องค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร

Slides:



Advertisements
งานนำเสนอที่คล้ายกัน
1 question 1. 2 sendermessage media channelreceivers feedback จาก แบบจำลองการสื่อสาร ข้างต้น - จงหา ความเหมือน และ ความแตกต่าง ของ sender กับ receivers.
Advertisements

หลักการตลาด บทที่ 13 การส่งเสริมการตลาด.
แบบจำลองการสื่อสาร Communication Model.
การสื่อสารกับการนิเทศ
ภาษาเพื่อการสื่อสารมวลชน
หน่วยที่ 1 ภาษากับการสื่อสาร.
การสื่อสาร Information Sender Transmission Receiver Feedback.
Print media for Advertising & Public Relations
เกณฑ์ประเมินสื่อ.
Principles & theories in Communication Arts
ยุทธศาสตร์ การสื่อสารองค์กร
บทที่ 10 การสื่อสารการตลาด
บทที่ 6 การสื่อสารการตลาด
บทที่ 2 ทฤษฎีการสื่อสาร
กระบวนการทางจิตวิทยาและพฤติกรรมผู้บริโภค
นพ.นิวัฒน์ชัย นามวิชัยศิริกุล อาจารย์แพทย์ประจำสำนักวิชาแพทยศาสตร์
กระบวนการและเทคนิค การพัฒนาคุณภาพการบริหาร จัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน การให้ความสำคัญกับผู้รับบริการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย.
Publication News in Social Media
ว่าที่ ร.ต.หญิงวรรณธิดา วรสุทธิพงษ์ ครูแผนกวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ
บทที่ 1 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบและการวิเคราะห์ระบบ
รายวิชา คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้ อาจารย์ ดร.นฤมล รักษาสุข
บทที่ 6 “การตลาดสำหรับธุรกิจขนาดย่อม”
การประชาสัมพันธ์เบื้องต้นสำหรับงานสิ่งแวดล้อม Introduction to Public Relation for Environment อาจารย์น้ำทิพย์ คำแร่
วิชาหลักนิเทศศาสตร์ Communication Arts
Principles of Communication Arts
พื้นฐานการอินเตอร์เฟส
ระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทนใหม่
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัลยา ธเนศพงศ์ธรรม ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิชาการ
แพทย์หญิง ฐนิตา สมตน เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี
โดย รศ ดร. ประณีต ส่งวัฒนา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ความเป็นมาและความสำคัญ ของการเพิ่มผลผลิต
บทบาทหน้าที่ของหน่วยงานความปลอดภัยตามกฏหมาย
ทิศทางการดำเนินงาน ปีงบประมาณ 2560
หลักการให้คำปรึกษา (สำหรับผู้ตรวจสอบภายใน)
Common communication skills in Family practice
แนวคิด ทฤษฎีการพัฒนาหลักสูตร
บทนำ แผนภาพกระแสข้อมูล (Data Flow Diagram) เป็นการออกแบบที่แสดงตรรกะของกระบวนการทำงาน โดยมีการวาดแผนผังออกมา คล้ายกับการสร้างบ้าน ที่ต้องมีแปลน ภายนอก.
Chapter 6 Information System Development
การติดต่อสื่อสาร Communication.
ความหมายของการสื่อสาร
การบริหารและประเมินโครงการ แบบมุ่งผลสัมฤทธิ์
จรรยาบรรณ จรรยาบรรณ คือ จริยธรรมวิชาชีพ วิชาชีพ มีองค์ประกอบ 4 ประการ
สมรรถนะของข้าราชการ กลุ่มงานบริการประชาชน ด้านสุขภาพและสวัสดิการ
มิถุนายน 2548 การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งที่ 2
กรอบแนวคิดในการพัฒนา มาตรฐานการจัดบริการอาชีวอนามัย
ลักษณะทั่วไปของคำในภาษาไทย
Learning Communications
การบริหารจัดการทางการศึกษา (106402)
การแนะแนวอาชีพในศตวรรษที่ 21
“แนวทางการเขียนหนังสือ – ตำรา”
นายสมชัย ชวลิตธาดา EKACHAI SCHOOl โรงเรียนเอกชัย
การสร้างบุคลิกภาพในงานบริการอาหารและเครื่องดื่ม
โครงการ “อบรมการปฏิบัติงานด้านงานสารบรรณและการเขียนหนังสือราชการ”
หลักการเขียนข้อเสนอโครงการวิจัย :
บรรยายโดย คุณครูกิริยา ทิพมาตย์ สพม. เขต 23
ดร.ศรีวรรณ ฉัตรสุริยวงศ์ ครูเชี่ยวชาญ (คศ.4)
การแบ่งส่วนตลาดและการตลาดเป้าหมาย (Market Segmentation and Targeting)
การจัดการความปลอดภัยระบบสารสนเทศ (Information Security Management System : ISMS) ด้วย เกณฑ์มาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัย ISO/IEC และ ISO/IEC
5 แบบจำลองกระบวนการ Process Modeling
ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
ตัวแบบพฤติกรรมผู้บริโภค (Model of Consumer Behavior)
หลักการทางด้านการตลาด
By ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. พีระ พันลูกท้าว
รหัสวิชา ศิลปกรรมกับการสื่อสาร Fine and Applied Arts and Communication
Skills of 21st century learning ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 3Rs X 7Cs (เรียนรู้ตลอดชีวิต) Reading ’Riting (Writing) ’Rithmetic (Arithmetic) ทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ.
บทที่ 5 ตัวแบบพฤติกรรมผู้บริโภค
การจัดการตลาดสำหรับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ
การสื่อสารทางการพยาบาลและการสร้างสัมพันธภาพกับผู้ใช้บริการ
GSC151 ชีวิตและสภาพแวดล้อมในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง
บทที่ 2 ปัจจัยที่จำเป็นต่อการพัฒนาหลักสูตร
ใบสำเนางานนำเสนอ:

องค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร หลักนิเทศศาสตร์ บทที่ 4 องค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร อาจารย์วิชชา สันทนาประสิทธิ์ 1

บทที่ 4 องค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร องค์ประกอบพื้นฐานหลัก รวม 4 องค์ประกอบ ได้แก่ ผู้ส่งสาร คู่สื่อสาร ผู้รับสาร สาร ช่องสารและสื่อ องค์ประกอบอื่นซึ่งมีความสำคัญและช่วยเสริมสร้างให้เกิดความหมาย ที่ชัดเจนหรือการรับรู้ความหมายร่วมกันระหว่างคู่สื่อสาร 5 องค์ประกอบ ได้แก่ บริบทของการสื่อสารหรือสิ่งแวดล้อมทางการสื่อสาร สิ่งรบกวนการสื่อสาร ปฏิกิริยาตอบกลับ ผลของการสื่อสาร จริยธรรมในการสื่อสาร

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 1. ผู้ส่งสาร คำที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “ผู้ส่งสาร” แหล่งกำเนิดสาร (source/ communication source/information source/ originator) หมายถึง บุคคลที่ต้องการส่งสารไปยังผู้รับสาร ผู้เข้ารหัส (encoder) หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนสารหรือสาระที่ต้องการสื่อสารให้อยู่ในรูปของรหัสหรือสัญลักษณ์ซึ่งสามารถสื่อความหมายของสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ เช่น ภาษาพูด ภาษาเขียน ภาษาท่าทาง วัตถุสิ่งของ เป็นต้น ผู้สื่อสาร (communicator) หมายถึง ผู้ทำการสื่อสาร ซึ่งอาจหมายถึงทั้งผู้ส่งสาร ผู้รับสาร และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร ส่วนคำว่า ผู้ส่งสาร (sender) หมายถึง บุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งเป็น ผู้ริเริ่ม หรือเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งสารไปยังผู้รับสาร

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 2. ผู้รับสาร คำที่เกี่ยวข้องกับคำว่า “ผู้รับสาร” ผู้รับสาร (receiver) หมายถึง บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่ได้รับสารซึ่งส่งมาจากผู้ส่งสาร หรืออีกนัยหนึ่งผู้รับสารก็คือ จุดหมายปลาย ของสาร (destination) นั่นเอง นอกจากนั้นยังมีคำในภาษาอังกฤษซึ่งมีความหมาย ใกล้เคียงและใช้แทนที่คำว่า receiver ได้ เช่นคำว่า recipient perceiver communicatee audience และ public เป็นต้น ส่วนคำว่า decoder หรือผู้ถอดรหัสสาร หมายถึง ผู้ทำหน้าที่ ในการแปลงรหัสหรือสัญลักษณ์ที่ผู้ส่งสารส่งมาให้กลับเป็นสาร ที่เข้าใจได้

ข้อสังเกต ในทรรศนะหรือมุมมองของนักนิเทศศาสตร์ซึ่งมอง กระบวนการสื่อสารในเชิงปฏิสัมพันธ์แบบต่อเนื่องระหว่าง คู่สื่อสาร (transactional communication) เห็นว่าในกระบวนการสื่อสารนั้น ผู้ส่งสารและผู้รับสารต่างทำหน้าที่เข้ารหัสและถอดรหัสพร้อมกันไปในเวลาเดียวกันต่อเนื่องกันไป และต่างมีอิทธิพลต่อกันและกันตลอดกระบวนการสื่อสาร ดังนั้นจึงเรียกบุคคลทั้งสองฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับ การสื่อสารในภาพรวมว่า “คู่สื่อสารหรือผู้สื่อสาร(communicator)”

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผู้ส่งสารและผู้รับสาร ปัจจัยที่ควรพิจารณามี 5 ประการ ดังนี้ 1.1 ทักษะในการสื่อสาร (Communication skills) หมายถึงความสามารถในการสื่อสาร แบ่งออกเป็น 2 ประการคือ 1.1.1 ทักษะในการสื่อสารด้วยวัจนภาษา (Verbal communication skills) ซึ่งประกอบด้วยทักษะ 3 ประการ ดังนี้ 1.1.1.1 ทักษะในการเข้ารหัส ได้แก่ ความสามารถในการเขียนและการพูด 1.1.1.2 ทักษะในการถอดรหัส ได้แก่ ความสามารถในการอ่าน และการฟัง 1.1.1.3 ทักษะในการคิดและการใช้เหตุผล ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อความสามารถในการเข้ารหัสและถอดรหัส

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผู้ส่งสารและผู้รับสาร 1.1.2 ทักษะในการสื่อสารด้วยอวัจนภาษา (Nonverbal communication skills) หมายถึง ความสามารถในการใช้อวัจนภาษา เช่น ภาษาท่าทางหรือภาษากาย การสัมผัส ปริภาษา ฯลฯ ซึ่งใช้เสริมความหมาย หรือแทนความหมายของวัจนภาษา

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผู้ส่งสารและผู้รับสาร 1.2 ทัศนคติ (Attitudes) หมายถึง ความรู้สึกที่มีต่อบุคคล วัตถุ หรือสิ่งแวดล้อมซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการสื่อสารของมนุษย์ ทัศนคติของผู้ส่งสารแบ่งเป็น 3 ประเภท ดังนี้ 1.2.1 ทัศนคติที่คู่สื่อสารมีต่อตนเอง (Attitude toward self) หมายถึง การประเมินตนเองของคู่สื่อสารทั้งในด้านบวกและด้านลบ ซึ่งมีผลต่อการสื่อสารของคู่สื่อสาร หากคู่สื่อสารประเมินตนเองในด้านบวก เช่น คิดว่า ตนมีความสามารถและรอบรู้ในเรื่องที่จะสื่อสารก็จะทำให้เกิดความมั่นใจและประสบความสำเร็จในการสื่อสาร หากประเมินตนเองในทางตรงกันข้าม ก็จะทำให้เกิดความไม่มั่นใจ ดังนั้นทัศนคติจึงส่งผลต่อวิธีการสื่อสาร สารที่สร้างขึ้น และลักษณะของปฏิสัมพันธ์ของคู่สื่อสารด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผู้ส่งสารและผู้รับสาร 1.2.2 ทัศนคติต่อเรื่องที่จะสื่อสาร (Attitude toward subject matter) หมายถึง ความรู้สึกที่มีต่อเรื่องหรือประเด็นที่จะสื่อสาร หากคู่สื่อสาร มีทัศนคติที่ดีต่อเรื่องที่จะสื่อสารก็จะทำให้เกิดความมั่นใจ และสามารถสื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่หากไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่จะพูดหรือฟัง แต่ต้องพูดหรือฟังเรื่องนั้นในเชิงเห็นด้วยก็จะทำให้เกิดความลำบากใจ ในการสื่อสาร 1.2.3 ทัศนคติต่อคู่สื่อสาร (Attitude toward communicator) หมายถึง ความรู้สึกที่มีต่อผู้รับสาร กล่าวคือหากผู้ส่งสารกับผู้รับสารมีความรู้สึกที่ดีต่อกัน ก็จะส่งผลให้เกิดบรรยากาศที่ดีในการสื่อสาร การเลือกภาษา ถ้อยคำ และการแสดงออกในการสื่อสาร รวมทั้งระดับความสัมพันธ์ ที่มีต่อกันด้วยเช่นกัน

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผู้ส่งสารและผู้รับสาร 1.3 ความรู้ (Knowledge) ความรู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับคู่สื่อสาร ประกอบด้วย 1.3.1 ความรู้ในเรื่องที่จะสื่อสาร (Knowledge of subject matter) หมายถึง ระดับความรู้ความเข้าใจที่มีต่อเรื่องที่จะสื่อสาร หากคู่สื่อสารมีความรู้ความเข้าใจเรื่องนั้นอย่างดี ก็จะส่งผลให้เกิดความมั่นใจในการสื่อสาร และทำให้คู่สื่อสารต่างเข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสารได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผู้ส่งสารและผู้รับสาร 1.3.2 ความรู้เกี่ยวกับกระบวนการสื่อสาร (Knowledge of the communication process) หมายถึง ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะ ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสื่อสาร รวมทั้งความสามารถในการวิเคราะห์องค์ประกอบต่าง ๆ ในกระบวนการสื่อสาร ซึ่งจะส่งผลต่อพฤติกรรม ในขณะสื่อสารและประสิทธิผลในการสื่อสารของคู่สื่อสาร 1.4 สถานภาพทางสังคมและวัฒนธรรม (Position within a social-cultural system) หมายถึง สถานภาพทางสังคมของ คู่สื่อสาร เช่น การเป็นสมาชิกของกลุ่มต่างๆ ประเพณีวัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยม ฯลฯ ซึ่งรวมเรียกว่า ภูมิหลังทางสังคมและวัฒนธรรม (social- cultural background) ของคู่สื่อสาร

ปัจจัยที่ควรพิจารณาเกี่ยวกับผู้ส่งสารและผู้รับสาร 1.5 ขอบเขตประสบการณ์ (Field of experience) หมายถึง ประสบการณ์หรือการเรียนรู้ของคู่สื่อสาร ซึ่งจะเป็นปัจจัยกำหนดระดับความสอดคล้องต้องกันของสารและความหมายที่ส่งผ่านระหว่างคู่สื่อสาร หากคู่สื่อสารมีประสบการณ์ในเรื่องต่าง ๆ ร่วมกันก็จะช่วยให้เข้าใจความหมายของสารได้ตรงกัน หรือสอดคล้องกัน

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 3. สาร สาร (Message) หมายถึง ผลผลิตที่เกิดจากการเข้ารหัสของ คู่สื่อสารเพื่อส่งผ่านระหว่างกัน และกระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง ในการศึกษาองค์ประกอบนี้ มีประเด็นควรพิจารณา 2 ประเด็น ได้แก่ 3.1 การแบ่งประเภทของสาร แบ่งตามเกณฑ์ 3 เกณฑ์ในเอกสาร 3.2 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับสาร 3.2.1 รหัสของสาร (Message code) หมายถึง กลุ่มของสัญลักษณ์ซึ่งใช้แทนหรือให้หมายถึงสิ่งต่าง ๆ ได้แก่ วัจนภาษา ซึ่งหมายถึงภาษาเขียน และภาษาพูด รหัสของสารประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วนได้แก่

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 3. สาร 3.2.1.1 ส่วนประกอบย่อย (Elements) หมายถึง ส่วนที่ประกอบรวมกันเป็นสาร เช่น ส่วนประกอยย่อยของภาษาพูด ได้แก่เสียง พยางค์ และคำ เป็นต้น ส่วนประกอบย่อยของภาษาเขียน ได้แก่ พยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ ฯลฯ หรือส่วนประกอบย่อยของดนตรี ได้แก่ ตัวโน้ต และจังหวะ เป็นต้น 3.2.1.2 โครงสร้าง (Structure) หมายถึง การนำส่วนประกอบย่อยของรหัสมารวมกัน เป็นคำที่ใช้แทน หรือให้หมายถึงสิ่งต่าง ๆ เช่น นำพยัญชนะ “ก” มารวมกันกับสระ “า” เป็นคำว่า “กา” หมายถึง สัตว์ปีกประเภทหนึ่ง หรือกริยาอย่างหนึ่งของมนุษย์ เป็นต้น

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 3. สาร 3.2.2 เนื้อหาของสาร (Message content) หมายถึง ข้อความ ที่ต้องการจะใช้สื่อความหมายแก่คู่สื่อสาร ประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วน ดังนี้ 3.2.2.1 ส่วนประกอบย่อย (Elements) หมายถึง กลุ่มคำซึ่งยังไม่ได้เรียบเรียงตามโครงสร้าง และหน้าที่ทางไวยากรณ์ 3.2.2.2 โครงสร้าง (Structure) หมายถึง การเรียบเรียงลำดับของคำตามหลักไวยากรณ์

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 3. สาร 3.2.3 การเลือกและการจัดลำดับของข่าวสาร หรือการจัดสาร (Message treatment) หมายถึง การตัดสินใจเลือกและจัดลำดับของรหัสสารและเนื้อหา ซึ่งได้แก่ ข่าวสาร ที่จะนำเสนอให้เหมาะสมและสนองวัตถุประสงค์ ในการสื่อสารได้ เช่น การพาดหัวข่าวหน้า 1 เพื่อสร้างความน่าสนใจ เป็นต้น การเลือกและจัดลำดับของข่าวสาร หรือการจัดสารประกอบด้วยส่วนประกอบ 2 ส่วน ได้แก่ 3.2.3.1 ส่วนประกอบย่อย (Elements) ได้แก่ รูปแบบ วิธีการ หรือเทคนิคในการนำเสนอสาร 3.2.3.2 โครงสร้าง (Structure) หมายถึง การจัดหรือการเรียงลำดับ ของรหัสสาร และเนื้อหา ซึ่งหมายถึงสารที่ต้องการส่งให้สอดคล้องกับเทคนิคการนำเสนอที่คู่สื่อสารใช้ หรือเพื่อให้เกิดความน่าสนใจ หรือให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและความต้องการของอีกฝ่าย เป็นต้น

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 4. ช่องสารและสื่อ 4.1 ความหมายของ “ช่องสารและสื่อ” : ศึกษาจากเอกสารหน้า 79 4.2 ความหมายของ “ช่องสารและสื่อ” ในกระบวนการสื่อสาร 4.2.1 ตัวกลางในการนำสารจากผู้ส่งสารมายังผู้รับสาร ได้แก่ คลื่นแสง คลื่นเสียง วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เป็นต้น 4.2.2 พาหนะของสิ่งที่นำสารไปสู่ประสาทรับความรู้สึกทั้ง 5 ของมนุษย์ ได้แก่ การเห็น การได้ยิน การได้กลิ่น การลิ้มรส และการสัมผัส ตัวอย่างเช่น อากาศซึ่งเป็นตัวนำคลื่นเสียงไปสู่ประสาทรับการได้ยิน 4.2.3 วิธีการเข้ารหัสและถอดรหัสสาร (Mode of encoding and decoding) เช่น การใช้วิธีพูด หรือวิธีเขียน เป็นต้น

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 4. ช่องสารและสื่อ เนื่องจากช่องสารและสื่อเป็นสิ่งที่ต้องประกอบกันในกระบวนการสื่อสาร ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน ในที่นี้จะใช้คำว่า “สื่อ” เป็นคำหลัก โดยให้สื่อความหมายถึงพาหนะในการนำพาข่าวสาร 4.3 การแบ่งประเภทของสื่อ: ศึกษาจากเอกสารหน้า 80-81 4.4 สรุปปัจจัยในการเลือกใช้สื่อ 1) ความน่าเชื่อถือและความนิยมของสื่อในสายตาของผู้สื่อสาร 2) ศักยภาพของสื่อในการเข้าถึงผู้สื่อสารทั้งในด้านปริมาณ และคุณภาพ

องค์ประกอบพื้นฐานหลัก 4 องค์ประกอบ: 4. ช่องสารและสื่อ 4.4 สรุปปัจจัยในการเลือกใช้สื่อ 3) โอกาสในการมีส่วนร่วมของคู่สื่อสารเพื่อส่งเสริมให้เกิดประสิทธิผลในการรับรู้ และช่วยให้เกิดความเข้าใจความหมายของสาร 4) โอกาสในการเกิดและลักษณะของปฏิกิริยาตอบกลับที่ต้องการ 5) ความสามารถของสื่อในการส่งสารและเก็บรักษาสาร 6) ความคุ้มค่าโดยการเปรียบเทียบประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่เกิดจากสื่อกับค่าใช้จ่าย 7) ศักยภาพของสื่อในการสร้างอิทธิพลเหนือผู้รับสารเพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม

5. บริบทของการสื่อสารหรือสิ่งแวดล้อมทางการสื่อสาร องค์ประกอบอื่น: 5. บริบทของการสื่อสารหรือสิ่งแวดล้อมทางการสื่อสาร โดยปกติกระบวนการสื่อสารไม่ได้เกิดขึ้นในสภาวะสุญญากาศ แต่เกิดในสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ซึ่งส่งผลต่อรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบของกระบวนการสื่อสาร สภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้นในการสื่อสารนั้นเรียกว่า “บริบทของการสื่อสาร” ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญซึ่งช่วยให้เข้าใจกระบวนการสื่อสารและความหมายของสารได้ชัดเจนขึ้น

5. บริบทของการสื่อสารหรือสิ่งแวดล้อมทางการสื่อสาร องค์ประกอบอื่น: 5. บริบทของการสื่อสารหรือสิ่งแวดล้อมทางการสื่อสาร บริบทของการสื่อสารแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้ 1) บริบททางกายภาพ (Physical context) หมายถึง สถานที่ที่เกิดการสื่อสารและสภาวะแวดล้อมในสถานที่นั้น 2) บริบททางสังคม (Social context) หมายถึง ลักษณะของความสัมพันธ์ระหว่างคู่สื่อสาร บทบาทหน้าที่และสถานภาพทางสังคม บรรทัดฐาน และค่านิยม 3) บริบทที่เกิดจากเหตุการณ์การสื่อสารที่ผ่านมา(Historical context) หมายถึง เหตุการณ์หรือประสบการณ์การสื่อสารที่ผ่านมา หรือภูมิหลังของคู่สื่อสารที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสาร

5. บริบทของการสื่อสารหรือสิ่งแวดล้อมทางการสื่อสาร องค์ประกอบอื่น: 5. บริบทของการสื่อสารหรือสิ่งแวดล้อมทางการสื่อสาร 4) บริบททางจิตวิทยา (Psychological context) หมายถึง อารมณ์และความรู้สึกของคู่สื่อสารซึ่งเกิดขึ้นในสถานการณ์ของการสื่อสาร และส่งผลต่อพฤติกรรมการสื่อสาร และความสัมพันธ์ระหว่างกัน 5) บริบททางวัฒนธรรม (Cultural context) หมายถึงค่านิยม ความเชื่อ และบรรทัดฐานของกลุ่มคนที่ยึดถือปฏิบัติสืบเนื่องกันมา ซึ่งส่งผลให้เกิดความแตกต่างกันในด้านความรู้สึกและพฤติกรรมการสื่อสารระหว่างกัน

องค์ประกอบอื่น: 6. สิ่งรบกวนการสื่อสาร สิ่งรบกวนสื่อสารแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังนี้ 1) สิ่งรบกวนทางกายภาพ (Physical noise) หรือสิ่งรบกวนภายนอก (External noise) หมายถึง สิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นภายนอก ตัวผู้สื่อสาร หรือสภาวะแวดล้อมในการสื่อสาร ได้แก่ ระดับเสียงบริเวณที่เกิดการสื่อสาร หรือสภาพอากาศ เป็นต้น 2) สิ่งรบกวนทางจิตใจ (Psychological noise) หรือสิ่งรบกวนภายใน (Internal noise) หมายถึง สิ่งรบกวนที่เกิดภายใน ตัวผู้สื่อสาร ได้แก่ สภาพจิตใจ อารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้นในขณะเกิดพฤติกรรมการสื่อสาร

องค์ประกอบอื่น: 6. สิ่งรบกวนการสื่อสาร 3) สิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นในสื่อหรือในช่องสาร (Media/Channel noise) หรือสิ่งรบกวนด้านเทคนิค (Technical noise) หมายถึง สิ่งรบกวนที่เกิดขึ้นภายในสื่อหรือช่องสาร เช่น คลื่นรบกวน ภาพซ้อน ขนาดของตัวอักษรที่ไม่เหมาะสม เป็นต้น 4) สิ่งรบกวนที่เกิดจากภาษา (Semantic noise) หมายถึง ความแตกต่างระหว่างความหมายของสารที่ผู้ส่งตั้งใจส่ง กับความหมายของสารที่ผู้รับสาร ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการเข้ารหัส การถอดรหัส หรือการแปลความหมายสาร เช่น การใช้คำที่ยาก มีความหมายกำกวม หรืออาจเกิดจากการเรียบเรียงถ้อยคำและประโยคที่ไม่สมบูรณ์ ฯลฯ

องค์ประกอบอื่น: 7. ปฏิกิริยาตอบกลับ ปฏิกิริยาตอบกลับหรือการสื่อสารกลับ (feedback) หมายถึง ปฏิกิริยาหรือสารซึ่งผู้รับสารแสดงตอบกลับไปยังผู้ส่งสารหลังจากที่ได้รับสาร ถอดรหัส และแปลความหมายของสารแล้ว ปฏิกิริยาตอบกลับแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ โดยอาศัยเกณฑ์ ต่าง ๆ ซึ่งศึกษาได้จากตารางที่ 4.2 หน้า 86 ปฏิกิริยาตอบกลับส่งผลต่อกระบวนการสื่อสารและพฤติกรรมการสื่อสาร 2 ประการ ศึกษาได้ที่หน้า 86

องค์ประกอบอื่น: 8. ผลของการสื่อสาร ผลของการสื่อสาร (communication effect) หมายถึง การเปลี่ยนแปลง หรือความแตกต่างซึ่งเกิดขึ้นกับผู้สื่อสารหลังจากได้รับสาร การพิจารณาผลของการสื่อสาร ประกอบด้วย 3 ปัจจัยคือ 1) การเปลี่ยนแปลงหรือความแตกต่าง คือการพิจารณา การเปลี่ยนแปลงหรือความแตกต่างซึ่งเกิดขึ้นกับคู่สื่อสาร ในขณะสื่อสารและสิ้นสุดการสื่อสาร

องค์ประกอบอื่น: 8. ผลของการสื่อสาร 2) อิทธิพลที่เกิดขึ้นระหว่างคู่สื่อสาร ในกระบวนการ สื่อสารนั้น คู่สื่อสารต่างพยายามสร้างอิทธิพลต่อกันและกัน ด้วยวัตถุประสงค์ของแต่ละฝ่าย ดังนั้นผลของการสื่อสาร จึงหมายถึงอิทธิพลที่เกิดจากการสื่อสารด้วยเช่นกัน 3) สัมฤทธิผลหรือประสิทธิผลของการสื่อสาร หมายถึง ความสอดคล้องต้องกันระหว่างความหมายของสารที่ผู้ส่งสารต้องการสื่อไปยังผู้รับสารกับความหมายของสารที่ผู้รับสารได้รับนั้น การแบ่งประเภทของผลที่เกิดจาการสื่อสาร สามารถแบ่งได้โดยอาศัยเกณฑ์ต่าง ๆ ตามที่สรุปไว้ในตารางที่ 4.3 หน้า 89

*** อ่านข้อความในย่อหน้าที่ 3 หน้า 91 *** องค์ประกอบอื่น: 9. จริยธรรมในการสื่อสาร จริยธรรมในการสื่อสาร (communication ethics) หมายถึง การใช้ความเชื่อ ค่านิยม และหลักศีลธรรมในการกำกับหรือควบคุมพฤติกรรมการสื่อสาร *** อ่านข้อความในย่อหน้าที่ 3 หน้า 91 ***

The “7Cs of communication” 1. ความน่าเชื่อถือ (Credibility) 2. เนื้อหาสาระ (content) 3. บริบทหรือสภาพแวดล้อมในการสื่อสาร (Context) 4. ความชัดเจน (Clarity) 5. ความต่อเนื่องและความสอดคล้อง (Continuity and consistency 6. ช่องสาร (Channel) 7. ความสามารถของผู้รับสาร (Capability of audience)