งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ฐานข้อมูล ISI Web of Science แสงเดือน คำมีสว่าง บรรณารักษ์ ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ฐานข้อมูล ISI Web of Science แสงเดือน คำมีสว่าง บรรณารักษ์ ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 ฐานข้อมูล ISI Web of Science แสงเดือน คำมีสว่าง บรรณารักษ์ ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

2 เนื้อหาการบรรยาย ISI Web of Science คืออะไร? เข้าใช้ ISI Web of Science ได้อย่างไร? ทำไม ต้องลงทะเบียนการเข้าใช้? การลงทะเบียน [Register] การสืบค้นข้อมูล การหาแบบ Search การค้นหาแบบ Cited Reference Search การจัดการผลลัพธ์ เทคนิคการสืบค้น การหาค่า Impact factor ทำไม เราต้องใช้ ISI Web of Science? การเอกสารฉบับเต็มจาก DOI / Crossref

3 ISI Web of Science คืออะไร?  เป็นฐานข้อมูลอ้างอิง (Citation Database) ที่ให้ข้อมูลบรรณานุกรมและ สาระสังเขปของรายการอ้างอิง และรายการที่อ้างถึง  เป็นฐานข้อมูลสหสาขาวิชา ครอบคลุมทุกกลุ่มสาขาวิชาไม่ว่าจะเป็น วิทยาศาสตร์ สังคมศาสตร์ และมนุษย์ศาสตร์ จากวารสารมากกว่า 10,000 รายชื่อ  ให้ข้อมูลตั้งแต่ ปี 2001 – ปัจจุบัน  ลักษณะของข้อมูลที่ให้บริการจะเป็นรูปแบบรายการบรรณานุกรม และสาระสังเขป ในรูปแบบของ HTML โดยไม่มีบริการเอกสาร ฉบับเต็ม (Full Text)  สามารถสืบค้นได้โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้

4 ทำไม เราต้องใช้ ISI Web of Science? ทำไม เราต้องใช้ ISI Web of Science? เนื่องจาก Web of Science เป็นฐานข้อมูลที่ใช้ในการสืบค้นข้อมูลการตีพิมพ์งานวิจัยของ นักวิจัยในวารสารระดับนานาชาติ ฉะนั้น ข้อมูลที่เราจะสืบค้นได้ก็จะเป็นข้อมูลที่ว่า นักวิจัยคน หนึ่งมีผลงานตีพิมพ์กี่รายการ อะไรบ้าง อยู่ในวารสารฉบับไหน แต่ละรายการมีการใช้รายการ อ้างอิงเท่าไหร่ ซึ่งจะตีความได้ว่า นักวิจัยเรื่องนั้น ได้ศึกษา ค้นคว้าเรื่องนั้นมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ยังให้ข้อมูลว่าแต่ละรายการได้รับการอ้างถึง (Cited) เท่าใด ใครนำไปอ้างถึงบ้าง ซึ่ง จำนวนการอ้างถึงผลงานวิจัยก็เป็นเสมือนเป็นการให้คะแนนความมีคุณค่าของผลงานวิจัยชิ้นนั้น ยิ่งมีการนำไปอ้างถึงมาก ยิ่งทำให้ตีความได้ว่า งานวิจัยนั้นได้รับการยอมรับ นอกจากนี้ Web of Science ยังสามารถใช้สืบค้น Impact Factor ของวารสารได้อีกต้วย

5 เข้าใช้ ISI Web of Science ได้อย่างไร? นักศึกษา อาจารย์ และบุคลากร ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงสามารถเข้าใช้บริการฐานข้อมูล ISI Web of Science ได้จากทุกสำนักวิชา /หน่วยงาน / หอพักนักศึกษา หรือผ่านระบบเครือข่ายไร้ สาย (Wireless LAN) ภายในมหาวิทยาลัยภายใต้ระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย ส่วนกรณีใช้ที่ บ้านหรือที่ทำงานนอกมหาวิทยาลัยให้ใช้ผ่านระบบ SSL VPN สามารถ Download โปรแกรม และคู่มือการติดตั้งได้ที่ โดยใช้ Username และ Password ที่ศูนย์บริการเทคโนโลยีสารสนเทศออกให้ กรณีมีคำถาม หรือเข้าใช้งานไม่ได้ โปรดติดต่อ ฝ่ายระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ศูนย์บริการ เทคโนโลยีสารสนเทศ ชั้น 3 อาคาร RE โทร หรือ

6 ทำไม ต้องลงทะเบียนการเข้าใช้? การใช้ฐานข้อมูล ISI Web of Science ผู้ใช้สามารถเข้าใช้ฐานได้เลยไม่ จำเป็นต้องลงทะเบียน ถ้าใช้ผ่านระบบเครือข่ายของมหาวิทยาลัย แต่การ ลงทะเบียนก็จะทำให้ผู้ใช้สามารถใช้บริการเสริมอื่นๆ ของ ISI Web of Science ได้ เช่น - การ Save Search - การใช้ Alerts - การเก็บ Marked List - การใช้ Endnote Web ฯลฯ

7 การลงทะเบียน [Register] จากหน้า HOME การลงทะเบียนเป็นสมาชิก ให้ใช้เม้าท์คลิกที่ Register

8 การลงทะเบียน [Register] ระบบจะให้ตรวจสอบ ที่เราจะใช้สมัคร เมื่อพบว่ายังไม่เคยสมัคร ให้กรอกข้อมูลส่วนตัวลง ในแบบฟอร์มและทำการ Submit หมายเหตุ - หัวข้อที่มี * สีแดงหมายถึงต้อง กรอกข้อมูลในช่องนั้นให้ครบหากไม่ ใส่จะไม่สามารถลงทะเบียนได้ - การตั้งรหัสผ่าน ใช้อักษร 8 ตัวขึ้น ไป และประกอบไปด้วยตัวเลข ตัวอักษร และอักขระพิเศษ เป็นต้น

9 การสืบค้นข้อมูล การค้นหาข้อมูลใน ISI Web of Science จำแนกออกเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ ดังนี้ 1. Search เป็นการค้นหาบทความจากคำสำคัญในหัวเรื่อง ชื่อเรื่อง ผู้แต่ง ชื่อวารสาร เป็นต้น 2. Cited Reference Search เป็นการค้นหาข้อมูลที่บทความนำมา อ้างอิง ซึ่งอาจเป็นบทความ หนังสือ หรือ สิทธิบัตร เป็นต้น หรือ ต้องการค้นหาว่ามีใครนำผลงานนี้ไปอ้างอิงในบทความบ้าง

10 การค้นหาแบบ Search 1. พิมพ์คำหรือวลีลงในช่องรับคำค้น 2. ระบุเขตข้อมูลที่ต้องการสืบค้น เช่น Topic, Title, Author, Publication Name, Address เป็นต้น 3. ระบุคำเชื่อมหากมีคำค้นมากกว่า 1 คำ 4. คลิกที่ Change Limits เพื่อเลือก ช่วงเวลา ตีพิมพ์ของเอกสารจากส่วน Timespan และ เลือกฐานข้อมูลที่จะใช้ใน การสืบค้นจากส่วน Citation Databases 5. คลิก Search เพื่อสืบค้นข้อมูล *Topic = ค้นจากทุกเขตข้อมูลใน บรรณานุกรม รวมถึงบทคัดย่อ

11 หน้าแสดงผลลัพธ์ของ Search 1. แสดงจำนวนผลลัพธ์ที่พบ 2. สืบค้นเฉพาะภายในรายการผลลัพธ์ปัจจุบัน จากส่วน Search within results for เพื่อ จำกัดผลลัพธ์ให้แคบลง โดยพิมพ์คำหรือวลี และ คลิกที่ปุ่ม Search 3. Refine Results เป็นการปรับปรุงหรือ กรองผลลัพธ์ที่ได้จากการสืบค้นเดิมให้แคบลงได้ จาก โดยเลือกรูปแบบในการแสดงผล เช่น Subject Areas, Document Types, Authors, Source Titles, Publication Years, Institutions, Languages, Countries/Territories โดยคลิก เครื่องหมายถูกหน้าหัวเรื่องที่ต้องการ หรือคลิกที่ more เพื่อแสดงหัวเรื่องทั้งหมด จากนั้นคลิกที่ Refine เพื่อแสดงผล 4. เลือกจัดการผลลัพธ์ที่ค้นพบได้หลายรูปแบบ เช่น สั่งพิมพ์, ส่งทาง , จัดเก็บรายการ, บันทึกข้อมูล, ส่งออกรายการบรรณานุกรม เป็นต้น 5. คลิกที่ Sort by เพื่อจัดเรียงลำดับผลลัพธ์ใหม่ตาม Latest Date, Times Cited, Relevance, First Author, Source Title, Publication Year เป็นต้น 6. คลิกที่บทความเพื่อดูข้อมูลโดยละเอียด หรือคลิกที่ตัวเลขที่ Times Cited เพื่อดูรายการบทความที่อ้างถึง

12 การค้นหาแบบ Cited Reference Search เลือกสืบค้นจากหน้า Home 1. คลิกที่ Cited Reference Search 2. Cited Author: พิมพ์นามสกุล หรือ ตามด้วยอักษรแรกของผู้แต่ง ที่ต้องการค้นหา 3. Cited Work: พิมพ์อักษรย่อของ ชื่อสิ่งพิมพ์ หรือ คลิกที่ journal abbreviation list เพื่อตรวจอักษร ย่อจากรายการของชื่อสิ่งพิมพ์ 4. Cited Year(s): พิมพ์ปี หรือช่วง ของปีที่ตีพิมพ์ 5. คลิกที่ Search

13 ผลลัพธ์ของ Cited Reference Search 1. คลิกที่ช่องหน้า Record ที่ต้องการ เลือกได้มากกว่าหนึ่ง และคลิกที่ปุ่ม Finish Search เพื่อเรียกดูรายการ บทความที่อ้างถึง (Citing Article) 2. Cited Author : รายชื่อผู้แต่งที่ ได้รับการอ้างอิง 3. Cited Work : ชื่อของสิ่งพิมพ์ ซึ่ง สามารถเรียกแสดงชื่อเรื่องไปพร้อม กันด้วย คลิกที่ Show Expanded Titles 4. Year : ปีที่พิมพ์ 5. Volume : เล่มที่ Volume 6. Page : เลขหน้า 7. Citing Articles : จำนวนครั้งที่ บทความ (Record) นี้ได้รับการอ้างถึง 8. คลิกที่ View Record ในรายการที่ปรากฏ เพื่อดูข้อมูลโดยละเอียด

14 การแสดงหน้าจอบทคัดย่อ 1. รายละเอียดของบทความ ประกอบด้วย ชื่อบทความ ผู้แต่ง แหล่งข้อมูล 2. Times Cited : จำนวนการถูกอ้างอิง (เฉพาะในฐานข้อมูล Web of Science) 3. Cited References: จำนวนเอกสาร ที่นำมาอ้างอิง 4. บทคัดย่อและรายละเอียดของบทความ 5. จำนวนและรายละเอียดของบทความที่ นำไปอ้างอิงทั้งหมด 6. จำนวนและบทความที่นำมาอ้างอิง

15 การจัดการผลลัพธ์ Print/ /Save/Export Reference 1. คลิกเลือกหน้ารายการที่ต้องการ 2. เลือกรูปแบบการจัดการผลลัพธ์ เก็บไว้ใน Marked List Print การ export สู่โปรแกรมจัดการ บรรณานุกรม

16 เทคนิคการสืบค้น 1.ตัวเชื่อมเพื่อสร้างเงื่อนไขการสืบค้น คือ AND OR NOT SAME 2.การค้นหากลุ่มคำ หรือ วลี ให้ใช้เครื่องหมาย “...” อัญประกาศ เพื่อกำหนดลำดับและตำแหน่ง ของกลุ่มคำไม่ให้แยกคำ 3.เครื่องหมายพิเศษที่ช่วยการการสืบค้น ? ใช้แทนตัวอักษรหนึ่งตัวอักษร โดยให้วางตำแหน่งกลางหรือ ท้ายคำ เช่น Fib?? จะพบทั้ง Fibre และ Fiber * การละตัวอักษรตั้งแต่ศูนย์ตัวอักษรขึ้นไป โดยให้วางตำแหน่งกลางหรือ ท้ายคำ เช่น S*food จะพบทั้ง Seafood และ Soyfood $แทนที่ศูนย์ตัวอักษรหรือหนึ่งตัวอักษรเท่านั้น เช่น Col$r จะพบทั้ง Color และ Colour (…)ใช้เพื่อจัดลำดับการสืบค้นก่อนหรือหลัง เช่น Rabies AND (cat OR dog) ระบบจะ สืบค้นบทความที่มี cat หรือ dog ก่อน จากนั้นจึงจะค้นหา Rabies

17 Impact Factor Impact Factor คือ ค่าความถี่ที่บทความในวารสารนั้น ได้รับ การอ้างอิงในแต่ละปี ซึ่งโดยปกติจะใช้ย้อนหลังประมาณ 2 ปี ถือว่าเป็นเครื่องมือในการประเมินคุณภาพของบทความหรือจัด อันดับวารสาร

18 การหาค่า Impact Factor 1. เข้าสู่หน้าหลัก คลิกเมนู Search โดยให้เลือกเขตคำค้นเป็น Publication name จากนั้นให้กด เครื่องหมาย เพื่อทำการ Search หาชื่อวารสารที่ถูกต้อง

19 การหาค่า Impact Factor (ต่อ) เลือกวารสารที่ต้องการ จากนั้นให้ คลิก Add ชื่อวารสารจะปรากฎด้านล่างจากนั้นให้ คลิก OK

20 การหาค่า Impact Factor (ต่อ)

21 เลือก Create Citation Report

22 การหาค่า Impact Factor (ต่อ) 1.Average Citations per Item [?] : คือ ค่า Impact Factor หมายถึง เฉลี่ยหนึ่งบทความมีการ นำไปอ้างอิงทั้งหมด ครั้ง (โดยปกติค่า Impact Factor ที่ใช้จะย้อนหลังไปประมาณ 2 ปี 2.h-index [?] : 71 คือ ค่าที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างการตีพิมพ์และการถูกอ้างอิง หมายถึง มีอย่างน้อย 71 บทความขึ้นไปที่มีการอ้างอิงตั้งแต่ 71 ครั้ง สามารถเลือกปีที่ต้องการทราบได้

23 เอกสารฉบับเต็ม การค้นหาเอกสารฉบับเต็มจาก 1. นำ DOI ของบทความวารสารไปหาจาก 2. เอาบรรณานุกรมไปหาจาก

24 เอกสารฉบับเต็มจากหมายเลข DOI 1. เข้าไปยังเว็บไซด์ DOI (Digital Object Identifier ) เป็นชื่อรหัสมาตรฐานของทรัพยากรสารสนเทศในรูปดิจิทัล โดยรหัสดังกล่าวมีทั้งตัวเลข และตัวอักษร กำหนดขึ้นมาเพื่อใช้ระบุตำแหน่งหรือที่อยู่ (URL) ของทรัพยากรสารสนเทศอิเล็กทรอนิกส์ ให้สามารถค้นหา ทรัพยากรสารสนเทศ เช่น บทความ วารสาร หนังสือ และทรัพย์สินทางปัญญาต่างๆ ผ่านอินเทอร์เน็ตได้ การค้นหาด้วย หมายเลข DOI ทำได้โดย 2. นำหมายเลข DOI ที่ได้จากฐานข้อมูลมาสืบค้นในเมนู Resolve a DOI Name จากนั้น กด Submit

25 ตัวอย่างจาก Web of Science 1. ค้นหาเอกสารที่ต้องการ จากนั้น นำหมายเลข DOI ไป Search เพื่อหาเอกสารฉบับเต็มจาก 2. นำหมายเลข DOI ไป Search เพื่อหาเอกสารฉบับเต็มจาก

26 ตัวอย่างจาก Web of Science (ต่อ) Full Text ที่ได้จาก BioOne

27 เอกสารฉบับเต็มจากบรรณานุกรมจาก Crossref Crossref เป็นความร่วมมือกันของสำนักพิมพ์ชั้นนำมากกว่า 380 แห่ง เป็นองค์กรที่ไม่หวังผลกำไร ดังนั้นจึงทำให้ผู้ใช้บริการ สามารถสืบค้นสิ่งพิมพ์ บทความวารสารไปยังกลุ่มสำนักพิมพ์ที่เป็นสมาชิก ครอบคลุมบทความมากกว่า 1 ล้านบทความ การค้นหาเอกสารจาก Crossref สามารถทำได้ดังนี้ 1.ค้นหาจากเลข DOI โดยเข้าไปที่ จากนั้นก็นำหมายเลข DOIhttp://www.crossref.org ค้นหาจากเมนู DOI Resolver จากนั้นก็กด Submit 2. ระบบจะลิงค์ไปยังเว็บที่ให้บริการ Full text

28 เอกสารฉบับเต็มจากบรรณานุกรมจาก Crossref (ต่อ) 1.ค้นหาจากรายละเอียดทางบรรณานุกรม โดยเข้าไปที่ จากนั้นก็ไปยังเมนู FOR RESEARCHERS เลือก Free DOI name look up 2. Search จากชื่อผู้แต่งและชื่อบทความ จากเมนู Search on article title จากนั้น กด Search

29 เอกสารฉบับเต็มจากบรรณานุกรมจาก Crossref (ต่อ) 3. ปรากฎลิงค์เพื่อนำไปสู่บทความ Full Text Link Full Text จาก SpringerLink

30 Thank You For more information...Please contact Reference Librarian Tel , E- mail :


ดาวน์โหลด ppt ฐานข้อมูล ISI Web of Science แสงเดือน คำมีสว่าง บรรณารักษ์ ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google