและแผนพัฒนากำลังคนที่ สภาสถาบันอุดมศึกษากำหนด 2) การกำหนดระดับตำแหน่งดังกล่าว ต้อง ดำเนินการอย่างโปร่งใส ภายใต้เงื่อนไข ดัง ต่อไป นี้...

28 28 - เป็นไปตามโครงสร้างระดับตำแหน่งที่ ก.พ.อ. กำหนด - ไม่มีผลให้มีการเพิ่มงบประมาณหมวดเงินเดือน และค่าจ้างประจำ - ไม่มีผลทำให้อัตรากำลังเพิ่มขึ้น - การกำหนดระดับตำแหน่งหัวหน้าหน่วยงานให้ เป็นระดับสูงขึ้น ต้องมีระดับตำแหน่งไม่สูง เท่าระดับตำแหน่งบริหารของหน่วยงานนั้น - ต้องคำนึงถึงความมีประสิทธิภาพ ความไม่ ซ้ำซ้อน และความประหยัด

29 29 การเปลี่ยนตำแหน่งปฏิบัติการ ระดับต้น เป็น ระดับกลาง การเข้าสู่ตำแหน่งตามโครงสร้าง 1. ระดับปฏิบัติการ เป็นการเปลี่ยนตำแหน่งจากตำแหน่งที่บรรจุ ด้วยวุฒิ ปวช. (สาย 1) หรือ ปวส.(สาย 2) เป็น ตำแหน่งที่บรรจุด้วยวุฒิปริญญาตรี(สาย 3)

30 30 การเปลี่ยนตำแหน่งเช่นนี้ พิจารณาจาก... - ลักษณะงานของหน่วยงานนั้นจะต้องมีตำแหน่ง ดังกล่าว - คุณวุฒิของผู้ที่จะขอเปลี่ยนตำแหน่งตรงกับ ตำแหน่งใหม่ - สภามหาวิทยาลัย หรือ กรรมการบริหารงาน บุคคล เป็นผู้พิจารณา

31 31 การเลื่อนตำแหน่งปฏิบัติการ ระดับต้น เป็น ระดับกลาง เป็นการเลื่อนตำแหน่งจากตำแหน่ง ปฏิบัติการจากระดับต้น เป็นระดับกลาง พิจารณาจาก ใช้วิธีการประเมิน - ประเมินผลงาน/คุณลักษณะของบุคคล - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล

32 32 หัวหน้ากลุ่มงานภายในกอง สำนักงานเลขานุการคณะ ระดับ 7 2. ตำแหน่งผู้บริหาร - ประเมินตามแบบประเมิน - ประเมินสมรรถนะการเป็นผู้บริหาร - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล - สภามหาวิทยาลัย/คณะกรรมการ บริหารงานบุคคล เป็นผู้พิจารณา

33 33 หัวหน้ากลุ่มงานภายในศูนย์ สถาบัน/สำนัก ระดับ 7, 8 - ประเมินตามแบบประเมิน - ประเมินสมรรถนะการเป็นผู้บริหาร - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล - ผ่านการอบรมหลักสูตรของผู้บริหาร สกอ. หรือ เทียบเท่า - สภามหาวิทยาลัย/คณะกรรมการ บริหารงานบุคคล เป็นผู้พิจารณา

34 34 ผู้อำนวยการกอง ระดับ 7 – 8 เลขานุการคณะ ระดับ 7, 8 - ประเมินตามแบบประเมิน - ประเมินสมรรถนะการเป็นผู้บริหาร - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล - ผ่านการอบรมหลักสูตรของผู้บริหาร สกอ. หรือ เทียบเท่า - สภามหาวิทยาลัย/คณะกรรมการ บริหารงานบุคคล เป็นผู้พิจารณา

35 35 หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี หัวหน้าสำนักงานวิทยาเขต ระดับ 8, 9 ۞ หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี ระดับ 8 - มีลักษณะงานที่หลากหลาย - มีความยุ่งยากซับซ้อนในการบริหารงาน ۞ หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี ระดับ 9 - มีลักษณะงานที่หลากหลาย - มีความยุ่งยากซับซ้อนในการบริหารงาน - มีสภาพที่หลากหลายและซับซ้อน ۞ หัวหน้าสำนักงานวิทยาเขต ระดับ 8 - การบริหารงานไม่เบ็ดเสร็จที่วิทยาเขต

36 36 ۞ หัวหน้าสำนักงานวิทยาเขต ระดับ 9 - การบริหารงานส่วนใหญ่เบ็ดเสร็จที่วิทยาเขต - ประเมินตามแบบประเมิน - ประเมินสมรรถนะการเป็นผู้บริหาร - ประเมินโดยองค์คณะบุคคล - ผ่านการอบรมหลักสูตรของผู้บริหาร สกอ. หรือ เทียบเท้า - สภามหาวิทยาลัย/คณะกรรมการ บริหารงานบุคคล เป็นผู้พิจารณา การพิจารณา

37 37 กรณี ของตำแหน่งประเภทผู้บริหาร ก.พ.อ. กำหนดให้ต้องประเมินจากการปฏิบัติงาน คุณลักษณะ และ สมรรถนะของบุคคลที่จำเป็น สำหรับตำแหน่งผู้บริหาร โดยกำหนด องค์ประกอบการประเมินการปฏิบัติงานไว้ดังนี้ 1) ความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงาน 2) ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ 3) การวางแผน ควบคุม ติดตามผลการ ปฏิบัติงานและพัฒนางาน 4) การแนะนำ การสอนงานและพัฒนา ผู้ใต้บังคับบัญชา

38 38 - ระดับ 7 ต้องได้คะแนนรวม 70 คะแนนขึ้นไป - ระดับ 8 ต้องได้คะแนนรวม 80 คะแนนขึ้นไป - ระดับ 9 ต้องได้คะแนนรวม 90 คะแนนขึ้นไป เกณฑ์การตัดสิน ประเมินค่างานการพิจารณา เข้าสู่ตำแหน่งของผู้บริหาร

39 39 เมื่อประเมินค่างานกำหนดให้เป็นระดับต่าง ๆ แล้ว การเข้าสู่ตำแหน่งเป็นระดับสูงขึ้นต้อง ประเมินผลงาน และประเมินคุณลักษณะของ บุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ทั้งนี้ประเด็นสำคัญที่สุดคือต้องดูที่ คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง แต่ละระดับ ในมาตรฐานกำหนดตำแหน่งเป็นหลัก ให้ ครบถ้วนสมบูรณ์ก่อน กรณีของตำแหน่งประเภทผู้บริหารต้องผ่าน การอบรมหลักสูตรนักบริหารที่ ก.พ.อ. รับรอง

40 40 การประเมินคุณลักษณะและสมรรถนะของ บุคคลที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งผู้บริหาร ก.พ.อ. ไม่ได้กำหนดไว้ แต่ละสถาบันอุดมศึกษากำหนด ขึ้นเองได้ตามความเหมาะสม เช่น... (1) ความประพฤติ (2) ความมีมนุษย์สัมพันธ์ (3) ความเป็นผู้นำ (4) การคิดเชิงกลยุทธ์ (5) การตัดสินใจในการแก้ปัญหา (6) วิสัยทัศน์

41 41 วิธีปกติ การเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ชำนาญการ เชี่ยวชาญ เชี่ยวชาญพิเศษ สามารถเข้าสู่ตำแหน่ง ได้ 2 วิธีคือ - มีคุณสมบัติครบตามเกณฑ์ที่กำหนด

42 42 วิธีพิเศษ - มีคุณสมบัติไม่ครบตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น ระยะเวลาไม่ครบ - ข้ามตำแหน่ง เช่น จากระดับปฏิบัติการแล้ว ขอกำหนดตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ โดย ไม่ได้เป็นผู้ชำนาญการมาก่อน

43 43 หลักเกณฑ์ และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่ง ชำนาญการ 6, 7-8 เชี่ยวชาญ 9 และ เชี่ยวชาญพิเศษ ภารกิจหลักของหน่วยงาน 1.1 หน่วยงานที่ทำหน้าที่สนับสนุน และอำนวยการ - กอง/สำนักงานเลขานุการ ศูนย์/สถาบัน/ สำนัก กำหนดตำแหน่งชำนาญการระดับ 6,7-8 - สำนักงานอธิการบดี กำหนดตำแหน่ง เชี่ยวชาญ ระดับ 9

44 หน่วยงานที่ปฏิบัติการเพื่อให้ บรรลุวัตถุประสงค์สำคัญของ มหาวิทยาลัย - ฝ่าย/กลุ่มงาน ในศูนย์/สถาบัน/สำนัก กำหนดตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 6, ศูนย์/สถาบัน/สำนัก กำหนดตำแหน่ง เชี่ยวชาญ ระดับ 9 เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10

45 45 2. หน้าที่ความรับผิดชอบ 2.1 ตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 6 ระดับ ลักษณะงานจำเป็นต้องปฏิบัติโดยผู้มี ความรู้ความสามารถ ทักษะเฉพาะทาง กำหนดหน้าที่ความรับผิดชอบ และลักษณะ ของตำแหน่ง ดังนี้

46 46 - ประยุกต์หลักการเหตุผล แนวคิดวิธีการเพื่อ การปฏิบัติงานตามมาตรฐานที่กำหนด - ทำการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิเคราะห์ สังเคราะห์ หรือวิจัย - พัฒนางานในหน้าที่และงานเฉพาะทาง หรือ แก้ไขปัญหาในงานหลักที่ปฏิบัติซึ่งมีความ ยุ่งยากและมีขอบเขตกว้างขวาง

47 ตำแหน่งเชี่ยวชาญ ระดับ 9 - ต้องปฏิบัติโดยผู้มีความรู้ทฤษฎี หลักวิชา หรือหลักการเกี่ยวกับงานเฉพาะด้าน - เป็นงานเชิงพัฒนาระบบ หรือมาตรฐานของ งาน หรืองานพัฒนาทฤษฎี หลักการ ความรู้ใหม่ - ต้องมีการวิจัยเกี่ยวกับงานเฉพาะด้าน หรือ เฉพาะทาง และนำมาประยุกต์ใช้ในทางปฏิบัติ

48 48 - ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับงาน ตลอดจนให้ คำปรึกษา แนะนำ หรือปรับปรุงผสมผสาน เทคนิคระดับสูงระหว่างสาขาที่เกี่ยวข้อง - ประยุกต์ทฤษฎี แนวคิดใหม่เกี่ยวกับเนื้อหา ของงาน เพื่อแก้ไขปัญหาในงานที่มีความยุ่งยาก มาก

49 ตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10 - ปฏิบัติหน้าที่ในการศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เพื่อพัฒนาระบบ หรือมาตรฐานในการปฏิบัติงาน หรือแก้ไขปัญหาที่มีความสำคัญ - เป็นที่ปรึกษาในโครงการที่สำคัญ ให้บริการ และเผยแพร่วิชาการระดับชาติ

50 50 คุณสมบัติในการเข้าสู่ตำแหน่ง ทางวิชาการ ต้องมีคุณวุฒิ และ ระยะเวลาในการปฏิบัติงาน ดังนี้... - ปวช. เทียบเท่า 16 ปี - ปวส. เทียบเท่า 12 ปี - ปริญญาตรี เทียบเท่า 9 ปี - ปริญญาโท เทียบเท่า 5 ปี - ปริญญาเอก เทียบเท่า 2 ปี ตำแหน่งชำนาญการ ระดับ 6,7-8

51 51 สูตรในการคำนวณเวลา ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = ไม่มีวุฒิใดให้ตัดออก - ถ้าเป็นวัน หรือ เป็นเดือน ต้องเปลี่ยนให้ เป็นปี ที่เป็นตัวหาร - ผลการคำนวณถ้าได้มากกว่าหรือเท่ากับ 1 ถือ ว่ามีคุณสมบัติของเวลาครบ

52 52 กรณีได้รับวุฒิเพิ่มขึ้นและได้รับการ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่ใช้วุฒิดังกล่าวเป็น คุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่ง ให้นับ ระยะเวลาดำรงตำแหน่งทั้งสองตำแหน่งรวมกัน ตามอัตราส่วนได้ โดยตำแหน่งที่ดำรงอยู่เดิมต้องเป็น ตำแหน่งที่ได้มีการกำหนดความจำเป็นของ หน่วยงานให้มีตำแหน่งระดับชำนาญการไว้แล้ว

53 53 ตัวอย่างที่ 1 ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = นาย ก. ตำแหน่ง น.การเงินฯ ระดับ 6 ปฏิบัติงาน ในตำแหน่งเป็นเวลา 5 ปี ต่อมาศึกษาต่อจนสำเร็จ ป. โทและปฏิบัติหน้าที่หลังมีวุฒิ ป.โท อีก 3 ปี นาย ก. มีคุณสมบัติเรื่องเวลาหรือไม่ ? วิธีคำนวณ

54 = ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = = ดังนั้น นาย ก. มีคุณสมบัติเวลา แทนค่า

55 55 ตัวอย่างที่ 2 ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = นาย ข. ตำแหน่ง น.วิทยาศาสตร์ ระดับ 6 ปฏิบัติ งานในตำแหน่งเป็นเวลา 3 ปี ต่อมาศึกษาต่อจนสำเร็จ ป.โทและปฏิบัติหน้าที่หลังมีวุฒิ ป.โท อีก 3 ปี 2 เดือน นาย ข. มีคุณสมบัติเรื่องเวลาหรือไม่ ? วิธีคำนวณ

56 = ปวช. + ปวส. + ป.ตรี + ป.โท + ป.เอก = = นาย ข. ไม่มีคุณสมบัติเวลา แทนค่า

57 57 ต้องมีวุฒิปริญญาตรี และ ดำรงตำแหน่ง ชำนาญการ ระดับ 8 หรือเทียบเท่ามาแล้ว 3 ปี ตำแหน่งเชี่ยวชาญ ระดับ 9 ต้องมีวุฒิปริญญาตรี และ ดำรงตำแหน่ง เชี่ยวชาญ ระดับ 9 หรือเทียบเท่ามาแล้ว 2 ปี ตำแหน่งเชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10

58 58 การเทียบคุณสมบัติของ ขรก. ที่ดำรงตำแหน่ง เป็นผู้บริหาร ระดับ 8 (หัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการกอง เลขานุการคณะ/หน่วยงาน)เพื่อใช้ เป็นคุณสมบัติในการขอกำหนดตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยว ชาญ ระดับ 9 การเทียบคุณสมบัติของข้าราชการ เดิมเป็นอำนาจของ กม.(ชื่อเดิมในขณะนั้น)ต่อมา ได้มอบอำนาจมาที่ อกม. มหาวิทยาลัย ตามหนังสือ ทบวงฯ ที่ ทม 0202/ว 13 ลงวันที่ 28 ธค.2541

59 59 - การเทียบคุณสมบัติตามหนังสือเวียนนี้ เป็นการ เทียบคุณสมบัติของข้าราชการเฉพาะตัว มิใช่การ เทียบตำแหน่งที่ผู้นั้นครองอยู่ - ขรก.ทุกหน่วยงานมีสิทธิ์เสนอเรื่องให้ มหาวิท ยาลัย/สถาบัน เพื่อใช้ขอกำหนดตำแห่งเชี่ยว ชาญ ระดับ 9 - ผู้เสนอขอเทียบต้องครองระดับ 8 และมีความรู้ ความสารถ ตลอดจนประสบการณ์จากการดำรง ตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 ปี

60 60 - ให้พิจารณาเทียบคุณสมบัติจากผลงานที่แสดง ความเป็นผู้ชำนาญการในภาพรวมว่า เหมาะสมที่จะ เทียบคุณสมบัติเป็นตำแหน่งชำนาญการหรือไม่ - โดยพิจารณาจาก ประเภท ของข่ายของงานที่ รับผิดชอบ ปริมาณและคุณภาพของงานในภาพรวม - ผลงานที่แสดงความเป็นผู้ชำนาญการ เช่น คู่มือการปฏิบัติงาน ผลงานวิจัย ค้นคว้า การได้รับ เชิญเป็นวิทยากร/ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้สอน ที่ปรึกษา คณะกรรมการต่างๆ

61 61 ผู้ที่ดำรงตำแหน่งหัวหน้ากลุ่มงาน หัวหน้าฝ่าย ผู้อำนวยการกอง หรือ เลขานุการคณะ/หน่วยงาน ระดับ 8 เมื่อใช้ผลงานเพื่อขอเทียบเป็นตำแหน่ง ชำนาญการ ระดับ 8 แล้วสามารถนำ... ผลงานที่ใช้ขอเทียบคุณสมบัติดังกล่าวไปเสนอ ขอกำหนดตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 ได้อีก * * หนังสือที่ ทม 0202/ว.13 ลงวันที่ 28 ธันวาคม 2541

62 62 กรณีที่มิได้ดำรงตำแหน่งเชี่ยวชาญ ระดับ9 ให้ เทียบคุณสมบัติข้าราชการ(ที่เป็นระดับ 9) เพื่อ ใช้เป็นคุณสมบัติในการขอกำหนดตำแหน่ง เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10 ได้ดังนี้ ● ต้องดำรงตำแหน่งระดับ 9 และมีคุณวุฒิ ปริญญาตรี หรือเทียบเท่า ● มีความรู้ ความสามารถ ตลอดจน ประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งที่ขอ เทียบคุณสมบัติมาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี ● ให้พิจารณาเทียบคุณสมบัติที่แสดงความ เป็นผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 ย้อนหลังได้ไม่ เกิน 2 ปี

63 63 1.ผลงานที่ใช้ขอเทียบต้องมิใช่เป็นส่วนหนึ่งของ การศึกษาและการฝึกอบรม 2. ผลงานที่ใช้ขอเทียบต้องไม่เคยใช้ประเมิน แต่งตั้งระดับสูงขึ้นมาแล้ว ข้อห้ามของผลงานที่ใช้เสนอเทียบ เป็นตำแหน่งชำนาญการ 8 และ เชี่ยวชาญ 9

64 64 ก.พ.อ. กำหนดการประเมินการเข้าสู่ตำแหน่ง ระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ และ ระดับ เชี่ยวชาญพิเศษ การประเมินต้องดำเนินการ โดย คณะบุคคล และมีระดับตำแหน่งไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ เสนอขอหรือเทียบเท่า และองค์คณะบุคคลต้องมี ความรู้ความสามารถตรงกับวิชาชีพที่เสนอขอ และเป็นบุคคลภายนอกสถาบันอุดมศึกษานั้น ทั้งหมด

65 65 ทั้งนี้การประเมินผลงานโดยองค์คณะบุคคล ตำแหน่งระดับเชี่ยวชาญ และระดับเชี่ยวชาญ พิเศษ ต้องจัดให้มีการประชุมพิจารณาร่วมกัน เพื่อให้มีการรับฟังข้อคิดเห็นซึ่งกันและกัน เกณฑ์การตัดสิน ต้องได้คะแนนเสียงข้าง มาก เว้นแต่โดยวิธีพิเศษ ต้องได้คะแนน เสียง ไม่น้อยกว่า 4 ใน 5 ของกรรมการประเมิน

66 66 เงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทน ผู้บริหารสายสนับสนุน บาท/เดือน ตำแหน่ง เงินประจำ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน 1) หัวหน้างาน/หัวหน้าฝ่าย ระดับ 8-3,500 2) ผู้อำนวยการการกอง ระดับ 85,600 3) เลขานุการคณะ/หน่วยงาน ระดับ 85,600 4) หัวหน้าสำนักงานอธิการบดี ระดับ 8 ระดับ 9 5,600 10,000 5,600 10,000

67 67 เงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทน ผู้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ บาท/เดือน ตำแหน่ง เงินประจำ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน 1) ชำนาญการ ระดับ 6-- 2) ชำนาญการ ระดับ 7-- 3) ชำนาญการ ระดับ 8-3,500 4) เชี่ยวชาญ ระดับ 99,9009,90 5) เชี่ยวชาญ ระดับ 1013,000

68 68 เงินประจำตำแหน่งและค่าตอบแทน ผู้ดำรงตำแหน่งวิชาชีพ บาท/เดือน ตำแหน่ง เงินประจำ ตำแหน่ง ค่าตอบแทน 1) วิชาชีพ ระดับ 73,500- 2) วิชาชีพ ระดับ 85,600- 3) วิชาชีพ ระดับ 99,900- ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยที่จะได้รับ เงินประจำตำแหน่งประเภทวิชาชีพ (วช.) ตั้งแต่ ระดับ 7 ขึ้นไป จำนวน 26 สายงาน

69 69 THE END Tel


ดาวน์โหลด ppt 1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ผู้เชี่ยวชาญ มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มรภ. ราชนครินทร์ มรภ. บุรีรัมย์ มรภ. กำแพงเพชร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google