งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ระดับ 9 ชช. มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชนครินทร์, บุรีรัมย์, กำแพงเพชร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ระดับ 9 ชช. มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชนครินทร์, บุรีรัมย์, กำแพงเพชร."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ระดับ 9 ชช. มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชนครินทร์, บุรีรัมย์, กำแพงเพชร ** ที่ปรึกษารองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏ ยะลา *** ที่ปรึกษาคณะสัตว์แพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เทคนิคการสร้าง ผลงานทางวิชาการ เพื่อขอกำหนดตำแหน่งเป็น ชำนาญการ 6,7-8 เชียวชาญ 9 และ เชี่ยวชาญพิเศษ 10

2 2 ช. 6, 7-8 องค์ประกอบการพิจารณา ผลงานทางวิชาการ 1) ปริมาณงาน 2) คุณภาพงาน 3) ผลงาน 4) การบริการวิชาการ 5) การเป็นที่ยอมรับใน วง วิชาชีพ ชช. 9 ชช. พิเศษ 10

3

4 4

5

6 6 ไม่ผ่าน ผ่าน

7 7 เทคนิคการเตรียมตัว ในการทำผลงานทาง วิชาการ มีเทคนิคการเตรียมตัวทำ ผลงานทางวิชาการในการขอ กำหนดตำแหน่ง เป็นผู้ชำนาญ การ และผู้เชี่ยวชาญ ดังนี้...

8 8 ศึกษาแบบฟอร์มการเสนอ ขอกำหนดตำแหน่ง ศึกษาแบบฟอร์มการ กำหนด ตำแหน่งตามที่ สกอ. กำหนด หรือ ตามที่แต่ละมหาวิทยาลัย / สถาบันได้กำหนดเพิ่มเติมขึ้นมา ดังนี้...

9 9

10 10

11 11 (1) ประวัติส่วนตัว การศึกษา การรับราชการ การ ดำรง ตำแหน่งอื่นๆ เก็บข้อมูลจาก.. แฟ้มประวัติ จากคำสั่ง จากบันทึกการมอบ หมายงาน หรือ บันทึกคำสั่งการ ของผู้บังคับบัญชา

12 12 ตัวอย่าง

13 13

14 14

15 15

16 16 (2) ปริมาณงานในหน้าที่ หมายถึงภาระหน้าที่ ที่ รับผิด ชอบ โดยให้อธิบายถึงขนาดของ งานที่รับผิดชอบ หรือจำนวน ความมากน้อยของงาน

17 17 ระบบการ บริหารงานของหน่วยงานที่ตน ทำอยู่นั้นเป็นหน่วยงานที่ ให้บริการ กลาง ( รวม ) หรือเป็นหน่วยงาน ที่กระจายการให้บริการ

18 18 ตัวอย่างที่ไม่ผ่าน

19 19 ตัวอย่างที่ผ่าน

20 20

21 21 ผู้ที่จะเสนอผลงาน จะต้องเก็บรวบรวมปริมาณงาน ที่ตนได้ปฏิบัติ และจะต้อง จัดเก็บอย่างเป็นระบบ สามารถหยิบหรือเรียกใช้งาน ได้ง่าย และ สะดวก

22 22 เมื่อได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กรรมการอะไร ทั้งภายในหน่วย งาน และภายนอกหน่วยงาน จะ ต้องเก็บรวบรวมหนังสือแต่งตั้ง ทุกครั้ง

23 23 เมื่อใดที่ได้รับเชิญ เป็นวิทยากร เป็นอาจารย์พิเศษ ในการบรรยาย ในสาขา วิชาชีพ ที่ปฏิบัติอยู่ ควรเก็บรวมรวม หนังสือเชิญ อาจทำเป็นแฟ้มๆ เช่น...

24 24 ۞ ภาระงานกรรมการ ۞ ภาระงานอนุกรรมการ ۞ ภาระงานการเป็นที่ปรึกษา ۞ ภาระงานการเป็นวิทยากร ۞ ภาระงานการเป็น อ. พิเศษ จากนั้น Scan เป็นไฟล์เก็บไว้ใน แผ่นซีดีหรือเครื่องคอมพิวเตอร์

25 25

26 26

27 27

28 28

29 29

30 30 (3) คุณภาพของงานใน หน้าที่ เป็นการแสดงให้เห็นว่าภาระ งานที่ได้รับมอบหมายในแต่ละ เรื่องมี ความยากง่ายของงาน ที่ผู้ปฏิบัติ เมื่อปฏิบัติงานแล้วต้องอาศัยความ รู้และเทคนิควิธีการในการทำงาน มากน้อยเพียงใด

31 31 ลักษณะของงานที่ ปฏิบัติอยู่ แสดงถึงความจำเป็น ของหน่วยงานว่า ต้องการ บุคลากร ที่มีความรู้ความสามารถ ความ ชำนาญการเพียงใดในการ ปฏิบัติงาน

32 32 ในองค์ประกอบนี้.. ผู้ทรง คุณวุฒิค่อนข้างจะพิจารณา ยาก เนื่องจากมิได้กำหนดให้ ต้องนำเสนอไปพร้อมกับผลงาน ( คู่มือ บทความ งานวิจัย ฯลฯ ) ผู้ทรงฯจึงไม่เห็นปริมาน งาน และคุณภาพของงาน ( ประจำ ) ทั้งหมดที่เราปฏิบัติ

33 33 จากประสบการณ์ในเป็น ผู้ทรงคุณวุฒิในการอ่านผลงาน ของผู้อื่น ที่ขอกำหนดตำแหน่ง ชำนาญการ ระดับ 8 การพิจารณาให้ค่าคะแนน จึงดูจาก “ แบบประวัติ ” ขอผู้ยื่น ขอ เป็นหลักในการคะแนน ซึ่งจะพิจารณาดังนี้....

34 34 ก. ระดับความยากง่าย และ ซับซ้อนของงานที่ ปฏิบัติ โดยพิจารณาว่างานที่ ปฏิบัตินั้น มีระดับความยากง่าย ซับซ้อน ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถ และเทคนิควิธีการ ในการทำงาน

35 35 ข. ระดับการใช้ความคิด และ การวิเคราะห์ โดยพิจารณาว่างานที่ ปฏิบัตินั้น เป็นงานที่ต้องใช้ ความคิดและการวิเคราะห์ในการ ปฏิบัติงาน มากน้อยเพียงใด

36 36 ค. ระดับการแก้ปัญหา และ การตัดสินใจ โดยพิจารณาว่างานที่ ปฏิบัติ นั้น เป็นงานที่ต้องใช้สติปัญญา ความสามารถ ในการแก้ไข ปัญหา และการตัดสินใจ มาก น้อยเพียงใด

37 37 รวมไปถึง.. ใช้เทคนิค วิธีการปฏิบัติงานประจำวันของผู้ เสนอขอกำหนดตำแหน่ง เช่น... ۞ เทคนิควิธีการแก้ปัญหา ۞ การให้ข้อเสนอแนะ และ ۞ การให้คำปรึกษาแก่ผู้ มา รับบริการ หรือ ผู้ใต้ บังคับ บัญชา

38 38 (4) ภาระงานย้อนหลัง 3 ปี เก็บข้อมูลจากรายงานผล การปฏิบัติงานประจำปี และถ้ามี การจัดทำบันทึกส่วนตัวว่าเรามี ภาระ หน้าที่รับผิดชอบงาน อะไรบ้าง มีปริมาณงานเท่าใด เป็น... ต่อ วัน / สัปดาห์ / ปี

39 39 และถ้าหน่วยงานที่สังกัดไม่มี การจัดทำรายงานประจำปี ก็เก็บ ข้อมูลจาก PD หรือ PF รายบุคคล ในหัวข้อภาระงาน ย้อนหลัง 3 ปีนี้ ควรเขียนให้ กก. ประจำคณะ และผู้ทรงคุณวุฒิ มองเห็นภาพ ภาระงานที่เราปฏิบัติให้มากที่สุด

40 40 เพราะ กก. ประจำคณะ และผู้ ทรง คุณวุฒิจะไม่เห็นในรายละเอียด การปฏิบัติงานทั้งหมดของเรา ดังนั้นถ้าเราเขียนให้ผู้ทรงฯ มองเห็นปริมาณงานและคุณภาพ ของงาน ที่เราทำ ( ทั้งๆที่มิได้ กำหนดให้ส่ง ) จะเป็นผลดีกับการ พิจารณาในการให้ผ่าน หรือไม่ให้ ผ่าน

41 41

42 42

43 43

44 44

45 45

46 46

47 47 (5) ผลงานที่ใช้นำเสนอ ขอ กำหนดตำแหน่ง เป็นองค์ประกอบหลักที่ จะเสนอผลงาน เป็น ผู้ชำนาญการ ระดับ 6,7-8 ผู้เชี่ยวชาญ 9 และ เชี่ยวชาญ พิเศษ 10 ที่ผู้ทรงคุณวุฒิจะใช้ใน การ พิจารณาว่า...

48 48 ผลงานที่เรานำเสนอนี้มี คุณ ค่า สามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน การปรับปรุงการปฏิบัติงาน หรือ การพัฒนางานที่เกี่ยวข้องได้ มากน้อยเพียงใด สามารถลดขั้นตอน ลดเวลา และ ลดคนในการปฏิบัติงาน หรือไม่

49 49 สำหรับรายละเอียดของ ผลงานที่จะนำเสนอนี้ ทาง สกอ. ไม่ได้กำหนดไว้ชัดเจน ตายตัว เหมือนในการขอ กำหนดตำแหน่ง ผศ., รศ. และ ศ. ของสายอาจารย์

50 50 จำนวน และ ประเภท ของผลงานที่นำเสนอ ทาง สกอ. ก็ไม่ได้ระบุบังคับไว้ เช่นกัน ดังนั้น... อกม. มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะ กำหนดให้ส่งผลงานในลักษณะ ต่างๆ ดังนี้...

51 51 ۞ คู่มือการปฏิบัติงาน ۞ งานวิเคราะห์ ۞ งานวิจัย ۞ งานแต่งตำรา ۞ งานสิ่งประดิษฐ์ หรือ งานสร้างสรรค์

52 52 ۞ งานเรียบเรียง ۞ งานแปล ۞ งานเขียนบทความทาง วิชาการ ۞ งานบริการวิชาการ เช่น เป็นวิทยากร, ที่ ปรึกษา เป็นอาจารย์พิเศษ ฯลฯ

53 53 อาจเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างแล้วแต่ละ อกม. มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งจะกำหนด ให้ส่งตามความเหมาะสม โดยต้องมีมาตรฐานไม่ต่ำ กว่าที่ สกอ. กำหนด

54 54 ตัวอย่าง ระดับ 8

55 55

56 56

57 57 ตัวอย่าง ระดับ 9

58 58

59 59

60 60

61 61

62 62

63 63 การเขียนผลงานที่ แสดงความถึงการเป็น ผู้ชำนาญการนี้ ต้องเริ่มจาก การเขียนในเรื่องที่ง่ายๆ ที่ เกี่ยวกับงานที่ตนเองปฏิบัติอยู่ เป็นประจำ โดยหลีเลี่ยงเรื่องที่ไม่ใช่ งานในหน้าที่หลักของเรา

64 64 ประการที่สำคัญที่สุดใน การเขียนผลงานให้ได้ดี คือต้อง เป็น นักอ่านให้มากๆ เพราะการอ่าน การค้นคว้า จะทำให้เราได้ข้อมูล ได้แนวทาง และได้ประสบการณ์ โดยเฉพาะอ่านผลงานของ ผู้ที่เคยนำเสนอ และพิจารณาให้ ผ่านมาแล้วยิ่งดี

65 65 (6) การใช้วิชาชีพในการให้ บริการแก่สังคม หัว ข้อนี้เป็นองค์ประกอบ หลักหนึ่งของการกำหนด ตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ระดับ 9 และ ผู้เชี่ยว ชาญพิเศษ ระดับ 10 ( ชำนาญ การ 6,7-8 ไม่ต้องมี )

66 66 ในองค์ประกอบนี้ผู้ที่จะ เสนอขอกำหนดตำแหน่งฯ จะต้องฝึกฝนตนเอง มีการ เตรียมความพร้อมในการรองรับ กับการได้รับเชิญเป็น “ วิทยากร ”

67 67 หรือ เป็น “ อาจารย์ พิเศษ ” บรรยายในระดับ มหาวิทยาลัย / สถาบันอุดมฯ ตลอดจนการได้รับเชิญ เป็น “ ที่ปรึกษา ” ในสาขาวิชาชีพที่ ตนเองปฏิบัติอยู่

68 68 เทคนิคก็คือจะต้อง วางแผน ในการทำอย่างไรให้ได้เป็นวิทยา กรในวิชาชีพที่ทำอยู่ หรือการ เป็นอาจารย์พิเศษ หรือการเป็น ที่ปรึกษา ตลอดจนการเป็น กรรมการ ในการอ่านผลงานผู้อื่น กรรมการ ตรวจเครื่องมือวิทยานิพนธ์ ฯลฯ

69 69

70 70

71 71

72 72

73 73

74 74

75 75

76 76

77 77

78 78

79 79

80 80

81 81 เป็นที่ปรึกษา ให้กับอธิการบดี มหาวิทยาลัย

82 82

83 83 เป็นวิทยากรให้กับ มหาวิทยาลัย ในต่างประเทศ

84 84

85 85 (7) ความเป็นแหล่งอ้างอิงทาง วิชาการ หรือความเป็นที่ ยอมรับนับถือในวง วิชาชีพ นั้นๆ ข้อนี้เป็นองค์ประกอบหลัก เฉพาะ ของผู้ที่จะขอกำหนดตำแหน่งเป็น ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ ระดับ 10 เท่านั้น

86 86 หมายถึง..... ต้องมี ผลงาน ทางวิชาการ เป็นที่เชื่อถืออย่าง กว้างขวาง มีผู้นำไปอ้างอิงใน วารสาร หรือ หนังสือ หรือ ตำราที่เชื่อถือได้ และเป็นที่ ยอมรับนับถือในวงวิชาชีพนั้นๆ ซึ่งได้ แก่...

87 87 การได้รับเชิญเป็นผู้ ทรง คุณวุฒิ หรือที่ปรึกษาเฉพาะ ด้าน หรือ เป็นผู้ที่ได้รับรางวัล ดีเด่นจากผลงานวิชาการ เทคนิคก็คือจะต้อง วางแผนทำอย่างไรให้ได้มาซึ่ง การเป็นผู้ ทรงคุณวุฒิ เป็นที่ปรึกษา เป็นผู้ ได้รางวัลฯ

88 88 เมื่อเราได้จัดทำผลงานทาง วิชาการขึ้นมาแล้ว ควรที่จะ ตีพิมพ์และเผยแพร่ ไปตาม ห้องสมุดทุกมหาวิทยาลัย หรือ ทุกสถาบันอุดมศึกษา แม้ว่าใน ขณะที่ทำเสร็จนั้น ยังไม่ถึงเวลา ยื่นขอกำหนดตำแหน่งก็ตาม

89 89 การเผยแพร่ผลงานที่แสดง ความเป็นผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ และ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ อกม. มหาวิทยาลัยส่วนใหญ่ จะกำหนดให้มีการเผยแพร่ ผลงาน / การนำไปใช้ ก่อนที่จะ นำมาเสนอขอกำหนดตำแหน่ง

90 90 ในการการเผยแพร่ผลงาน มหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้มีการ เผยแพร่ในวารสาร หรือจุลสาร ที่ เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ หรือชี้แจงให้ชัดเจนว่า ได้มี การใช้ผลงาน นั้น... มาแล้ว อย่างไร ? ที่หน่วยงานใด ? เมื่อใด ?

91 91 ผลงานวิจัยบาง มหาวิทยาลัยอาจกำหนดให้ เผยแพร่ในวารสาร ที่มีการตรวจสอบโดยคณะกรรม การ Pre Review และเป็นวารสาร เป็นที่ยอมรับในวงวิชาการ หรือ วงวิชาชีพ

92 92 หรือเผยแพร่ในหนังสือ รวบ รวมทบความทางวิชาการ โดยการ นำเสนอต่อที่ประชุม สัมมนาวิชา การและต้องแนบสำเนารายงาน การประชุมทางวิชาการที่มีเนื้อ เรื่องสมบูรณ์ประกอบ เพื่อให้ กรรมการพิจารณา เช่น...

93 93

94 94

95 95 งานแปลหนังสือวิชาการ ที่ เขียนขึ้นเพื่อใช้ประกอบการเรียน การสอน หรือประกอบการศึกษา ค้นคว้าในการปฏิบัติงาน บางแห่งอาจกำหนดให้มีการ เผยแพร่ไปยังห้องสมุดของสถา บันอุดมศึกษา / มหาวิทยาลัย

96 96 งานแปลนี้.. อาจเป็นการ แปลจากภาษาต่างประเทศมา เป็นภาษาไทย หรือ จาก ภาษาไทย เป็นภาษาต่างประเทศ หรือเป็น การแปลจากภาษาต่างประเทศ หนึ่ง เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่แสดง ให้เห็นถึงความเข้าใจลึกซึ้งของ ผู้แปล

97 97 ที่ บ่งชี้ถึงความสามารถใน การสื่อสารความหมายใน ระดับสูงมาก มีการศึกษา การ วิเคราะห์ และตีความทั้งตัวบท และบริบทของตัวงาน ( แปล ) อย่างละเอียดลึกซึ้ง

98 98 เทคนิคการเขียนคู่มือ การปฏิบัติงาน เหตุที่ต้องเน้นที่การเขียน คู่มือการปฏิบัติงาน เพราะ อกม. หลาย มหาวิทยาลัยมักจะ กำหนดให้คู่มือการปฏิบัติงาน เป็นหนึ่งในผลงานทางวิชาการที่ จะใช้ประกอบการขอกำหนด ตำแหน่ง

99 99 สิ่งที่สำคัญในการเขียน คู่มือการปฏิบัติงาน คือต้องเขียน เรียบเรียงที่แสดงเห็นว่าสามารถ นำไปปฏิบัติจริงได้ หากระบุได้ว่าได้นำไป ปฏิบัติจริงมาตั้งแต่เมื่อใด ที่ หน่วยงานใด มีปัญหาอย่างไร และได้แก้ไขมา แล้วอย่างไร... จะทำให้มีน้ำหนัก มากขึ้น

100 100 เรียบเรียงให้เป็นแนวคิดของ ตนเองแล้วนำกฎ ระเบียบ หนังสือ เวียน มติที่ประชุม ข้อบังคับ ฯลฯ ตลอดจน ข้อเขียนข้อคิดเห็นของ ผู้อื่น หรือจากประสบการณ์จริงที่ เคยปฏิบัติงานมาแล้ว มา ประกอบการอ้างอิงสนับสนุน แนวคิดในคู่มือที่เขียนขึ้น

101 101 แนวทางในการเรียนคู่มือ การปฏิบัติงานที่แสดงความเป็น ผู้ชำนาญการ ควรแบ่งออกเป็น บทๆ ในแต่ละบทควรมี รายละเอียดพอสมควรที่จะแยก เป็นบทได้ ที่สำคัญควรมี บรรณานุกรมและภาคผนวกด้วย

102 102 การเขียนคู่มือการ ปฏิบัติงาน ควรยกตัวอย่างประกอบด้วย และ ตัวอย่างที่ยกประกอบนี้ต้องเป็น ตัวอย่างที่ “ ถูก ” หรือ “ สามารถทำ ได้ ” และเป็นตัวอย่างที่ “ ผิด ” หรือ “ ไม่สามารถทำได้ ” เพื่อให้ เห็นทั้งสองด้าน

103 103 การเขียนจะเริ่มจากบท ไหน ก่อนก็ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ เราหามาได้ก่อนหลัง อาจรวบรวม จากการที่ตอบคำถามผู้มาขอใช้ บริการก็ได้ ควรตั้งเป็นแฟ้ม จด บันทึกเอาไว้ แล้วในแต่ละเดือนให้ นำมาสรุปเป็นรายเดือน หรือ 3-4 เดือน / ครั้ง


ดาวน์โหลด ppt 1 เรืองชัย จรุงศิรวัฒน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน 9 ระดับ 9 ชช. มหาวิทยาลัยขอนแก่น * ที่ปรึกษา อธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏ ราชนครินทร์, บุรีรัมย์, กำแพงเพชร.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google