งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

มาตรฐานการวัด คุณภาพตัวชี้วัด และ สถิติ อาจารย์ นาวาโท ดร. บุญเรือง เกิด อรุณเดช สถาบันนวัตกรรมการจัดการ คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "มาตรฐานการวัด คุณภาพตัวชี้วัด และ สถิติ อาจารย์ นาวาโท ดร. บุญเรือง เกิด อรุณเดช สถาบันนวัตกรรมการจัดการ คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 มาตรฐานการวัด คุณภาพตัวชี้วัด และ สถิติ อาจารย์ นาวาโท ดร. บุญเรือง เกิด อรุณเดช สถาบันนวัตกรรมการจัดการ คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

2 แนวคิด Causal Relationship Model Z ตัวแปรมาก่อน (Antecedent Variables) A, B, C,... ตัวแปรภายใน (Endogenous Factors) I, J, K,... ตัวแปร ภายนอก (Exogenous Factors) Q, R, S,…. X Y ตัวแปรอิสระ (X) คือ ตัวแปรต้น ตัวแปรที่มีค่าเปลี่ยนแปลงได้ อย่างอิสระไม่ได้ถูกกำหนดจากตัวแปรอื่นๆ ที่ผู้วิจัยกำลังศึกษา หรือตัวแปรที่เป็นสาเหตุให้ตัวแปรอื่นเปลี่ยนแปลงตาม ตัวแปรตาม (Y) คือ ตัวแปรตาม หรือ ตัวแปรที่ผันแปรค่าไป ตามการเปลี่ยนแปลงของตัวแปรอื่นๆ ( ตัวแปรอิสระ หรือ ตัวแปร ต้น )

3 หลักในการสร้างกรอบแนวความคิดเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานทางสถิติ สร้างแบบกรอบความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรอิสระ ตัวแปรกลาง ตัวแปรตาม การสร้างกรอบแนวคิดเพื่อพิสูจน์สมมุติฐานทางสถิติ CauseConsequence Observed Effect/Relation Y Indirect Effect Y Direct Effect X1X1 X2X2 X3X3 X3X3 X2X2 X1X1

4 การนำเสนอกรอบในการวิจัย Y = f(P, Q, R, S) การติดเชื้อเอดส์ ความรู้ ค่านิยม ฐานะทางบ้าน อิทธิพลเพื่อน การติดเชื้อเอดส์ ความรู้ ค่านิยมฐานะทางบ้าน อิทธิพลเพื่อน

5 การนำเสนอกรอบในการวิจัย ความผูกพันต่อองค์กร ลักษณะส่วนบุคคล 1.เพศ 2.อายุ 3.ระดับการศึกษา 4.ประสบการณ์ทำงาน ลักษณะงาน บทบาทหน้าที่ 1.ความหลากหลายในงาน 2.ความมีอิสระในงาน 3.การรับรู้ลักษณะงาน 4.ความน่าสนใจของงาน

6 ความหมาย: ลักษณะต่างๆ ที่ปรากฏในประเด็นที่ ต้องการศึกษา มีค่าที่แปรเปลี่ยนในแต่ละหน่วย ของประชากรที่ศึกษา –“สิ่งต่างๆ หรือลักษณะต่างๆ ที่แสดงให้เห็น ถึงสถานการณ์ที่ปรากฏในประเด็นที่ ต้องการศึกษา โดยมีค่าที่แปรเปลี่ยนกันไปในแต่ละหน่วย ของประชากรที่ศึกษา” ตัวแปร (Variable)

7 การนิยามตัวแปรการนิยามตัวแปร รูปธรรมรายได้ –ตัวแปรที่มีลักษณะเป็นรูปธรรม  รายได้ นามธรรมความยากของข้อสอบ –ตัวแปรที่มีลักษณะเป็นนามธรรม  ความยากของข้อสอบ นิยามเชิงทฤษฎี:นิยามเชิงทฤษฎี: ความรู้สึกของผู้สอบที่ทำข้อสอบไม่ได้ นิยามเชิงปฏิบัติการ:นิยามเชิงปฏิบัติการ: สัดส่วนของจำนวนผู้ที่ตอบข้อสอบถูกต่อ จำนวนผู้สอบทั้งหมด การวัดตัวแปร

8 ระดับมาตรวัดตัวแปรระดับมาตรวัดตัวแปร (Steven, 1960) 1.มาตรนามบัญญัติ (Nominal Scale) –ค่าตัวแปรเป็นการจำแนกประเภทหรือการจัดหมวดหมู่ของสิ่งต่างๆ –ไม่สามารถเรียงลำดับ หรือบอกปริมาณความแตกต่างได้ –เช่น เพศ –เช่น เพศ (ชาย หญิง) 2.มาตรอันดับ (Ordinal Scale) –ค่าตัวแปรเรียงลำดับได้ แต่ไม่สามารถบอกปริมาณความแตกต่าง ระหว่างแต่ละค่าได้อย่างชัดเจน –การจัดลำดับต้องมีเกณฑ์ช่วย –เช่น ความสามารถในการร้องเพลง –เช่น ความสามารถในการร้องเพลง (การใช้เสียง ออกเสียง ถูกต้อง การแสดงออกที่น่าประทับใจ) การวัดตัวแปร

9 ระดับมาตรวัดตัวแปรระดับมาตรวัดตัวแปร (Steven, 1960) 3.มาตรอันตรภาค (Interval Scale) –ค่าตัวแปรสามารถเรียงลำดับและบอกปริมาณความแตกต่างระหว่าง แต่ละค่าได้อย่างชัดเจน แต่ไม่มีค่าเป็นศูนย์แท้ –เช่นคะแนนสอบ –เช่น ความแตกต่างของคะแนนสอบ มีความแตกต่างของ คะแนนสอบ แต่นักเรียนสอบได้ 0 ไม่ได้หมายความว่า นักเรียนคนนั้นไม่มีความรู้ เพราะคำถามไม่ตรงกับที่ตนรู้ 4.มาตรอัตราส่วน (Ratio Scale) –ค่าตัวแปรสามารถเรียงลำดับและบอกปริมาณความแตกต่างระหว่าง แต่ละค่าได้อย่างชัดเจน และมีค่าเป็นศูนย์แท้ (บอกอัตราส่วนของ ค่าหนึ่งต่ออีกค่าหนึ่งได้) –เช่น ความสูง น้ำหนัก อายุ การวัดตัวแปร

10 การใช้สถิติ ต้องใช้ ให้เป็น ภาค พรรณ า ภาค อ้างอิง ค่าร้อยละ ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉลี่ยและค่า เบี่ยงเบน T-test/F-test Post Hoc test mancova/ma nova Correlation etc.

11 สถิติเบื้องต้นที่ใช้ในการประมวลผล 1. ค่าความถี่ (Frequency) 2. ค่าเฉลี่ย (Mean) 3. ร้อยละ (Percentage) สถิติเหล่านี้ แสดงลักษณะทั่วไปของข้อมูล เท่านั้น หรือ เป็นเพียงผลการวิเคราะห์เบื้องต้น

12 แนวคิดเรื่องการใช้สถิติเพื่อการวิจัย 1.) เพื่อพิจารณาการกระจายของข้อมูล และพรรณนาผลเบื้องต้น ค่าความถี่ (Frequencies) ค่าร้อยละ (Percent) ค่าเฉลี่ยมัชฌิมเลขณิต (Mean) ค่ามัธยฐาน (Median) ค่าฐานนิยม (Mode) ค่าต่ำสุด (Minimum) ค่าสูงสุด (Maximum) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation)

13 การเลือกใช้สถิติ จุดมุ่งหมาย 1.บรรยายลักษณะตัวแปร แจกแจงความถี่ จัดลำดับเปรียบเทียบ วัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง วัดการกระจาย วัดความสัมพันธ์ แผนภูมิ ตาราง Proportion, Ratio, Percent Mean, Median, Mode Standard Deviation, Variance Correlation 2.เปรียบเทียบความแตกต่าง ความถี่ หรือสัดส่วน ค่าเฉลี่ย ความแปรปรวน  2 -test t-test, One-way Anova F-test 3.บรรยายความสัมพันธ์ Correlation 4. เพื่อทำนาย Trend analysis, Regression Analysis

14 การเลือกใช้สถิติ มาตรของตัวแปร 1. Nominal Scale บวก ลบ คูณ หาร กันไม่ได้ แจกแจงความถี่  ร้อยละ ตาราง แผนภูมิ วัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง  Mode วัดความสัมพันธ์  Phi Correlation Scale Descriptive Inferential  2 -test 2. Ordinal Scale บวกถึงความแตกต่างของ หน่วยการวัด แต่ระยะห่าง ของแต่ละหน่วยไม่สามารถ ระบุได้ จึง บวก ลบ คูณ หาร กันไม่ได้ แจกแจงความถี่  ร้อยละ ตาราง แผนภูมิ วัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง  Mode, Median วัดการกระจาย  Range วัดความสัมพันธ์  Spearman Rank-order Correlation  2 -test

15 การเลือกใช้สถิติ มาตรของตัวแปร 1. Interval Scale บวก ลบ คูณ หาร กันได้ เพราะความแตกต่างของแต่ ละหน่วยในตัวแปรมี ระยะห่างเท่าๆ กัน แจกแจงความถี่  ร้อยละ ตาราง แผนภูมิ วัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง  Mean วัดการกระจาย  Standard Deviation วัดความสัมพันธ์  Pearson Correlation Scale Descriptive Inferential  2 –test t-test, F-test, Anova 2. Ratio Scale บวก ลบ คูณ หาร กันได้ และ มีศูนย์แท้ แจกแจงความถี่  ร้อยละ ตาราง แผนภูมิ วัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง  Mean วัดการกระจาย  Standard Deviation วัดความสัมพันธ์  Pearson Correlation  2 –test t-test, F-test, Anova

16 Data Level & Measurement

17 อัตราส่วน (Ratio):สถิติบรรยาย ความถี่ของ A ความถี่ของ B ความถี่ของส่วนย่อย ความถี่ของทั้งหมด สัดส่วน (Proportion): สัดส่วน x 100 ร้อยละ (Percentage): X =  X X n มัชฌิมเลขคณิต (Mean) 6, 8, 12, 21, 24 2, 6, 8, 12, 21, 24 มัธยฐาน (Median) 2, 6, 8, 8, 12, 12, 12, 21, 24 ฐานนิยม (Mode)

18 สถิติบรรยาย คะแนนที่มีค่าสูงสุด - คะแนนที่มีค่าต่ำสุด พิสัย (Range):Quartile Deviation: Q 3 – Q 1 2 (X – X) 2 N Standard Deviation: (X – X) 2 N Variance: 100 x S.D. X Coefficient of Variation:Coefficient of Variation:  (X – X) 3 n S 3 SkewnessSkewness

19 การแสดงผลการแสดงผล

20 กราฟที่นิยมใช้ กราฟ แท่ง กราฟเส้น กราฟ วงกลม

21 ตารางแจกแจงความถี่

22 ตารางแจกแจงความถี่

23 CollectingSamplingInstrumentPre-test การใช้แบบสอบถาม (Questionnaire) การทดสอบ (Testing) การสัมภาษณ์ (Interview) การสังเกต (Observation) การเข้าไปมีส่วนร่วมในชุมชน (Participation) วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล Right Way

24 3. เทคนิคการเขียนเครื่องมือการวิจัย 3.1 ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือการวิจัย ความสำคัญของเครื่องมือการวิจัย เครื่องมือการวิจัยมีบทบาทที่สำคัญในขั้นตอนของ การเก็บรวบรวมข้อมูล ผลการวิจัยจะเชื่อถือได้มากน้อย เพียงใดขึ้นอยู่กับเครื่องมือการวิจัยที่ใช้ ถ้าผู้วิจัยเลือก เครื่องมือการวิจัยได้เหมาะสมกับเรื่องที่จะวิจัย และ เครื่องมือการวิจัยนั้นมีคุณภาพสูงก็จะทำให้ได้ ผลการวิจัยที่เชื่อถือได้มากด้วย เช่น ใช้การสังเกต แทนที่จะใช้การทดสอบกับเด็กเล็ก ใช้การสัมภาษณ์ กับชาวบ้านแทนการใช้แบบสอบถาม ซึ่งอาจมีปัญหา เรื่องการอ่านหนังสือไม่ออก เป็นต้น ลักษณะของเครื่องมือการวิจัยที่ดี 1) ความเที่ยงตรงหรือความตรง (Validity) 2) อำนาจจำแนก (Discrimination) 3) ความเชื่อมั่นหรือความเชื่อถือได้หรือความเที่ยง (Reliability)

25 การได้มาซึ่งเครื่องมือการวิจัย 1) ผู้วิจัยสร้างเองทั้งหมด ตามที่นิยามศัพท์เฉพาะ ไว้ เนื่องจากตัวแปรตามที่สนใจจะศึกษายังไม่มีใคร ศึกษา 2) ผู้วิจัยสร้างเอง โดยใช้วิธีการปรับปรุงจาก เครื่องมือการวิจัยของผู้วิจัยท่านอื่นที่วัดตัวแปรตาม เดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน 3) ผู้วิจัยใช้เครื่องมือการวิจัยของผู้วิจัยท่านอื่นโดย ใช้ทั้งฉบับ เนื่องจากเป็นเครื่องมือวิจัยที่วัดได้ตรงตาม นิยามและมีคุณภาพดี และลักษณะกลุ่มตัวอย่างก็เป็น ลักษณะเดียวกันหรือคล้ายคลึงกัน

26 3.2 วิธีการเลือกเครื่องมือ 1) แบบสอบถาม (Questionnaire) 2) การสัมภาษณ์ (Interview) 3) มาตราวัดเจตคติ หรือทัศนคติ (Attitude scale) 4) การสังเกต (Observation) 5) แบบทดสอบ (Test) ผู้วิจัยจะเลือกใช้เครื่องมือการวิจัยชนิดใด พิจารณา จากสิ่งที่ต้องการศึกษาโดยเฉพาะตัวแปรตาม เช่น 1) ตัวแปรตามประเภท ความคิดเห็น ทัศนะ หรือ ความพึงพอใจ ที่มีต่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ตัวแปรลักษณะ เหล่านี้มักนิยมใช้แบบสอบถามแบบมาตราส่วน ประมาณค่า (Rating scale) ซึ่งอาจเป็น 4 ระดับ หรือ 5 ระดับ แล้วแต่ความเหมาะสม

27 2) ตัวแปรตามประเภท เจตคติ มักนิยมใช้แบบวัด เจตคติ แบบลิเคอร์ท หรือแบบออสกูด เช่น เจตคติต่อ วิชาคอมพิวเตอร์ เจตคติต่อนักการเมือง เจตคติต่อ สินค้า OTOP เป็นต้น 3) ตัวแปรตามประเภท พฤติกรรมบริโภค เช่น พฤติกรรมการใช้บริการของธนาคาร พฤติกรรมการใช้ สบู่สมุนไพร พฤติกรรมการบริโภคไอศกรีม เป็นต้น ตัว แปรลักษณะเช่นนี้ นิยมใช้แบบสอบถามแบบเลือกตอบ ซึ่งจำนวนตัวเลือกในแต่ละข้อคำถามไม่จำเป็นต้อง เท่ากันแต่ต้องครอบคลุมคำตอบที่เป็นไปได้ทั้งหมด


ดาวน์โหลด ppt มาตรฐานการวัด คุณภาพตัวชี้วัด และ สถิติ อาจารย์ นาวาโท ดร. บุญเรือง เกิด อรุณเดช สถาบันนวัตกรรมการจัดการ คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google