งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณ ข้อมือ (Carpel Tunnel Syndrome) สาวๆ เชื่อหรือไม่คะว่าโรคนี้พี่เตยก็เป็นค่ะ !! T______T อาการของโรคนี้คือปวดร้าวบริเวณข้อมือ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณ ข้อมือ (Carpel Tunnel Syndrome) สาวๆ เชื่อหรือไม่คะว่าโรคนี้พี่เตยก็เป็นค่ะ !! T______T อาการของโรคนี้คือปวดร้าวบริเวณข้อมือ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2

3 โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณ ข้อมือ (Carpel Tunnel Syndrome) สาวๆ เชื่อหรือไม่คะว่าโรคนี้พี่เตยก็เป็นค่ะ !! T______T อาการของโรคนี้คือปวดร้าวบริเวณข้อมือ ฝ่ามือ และนิ้วมือ บางคนอาจมีอาการชา กำมือแน่นๆ ไม่ได้ หยิบจับของแล้วทำร่วงหล่นตลอด สาเหตุของ โรคนี้เกิดจากท่าทางการวางมือขณะที่เราจับเมาส์และ แป้นคีย์บอร์ดค่ะ ด้วยความเคยชินทำให้สาวๆ หลายคน วางมือในท่า “ กระดกข้อมือ ” ค้างไว้เวลาใช้ คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการข้อมือ อักเสบขึ้นได้

4 อาการปวดหลัง (Back Pain) อาการปวดหลังมักเกิดจากการนั่งผิดท่าเป็นเวลานาน รวมถึงท่านั่งที่ไม่สบาย เวลาใช้คอมพิวเตอร์ด้วยค่ะ สาวๆ หลายคนชอบนั่งไขว่ห้างเวลาใช้ คอมพิวเตอร์ สาวๆ รู้รึเปล่าเอ่ยว่าท่านั่งไขว่ห้างเนี่ยทำให้ปวดหลังสุดๆ เลย ( แต่เตยพี่ก็ชอบนั่งไขว่ห้างเวลาเล่นคอมเหมือนกันนะ -..-) ถ้าไม่อยากปวด หลัง เราต้องเริ่มกันที่ท่านั่งที่ถูกต้องในการใช้คอมพิวเตอร์ค่ะ ท่านั่งในการใช้คอมพิวเตอร์ที่ถูกต้อง * เท้าทั้งสองข้างต้องวางแนบสนิทบนพื้น * ไหล่ต้องปล่อยสบาย ไม่ยกไหล่หรือห่อไหล่ขณะใช้คอมพิวเตอร์ * เวลาใช้คอมพิวเตอร์ต้องไม่ก้มหน้ามากเกินไป ควรอยู่ในระยะ องศา * ควรลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายทุกๆ 1 ชั่วโมง เพื่อเป็นการเปลี่ยนอิริยาบถและ เป็นการพักสายตา * หลังต้องแนบชิดกับพนักพิงเก้าอี้ และนั่งให้เต็มก้น ไม่ควรนั่งแค่ครึ่งเดียว หรือหมิ่นเหม่ * ปรับระดับความสูงของเก้าอี้ให้พอดีกับระดับโต๊ะคอมพิวเตอร์ ไม่ให้สูง เกินไปหรือเตี้ยเกินไป

5 โรคเกี่ยวกับสายตา (Computer Vision Syndrome) เวลาที่เราต้องจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ มีใครมีอาการ ตาพร่าหรือปวดตาบ้างมั้ยคะ ?? พี่เตยมีอาการปวดตาเวลาที่ใช้ คอมพิวเตอร์นานเกินไปค่ะ บางคนอาจมีอาการน้ำตาไหล ปวดศีรษะ และตาแดงร่วมด้วย นั่นแสดงให้เห็นว่าเราใช้คอมพิวเตอร์นานเกินไป ! จริงๆ แล้ว เราควรพักสายอย่างน้อยทุกๆ หนึ่งชั่วโมงด้วยการนั่ง หลับตาซักพัก ( แต่อย่าแอบหลับนะ ^^’’) หรือลุกไปเข้าห้องน้ำล้าง หน้าล้างตาซักสิบนาทีแล้วค่อยกลับมาทำงานต่อค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่น ใด การจัดท่านั่งและระยะการมองหน้าจอคอมพิวเตอร์คือสิ่งที่สำคัญ ที่สุดค่ะ ใช้คอมพิวเตอร์อย่างไรไม่ให้ปวดตา ?? 1. ปรับแสงหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้พอดี ไม่จ้าเกินไป 2. ควรนั่งใช้คอมในที่ที่มีแสงสว่างมากพอ บางคนชอบปิดไฟใน ห้องนอน แล้วเล่นคอมพิวเตอร์ ในห้องมืดๆ ทำแบบนี้เสียสายตามากๆ เลยค่ะ T^T 3. กระพริบตาบ่อยๆ เพื่อให้มีน้ำมาหล่อเลี้ยงลูกตา ทำให้ไม่เคืองตา ค่ะ 4. อย่าลืมเปลี่ยนอิริยาบถบ่อยๆ เมื่อรู้สึกเคืองตา ปวดตา หรือแสบตา ให้พักสายตาทันที อย่า ฝืนทำงานต่อ 5. ตาที่มองหน้าจอคอมพิวเตอร์ต้องห่างจากหน้าจอประมาณ เซนติเมตร 6. ปรับขนาดตัวหนังสือบนหน้าจอให้เหมาะสม ไม่เล็กเกินไป เพราะ จะทำให้เราต้องเพ่งตามอง และอาจทำให้ปวดตาได้ค่ะ

6 อาการปวดหัว (Headache Problems) อาการปวดหัวมักเกิดขึ้นบ่อยๆ กับคนที่ต้องใช้ คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ สาเหตุหลักๆ มักเกิด จากความเครียด การมองหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็น เวลานาน แสงหน้าจอคอมพิวเตอร์สว่างมาก เกินไป รวมถึงการพักผ่อนไม่เพียงพอ ล้วนแต่ เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการปวดหัวขึ้นได้ทั้งสิ้น ถ้าเราจำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานๆ เราต้องมีวิธีดูแลตัวเองเพื่อป้องกันอาการปวดหัว ค่ะ

7 โรคนอนไม่หลับ (Insomnia) นอกจากปัญหาของความเครียดและอาการ ปวดหัวแล้ว ปัญหาการนอนไม่หลับจากการ ใช้คอมพิวเตอร์ก็เป็นอีกหนึ่งโรคที่หลายคน เป็นอยู่แต่อาจจะไม่รู้ตัวค่ะ มีการวิจัยแล้ว พบว่าความสว่างของหน้าจอมีผลต่อการ นอนไม่หลับด้วย ! จริงๆ แล้วไม่ใช่แค่การใช้ คอมพิวเตอร์ แต่รวมถึงการใช้สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตต่างๆ ด้วย


ดาวน์โหลด ppt โรคการกดทับเส้นประสาทบริเวณ ข้อมือ (Carpel Tunnel Syndrome) สาวๆ เชื่อหรือไม่คะว่าโรคนี้พี่เตยก็เป็นค่ะ !! T______T อาการของโรคนี้คือปวดร้าวบริเวณข้อมือ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google