งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

MIS: Pichai Takkabutr EAU 2005 1 การกำหนดโครงสร้างและขนาดของระบบข้อมูล องค์กรใช้เทคโนโลยี ICT Sectors บริหารระบบงานองค์กรที่เป็นอยู่ (Real Sector) ได้อย่างไร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "MIS: Pichai Takkabutr EAU 2005 1 การกำหนดโครงสร้างและขนาดของระบบข้อมูล องค์กรใช้เทคโนโลยี ICT Sectors บริหารระบบงานองค์กรที่เป็นอยู่ (Real Sector) ได้อย่างไร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 MIS: Pichai Takkabutr EAU การกำหนดโครงสร้างและขนาดของระบบข้อมูล องค์กรใช้เทคโนโลยี ICT Sectors บริหารระบบงานองค์กรที่เป็นอยู่ (Real Sector) ได้อย่างไร ICT Sectors คือ HW/SW/Network, Information Infrastructure ขององค์กร Real Sectors คือระบบงานหรือกระบวนการทำงานขององค์กร (Business Process Systems: BPS) และทรัพยากรข้อมูล (Data) 1. REAL SECTORS: Business, Information Business, Information 3. VIRTUAL SECTORS: Application Application เชื่อมโยงด้วย OSI-ICT Layers 2. ICT SECTORS: Technology Technology (Socio-cultural Innovation) โครงสร้างองค์กรสมัยใหม่ Enterprise Architecture (EA)

2 MIS: Pichai Takkabutr EAU การกำหนดโครงสร้างและขนาดของระบบข้อมูล การใช้ ทรัพยากร เทคโนโลยี HW/SW/ Network เพื่อบริหาร จัดการ ทรัพยากร ข้อมูล ได้ อย่างไร เวลาที่ใช้ในเรื่อง การจัดการอะไร การใช้เวลา 3 15% การแก้ไข คาดการณ์ 15% ปัญหา SWOT ติดตาม ประเมินสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมเพื่อตั้งเป็น วัตถุประสงค์องค์กร Software Project / Risk Management ขอบเขตการบริหารจัดการ = เวลา + ทรัพยากร การใช้ เวลา 1 การใช้ เวลา 1 การคิด 75% จัดการ วางแผน ยุทธศาส ตร์ System s Analysis and Design การใช้ เวลา 2 การ ทำงาน 10% นำแผน ยุทธศาส ตร์ไป ปฏิบัติ : จัดทำ เป็นยุทธ วิธีลงสู่ ปฏิบัติ Softwa re Engine ering การใช้เวลาบริหาร จัดการการใช้เวลาบริหาร จัดการระบบ สารสนเทศของ องค์กรอัจฉริยะ ด้วยระบบ SDLC การใช้เวลาบริหาร จัดการ

3 MIS: Pichai Takkabutr EAU การกำหนดโครงสร้างและขนาดของระบบข้อมูล File Organization/ Architecture DW/DB/DM/FILE Record/Entity Field/Attribute/Data Element Byte Bits (EBCDIC, ASCII) Binary On, Off Electricity HW Computer Worked Information Management Data Entry/Storage Data Control/Security Data Retrieval/Search การบริหารจัดการ ทรัพยากร สารสนเทศของ องค์กร ISAM DAM SAM queue stack linked list Heap Dictionary tree

4 MIS: Pichai Takkabutr EAU Differences between the Operational System VS. the Data Warehouse 1.Data in Operational System High volume, detailed High update frequency Record oriented, optimized for performance Current data only Internal data of one application 2. Data in a Data Warehouse Medium volume, summarized Low update frequency (daily, weekly) optimized for queries, accessible for analysis Past and present data Used for several application (OLAP, DSS,...)

5 MIS: Pichai Takkabutr EAU DATA ARCHITECTURE

6 MIS: Pichai Takkabutr EAU DATA WAREHOUSE in ORGGANIZATION

7 MIS: Pichai Takkabutr EAU Physical Structure of Data Warehouses

8 MIS: Pichai Takkabutr EAU Component of DW

9 MIS: Pichai Takkabutr EAU Data Extraction & Integration Getting heterogenous data into the Warehouse: Data from different DBMSs (Data base management system), external information providers, various standard applications,... Tasks: Extraction (accessing different databases) Cleaning (resolving inconsistencies) Transformation (different formats, languages) Replication (importing a whole DB) Analyzing (detecting invalid values) Checking for data quality (correctness, completeness) Update metadata, if necessary

10 MIS: Pichai Takkabutr EAU Data Aggregation & Customization Getting (multidimensional) data out of the Warehouse as the input for: Reporting (summarized by: who, when, where, what) Query tools Online analytical processing (OLAP) Geographic information systems (GIS) Decision support systems (DSS) Executive information systems (EIS) Data Mining

11 MIS: Pichai Takkabutr EAU Implementation of a Data Warehouse Several providers (IBM, Oracle,...) offer Data Warehouse Systems. But: Warehouses are not sold as of-the-shelf products Available products often only support part of the functionality of a warehouse (middleware for information transport, database) Implementation of a valuable warehouse is a major project with major risk factors Data Warehouses need constant maintenance to stay usable

12 MIS: Pichai Takkabutr EAU Summary: Data Warehouse A data warehouse is a central repository for all or significant parts of the data that an enterprise's various business systems collect. It enables the management to access the available data in an efficient way, learn about trends make informed decisions.

13 MIS: Pichai Takkabutr EAU Summary Information technology constantly changes the relationship between customers and a company. Convenience and better service for customers are key factors for success. Intelligent gathering, integration and usage of information about the customer is vital in order to survive competition. Data Warehouses and Data Mining provide the components for mass customization.

14 MIS: Pichai Takkabutr EAU

15 MIS: Pichai Takkabutr EAU

16 MIS: Pichai Takkabutr EAU

17 MIS: Pichai Takkabutr EAU ADTs typically seen in textbooks and implemented in programming languages (or their libraries) include: String List Stack Queue Priority queue Complex number Associative array Multimap

18 MIS: Pichai Takkabutr EAU ความหมายของโครงสร้างข้อมูล คำว่า “โครงสร้างข้อมูล (Data Structures) เกิดจากคำสองคำคือ “โครงสร้าง” และ “ข้อมูล” ซึ่งคำว่า“โครงสร้าง” เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในกลุ่ม ดังนั้นโครงสร้าง ข้อมูล จึงหมายถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลที่อยู่ในโครงสร้างนั้น ๆ สิ่งพื้นฐานในการ ประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ก็คือ ข้อมูล (Data) ดังนั้นการศึกษาถึงความสัมพันธ์ของ ข้อมูล จึงมีความสำคัญอย่างมากในศาสตร์คอมพิวเตอร์ (Computer Science) การแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำ เป็นที่ทราบกันแล้วว่าในขณะประมวลผลด้วยคอมพิวเตอร์ข้อมูลถูกเก็บใน หน่วยความจำหลัก (Memory) ซึ่งเป็นส่วนประกอบส่วนหนึ่งของคอมพิวเตอร์ ดังนั้นเมื่อเรา ต้องใช้โครงสร้างข้อมูลและ หน่วยความจำหลัก จึงต้องมีการแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำ หลักด้วย ซึ่งในภาษาโปรแกรมมิ่งที่มีใช้กันอยู่ มีการแทนที่ข้อมูลในหน่วยความจำหลักอยู่ 2 วิธี คือ 1. สแตติก (Static Storage Allocated) หรือการจองที่แน่นอน โครงสร้างข้อมูลในภาษา โปรแกรมมิ่งคือ อาร์เรย์ (Array) ซึ่งข้อเสียของวิธีการนี้คือต้องกำหนดขนาดของอาร์เรย์ก่อน การคอมไพล์ (Comply) 2. ไดนามิก (Dynamic Storage Allocated) การแทนที่ข้อมูลลักษณะนี้มีในภาษาโปรแกรม มิ่งบางภาษาเท่านั้น ข้อดีของการแทนที่ข้อมูลแบบนี้คือไม่ต้องกำหนดขนาดของข้อมูลก่อน การคอมไพล์ สามารถเรียกใช้เนื้อที่หน่วยความจำได้ในขณะทำงาน (Run Program) ซึ่งเป็น การประหยัดเนื้อที่หน่วยความจำเนื่องจากไม่ต้องจองไว้มากจนเหลือคือได้ใช้เนื้อที่เท่าที่ ต้องการใช้ ประเภทของข้อมูลในการขอใช้เนื้อที่หน่วยความจำอย่างไดนามิกนี้คือ พอยน์เตอร์ (Pointer)

19 MIS: Pichai Takkabutr EAU ในสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ โครงสร้างข้อมูลเป็นวิธีการจัดเก็บข้อมูลในคอมพิวเตอร์เพื่อให้ สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ บ่อยครั้งที่การเลือกโครงสร้างข้อมูลที่เหมาะสมจะทำให้ เราสามารถเลือกใช้อัลกอริทึมที่มีประสิทธิภาพไปพร้อมกันได้ การเลือกโครงสร้างข้อมูลนั้นโดย ส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มต้นจากการเลือกโครงสร้างข้อมูลนามธรรม โครงสร้างข้อมูลที่ออกแบบเป็น อย่างดีจะสามารถรองรับการประมวลผลที่หนักหน่วงโดยใช้ทรัพยากรที่น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไป ได้ ทั้งในแง่ของเวลาและหน่วยความจำวิทยาการคอมพิวเตอร์อัลกอริทึมโครงสร้างข้อมูลนามธรรม โครงสร้างข้อมูลแต่ละแบบจะเหมาะสมกับงานที่แตกต่างกัน และโครงสร้างข้อมูลบางแบบก็ ออกแบบมาสำหรับบางงานโดยเฉพาะ อย่างเช่น ต้นไม้แบบบีจะเหมาะสำหรับระบบงานฐานข้อมูลต้นไม้แบบบีฐานข้อมูล ในกระบวนการออกแบบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การเลือกโครงสร้างข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก ที่ต้องคำนึงถึง ซึ่งจากการพัฒนาระบบงานใหญ่ๆได้แสดงให้เห็นว่า ความยากในการพัฒนาและ ประสิทธิภาพของระบบจะขึ้นอยู่กับโครงสร้างข้อมูลที่เลือกใช้อย่างมาก หลังจากตัดสินใจเลือก โครงสร้างข้อมูลที่จะใช้แล้วก็มักจะทราบถึงอัลกอริทึมที่ต้องใช้ได้ทันที แต่ในบางครั้งก็อาจจะ กลับกัน คือ การประมวลผลที่สำคัญๆของโปรแกรมได้มีการใช้อัลกอริทึมที่ต้องใช้โครงสร้าง ข้อมูลบางแบบโดยเฉพาะ จึงจะทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ถึงอย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเลือก โครงสร้างข้อมูลด้วยวิธีการใด โครงสร้างข้อมูลที่เหมาะสมก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากอยู่ดีโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แนวความคิดในเรื่องโครงสร้างข้อมูลนี้ส่งผล กับการพัฒนาวิธีการมาตรฐานต่างๆในการออกแบบ และเขียนโปรแกรม หลายภาษาโปรแกรมนั้นได้พัฒนารวมเอาโครงสร้างข้อมูลนี้ไว้เป็นส่วนหนึ่ง ของระบบโปรแกรม เพื่อประโยชน์ในการใช้ซ้ำ

20 MIS: Pichai Takkabutr EAU โครงสร้างข้อมูลพื้นฐาน Array, Linked List, Stack และ Queue เป็นอัลกอริทึมเบื้องต้นที่สุดที่ใช้ใน application หลายอย่าง การมีความรู้และ เข้าใจในโครงสร้างข้อมูลเหล่านี้จึงมี ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง Array Array หรือ Table เป็นข้อมูลชุด ประกอบด้วยข้อมูลหลาย ๆ ตัวที่เป็นชนิดเดียวกัน ซึ่งข้อมูลแต่ละตัวสามารถอ้างถึงได้ โดยผ่านทางเลขดรรชนีย์ของข้อมูลนั้น ๆ การ นิยาม Array ขึ้นมาตัวหนึ่งเราจะต้องนิยามชื่อของ Array นั้นตามด้วย จำนวนของข้อมูล ใน Array นั้น และ ชนิดของ Array นั้น ซึ่งการนิยาม Array ขึ้นมานี้จะแตกต่างกันไป ในแต่ละภาษา Linked List Linked List เป็นข้อมูลที่เรียงกันเป็นชุด โดยข้อมูลแต่ละตัวเรียกว่า Node ซึ่งแต่ละ Node เชื่อมต่อไปยัง Node ถัดไป ข้อมูลตัวแรกใน Linked List จะถูกชี้โดยตัวแปรชนิด Pointer ซึ่งมักจะเรียกว่า Head Pointer ส่วนข้อมูลตัวสุดท้ายใน Links List มีส่วนของข้อมูล ที่ชี้ไปที่ Null ซึ่งเป็นค่าที่บอกว่าข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลตัวสุดท้าย ข้อมูลแต่ละตัวใน Linked List จะปรอบกอบด้วยส่วนของข้อมูลและส่วนชองตัวชี้ (ข้อมูลชนิด Pointer) สำหรับชี้ไปยังข้อมูล ตัวถัดไป (มีค่าเป็น Null ในข้อมูลตัวสุดท้าย) Stack Stack เป็นโครงสร้างข้อมูลที่สามารถนิยามขึ้นโดย Array หรือ Linked List การเพิ่ม ข้อมูลตัวใหม่เข้าไปใน Stack เรียกว่า Push ส่วนการลบข้อมูลออกไปเรียกว่า Pop ข้อมูลแต่ละตัวเพิ่มเข้าและเอาออกมาทางท้ายของ Stack ลักษณะ ของ Stack จะคล้าย กับการเก็บหนังสือลงในลัง ซึ่งหนังสือเล่มที่เก็บเข้าไปหลังสุดจะถูกนำขึ้นมาเป็นเล่มแรก ขั้นตอนการ เก็บข้อมูลแบบนี้เรียกว่า LIFO (Last In First Out) Queue Queue มีลักษณะคล้าย Stack มีการกระทำพื้นฐานกับ Stack คือ การนำข้อมูลเข้า เรียกว่า Enqueue และ การนำข้อมูล ออกมาเรียกว่า Dequeue คิวจะยอมให้คุณ เก็บข้อมูลเข้าทางตอนท้ายของ Queue และนำข้อมูลออกมาทางตอนต้นของ Queue ลักษณะของ Queue คล้ายกับการเข้าแถวซื้อของ ข้อมูลที่ถูกนำเข้าไปตัวแรกจะถูก เอาออกมาเป็นตัวแรก เรา เรียกขั้นตอนแบบนี้ว่าเป็นแบบ FIFO (First In First Out)

21 MIS: Pichai Takkabutr EAU อัลกอริทึม (algorithm) หมายถึงขั้นตอนวิธี ที่สามารถเข้าใจได้และมีความยาว จำกัดบอกถึง ลำดับ หรือวิธีการในการแก้ไขปัญหาใดปัญหาหนึ่ง อย่างเป็นขั้น เป็นตอนและชัดเจน ว่าทำอย่างไร เมื่อนำเข้าอะไร แล้วจะได้ผลลัพธ์เช่นไร ซึ่ง แตกต่างจากการแก้ปัญหาแบบศึกษาสำนึก หรือฮิวริสติก (heuristic)ฮิวริสติก โดยทั่วไป อัลกอริทึม จะประกอบด้วย วิธีการเป็นขั้นๆ และมีส่วนที่ต้องทำแบบ วนซ้ำ(iterate) หรือ เวียนเกิด(recursive) โดยใช้ตรรกะ (logic) และ/หรือ ใน การเปรียบเทียบ (comparison) ในขั้นตอนต่างๆ จนกระทั่งเสร็จสิ้นการทำงานiteraterecursiveตรรกะcomparison ในการทำงานอย่างเดียวกัน เราอาจจะเลือกอัลกอริทึมที่ต่างกันเพื่อแก้ปัญหาได้ โดยที่ผลลัพธ์ที่ได้ในขั้นสุดท้ายจะออกมาเหมือนกันหรือไม่ก็ได้ และจะมีความ แตกต่าง ที่จำนวนและชุดคำสั่งที่ใช้ต่างกันซึ่งส่งผลให้ เวลา (time), และขนาด หน่วยความจำ(space)ที่ต้องการต่างกัน หรือเรียกได้อีกอย่างว่ามีความซับซ้อน (complexity) ต่างกัน หน่วยความจำcomplexity การนำอัลกอริทึมไปใช้ ไม่จำกัดเฉพาะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่ สามารถใช้กับปัญหาอื่น ๆ ได้เช่น การออกแบบวงจรไฟฟ้า, การทำงาน เครื่องจักรกล, หรือแม้กระทั่งปัญหาในธรรมชาติ เช่น วิธีของสมองมนุษย์ในการ คิดเลข หรือวิธีการขนอาหารของแมลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์วงจรไฟฟ้า


ดาวน์โหลด ppt MIS: Pichai Takkabutr EAU 2005 1 การกำหนดโครงสร้างและขนาดของระบบข้อมูล องค์กรใช้เทคโนโลยี ICT Sectors บริหารระบบงานองค์กรที่เป็นอยู่ (Real Sector) ได้อย่างไร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google