งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

โครงการกวาดล้างโปลิโอ และโรคหัด Polio and Measles Eradication Projects ศูนย์ประสานงานโครงการกวาดล้าง โปลิโอและโรคหัด ตามพันธะสัญญานานาชาติ

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "โครงการกวาดล้างโปลิโอ และโรคหัด Polio and Measles Eradication Projects ศูนย์ประสานงานโครงการกวาดล้าง โปลิโอและโรคหัด ตามพันธะสัญญานานาชาติ"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 โครงการกวาดล้างโปลิโอ และโรคหัด Polio and Measles Eradication Projects ศูนย์ประสานงานโครงการกวาดล้าง โปลิโอและโรคหัด ตามพันธะสัญญานานาชาติ

2 พ. ศ กระทรวงสาธารณสุขตกลง เห็นด้วยกับข้อเสนอการกำจัด โรคหัด ซึ่งเป็นหัวข้อ ปรึกษาหารือร่วมกับประเทศอื่น ในภูมิภาคในการประชุม World Health Assembly 2009 กระทรวงสาธารณสุข อนุมัติ แผนดำเนินโครงการกวาดล้าง โปลิโอและโรคหัด พ. ศ และให้ กรมควบคุมโรคเป็นหน่วยงาน ประสานงาน มีกรมต่างๆ ร่วม ดำเนินการ ได้แก่ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมการแพทย์ และสำนักงาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข

3 วัตถุประสงค์ การดำเนินการ ลดอุบัติการณ์การเกิดโรค หัดในประเทศไทยไม่เกิน 1 รายต่อประชากรหนึ่งล้านคน ในปี 2563 ( ไม่เกิน 5 รายต่อประชากร หนึ่งล้านในปี 2558)

4 การกำจัดโรคหัด 1.เพิ่มและรักษาระดับความครอบคลุมการได้รับวัคซีนหัด ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในทุกพื้นที่ 2.จัดตั้ง เครือข่ายการตรวจเชื้อหัดทางห้องปฏิบัติการ ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานทั่วประเทศ 3.เฝ้าระวังผู้ป่วยโรคหัด โดยมีการตรวจยืนยันเชื้อก่อโรคทาง ห้อง ปฏิบัติการในผู้ป่วยที่สงสัยโรคหัด ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 80 ในทุกพื้นที่ 4.รณรงค์ให้วัคซีนป้องกันโรคหัด หรือมาตรการเสริมอื่น เช่น การบริการวัคซีน ในประชากรวัยทำงาน เพื่อเพิ่มระดับ ความครอบคลุมการได้รับวัคซีนในประชากรกลุ่มเสี่ยง

5 สำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

6 การกำจัดโรคหัด (measles elimination) การไม่พบผู้ป่วยโรคหัดที่ติดเชื้อ ภายในประเทศ (Endemic measles case) ติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน 12 เดือนขึ้นไป ภายใต้ระบบเฝ้าระวังโรคหัดที่มีประสิทธิภาพ

7 การเฝ้าระวังโรคหัด ระบบปัจจุบัน vs ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตามโครงการ ระบบปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) 1. อัตราการ รายงาน 1.1. มีรายงานผู้ป่วยสงสัย โรคหัดไม่น้อยกว่า 2 ต่อแสนปชก. ระดับประเทศ (1,270 รายต่อปี) มีรายงาน 2,452 ราย (3.9 ต่อแสนปชก.) 1.2. มีรายงานผู้ป่วยสงสัย โรคหัดไม่น้อยกว่า 1 ต่อแสนปชก. จากทุก อำเภอของประเทศ มีรายงานผู้ป่วยสงสัย โรคหัดจาก 573 อำเภอ (62% ของอำเภอ ทั้งหมดในประเทศ)

8 การเฝ้าระวังโรคหัด ระบบปัจจุบัน vs ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตามโครงการ ระบบปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) 2. การตรวจ ยืนยันทาง ห้อง ปฏิบัติการ มี การส่งตรวจ measles IgM ไม่ น้อยกว่าร้อยละ 80 ของผู้ป่วยที่รายงาน เข้าสู่ระบบเฝ้าระวัง (ไม่นับผู้ป่วยในเหตุการณ์ การระบาด) ยังไม่มีการเชื่อมโยง ข้อมูลผู้ป่วยแต่ละราย ในระบบเฝ้าระวังกับผล การตรวจทาง ห้องปฏิบัติการ

9 การเฝ้าระวังโรคหัด ระบบปัจจุบัน vs ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตามโครงการ ระบบปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) 3. การ ตรวจ วิเคราะห์ สายพันธุ์ ไวรัส มีการส่งตรวจ วิเคราะห์สายพันธุ์ ไวรัสไม่น้อยกว่า ร้อยละ 80 ของ เหตุการณ์การ ระบาด ยังไม่มีการเชื่อมโยง เหตุการณ์การระบาดกับ ผลการตรวจวิเคราะห์ สายพันธุ์ไวรัสเท่าที่ควร

10 การเฝ้าระวังโรคหัด ระบบปัจจุบัน vs ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ระบบที่มีประสิทธิภาพ ตามโครงการ ระบบปัจจุบัน (พ.ศ. 2553) 4. การ สอบสวน โรค มีการสอบสวนผู้ป่วย เฉพาะรายภายใน 48 ชั่วโมง ไม่น้อยกว่าร้อย ละ 80 ของผู้ป่วยที่ รายงานเข้าสู่ระบบเฝ้า ระวัง สอบสวนผู้ป่วยเฉพาะ รายแรกของพื้นที่, ราย ที่มีอาการรุนแรง, อายุ น้อยกว่า 9 เดือน, เหตุการณ์การระบาด

11 ระบบเฝ้าระวังโรคหัดของประเทศไทยในปัจจุบัน ระบบปกติ (รายงาน 506) โครงการกำจัดโรคหัด 1. นิยาม ผู้ป่วยสงสัย ที่ต้อง รายงาน ไข้สูง ไอ ผื่น + corynza / Conjuntivitis / Koplik’s spot หรือ แพทย์วินิจฉัย ไข้สูง ไอ ผื่น + corynza / conjuntivitis / Koplik’s spot หรือ แพทย์วินิจฉัย 2. การ รายงาน ผู้ป่วยทันที - Severe, admitted, death - อายุน้อยกว่า 9 เดือน ทุกรายที่มา ร.พ. การรายงานและสอบสวนผู้ป่วยให้ได้ตามโครงการ กำจัดโรคหัด ต้องไม่รอรายงานจาก ICD10 !!!

12 ระบบปกติ (รายงาน 506) โครงการกำจัดโรคหัด 3. การ สอบสวนโรค และการตรวจ ทางห้อง ปฏิบัติการ - Severe, Death, อายุ น้อยกว่า 9 เดือน, cluster, รายแรก -สอบสวนเฉพาะรายทุก รายที่มา รพ. (Measles IgM ทุกราย) -สอบสวนเหตุการณ์การ ระบาด (Measles IgM 10 – 20 ราย + 5 Throat swab) 4. ฐานข้อมูลR506: ข้อมูลทั่วไป, วัน เริ่มป่วย, วันรับรักษา, ผลการรักษา ME เพิ่มตัวแปรประวัติ วัคซีน, ประวัติสัมผัสโรค, ผล lab การรายงานและสอบสวนผู้ป่วยให้ได้ตามโครงการ กำจัดโรคหัด ต้องไม่รอรายงานจาก ICD10 !!!

13 นิยามผู้ป่วย 1. เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical Criteria) มี ไข้ > 38 ํC และมี ผื่น นูนแดงขึ้นขณะยังมีไข้พร้อม ทั้งมีอาการ ไอ (Cough) ร่วมกับอาการอื่นๆ อีก อย่างน้อยหนึ่งอาการ ดังต่อไปนี้ มีน้ำมูก (Coryza) เยื่อบุตาแดง (Conjunctivitis) ตรวจพบ Koplik's spot 1-2 วันก่อนและหลังผื่นขึ้น

14 นิยามผู้ป่วย 2. เกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Criteria) 2.1. Serology test - Measles IgM ให้ผลบวก 2.2. Viral isolation - เพาะเชื้อจากสารคัดหลั่งทางเดินหายใจ โดย Throat swab culture หรือ Nasal swab culture

15 ประเภทผู้ป่วย 1. ผู้ป่วยสงสัย (Suspected case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการ ตามเกณฑ์ทางคลินิก หรือ แพทย์วินิจฉัยโรคหัด 3. ผู้ป่วยเข้าข่าย (Probable case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการ ตามเกณฑ์ทางคลินิก ร่วมกับมีข้อมูลทางระบาดวิทยา เชื่อมโยงกับผู้ป่วยยืนยัน 2. ผู้ป่วยยืนยัน (Confirmed case) หมายถึง ผู้ที่มีอาการ ตามเกณฑ์ทางคลินิก และ มีผลบวกทางห้องปฏิบัติการ อย่างใดอย่างหนึ่ง

16 นิยามผู้สัมผัสใกล้ชิด ผู้สัมผัสร่วมบ้าน ผู้ร่วมงาน หรือ ร่วมห้องเรียน ที่ต้องอยู่ในห้องเดียวกันเป็นประจำ ผู้ที่มีประวัติคลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย ในระยะ 7 วันก่อนวันเริ่มป่วยของผู้ป่วย เช่น แฟน เพื่อนสนิท

17 การรายงานผู้ป่วยเข้าสู่ระบบเฝ้าระวัง เพื่อการกำจัดโรคหัด ให้รายงานตั้งแต่ผู้ป่วยสงสัย พร้อมทั้ง เก็บสิ่งส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ ในผู้ป่วยสงสัยทุกรายที่มาโรงพยาบาล

18 เมื่อแพทย์พบผู้ป่วยหัดที่สถานบริการ ให้เจาะเลือดส่งตรวจ measles IgM ทุกราย - ระยะเวลาเจาะเลือดที่ดีที่สุด คือหลังผื่นขึ้น 4 – 30 วัน - หากผู้ป่วยมาเร็วมาก เช่น 1 วันหลังผื่นขึ้น ยังไม่ต้องเจาะ เลือด อาจนัดมาเจาะเลือดภายหลัง หรือแจ้งเจ้าหน้าที่ระบาด วิทยาให้ติดตามในพื้นที่ - ส่งเลือดที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ การตรวจไม่เสีย ค่าใช้จ่าย (รพ.มีค่าใช้จ่ายเฉพาะการเจาะเลือด และจัดส่ง) - แจ้งเจ้าหน้าที่ระบาดวิทยาเพื่อดำเนินการ สอบสวน และรายงานต่อไป

19 ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บตัวอย่าง ที่มา : ฝ่ายไวรัสระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต NIH กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

20 สอบสวนเฉพาะราย (case investigation) สอบสวนผู้ป่วยสงสัย ทุกรายที่เข้ารับการรักษา ในโรงพยาบาล ทั้งประเภทผู้ป่วยนอกและผู้ป่วย ใน พร้อมทั้งเก็บสิ่งส่งตรวจ ทางห้องปฏิบัติการ ในผู้ป่วยสงสัยทุกราย ได้แก่ Measles IgM เพื่อทราบรายละเอียดของการเจ็บป่วย ยืนยันการวินิจฉัยโรค และ ตรวจสอบการระบาดที่อาจจะมีอยู่ในชุมชน เมื่อเจ้าหน้าที่ระบาด ได้รับรายงานผู้ป่วย

21 เมื่อสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะรายแล้ว ให้รายงาน เข้าฐานข้อมูลสำนักระบาดวิทยา - เข้า website สำนักระบาดวิทยา  โครงการกำจัดโรคหัด  ฐานข้อมูลกำจัดโรคหัด - กรอกข้อมูลการสอบสวนผู้ป่วยเฉพาะราย หรือการระบาด รวมทั้งข้อมูลวันที่เจาะเลือด - เมื่อมีผลการเจาะเลือดแล้ว กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ จะ รายงานให้ทราบทาง website นี้

22 การตรวจยืนยันการติดเชื้อไวรัสหัด ตรวจหา IgM ด้วยวิธี ELISA (ผู้ป่วยทุกราย) เจาะเลือดครั้งเดียว ช่วง 4-30 วัน หลังผื่นออก เจาะ 3-5 มล. ดูด serum ส่งกรม/ศูนย์วิทย์ฯ ภายใต้ระบบลูกโซ่ความเย็น (ไม่ควรเก็บ serum ไว้นานเกิน 3 วัน) รายงานผลได้ภายใน 48 ชั่วโมง

23 เกณฑ์ในการออกสอบสวนโรคในพื้นที่ 1. มีผู้ป่วยสงสัยโรคหัดเป็นกลุ่มก้อน 2. เมื่อสอบสวนผู้ป่วย Index case แล้วพบว่าผู้สัมผัสใกล้ชิด มีอาการป่วยสงสัยโรคหัดร่วมด้วย 3. ผู้ป่วย Index case มีผลการตรวจ Measles IgM ให้ผลบวก 4. ผู้ป่วย Index case มาจากพื้นที่ที่ความครอบคลุมของ วัคซีนต่ำ ได้แก่ - Measles หรือ MMR เข็มที่ 1 ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในเด็ก อายุ ปี (นับจากวันเริ่มป่วยของผู้ป่วย index case) ในระดับตำบล - MMR เข็มที่ 2 ต่ำกว่าร้อยละ 95 ในเด็กนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 6 ในโรงเรียน

24 การสอบสวนเหตุการณ์การระบาด (outbreak investigation) กรณีที่เกิดโรคเป็นกลุ่มก้อน ให้ทำการสอบสวนการระบาดทันทีโดย - ใช้แบบสอบสวนโรคเฉพาะราย (ME1 form) หรือทะเบียนผู้ป่วยใน การสอบสวนเหตุการณ์การระบาดของโรคหัด (ME2 form) - เก็บสิ่งส่งตรวจในผู้ป่วยสงสัย ได้แก่ Measles IgM ประมาณ 10 – 20 ตัวอย่าง ของผู้ป่วยสงสัยในเหตุการณ์ - สุ่มตัวอย่าง Throat / Nasal swab จำนวนไม่เกิน 5 ตัวอย่างเพื่อส่ง ตรวจ Genotype ของไวรัสโรคหัด ด้วยวิธี PCR เพื่อยืนยันเชื้อก่อโรคและสายพันธุ์ หาที่มาของการระบาดและควบคุมโรค

25 การตรวจวิเคราะห์หาสายพันธุ์ของไวรัสหัด (เฉพาะเมื่อสอบสวนการระบาดที่เป็นกลุ่มก้อน) Throat swab : 1-5 วัน หลังผื่นออก Nasal swab : 1-5 วัน หลังผื่นออก รายงานผลได้ภายใน 1 เดือน

26 ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเก็บตัวอย่าง ที่มา : ฝ่ายไวรัสระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิต NIH กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

27 รายงานการระบาดผู้ป่วยยืนยันโรคหัด (IgM positive) ประเทศไทย 2556 ลำดับ จังหวัดสถานที่ จำนวน ( คน ) อายุวันเริ่มป่วย ลักษณะประชากร 1 ราชบุรี ศูนย์พักพิง บ้านถ้ำหิน 13 6 เดือน - 38 ปี 3 ม. ค.-12 ก. พ. กระเหรี่ยง โรคระบาดจากพม่า 2 สุรินทร์โรงเรียน บ้านโจรก ปี 10 – 22 ก. พ. เด็กไทย 3 แม่ฮ่องส อน ศูนย์พักพิง แม่ลามา หลวง 23 6 เดือน - 44 ปี 7 มี. ค.-24 เม. ย. กระเหรี่ยง โรคระบาดจากพม่า

28 รายงานการระบาดผู้ป่วยยืนยันโรคหัด (IgM positive) ประเทศไทย 2556 ลำดับ จังหวัดสถานที่ จำนวน ( คน ) อายุวันเริ่มป่วย ลักษณะประชากร 4 ตากโรงเรียน รวมไทย พัฒนา ปี 15 มี. ค.-14 เม. ย. ชายแดนพม่า, Low vaccine coverage 5 นครปฐมเรือนจำ ปี 30 เม. ย.-5 พ. ค. ชายไทย 6 มหา สารคาม เรือนจำ ปี 25 มี. ค. – 6 มิ. ย. ชายไทย

29 วัคซีน : ความหมายในการป้องกัน และควบคุมการระบาดของโรค เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ ในการป้องกันโรค แต่ ไม่ได้เป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพ ในการควบคุมโรค

30 การให้บริการวัคซีน 2558 ประวัติการได้รับวัคซีน ในอดีต การให้วัคซีนครั้งนี้ ไม่เคยได้รับวัคซีน/ไม่ทราบ 1 เข็ม แล้วให้อีก 1 ครั้งเมื่อเข้าเรียนชั้น ป.1 เคยได้ 1 เข็ม1 เข็ม (ห่างกันอย่างน้อย 1 เดือน) เคยได้ 2 เข็ม (เข็มสุดท้ายอายุตั้งแต่ 18 เดือน) ไม่ต้องให้ ตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีน MMR ในอดีต แล้วให้วัคซีน MR ครั้งนี้* ดังตาราง วัคซีน MR ครั้งนี้* : เด็กเกิด 1 มิย. 51 ถึง 31 มค. 55

31 - พบผู้ป่วยสงสัยโรคหัด 2 ราย - ภายในระยะเวลา 14 วัน - ในหมู่บ้าน/ชุมชน/สถานที่มีบุคคล รวมกันเป็นจำนวนมาก เกณฑ์การระบาด

32 เกิดการ ระบาดโรค  เด็กก่อนวัยเรียน (อายุ < 7 ปี)  เด็กวัยเรียน  ผู้ใหญ่  พื้นที่ใกล้เคียงที่ยังไม่มีการระบาด แนวทางการให้วัคซีนป้องกันและควบคุมโรคหัด 12 ระยะฟักตัว (8-12 วัน)

33 การระบาดในเด็กก่อนวัยเรียน (อายุต่ำกว่า 7 ปี) ประเมินสภาพการดำเนินงานป้องกันโรคในพื้นที่ ความครอบคลุมการได้รับวัคซีนหัด/MMR > 95% < 95% หรือ ไม่สามารถประเมิน หรือ ไม่แน่ใจ ติดตามเด็กเฉพาะราย ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน มารับวัคซีนทันที  ให้ MMR แก่เด็ก > 9 เดือน ถึง 6 ปี ทุกคน ในหมู่บ้าน + หมู่บ้านที่มีการถ่ายทอดโรค  ควรให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชม. หลังรับรายงานผู้ป่วยรายแรก  ไม่ให้ MMR แก่เด็ก < 9 เดือน แต่ให้แยก เลี้ยงเด็ก เพื่อไม่ให้เด็กคลุกคลีกับผู้ป่วย

34 เกิดการ ระบาดโรค  เด็กก่อนวัยเรียน (อายุ < 7 ปี)  เด็กวัยเรียน  ผู้ใหญ่  พื้นที่ใกล้เคียงที่ยังไม่มีการระบาด แนวทางการให้วัคซีนป้องกันและควบคุมโรคหัด 12 ระยะฟักตัว (8-12 วัน)

35 ดูหลักฐานยืนยัน ได้รับ ไม่ได้รับ/ไม่สามารถประเมิน/ไม่แน่ใจ ไม่ต้องให้ MMR  ให้ MMR  ควรให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชม. หลังรับรายงานผู้ป่วยรายแรก ** เด็กที่มีหลักฐานว่าได้ MMR เมื่ออายุ 4-6 ปี ไม่ต้องให้ MMR ในการควบคุมโรค การระบาดในเด็กวัยเรียน (ป.1 - ม.6) ตรวจสอบประวัติการได้รับ MMR เมื่อเข้าเรียนชั้น ป.1** ของเด็กแต่ละคนทุกชั้นเรียน

36 เกิดการ ระบาดโรค  เด็กก่อนวัยเรียน (อายุ < 7 ปี)  เด็กวัยเรียน  ผู้ใหญ่  พื้นที่ใกล้เคียงที่ยังไม่มีการระบาด แนวทางการให้วัคซีนป้องกันและควบคุมโรคหัด 12 ระยะฟักตัว (8-12 วัน)

37 ประเมินอัตราป่วยรายกลุ่มอายุตาม “แบบประเมินอัตราป่วยเพื่อขอรับวัคซีน MMR ในการควบคุมโรค” การระบาดในผู้ใหญ่ 1. ผู้ใหญ่ที่เกิดก่อนปี 2533 กลุ่มอายุ & ขอบเขตการให้วัคซีน ขึ้นอยู่กับผลการสอบสวน และแบบประเมิน ฯ อัตราป่วย รายกลุ่มอายุ < 2 % > 2 % ไม่ให้ MMRให้ MMR ควรให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชม. หลังรับรายงานผู้ป่วยรายแรก ห้ามให้ในหญิงมีครรภ์

38 2. ผู้ใหญ่ที่เกิดตั้งแต่ปี 2533 ตรวจสอบการได้รับ MMR เมื่อเข้า ป.1 การระบาดในผู้ใหญ่ ( ต่อ ) ประวัติวัคซีน MMR เมื่อเข้า ป.1 ได้รับไม่เคยได้รับ/ไม่ทราบ / ไม่แน่ใจ ไม่ให้ MMRให้ MMR ควรให้แล้วเสร็จภายใน 72 ชม. หลังรับรายงานผู้ป่วยรายแรก ห้ามให้ในหญิงมีครรภ์

39 เกิดการ ระบาดโรค - ไม่แนะนำให้วัคซีนเพื่อการควบคุม โรคหัด - ให้ดำเนินการแบบระยะก่อนเกิดโรค แนวทางการให้วัคซีนป้องกันและควบคุมโรคหัด 12 ระยะฟักตัว (8-12 วัน) ระยะฟักตัว > 1 เดือน

40 ข้อแนะนำสำหรับพื้นที่ที่ไม่มีการระบาด มีโรคหัดเกิดขึ้นในพื้นที่ พื้นที่ใกล้เคียง ตรวจสอบประวัติได้รับวัคซีน  เด็กก่อนวัยเรียน  เด็กวัยเรียน (ป.1 – ม.6) สสอ./ สสจ แจ้ง ให้ MMR ตามประวัติ การได้รับวัคซีน ค้นหา กลุ่ม เสี่ยง ให้ MMR ทุกคน  เด็กในพื้นที่ทุรกันดาร  เด็กด้อยโอกาส  เด็กแรงงานต่างชาติ

41 มาตรการด้านวัคซีน ใน ระยะต่อไป

42 ข้อเสนอมาตรการในกลุ่มเด็ก อายุต่ำกว่า 5 ปี เพิ่มและรักษาระดับ ภูมิคุ้มกันในเด็ก ปรับอายุการให้วัคซีน MMR เข็มที่สอง จากเดิม ให้บริการในชั้น ป.1 ปรับให้เร็วขึ้น เป็นอายุ 2 ปีครึ่ง ( พร้อม JE3 )

43 ข้อเสนอมาตรการในบุคคลอายุ มากกว่า 5 ปี ติดตามให้วัคซีนในนักเรียน ประถมและมัธยม และออกบัตรรับรองการได้รับ วัคซีน ทำข้อตกลงกับ กระทรวงศึกษาธิการ ตรวจสอบประวัติการได้รับ วัคซีนเมื่อเข้าเรียนทุก ระดับชั้น ( อนุบาล ถึง ปริญญา ) รณรงค์ Mop up วัคซีนในกลุ่ม ผู้ใหญ่ที่อยู่รวมกันจำนวน มาก เช่น ในโรงงาน ค่าย ทหาร

44 สำเนาคู่ฉบับ ที่ สธ ๐๔๒๒. ๓ / ว 356 กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ 9 กรกฎาคม ๒๕๕๗ เรื่องการปรับอายุของเด็กในการให้วัคซีน MMR เข็มที่ ๒ จาก อายุ ๗ ปี เป็นอายุ ๒ ปีครึ่ง เรียนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. เอกสารกำกับยาวัคซีน Priorix TM ( วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน ) จำนวน 5 แผ่น 2. เอกสารกำกับยาวัคซีน M-M-R II ( วัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม และ หัดเยอรมัน ) จำนวน 6 แผ่น 3. ตัวอย่างแบบฟอร์มขอเบิกวัคซีนในงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ( แบบ ว.3/1) จำนวน 1 แผ่น

45 ที่ สธ ๐๔๒๒. ๓ / กระทรวงสาธารณสุข ถนนติวานนท์ จังหวัดนนทบุรี ๑๑๐๐๐ ธันวาคม 2556 เรื่อง โครงการตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนในนักเรียนเมื่อ รับเข้าเรียน เรียนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด สิ่งที่ส่งมาด้วย 1. โครงการตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนในนักเรียนเมื่อรับเข้าเรียน จำนวน 1 ชุด 2. สำเนาหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด่วนที่สุด ที่ ศธ 04188/327 ลงวันที่ 20 มิถุนายน 2556 จำนวน 1 แผ่น 3. สำเนาหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด่วนที่สุด ที่ ศธ 04188/707 ลงวันที่ 24 ธันวาคม 2556 จำนวน 1 แผ่น 4. แนวทางการตรวจสอบประวัติการได้รับวัคซีนในนักเรียนเมื่อรับเข้า เรียน จำนวน 1 ขุด 5. ตัวอย่าง “ บัตรรับรองการได้รับวัคซีนในนักเรียน ชั้น ป. 6” จำนวน 1 แผ่น

46 “ร่าง” บัตรรับรองการได้รับวัคซีนในนักเรียนชั้น ป. 6 ด้านหน้า ด้านหลัง


ดาวน์โหลด ppt โครงการกวาดล้างโปลิโอ และโรคหัด Polio and Measles Eradication Projects ศูนย์ประสานงานโครงการกวาดล้าง โปลิโอและโรคหัด ตามพันธะสัญญานานาชาติ

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google