งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

TOPICS 1. Obtaining and digesting of food (Digestive system) 2. Gas exchange: breathing system (Respiratory system) 3. Internal transport (Circulatory.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "TOPICS 1. Obtaining and digesting of food (Digestive system) 2. Gas exchange: breathing system (Respiratory system) 3. Internal transport (Circulatory."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 TOPICS 1. Obtaining and digesting of food (Digestive system) 2. Gas exchange: breathing system (Respiratory system) 3. Internal transport (Circulatory system) 4. Immune system 5. The control of internal environment 6. Chemical control (Endocrine system) 7. Nervous system and the sense 8. Animal locomotion

2 ต่อมไร้ท่อ (endocrine gland) ต่อมที่ หลั่งสารและไปมีผลต่อ เซลล์เป้าหมาย โดยผ่าน extracellular fluid เช่นกระแส เลือด ต่อมมีท่อ (exocrine gland) ต่อมที่หลั่ง สารและไปมีผลต่อเซลล์ เป้าหมายโดย ผ่านท่อ 6. CHEMICAL CONTROL (ENDOCRINE SYSTEM)

3 ฮอร์โมน หมายถึงสารเคมีที่ สร้างมาจากเซลล์ของต่อม ไร้ท่อ (endocrine cell) และ ไปมีผลควบคุมการทำงาน ของเซลล์เป้าหมายที่อยู่ห่าง ออกไป โดยขนส่งไปตาม กระเสเลือด การทำงานของ ร่างกายที่ควบคุมโดย ฮอร์โมนหรือสารเคมี เรียก chemical control และเรียกกลุ่ม สารเคมีดังกล่าวว่า chemical messenger หรือ molecular messenger

4 Chemical messenger หรือ molecular messenger แบ่งเป็น 5 ชนิดดังนี้ 1. Paracrine (local regulator) 2. Neurotransmitter 3. Neurohormone 4. Hormone 5. Pheromone

5 ฮอร์โมนแบ่งตามโครงสร้างทางเคมีได้เป็น 4 ชนิด คือ 1. ฮอร์โมนเปปไทด์หรือโปรตีน (Polypeptide hormone) 2. ฮอร์โมนสเตียรอยด์ (Steroid hormone) 3. ฮอร์โมนเอมีน (Amine hormone) 4. ฮอร์โมนกรดไขมัน (Fatty acid hormone)

6 กลไกการออกฤทธิ์ของ chemical messenger และฮอร์โมน - ออกฤทธิ์ได้โดยการจับกับตัวรับสัญญาณ (receptor) สารเคมีตัวเดียวกันสามารถมีผลต่อ เซลล์ชนิดต่างๆ ได้ต่างกันโดยขึ้นกับ 1. ตัวรับต่างกัน (a กับ b&c) 2. ตัวถ่ายทอดสัญญาณในเซลล์ ต่างกัน (b กับ c)

7 การออกฤทธิ์ของฮอร์โมน แบ่งตามโครงสร้างได้เป็น 2 แบบ 1. พวกที่มีตัวรับอยู่ที่ผนังเซลล์ (cell membrane receptor) ได้แก่ฮอร์โมนที่มีขนาดใหญ่ ผ่านเข้าเซลล์ไม่ได้ ไม่ละลายในไขมัน เช่น ฮอร์โมนโปรตีน ซึ่งแบ่งตามการถ่ายทอด สัญญาณ (signal pathway) หรือ second messenger ได้เป็น 2 แบบ 1.1cyclic AMP

8

9 1.2 Ca 2+ และ inositol triphosphate (IP 3 ) enzyme=phospholipase C PIP2=phosphatidylinositol biphosphate IP3=inositol triphosphate DAG=diacylglycerol

10 2. พวกที่มีตัวรับอยู่ภายในเซลล์ ได้แก่ฮอร์โมนที่มีขนาดเล็กและละลายในไขมันได้ เช่น ฮอร์โมนสเตียรอยด์, ฮอร์โมนไทรอยด์, Vitamin D 3, NO - ตัวรับเมื่อจับกับฮอร์โมน (hormone-receptor complex) จะทำหน้าที่เป็น transcription factor - ตัวรับอาจอยู่ในไซโตพลาสม หรือนิวเคลียส

11 กลไกการควบคุมการหลั่งฮอร์โมน การควบคุม การหลั่ง ฮอร์โมน ส่วน ใหญ่ เป็นกลไกการ ควบคุม ย้อนกลับแบบ negative feedback

12 การควบคุม homeostasis ของแคลเซียมโดย PTH และ Calcitonin การทำงานแบบตรงข้ามกัน (antagonistic) ของฮอร์โมน 2 ชนิด

13 ระบบต่อมไร้ท่อในสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 1.Brain hormone(BH) หลั่งจาก neurosecretory cells มาเก็บไว้ที่ corpus cardiacum 2.BH กระตุ้น prothoracic gl. ให้หลั่งฮอร์โมน ecdysone 3.ecdysone กระตุ้นการ ลอกคราบ 4.Juvenile hormone(JH) หลั่งจาก corpus allatum ยับยั้งการเกิด metamorphosis เมื่อ JH ลดลงแมลงสามารถพัฒนา ไปสู่ระยะต่อไปได้

14 ระบบต่อมไร้ท่อในสัตว์มีกระดูกสันหลัง ( คน ) - ในร่างกายคนเรามี ต่อมไร้ท่อ ทั้งหมด 9 ต่อม -Tropic hormones: ฮอร์โมนที่ไปมี บทบาท ควบคุมการหลั่ง ฮอร์โมน ของต่อมไร้ท่ออื่น ๆ

15 การทำงานร่วมกันระหว่างระบบประสาทและระบบต่อมไร้ท่อ ( ไฮโปทาลามัสและต่อมใต้สมอง ) - ไฮโปทาลามัสทำ หน้าที่เชื่อมโยง ระหว่างระบบต่อมไร้ ท่อและ ระบบประสาท - เซลล์ประสาท (neurosecretory cell) จากไฮโปทาลามัสไป ควบคุมการ หลั่งฮอร์โมนจากต่อมใต้ สมองส่วน หน้า ทั้งแบบกระตุ้น (releasing homrone) และยับยั้ง (inhibiting hormone)

16 ต่อมใต้สมองส่วนหน้า (anterior pituitary gland or adenohypophysis) - ควบคุมการหลั่งฮอร์โมนโดยไฮโปทาลามัส โดยหลั่ง releasing/inhibiting ผ่านทางเส้นเลือด portal vessel

17 ต่อมใต้สมองส่วนหลัง (Posterior pituitary gland or neurohypophysis) - ฮอร์โมนที่หลั่ง จากต่อมใต้ สมองส่วนหลัง สร้างมาจาก เซลล์ประสาท ของไฮโปทา ลามัส - โดยเซลล์ ประสาทจะยื่น ส่วน axon เข้ามา ในต่อม ใต้สมองส่วนหลัง

18 ตับอ่อน (pancreas) - ตับอ่อนประกอบด้วย endocrine gland (islets of Langerhans) และ exocrine gland( หลั่ง เอนไซม์ ) -Islet of Langerhans ประกอบด้วย alpha cells( หลั่ง glucagon) และ beta cells ( หลั่ง insulin)

19 -insulin และ glucagon จะทำหน้าที่ตรงข้ามกัน (antagonistic) :insulin ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยไปกระตุ้นให้มี การนำกลูโคสเข้าสู่เซลล์ ( ยกเว้นเซลล์สมอง ), ลดการ สลายไกลโคเจนที่ตับ, และลดการเปลี่ยนกรดอะมิโน และกลีเซอรอลไปเป็นน้ำตาล :glucagon เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด โดยกระตุ้น เซลล์ตับให้สลายไกลโคเจนมาเป็นกลูโคส เปลี่ยน กรดอะมิโนและกลีเซอรอลมาเป็นกลูโคส Diabetes mellitus ( โรคเบาหวาน ) สภาวะที่ระดับ น้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ ( คนปกติ = 90mg/100ml) อาจเกิดเนื่องจากร่างกายขาด insulin หรือเซลล์เป้าหมายไม่ตอบสนองต่อ insulin

20 ต่อมหมวกไต (adrenal gland) - ต่อมหมวกไตแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ adrenal cortex ( ด้านนอก ) และ adrenal medulla ( ตรงกลาง ) - กระตุ้นการสลาย ไกลโคเจนได้เป็น กลูโคสจากตับ และกล้ามเนื้อและ กระตุ้นการปล่อย fatty acid จาก เซลล์ไขมัน - กระตุ้น cardiovascular และ respiratory system - หลั่งเมื่อ ร่างกายอยู่ใน สภาวะเครียด autonomic nervous system (sympathe tic) -glucocorticoid กระตุ้นการ สังเคราะห์ กลูโคสจาก noncarbohydrat e source เช่น จากโปรตีน -mineralocorticoid ควบคุมสมดุลของ เกลือและน้ำ เช่น aldosterone กระตุ้นให้มีการดูด กลับของ Na + และน้ำ ที่ท่อไต

21 ต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland) - ต่อมไทรอยด์ใน สัตว์เลี้ยง ลูกด้วยนมมี 2 พู วางตัวอยู่บน หลอดลม - สร้างฮอร์โมน triiodothyronine (T 3 ) และ thyroxine (T 4 ) - ทำหน้าที่ควบคุม กระบวนการเมตา บอลิสม - ควบคุมการสร้าง โดย TSH

22

23


ดาวน์โหลด ppt TOPICS 1. Obtaining and digesting of food (Digestive system) 2. Gas exchange: breathing system (Respiratory system) 3. Internal transport (Circulatory.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google