งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

La Voix Passive.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "La Voix Passive."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 La Voix Passive

2 Active หมายถึงประธานเป็นผู้ทำกริยานั้นเอง ซึ่งในประโยคมีประธาน , กริยา , กรรม เช่น Je regarde la lune. ฉันมองดูพระจันทร์. Pierre mange du pain. ปิแอร์กินขนมปัง. Passive หมายถึงประธานของประโยคกลับมาเป็นผู้ถูกกระทำ หลักเกณฑ์การเปลี่ยนจาก active เป็น passive มีดังนี้

3 2. ให้เปลี่ยนจากประธานมาเป็นกรรมและเปลี่ยนกรรมไปเป็นประธาน
1. ต้องทำจากกริยาที่มีกรรมตรงเท่านั้น จะเป็นกรรมรองไม่ได้ 2. ให้เปลี่ยนจากประธานมาเป็นกรรมและเปลี่ยนกรรมไปเป็นประธาน 3. ผู้ทำกริยาต้องอยู่หลังคำว่า par แต่กริยาบางคนใช้บุพบท de แทน par เช่น accompagner , aimer , connaître , couvrir , entourner , suiver 4. นำ verbe être มาใช้เป็นกริยาช่วยโดยนำมาผันให้เป็นเท้นส์เดียวกับประโยค Active ที่ให้มา

4 5. เมื่อเปลี่ยนประโยคเป็น passive แล้วอย่าลืม accord (ผัน) ตามประธานที่กริยาแท้ด้วย
6. การเปลี่ยนประธานจาก active เป็น passive เมื่อมาอยู่หลัง par ให้เปลี่ยนดังนี้ จาก Je เป็น moi , Tu เป็น toi , Il เป็น lui , Elle เป็น elle , Nous เป็น nous , Vous เป็น vous , Ils เป็น eux , Elles เป็น elles ถ้าหากไม่เจาะจงใคร เช่น Quelqu ‘ un (บางคน) หรือ On (เค้า) สามารถตัดทิ้งไปได้เลย

5 การเปลี่ยน temps ใน présent ทำดังนี้ ให้กริยา être ใน temps présent มาเป็นกริยาช่วย และกริยาเดิมที่ให้มาใน active มาเป็น participe passé เช่น Eric lit ce journal = Ce Journal est lui par Eric. เอริคอ่านหนังสือพิมพ์ หนังสือพิมพ์นี้ถูก อ่านโดยเอริค

6 การสังเกต temps ใน passive นั้นจะดูที่กริยา être เท่านั้นจะดูที่ participe passé ไม่ได้เพราะทุกประโยคจะมี participe passé เหมือนกันหมด 1.ดังนั้นโครงสร้างของ passive ใน présent คือ ใช้กริยา être ใน présent + participe passé ดังนั้น Les Dupont achètent une maison. = Une maison est acheteé par eux. ครอบครัวดูปงซื้อบ้านหนึ่งหลัง บ้านหนึ่งหลังถูกซื้อโดยครอบครัวดูปง 2.ส่วนโครงสร้างของ passive ใน passé composé ให้นำกริยา avoir ใน présent + été มาเป็นกริยาช่วย และ + participe passé โครงสร้าง passé composé คือ ใช้ avoir ใน présent + été + participe passé

7 ตัวอย่าง Brigitte a pris le train. = Le tain a été
pris par elle. บริจิตต์โดยสารรถไฟ รถไฟถูกโดยสารโดยหล่อน ( accord e ที่กริยาแท้คือ lu เพราะ la revue เป็นเพศหญิง ) ส่วนโครงสร้างของ futur simple ให้นำกริยา être ใน futur simple ( Je serai , Tu seras , Il / Elle sera , Nous serons , Vous serez , Ils / Elles seront ) มาเป็นกริยาช่วยและทำกริยาเดิมให้เป็น participe passé โครงสร้างใช้ être ใน futur + participe passé

8 ตัวอย่าง La professeur inviterra les étèves à dÎner demain
ตัวอย่าง La professeur inviterra les étèves à dÎner demain. อาจารย์จะชวนพวกนักเรียนมาทานอาหารเย็นพรุ่งนี้ = Les étèves seront invités par le professeur demain. พวกนักเรียนจะถูกเชิญมาทานอาหารเย็นโดยอาจารย์พรุ่งนี้ Mes amis m’ enverront bientôt les photos. เพื่อนๆของฉันจะส่งรูปมาให้ฉันเร็วๆนี้ = Les photos me seront envoyés bientôt par eux. รูปจะถูกส่งมาเร็วๆนี้โดยพวกเขา ( จะใช้ per eux หรือจะไม่เปลี่ยน โดยใช้ par mes amis ก็ได้ )

9 โครงสร้างใช้ กริยา être ใน l’ imparfait + participe passé
3. ในกรณีเป็น l’ imparfait ให้ใช้กริยาเป็น être ใน l’ imparfait ( J’ étais, Tu étais, Il / Elle était ) มาเป็นกริยาช่วยและทำกริยาเดิมให้เป็น participe passé โครงสร้างใช้ กริยา être ใน l’ imparfait + participe passé Les gens buvaient le café = Le café était bu par eux. ผู้คนได้ดื่มกาแฟ กาแฟถูกดื่มโดยพวกเขา

10 ** กรณีที่เป็นเท้นส์อื่นก็ทำเป็น passive โดยนำกริยา être มาเป็นกริยาช่วยโดยทำเป็นเท้นส์เดียวกับกริยาเดิมที่ให้มาใน active และทำกริยานั้นเป็น participe passé เช่น Je vais fermer la porte. = La porte va être fermée par moi.

11 จะเห็นได้ว่ากรณีนี้เป็น futur proche ( aller + infinitif ) มีกริยา 2 ตัว ในประโยคกริยาแท้ในที่นี้คือ fermer เราจึงนำกริยา être มาทำให้เป็นเท้นส์เดียวกันกับ fermer ซึ่งเป็น infinitif ( กริยายังไม่กระจาย ) จึงใช้ être ไม่ต้องกระจายและทำ fermer ให้เป็น participe passé ด้วยคือ fermé และaccord e เพราะ la porte เป็นเพศหญิง ตัวอย่าง Jacques avait déjà fini les devoirs. = Les devoirs avaient déjà été finis par lui.

12 ในกรณีนี้ plus que parfait ( avoir ใน l’ imparfait + participe passé ) เมื่อเป็น passive ใช้ avoir ใน l’ imparfait + été + participe passé (สรุปง่าย ๆ คือ เอากริยา être คือ été ) มาเป็นกริยาช่วยเพราะ fini เป็นรูป participe passé จึงต้องทำ être ให้เป็น participe passé ด้วยคือ été และ fini เป็น participe passé อยู่แล้วจึงไม่ต้องไปเปลี่ยนรูปอีก เพียงแต่ accord s เท่านั้นเพราะ les devoirs เป็นเพศชาย เอกพจน์ จะสังเกตจาก passive ว่าเป็นเท้นส์อะไร ก็ดูแต่ avaient déjà été เท่านั้น ( ซึ่งเป็น plus que parfait )

13 ส่วนประโยคคำถามนั้นจะใช้โครงสร้างเหมือนกับ ประโยคบอกเล่าทุกอย่าง
เช่น Est – ce que tu as acheté du poiver hier ? เธอได้ซื้อพริกไทยเมื่อวานนี้ใช่มั้ย ? Est – ce que du poivre a été acheté par toi hier ? พริกไทยได้ถูกซื้อโดยเธอเมื่อวานนี้ใช่มั้ย ?

14 แต่กรณีในประโยคคำถามที่ทำ inversion คือ การกลับ ตำแหน่งของประธานกริยา เมื่อเป็น passive ก็ต้องคงการกลับ ตำแหน่งของกริยาไว้เหมือนเดิม เช่น A –t –il lu les journaux ? เขาได้อ่านหนังสือพิมพ์หลายฉบับแล้วใช่ ไหม ? Les journaux ont – ils été lus par lui ? หนังสือพิมพ์หลาย ฉบับถูกอ่านโดยเขาแล้วใช่ไหม ? ประธานเป็น On , Quelqu’ un ใน active เมื่อเป็น passive ตัดทิ้งไปได้เลย ( ตามกฎข้อ 6 ) เช่น On trove la monnaie. เขาพบเงิน( เศษตังค์ ) = La momaie est trovée. เงินถูกพบ ( ไม่ต้องเติม par on เพราะ “เค้า” ไม่ได้เจาะจงว่าใคร )

15 หรือ Queiqu’ un vole ma gomme
หรือ Queiqu’ un vole ma gomme. มีคนบางคนขโมยยางลบของฉัน = Ma gomme est volée. เติม e ที่ volé เพราะยางลบเป็นเพศหญิงเอกพจน์ กรณีที่ เมื่อเป็น passive แล้วจะไม่ใช้ par แต่เป็น de แทน ตามกฎข้อที่ 3 เช่น Les herbes couvrent le jardin. ต้นหญ้าปกคลุมสวนหย่อม = Le jardin est couvert d ‘ herbes. สวนหย่อมถูกปกคลุมด้วยหญ้า

16 ภาพยนต์ถูกดูโดย Jean Jean ดูภาพยนต์
ส่วนการทำเป็น active ก็เปลี่ยนกลับจากกรรมมาเป็น ประธานและถอดกริยา être ที่เป็นกริยาช่วยทิ้งไป เช่น Le film est vu par Jean = Jean voit le film. ภาพยนต์ถูกดูโดย Jean Jean ดูภาพยนต์ กรณีนี้กริยาช่วย être เป็น présent เมื่อทำเป็น active จึงทำกริยา voir ให้กลับมาเป็น présent ตามกริยา être ที่บ่งบอกเท้นส์

17


ดาวน์โหลด ppt La Voix Passive.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google