งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 Chapter 4 หมายเลขไอพี และ การจัดสรร IP-Addressing and Subneting.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 Chapter 4 หมายเลขไอพี และ การจัดสรร IP-Addressing and Subneting."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 1 Chapter 4 หมายเลขไอพี และ การจัดสรร IP-Addressing and Subneting

2 2 IP Address คือ อะไร IP Address คือ ที่อยู่ (Address) ของ อุปกรณ์ในระบบเครือข่าย เปรียบเสมือนกับ เลขที่บ้านของเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือ อุปกรณ์เครือข่ายที่เชื่อมต่อกัน มีประโยชน์ใน การที่ Router ใช้ในการหาเส้นทางเดินของ ข้อมูลไปยังเครื่องปลายทาง คำถาม คำถาม : ทำไมจึงไม่ใช้ MAC Address ? จากที่ผ่านมาเราได้เรียนเกี่ยวกับ MAC Address หรือหมายเลขประจำ NIC (Network Interface Card) หรือ LAN Card นั่นเองซึ่งตัว NIC แต่ละ อันก็มีหมายเลขที่ไม่ซ้ำกัน

3 3 คำตอบ คำตอบ สาเหตุที่เราต้องมี IP Address อีกนั้นก็ เพื่อเหตุผลต่าง ๆ คือ MAC Address เปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่ IP Address สามารถเปลี่ยนแปลงเองได้ MAC Address ทำงานในระดับของ Hardware ส่วน IP Address ทำงานในระดับของ Software ในการรับส่งข้อมูลเราต้องมีทั้ง Hardware และ Software MAC Address ไม่สามารถจัดกลุ่ม เพื่อแบ่งการ ใช้งานในระบบได้ \ MAC Address ใช้ในการส่งข้อมูลแบบ host to host ไม่สามารถส่งข้อมูลข้ามเครือข่ายได้

4 4 3 ระดับของ Addressing Host Name Host Name ชื่อเครื่อง Internet Address Internet Address หมายเลข IP Station Address Station Address เบอร์ Hardware ที่ กำหนดให้กับ NIC หรือ ที่เรียกว่า MAC Address นั่นเอง :0:c:6:13:4a

5 5 IP Version 4 และ Version 6 IP version 4 (IPv4) มีขนาด 4 bytes แต่ละ byte มีขนาด 8 bit ดังนั้น IPv4 จึงมีขนาดเท่ากับ 32 bit 32 bit ก็คือ 2 32 ทำให้สามารถมีหมายเลข IP Address 4,294,967,296 หมายเลข 4 พันล้านเบอร์ ไม่พอใช้ นักพัฒนาจึงพัฒนา IP เป็น version 6 หรือ IPv6 ที่มีขนาด 128 bit และเริ่มนำมาเสริมกับ IPv4 ได้เป็น 2 128

6 6 ส่วนประกอบของ IP Address

7 7 IP Address Class

8 วิธีการจำแนก Class 8

9 การจำแนก Class ด้วย octet แรก 9

10 Network ID and Host ID 10 Address ขนาด 32 บิท ประกอบด้วย 2 ส่วน 1.Network ID 2.Host ID

11 ช่วงของ IPv4 ของแต่ละ Class 11

12 12 ตัวอย่างหมายเลข IP Address และ Subnet Mask

13 13 Special Addresses 1. Network addresses 2. Directed broadcast address 3. Limited broadcast address 4. Loopback address

14 Network addresses 14

15 Directed broadcast address 15

16 Limited broadcast address 16

17 Loopback address 17

18 18 Private IP กับ Public IP Private IP หมายถึง IP Address ที่ไม่ใช้บน Internet และไม่ สามารถติดต่อกับ Public IP ได้ แต่ไม่ใช่ซะทีเดียว เราสามารถใช้เทคนิค ที่เรียกว่า NAT (Network Address Translation) เข้าช่วยได้ Private IP สามารถกำหนดขึ้นใช้ได้เอง โดยทั่วไปใช้ กับ Intranet ในหน่วยงาน Public IP หรืออีกนัยหนึ่งเรียกว่า Real IP ใช้ในเครือข่าย Internet โดยจะต้องขอไปยัง หน่วยงานที่กำกับดูแล IP Address ในแต่ละประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละหน่วยงานที่ขอ IP Address ต้อง ได้หมายเลขที่ไม่ซ้ำกับใครเลยในโลกนี้ ในประเทศ ไทยหน่วยงานที่กำกับดูแลคือ thnic.net

19 19 ช่วงของหมายเลขการใช้ งาน Private IP

20 20 ตัวอย่าง IP Address คือ / หมายถึง IP Address หรือ Host Address คือ Subnet Mask คือหมายเลขหลังเครื่องหมาย "/" คือ โดยมีความหมายว่า มี จำนวนโฮสในเน็ตเวิร์คเท่าไหร่ ใน Class C คำนวณจำนวนได้โดยการนำค่าจำนวน HostID ที่มีขนาดเท่ากับ 8 bit หรือเท่ากับ 2^8 = 256 ลบด้วยค่าสุดท้ายของ Subnet Mask จาก ตัวอย่างคือ = 256 ดังนั้นจึงมีจำนวน โฮสทั้งหมดเท่ากับ 256 โฮส แต่ในหนึ่ง เน็ตเวิร์คจะต้องมี Network Address และ Broadcast Address เสมอ จึงมีโฮสเท่ากับ 254 โฮส

21 21 ตัวอย่าง IP Address คือ / หมายถึง Network Address บอกตำแหน่งเริ่มต้นของ IP Address ใน Class จากตัวอย่าง เป็นเน็ตเวิร์ค Class C ซึ่งมีโฮสทั้งหมดเท่ากับ 256 โฮส โดย มี IP Address เริ่มจาก ดังนั้น Network Address คือ Broadcast Address เป็นช่องทางของการส่ง ข้อมูลให้กับโฮสอื่นๆ เปรียบเสมือนการตะโกน เข้าไปในห้องที่มีคนอยู่รวมๆ กัน ซึ่งทำให้คนที่ อยู่ในห้องได้ยินพร้อมๆ กันทั้งหมด โดย Broadcast Address จะเป็น IP Address สุดท้ายของเน็ตเวิร์คเสมอ จากข้อ 3 Broadcast Address จึงมีค่าเท่ากับ

22 22 รูปแบบการเขียน IP Address และ Subnet Mask การเขียน Subnet Mask อีกอย่างคือเขียนเป็น จำนวน bit เช่น / 24 โดย 24 นี้ คือ NetID จาก 32 bit ของ IPv4 ทำให้ เหลือ HostID เท่ากับ 8 bit ( ) ดังนั้นจึงเขียน Subnet Mask เป็น /24 ซึ่งเท่ากับการ เขียนโดยระบุ Subnet Mask /24 = / ซึ่งก็คือ Class C ที่ไม่ได้แบ่ง Subnet นั่นเอง

23 23 IP Address กับ Router

24 24 Windows ให้เรา กำหนดค่าอะไรบ้าง

25 25 IP Subnet Addressing IP Subnet Addressing คือการแบ่ง IP ออกเป็นกลุ่ม ย่อย เรียกว่า “subnetworks หรือ subnets ” การแบ่ง subnets มีประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริหารระบบ เครือข่าย ได้แก่ เป็นการจัดสรรหมายเลข IP ที่ สอดคล้องกับจำนวนที่มีความต้องใช้ ทำให้ใช้ IP ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถควบคุมการ broadcast ภายในเครือข่ายให้มีขนาดที่จำจัดได้

26 26 Example : YRU Network

27 27 YRU Subnetwork Concept

28 IP Subnet Mask

29 29 IP Subnet Mask Example

30 30 IP Subnet Mask 3

31 31 IP Subnet Mask

32 32 IP Subnet Mask

33 33 Case Study การ จัดสรร IP Address

34 34 Case : 1 ถ้าไม่แบ่ง Subnet เลย เราต้องระบุให้ หมายเลข Subnet เป็น

35 35 กรณีที่ต้องการแบ่ง Subnet นั้นมีจุดประสงค์เพื่อแยก Network ออกจากกันซึ่งจะทำ ให้ เครื่องผู้ใช้ จะมองเป็นกันเฉพาะใน กลุ่มเท่านั้น การ Boardcast จะเกิดเฉพาะใน Net เดียวกันเท่านั้น ลดการแพร่กระจาย Virus ได้

36 36 Case : 2 ต้องการแบ่ง Subnet ออกเป็น 2 กลุ่ม

37 37 Case : 2 ต้องการแบ่ง Subnet ออกเป็น 2 กลุ่ม

38 38 Case : 3 ต้องการแบ่ง Subnet ออกเป็น 3 กลุ่ม

39 39 Case : 3 ต้องการแบ่ง Subnet ออกเป็น 3 กลุ่ม

40 40 คำถาม ? จะแบ่ง หรือ ไม่แบ่ง Subnet ดี ? ถ้ามีการแบ่ง Subnet จะแบ่งเป็นกี่ Subnet และเพราะอะไร จึงแบ่งแบบนั้น ?

41 41 การบ้าน ส่ง 23 ก. ย. 54 ( เขียนด้วยลายมือเท่านั้น ) ให้จัดสรร IP Address ให้เหมาะสมและถูกต้อง ตามหลักวิชาการ โดยโจทย์คือ หน่วยงานแห่ง หนึ่งมีเครื่อง PC ทั้งหมด 140 เครื่อง โดยแบ่ง ส่วนงานออกเป็น 3 แผนก ดังนี้ แผนกที่ 1 มี PC จำนวน 70 เครื่อง แผนกที่ 2 มี PC จำนวน 20 เครื่อง แผนกที่ 3 มี PC จำนวน 50 เครื่อง ให้ใช้ IP Private Class C หา Subnet Address, Subnet mask, Gateway, IP Range (First – Last Address) และ Broadcast Address


ดาวน์โหลด ppt 1 Chapter 4 หมายเลขไอพี และ การจัดสรร IP-Addressing and Subneting.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google