งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 1. อันตรกิริยาระหว่างแสงกับสสาร ธรรมชาติของแสง การกระจายแสง การสะท้อนและการหัก เห การกระเจิง Pioneer.netserv.chula.ac.th\~wsomrit\

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 1. อันตรกิริยาระหว่างแสงกับสสาร ธรรมชาติของแสง การกระจายแสง การสะท้อนและการหัก เห การกระเจิง Pioneer.netserv.chula.ac.th\~wsomrit\"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 1. อันตรกิริยาระหว่างแสงกับสสาร ธรรมชาติของแสง การกระจายแสง การสะท้อนและการหัก เห การกระเจิง Pioneer.netserv.chula.ac.th\~wsomrit\

2 2 700 nm600 nm500 nm400 nm แสงขาว f= 3.8 x x10 15 Hz = nm แสงเป็นคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า

3 3 Planck’s Quantum Theory (1900) : “Radiant energy may only be absorbed or emitted in discrete amounts: quanta.” photon energy E=hf : h = x J.s แสงเป็นอนุภาค ไร้มวล Compton effect (1924) Photon momentum p=h/ In 1905, Einstein applied this quantum theory to explain the photoelectric effect: Photo electronlight Metal surface electron X-ray in Target X-ray out

4 4 แสงมีอัตราเร็วสูงมาก 1667 Galileo: at least 10 times faster than soundfaster than sound 1675 Ole Roemer: 200,000 Km/sec 1728 James Bradley: 301,000 Km/s 1849 Hippolyte Louis Fizeau: 313,300 Km/s fig 1926 Leon Foucault 299,796 Km/s Today: km/s ( Vacuum) มีค่าขึ้นกับตัวกลางที่เดินทางผ่าน C = C o / n (any medium ) โดยที่ n - refractive index of the medium

5 5 Roemer's Experiment flash The first successful measurement of c was made by Olaus Roemer in He noticed that the time between the eclipses of the moons of Jupiter was less as the distance away from Earth is decreasing than when it is increasing. He correctly surmised that this is due to the varying length of time it takes for light to travel from Jupiter to Earth as the distance changes. He obtained a value equivalent to 214,000 km/s which was very approximate because planetary distances were not accurately known at that time.

6 6 Fizeau's Experiment The first measurement of c on Earth was by Armand Fizeau in He used a beam of light reflected from a mirror 8 km away. The beam passed through the gaps between teeth of a rapidly rotating wheel. The speed of the wheel was increased until the returning light passed through the next gap and could be seen. Then c was calculated to be 315,000 km/s. source glass lenses mirror Toothed wheel L 

7 7 Foucault's apparatus Leon Foucault improved the Fizeau's Experiment a year later by using rotating mirrors and got the much more accurate answer of 298,000 km/s. His technique was good enough to confirm that light travels slower in water than in air. Fixed Mirror Rotating Mirror S xx D tt   t L เวลาที่แสงใช้เดินทางระหว่างกระจก มุมเบี่ยงลำแสง ระยะเบี่ยงบนฉาก screen html

8 8 ดัชนีหักเหของแสงในตัวกลางบาง ชนิด ตัวกลางดัชนีหักเห แสง ตัวกลาง ดัชนีหักเห แสง สุญญากาศ ฮีเลียม ( ก๊าซ ) อากาศ (–15 o C) ไฮโดรเจน ( ก๊าซ ) อากาศ ( 0 o C ) ไฮโดรเจน ( ของเหลว ) อากาศ (+15 o C ) ควอตซ์ อากาศ (+30 o C ) ทับทิม 1.76 อากาศ (+60 o C ) เกลือโซเดียมคลอ ไรด์ เนย (40 o C ) ไพลิน 1.76 เนย (60 o C ) กลีเซอรีน แคลไซต์ น้ำแข็ง เพชร น้ำ ( ของเหลว, 0 o C ) แก้วไพเรกซ์ น้ำ ( ของเหลว, 20 o C ) แก้วคราวน์ ( โซ ดาไลม์ ) น้ำ ( ของเหลว, 100 o C ) แก้วฟลินท์ (71% lead) น้ำ ( ไอ )

9 9 Dense flint glass light flint glass Crystal quartz Acrylic plastic Borosilicate crown glass Vitreous quartz Index of refractive n Wavelength (nm) วัสดุใสส่วนใหญ่จะมี n เพิ่มขึ้นเมื่อ ลดลง ( จากแสงสีแดง   สีน้ำเงิน ) วัสดุเหล่านี้มีความถี่เรโซแนนซ์อยู่ใน UV แสง f สูงทำให้เกิดการสั่นของไดโพล แรงกว่าแสง f สูง

10 10 ดัชนีหักเหและความสัมพันธ์ของ แมกซ์เวลล์  -Mag. Permeability  - Elec. susceptibility (4  x T m /A) ( 8.85x -12 F/m) โดยที่ K M =  /  0 และ K E =  /  0 สำหรับ nonmagnetic materials K M =  /  0  Maxwell’s relation n เป็นค่าที่ขึ้นกับความถี่ ( สี ) ของแสง  dispersion

11 FHM  Amplitude Phase difference  00 00

12 12 P : Electric Polarization (dipolemoment /unit volume) n  0 ไดโพลโมเมนต์สั่นกลับเฟสกับสนามไฟฟ้า ( C>C 0 ????) n >1 เมื่อ   0 ไดโพลโมเมนต์สั่นทัน ตามสนามไฟฟ้า   n 1 Dispersion equation

13 13    n 1     Anomalous dispersion normal dispersion คิดรวมผลของความเสียดทาน

14 14 แสงเดินทางไปตามแนวเส้นตรงตราบเท่าที่ยังไม่ เปลี่ยนแปลงตัวกลาง  rr tt nini ntnt กฎการหักเหของ snell กฎของการสะท้อน ถ้าแสงมีการเปลี่ยนทิศทาง ==> มีการ เปลี่ยนแปลงตัวกลางเกิดขึ้น การสะท้อนและการหักเห

15 15 slow medium fast medium n i > n t n i < n t fast medium slow medium cc ntnt ntnt

16 16 cc 100% 0%0%  c จะอยู่ในตัวกลางที่มี  สูงกว่า เกิดขึ้นเมื่อ  i สูง กว่า  c การสะท้อนกลับหมด ภายใน

17 17 การกระเจิงแบบ Rayleigh - เป็นการกระเจิงแสงโดยอนุภาคที่มีขนาด  1/10 ของ - การกระเจิงแบบยืดหยุ่น - ความเข้มแสงจากการกระเจิงแปรผกผันกับกำลังสี่ 4 ของ ความยาวคลื่นแสง R - distance to the particle  - scattering angle n - refractive index of the particlerefractive index d - diameter of the particle I 0 - initial intensity แสงสี …... กระเจิงได้ดีที่สุด

18 18 การกระเจิง แบบ Mie - เป็นการกระเจิงแสงโดยอนุภาคที่มี ขนาดใหญ่กว่ากรณีของ Rayleigh - ความเข้มแสงกระจายไม่สมมาตร ( เอนเอียงไปในทิศทางไปข้างหน้า - ความเข้มแปรค่าตาม ความยาวคลื่นเพียง เล็กน้อย ทำให้เห็น แสงอาทิตย์เมื่อผ่านเมฆ - หมอกกระเจิงเป็นสีฝ้า ขาว - เทา

19 19 การกระเจิงแสงเข้ากับโมเลกุล Directions of scat- tered light E-field No light is emitted along direction of oscillation! Directions of scat- tered light E- field Direction of light excitation E-field and electron oscillation Emitted intensity pattern

20 20 การกระเจิงของแสงโพลาไรซ์ No light is scattered along the input field direction, i.e. with k parallel to E. Vertically polarized input light Horizontally polarized input light

21 21 Again, no light is scattered along the input field direction, i.e. with k parallel to E input. การกระเจิงของแสงไม่ โพลาไรซ์

22 22 พระอาทิตย์สีแดงสุก และ ท้องฟ้าสีฟ้า

23 23 แสงจากท้องฟ้าจะดูโพลาไรซ์ถ้าดวง อาทิตย์อยู่ด้านข้าง Right-angle scattering is polarized Polarizer transmitting vertical polarization การสะท้อนหลายครั้งทำให้โพลาไรเซชันมีความหลากหลาย ถ้ามีมากครั้งเกินไปเช่นในเมฆจะทำลายความเป็นโพลาไรซ์ This polarizer transmits horizontal polarization (of which there is very little).

24 24 11 22 33 44    n1n1 n2n2 ผ่านปริซึมการหัก เหของแสง

25 25 ที่  =  min ==>      ==>     

26 26 รุ้ง


ดาวน์โหลด ppt 1 1. อันตรกิริยาระหว่างแสงกับสสาร ธรรมชาติของแสง การกระจายแสง การสะท้อนและการหัก เห การกระเจิง Pioneer.netserv.chula.ac.th\~wsomrit\

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google