งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1.  สตริง (string) หรือ ข้อความ หมายถึง ชุด (array) ของ ตัวอักขระ (character) ที่เรียงต่อกัน  การกำหนด string คือ การกำหนดอาร์เรย์ของข้อมูลชนิด char.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1.  สตริง (string) หรือ ข้อความ หมายถึง ชุด (array) ของ ตัวอักขระ (character) ที่เรียงต่อกัน  การกำหนด string คือ การกำหนดอาร์เรย์ของข้อมูลชนิด char."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1

2  สตริง (string) หรือ ข้อความ หมายถึง ชุด (array) ของ ตัวอักขระ (character) ที่เรียงต่อกัน  การกำหนด string คือ การกำหนดอาร์เรย์ของข้อมูลชนิด char หลาย ๆ ตัวนำมาเชื่อมต่อกัน  'C','o','m','p','u','t','e','r' เก็บไว้ในอาร์เรย์รวมเป็นข้อมูล string ซึ่งจะได้สตริงคือ "Computer" [0] C [1] O [2] M [3] P [4] U [5] T [6] E [7] R 2

3 ข้อมูลประเภทสตริง หรือ ข้อความนั้น ในภาษาจาวาจะต้อง สร้างออบเจ็กต์ของคลาสสตริง โดยใช้ keyword คำว่า new ในการสร้าง  String name1 = new String(“coffee”);  String name2;  name2 = new String (“Espresso”); มีข้อยกเว้นในคลาสนี้ ยกเว้นการใช้ new ได้  String name1 = “coffee”;  String name2;  name2 = “Espresso”; 3

4  char c = ‘a’;  String s;  int x =3;  s = c + “ ”;  System.out.print(s);  s = ‘s’+ “pin”  System.out.print(s); 4

5  การประกาศและให้ค่าตัวแปรแบบทั่วไป จะเป็นการจอง พื้นที่ในหน่วยความจำแล้วนำค่าไปเก็บใส่พื้นที่บริเวณนั้น ที่จองไว้  แต่การประกาศและให้ค่า object จะเป็นการจองพื้นที่ หน่วยความจำไว้สำหรับอ้างอิงไปยังพื้นที่หน่วยความจำ อีกส่วนหนึ่งที่เก็บ object นั้นไว้ 5

6  หาจำนวนอักขระในสตริง return เป็น int String s1 = “Hello"; int len = s1.length(); System.out.println(len); 6

7  หาตัวอักขระในตำแหน่ง index ที่ระบุในสตริง return เป็นตัวอักขระที่พบ (char) String s1 = "Hello"; System.out.println(s1.charAt(0)); System.out.println(s1.charAt(3)); System.out.println(s1.charAt(5)); 7

8  toUpperCase() เปลี่ยนข้อความสตริงให้เป็นตัวใหญ่ ทั้งหมด return เป็น String  toLowerCase() เปลี่ยนข้อความสตริงให้เป็นตัวเล็ก ทั้งหมด return เป็น String String s1 = “Hello"; String s2 = "WorlD"; s1 = s1.toUpperCase(); System.out.println(s1); System.out.println(s2.toLowerCase()); 8

9  นำข้อความสตริง str ไปต่อท้ายสตริงที่กำหนด return เป็นสตริงที่ต่อกันแล้ว String fullname; String first = "John"; String last = "Terry"; fullname = first.concat(last); System.out.println(fullname); System.out.println("Hello ".concat("Mr. ").concat(fullname)); 9

10  replace : แทนค่าตัวอักขระ oldchar ด้วยอักขระ newchar ในสตริงที่กำหนด  replaceAll : แทนค่าสตริง oldstr ด้วยสตริง newstr ใน สตริงที่กำหนด String str1 = "Tom tried to get in the train"; String str2,str3; str2 = str1.replace('t','D'); str3 = str1.replaceAll("tr","aaa"); System.out.println(str2); System.out.println(str3); 10

11  จะตัดเว้นวรรค หรือ space ของสตริงออกไป return เป็น สตริงที่ไม่มีช่องว่างในข้อความ  String g1 = " Hello ";  String g2 = g1.trim();  System.out.println("*" + g1 + "*");  System.out.println('*' + g2 + '*'); 11

12  startsWith(String str) คืนค่าเป็นจริง หากสตริงที่ กำหนดเริ่มต้นด้วยสตริง str  endsWith(String str) คืนค่าเป็นจริง หากสตริงที่ กำหนดลงท้ายด้วยสตริง str String a = "I met you seven years ago."; if (a.startsWith("Im")) System.out.println("begin with I"); else System.out.println("does not begin with I"); 12

13  ใช้ค้นหาตัวอักขระหรือสตริง ในข้อความที่ต้องการ return ค่า เป็นตำแหน่ง index ที่พบ String target = "banana mango"; System.out.println(target.indexOf('n')); System.out.println(target.indexOf("an")); System.out.println(target.indexOf(‘n’,6)); System.out.println(target.indexOf("an",5)); System.out.println(target.indexOf('e')); System.out.println(target.indexOf("x")); System.out.println(target.lastIndexOf('n')); System.out.println(target.lastIndexOf("an")); System.out.println(target.lastIndexOf(‘n’,6)); System.out.println(target.lastIndexOf("an",5)); 13

14 String sentence= "I like computer programming"; int position; System.out.println("letter r appears at "); position = sentence.indexOf('r',0); // หา r ตั้งแต่ index ที่ 0 while (position != -1) { System.out.println(position); position = sentence.indexOf('r',++position); // หา r ต่อโดยขยับ index } 14

15  substring(int start) คืนค่าข้อความในสตริงตั้งแต่ ตำแหน่ง start ในสตริง  substring(int start, int end) คืนค่าข้อความในสตริง ตั้งแต่ตำแหน่ง start ถึง end ในสตริง String name = "Rajamangala University of Technology Tawan-ok"; System.out.println(name.substring(14)); System.out.println(name.substring(4,10)); 15

16  เปลี่ยนข้อมูลแบบต่างๆ ให้กลายเป็นสตริง  valueOf(boolean b): Returns the string representation of the boolean argument.  valueOf(char c) : Returns the string representation of the char argument.  valueOf(char[] data) : Returns the string representation of the char array argument.  valueOf(double d) : Returns the string representation of the double argument.  valueOf(float f) : Returns the string representation of the float argument.  valueOf(int i) : Returns the string representation of the int argument.  valueOf(long l) : Returns the string representation of the long argument.  valueOf(Object obj) : Returns the string representation of the Object argument. 16

17  double d = ;  boolean b = true;  long l = ;  char[] arr = {'a', 'b', 'c', 'd', 'e', 'f','g' };  System.out.println("Return Value : " + String.valueOf(d) ); System.out.println("Return Value : " + String.valueOf(b) ); System.out.println("Return Value : " + String.valueOf(l) ); System.out.println("Return Value : " + String.valueOf(arr) ); 17

18  ใช้เครื่องหมาย == ตรวจสอบว่าสตริงสองตัวมีออบเจ็กต์ตัวเดียวกัน หรือไม่ ( เช็คจาก addr ของสตริง )  ใช้คำสั่ง equals() และ compareTo() ตรวจสอบสตริงจากค่าของ ข้อมูล ( ไม่เช็คจาก address) String word1, word2; word1 = "Java"; word2 = "Java"; System.out.println(word1==word2); System.out.println(word1.equals(word2)); System.out.println(word1.compareTo(word2)); String word3, word4; word3 = new String("Java"); word4 = new String("Java"); System.out.println(word3==word4); System.out.println(word3.equals(word4)); System.out.println(word3.compareTo(word4)); 18

19  จงเขียนโปรแกรมตรวจสอบว่าสตริงสองค่าที่ผู้ใช้กรอก เข้ามานั้นเหมือนกันหรือไม่ โดยตัวอักษรพิมพ์เล็กหรือ พิมพ์ใหญ่ตัวเดียวกัน ให้มองว่าเหมือนกัน 19

20  เขียนโปรแกรมรับ sentence จากผู้ใช้ และ keyword ที่ ผู้ใช้ต้องการค้นหา โดยตรวจสอบว่า sentence จากผู้ใช้ นั้น พบ keyword ที่ต้องการค้นหากี่ครั้ง  Challenge! ลองเขียนโปรแกรมเพิ่มเติมว่าพบใน ตำแหน่งใดบ้าง 20


ดาวน์โหลด ppt 1.  สตริง (string) หรือ ข้อความ หมายถึง ชุด (array) ของ ตัวอักขระ (character) ที่เรียงต่อกัน  การกำหนด string คือ การกำหนดอาร์เรย์ของข้อมูลชนิด char.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google