งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เอกสารประกอบการนำเสนอ การบรรยายคู่มือการกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง โครงการศึกษาข้อมูลและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อรองรับการกำหนดตำแหน่งในส่วนราชการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เอกสารประกอบการนำเสนอ การบรรยายคู่มือการกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง โครงการศึกษาข้อมูลและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อรองรับการกำหนดตำแหน่งในส่วนราชการ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 เอกสารประกอบการนำเสนอ การบรรยายคู่มือการกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง โครงการศึกษาข้อมูลและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อรองรับการกำหนดตำแหน่งในส่วนราชการ

2 1 วัตถุประสงค์ของการประชุม เพื่อให้เข้าใจคำจำกัดความเรื่องความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับตำแหน่งตามแนวทางของสำนักงาน ก.พ. เพื่อให้เข้าใจแนวทางการกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับตำแหน่ง ภาคผนวกที่ 1ตัวอย่างคำอธิบายรายละเอียด ความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ในส่วนราชการอื่นๆ

3 2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์ ค่านิยม และ วัฒนธรรมองค์กร  เกณฑ์วัดด้านการเงินและ ประสิทธิผล  เกณฑ์วัดด้านลูกค้า  เกณฑ์วัดด้านกระบวนการและ ประสิทธิภาพ  เกณฑ์วัดด้านพัฒนาองค์กร เป้าหมายเชิง กลยุทธ์  เป้าหมายของงานที่เชื่อมโยง กับความรับผิดชอบหลักของ งาน (Main Accountabilities) เป้าหมายตาม ลักษณะงาน  เป้าหมายของการพัฒนา ความรู้ ทักษะ พฤติกรรมที่ สอดคล้องกับค่านิยมและ ยุทธศาสตร์ขององค์กร เป้าหมายเชิง สมรรถนะ ตอบโจทย์หรือผลสัมฤทธิ์ ที่องค์กรคาดหวัง ผลงานประกอบด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการ คุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะอื่นๆ ที่ทำให้บุคคลสร้างผลงานได้โดดเด่นในองค์กร

4 3 กรอบแนวคิดเรื่องสมรรถนะ (Competencies) ก.พ. ให้ความหมายว่า คือคุณลักษณะเชิง พฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ความสามารถ ทักษะและคุณลักษณะอื่นๆ ที่ทำให้บุคคลสร้าง ผลงานได้โดดเด่นในองค์การ คำจำกัดความของ Competencies คุณลักษณะเชิง พฤติกรรมที่ทำให้บุคลากร บางกลุ่ม / บางคนในองค์กร ปฏิบัติงานได้ผลงานโดด เด่นกว่าคนอื่นๆ โดย บุคลากรเหล่านี้แสดง คุณลักษณะเชิงพฤติกรรม ดังกล่าว มากกว่าเพื่อนร่วมงานอื่นๆ ในสถานการณ์ หลากหลายกว่า และ ได้ผลงานดีกว่าผู้อื่น หมายเหตุ: อ้างอิงจากแนวคิดเรื่องสมรรถนะ (Competencies) อ้างอิงจาก Dr. McClelland ซึ่งตีพิมพ์บทความสำคัญชื่อ “Testing for Competence rather than Intelligence” (American Psychologist 28. 1-14) อันถือเป็นจุดกำเนิดของแนวคิด Competency

5 4 องค์ความรู้ (Knowledge): ข้อมูลความรู้ที่บุคคลมีในสาขาต่างๆ ทักษะ (Skills): ความเชี่ยวชาญ ชำนาญพิเศษในด้านต่างๆ บทบาทที่แสดงออกต่อสังคม (Social Role): บทบาทที่บุคคล แสดงออกต่อผู้อื่น ภาพลักษณ์ภายใน (Self-Image): ความรู้สึกนึกคิดเกี่ยวกับ เอกลักษณ์และคุณค่าของตน อุปนิสัย (Traits): ความเคยชิน พฤติกรรมซ้ำๆ ในรูปแบบใด รูปแบบหนึ่ง แรงผลักดันเบื้องลึก (Motives): จินตนาการ แนวโน้ม วิธีคิด วิธีปฏิบัติตนอันเป็นไปโดยธรรมชาติของบุคคล กรอบแนวคิดเรื่องสมรรถนะ (Competencies) ส่วนเหนือน้ำ ส่วนใต้น้ำ ระดับน้ำ

6 5 ต้นแบบสมรรถนะของส่วนราชการ ข้อกำหนดจากสำนักงาน ก.พ. ให้มีการกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ หรือตัวอย่างพฤติกรรมของสมรรถนะหลัก สมรรถนะทางการบริหาร และสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ เพื่อ แสดงสมรรถนะของแต่ละระดับ ตามบทบาทหน้าที่ และความรับผิดชอบของทุก ตำแหน่งและทุกระดับตำแหน่งในส่วนราชการ การกำหนดพฤติกรรมบ่งชี้ หรือตัวอย่างพฤติกรรมของสมรรถนะหลักให้ ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2552 การกำหนดรายละเอียดของความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะเฉพาะ ตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 กันยายน 2553 เมื่อส่วนราชการดำเนินการกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่ จำเป็นสำหรับตำแหน่งเสร็จแล้ว ให้เสนอ อ.ก.พ. กรมเพื่อพิจารณาเห็นชอบ แล้วรายงานให้ อ.ก.พ. กระทรวง และ ก.พ. ทราบด้วย ประเภท ต้นแบบ สมรรถนะ หลัก ต้นแบบ สมรรถนะ ทางการ บริหาร ต้นแบบ สมรรถนะ เฉพาะตาม ลักษณะงานที่ ปฏิบัติ

7 6 สมรรถนะหลัก, สมรรถนะทางการบริหาร, และ (ตัวอย่าง) สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงาน มีร่วมกันใน กลุ่มงานเดียวกัน การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation) บริการที่ดี (Service Mind) การสั่งสมความเชี่ยวชาญในงานอาชีพ (Expertise) การยึดมั่นในความถูกต้องชอบธรรม และจริยธรรม (Integrity) การทำงานเป็นทีม (Teamwork) การมองภาพรวม (Conceptual Thinking) การดำเนินการเชิงรุก (Proactiveness) การสืบเสาะหาข้อมูล (Information Seeking) สภาวะผู้นำ (Leadership) วิสัยทัศน์ (Visioning) การวางกลยุทธ์ภาครัฐ (Strategic Orientation) ศักยภาพเพื่อนำการปรับเปลี่ยน (Change Leadership) การควบคุมตนเอง (Self Control) การสอนงานและการมอบหมายงาน (Coaching and Empowering Others) มีร่วมกัน ของข้าราชการพลเรือนไทย กำหนดสำหรับตำแหน่งประเภท อำนวยการและบริหาร

8 7 มาตรฐานความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ ความรู้ความสามารถทักษะสมรรถนะ ความรู้ ความสามารถที่ใช้ ในการปฏิบัติงาน ความรู้เรื่อง กฎหมายและ กฎระเบียบ ราชการ มาตรฐานด้านทักษะที่จำเป็น สำหรับตำแหน่ง สมรรถนะ หลัก สมรรถนะ ทางการ บริหาร สมรรถนะ เฉพาะตาม ลักษณะ งานที่ ปฏิบัติ ให้ส่วนราชการระบุความต้องการของ ข้อมูลความรู้ความสามารถที่จำเป็นในแต่ ละตำแหน่ง/ลักษณะงาน โดยหมายถึงการรับรู้ข้อมูลและจัดเก็บไว้ ในระบบความจำ เมื่อมีการเรียนรู้และการ จัดการข้อมูลดังกล่าวเข้ากับระบบที่มี ข้อมูลอื่นจัดเก็บไว้ก่อนแล้ว และมีความ เข้าใจในการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ ว่า ควรมาใช้อย่างไร ในเวลาใด ให้ส่วนราชการระบุความต้องการของ ข้อมูลความรู้ความสามารถที่จำเป็นในแต่ ละตำแหน่ง/ลักษณะงาน โดยหมายถึงการรับรู้ข้อมูลและจัดเก็บไว้ ในระบบความจำ เมื่อมีการเรียนรู้และการ จัดการข้อมูลดังกล่าวเข้ากับระบบที่มี ข้อมูลอื่นจัดเก็บไว้ก่อนแล้ว และมีความ เข้าใจในการนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ ว่า ควรมาใช้อย่างไร ในเวลาใด ให้ส่วนราชการระบุทักษะความเชี่ยวชาญ ที่ต้องการในแต่ละตำแหน่ง/ลักษณะงาน โดยหมายความถึงขีดความสามารถที่ จำเป็นในการปฏิบัติงานต่างๆ ที่พัฒนามา จากการสั่งสมประสบการณ์และการฝึกฝน โดยทักษะจะสะท้อนออกมาจากการ กระทำของบุคคล ว่าปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ ได้ดีเพียงใด ให้ส่วนราชการระบุสมรรถนะที่จำเป็นใน แต่ละตำแหน่ง/ลักษณะงาน โดยหมายความถึงคุณลักษณะเชิง พฤติกรรมซึ่งทำให้บุคลากรบางกลุ่ม/บาง คนในองค์กรปฏิบัติงานได้ผลงานโดดเด่น กว่าคนอื่นๆ ให้ส่วนราชการระบุสมรรถนะที่จำเป็นใน แต่ละตำแหน่ง/ลักษณะงาน โดยหมายความถึงคุณลักษณะเชิง พฤติกรรมซึ่งทำให้บุคลากรบางกลุ่ม/บาง คนในองค์กรปฏิบัติงานได้ผลงานโดดเด่น กว่าคนอื่นๆ

9 8 การประยุกต์กรอบแนวคิดเรื่องสมรรถนะ (Competencies) กับระบบบริหารทรัพยากรบุคคล การว่าจ้าง การวางแผน ทางก้าวหน้า ในสายอาชีพ การให้ ผลตอบแทน การบริหาร ผลงาน การฝึกฝน และการ พัฒนา การคัดสรร สมรรถนะ ช่วยลดปัญหาการว่าจ้างคนที่ไม่ เหมาะสม สร้างความชัดเจนในตำแหน่งงาน ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสามารถเรียนรู้ได้รวดเร็ว มีเหตุผลประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกคนที่ชัดเจน น่าเชื่อถือ ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการ ฝึกอบรมอย่างไร้ทิศทาง เน้นการพัฒนาสมรรถนะที่ช่วยใน การพัฒนาผลงานมากที่สุด หลีกเลี่ยงเน้นความสำคัญของบุคคลใน การสร้างความแตกต่าง สร้างความชัดเจนว่าพฤติกรรมแบบใดจะช่วยสร้างความดีความชอบ ให้เกิดขึ้นได้ และสร้างแรงจูงใจที่ดีขึ้น อันนำไปสู่การพัฒนาผลงาน หลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการ เลื่อนตำแหน่งบุคลากรเกินความ จำเป็น ระบุและรักษาศักยภาพได้ดีขึ้น และสร้างแรงจูงใจที่ดีขึ้น อัน นำไปสู่การพัฒนาผลงาน

10 9 การมุ่งผลสัมฤทธิ์ (Achievement Motivation- ACH) คำจำกัดความ: ความมุ่งมั่นจะปฏิบัติราชการให้ดีหรือให้เกินมาตรฐานที่มีอยู่ โดยมาตรฐานนี้อาจเป็นผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาของตนเอง หรือเกณฑ์วัด ผลสัมฤทธิ์ที่ส่วนราชการกำหนดขึ้น อีกทั้งยังหมายรวมถึงการสร้างสรรค์พัฒนาผลงานหรือกระบวนการปฏิบัติงานตามเป้าหมายที่ยากและท้าทายชนิดที่อาจไม่ เคยมีผู้ใดสามารถกระทำได้มาก่อน ระดับที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้านนี้ หรือแสดงอย่างไม่ชัดเจน ระดับที่ 1: แสดงความพยายามในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้ดี พยายามทำงานในหน้าที่ให้ถูกต้อง พยายามปฏิบัติงานให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา มานะอดทน ขยันหมั่นเพียรในการทำงาน แสดงออกว่าต้องการทำงานให้ได้ดีขึ้น เช่น ถามถึงวิธีการ หรือขอคำแนะนำอย่างกระตือรือร้น แสดงความเห็นในเชิงปรับปรุงพัฒนาเมื่อเห็นความสูญเปล่า หรือหย่อนประสิทธิภาพในงาน ระดับที่ 2: แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และสามารถทำงานได้ผลงานตามเป้าหมายที่วางไว้ กำหนดมาตรฐาน หรือเป้าหมายในการทำงานเพื่อให้ได้ผลงานที่ดี ติดตาม และประเมินผลงานของตน โดยเทียบเคียงกับเกณฑ์มาตรฐาน ทำงานได้ตามเป้าหมายที่ผู้บังคับบัญชากำหนด หรือเป้าหมายของหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีความละเอียดรอบคอบ เอาใจใส่ ตรวจตราความถูกต้อง เพื่อให้ได้งานที่มีคุณภาพ ระดับที่ 3: แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และสามารถปรับปรุงวิธีการทำงานเพื่อให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ปรับปรุงวิธีการที่ทำให้ทำงานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น มีคุณภาพดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือทำให้ผู้รับบริการพึงพอใจมากขึ้น เสนอหรือทดลองวิธีการทำงานแบบใหม่ที่คาดว่าจะทำให้งานมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ระดับที่ 4: แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และสามารถกำหนดเป้าหมาย รวมทั้งพัฒนาวิธีการทำงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่โดดเด่น หรือแตกต่างอย่างไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน กำหนดเป้าหมายที่ท้าทาย และเป็นไปได้ยาก เพื่อให้ได้ผลงานที่ดีกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด พัฒนาระบบ ขั้นตอน วิธีการทำงาน เพื่อให้ได้ผลงานที่โดดเด่น หรือแตกต่างไม่เคยมีใครทำได้มาก่อน ระดับที่ 5: แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และกล้าตัดสินใจได้ แม้ว่าการตัดสินใจนั้นจะมีความเสี่ยง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของหน่วยงาน หรือส่วนราชการ ตัดสินใจได้ โดยมีการคำนวณผลได้ผลเสียอย่างชัดเจน และดำเนินการ เพื่อให้ภาครัฐและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด บริหารจัดการและทุ่มเทเวลา ตลอดจนทรัพยากร เพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดต่อภารกิจของหน่วยงานตามที่วางแผนไว้ ข้อมูลจากสำนักงาน ก. พ.

11 10 ตารางแสดงระดับสมรรถนะ ที่ต้องการในแต่ละตำแหน่งงาน/สายงาน หมายเหตุ: * 1) ยึดตามต้นแบบสมรรถนะหลักที่ทางสำนักงาน ก.พ. กำหนด 2) ยึดตามต้นแบบสมรรถนะทางการบริหารที่ทางสำนักงาน ก.พ. กำหนด 3) ความรู้ และทักษะที่ทาง สำนักงาน ก.พ. บังคับใช้ ให้ยึดระดับตามที่ทางสำนักงาน ก.พ. กำหนด ส่วนความรู้ และทักษะอื่นๆ ที่นอกเหนือจากที่สำนักงาน ก.พ. บังคับให้ยึดระดับตามสมรรถนะเฉพาะตาม ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ** ระดับ 3 ที่กำหนดให้ระดับทรงคุณวุฒิจะกำหนดเฉพาะสมรรถนะทางการบริหาร 3 รายการคือวิสัยทัศน์ การวางกลยุทธ์ภาครัฐและ ศักยภาพเพื่อนำการปรับเปลี่ยน 10 (=3) (=4)

12 11 วัตถุประสงค์ของการประชุม เพื่อให้เข้าใจคำจำกัดความเรื่องความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับตำแหน่งตามแนวทางของสำนักงาน ก.พ. เพื่อให้เข้าใจแนวทางการกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็น สำหรับตำแหน่ง ภาคผนวกที่ 1ตัวอย่างคำอธิบายรายละเอียด ความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ ที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ในส่วนราชการอื่นๆ

13 เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล สังเคราะห์ข้อมูล ถอดรหัส (Coding) ข้อมูลประสบการณ์จริง วิเคราะห์และสรุปข้อมูลทั้งหมดในแบบฟอร์มที่กำหนดขึ้น ถอดรหัส (Coding) ข้อมูลประสบการณ์จริง วิเคราะห์และสรุปข้อมูลทั้งหมดในแบบฟอร์มที่กำหนดขึ้น วางแผนงาน Top-Down ApproachesBottom-Up Approaches เลือกตัวที่พบว่าเกิดขึ้นจากในกระบวนการต่างๆ ถี่มากที่สุด 5 อันดับแรก (Consistency) เก็บข้อมูล จาก ผู้เชี่ยวชาญ ในสาย วิชาชีพ เก็บข้อมูล พันธกิจและ ยุทธศาสตร์ ของแต่ละ สำนัก/กอง เก็บข้อมูล เปรียบเทียบกับ ตำแหน่ง ลักษณะ เดียวกันในส่วน ราชการอื่น เก็บข้อมูลผล การเรียงลำดับ สมรรถนะ ความรู้ และ ทักษะที่จำเป็น เก็บข้อมูลจาก เรื่องเล่า ประสบการณ์ จริง เก็บข้อมูล ด้วยวิธี สัมภาษณ์ ผู้บริหาร ต้นแบบความรู้ ทักษะ และสมรรถนะ (พร้อมคำอธิบายรายละเอียดความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะ) 1 2 3 4 5 จัดตั้งคณะทำงานและวางแผนการทำงานเพื่อนัดหมายเก็บข้อมูล ศึกษาข้อมูลและดำเนินการวิเคราะห์งาน (Job Analysis) จัดตั้งคณะทำงานและวางแผนการทำงานเพื่อนัดหมายเก็บข้อมูล ศึกษาข้อมูลและดำเนินการวิเคราะห์งาน (Job Analysis) 12

14 13 หลักการของการสร้างต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะและ สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง กติกาข้อที่ 1: การกำหนดความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับ ตำแหน่งจะต้องไม่ซ้ำกับสมรรถนะหลักและสมรรถนะทางการบริหาร กติกาที่ 2: จำนวนความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง จะต้องมีจำนวนไม่มากเกินไป กติกาข้อที่ 3: ระดับสมรรถนะที่กำหนดต้องไม่ต่ำกว่าระดับสมรรถนะขั้นต่ำตามหนังสือ สำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 27 ลงวันที่ 29 กันยายน 2552 และ ตามหนังสือ สำนักงาน ก.พ. ที่ นร 1008/ว 7 ลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2553

15 14 การกำหนดความรู้ ทักษะ และสมรรถนะเฉพาะลักษณะงาน Top-Down ApproachesBottom-Up Approaches เลือกตัวที่พบว่าเกิดขึ้นจากในกระบวนการต่างๆ ถี่มากที่สุด 5 อันดับแรก (Consistency) เก็บข้อมูลจาก ผู้เชี่ยวชาญในสาย วิชาชีพ (Expert Panel) เก็บข้อมูลพันธกิจ และยุทธศาสตร์ ของแต่ละสำนัก/ กอง เก็บข้อมูล เปรียบเทียบกับ ตำแหน่งลักษณะ เดียวกันในส่วน ราชการอื่น (Benchmarking) เก็บข้อมูลผลการ เรียงลำดับ - สมรรถนะ - ความรู้ที่จำเป็น - ทักษะที่จำเป็น เก็บข้อมูลผลการ เรียงลำดับ - สมรรถนะ - ความรู้ที่จำเป็น - ทักษะที่จำเป็น เก็บข้อมูลผลการ ถอดรหัส (Coding) จากเรื่องเล่า ประสบการณ์จริง เก็บข้อมูลด้วยวิธี สัมภาษณ์ผู้บริหาร

16 15 เอกสารประกอบช่วยจัดเก็บข้อมูล เอกสาร ส่วนที่ 1:ข้อมูลทั่วไป, ส่วนที่ 2:สำหรับสมรรถนะ ตารางสรุปผลการเก็บข้อมูล ชื่อตำแหน่งงาน : ชื่อสายงาน : ชื่อหน่วยงาน (สำนัก/กลุ่มงาน/งาน): รายการสมรรถนะ ตัวแทนคนที่ 1 ตัวแทนคนที่ 2 ตัวแทนคนที่ 3 ตัวแทนคนที่ 4 ตัวแทนคน ที่ 5 รวมคะแนนลำดับ การคิดวิเคราะห์2345418 Rank1 การมองภาพองค์รวม5 2 7 Rank5 การใส่ใจและพัฒนาผู้อื่น การสั่งการตามอำนาจหน้าที่ 51 6 การสืบเสาะหาข้อมูล4434116 Rank2 ความเข้าใจผู้อื่น 1 1 ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ12 3511 Rank4 การดำเนินการเชิงรุก 0 การตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนงาน35 2515 Rank3 ความมั่นใจในตนเอง ความยืดหยุ่นผ่อนปรน 1 23 กรอกรายละเอียดตัวแทนผู้ให้ ข้อมูลลงในส่วนที่ 1 ตัวแทนแต่ละรายให้คะแนนใน แต่ละรายการสมรรถนะ โดย สมรรถนะที่ให้ความสำคัญที่สุด จะให้คะแนน 5 รวมคะแนนในแต่ละรายการ สมรรถนะ เรียงลำดับ (Ranking) ตาม คะแนนรวมจาก มากที่สุดไป น้อยที่สุด ตั้งแต่ Rank1, 2, 3, 4, และ 5 o Rank1: มากที่สุด o Rank5: น้อยที่สุด นำผลที่ได้ไปสรุปรวมใน ตารางสรุปผลการเก็บข้อมูล แบบ Bottom Up กรอกรายละเอียดตัวแทนผู้ให้ ข้อมูลลงในส่วนที่ 1 ตัวแทนแต่ละรายให้คะแนนใน แต่ละรายการสมรรถนะ โดย สมรรถนะที่ให้ความสำคัญที่สุด จะให้คะแนน 5 รวมคะแนนในแต่ละรายการ สมรรถนะ เรียงลำดับ (Ranking) ตาม คะแนนรวมจาก มากที่สุดไป น้อยที่สุด ตั้งแต่ Rank1, 2, 3, 4, และ 5 o Rank1: มากที่สุด o Rank5: น้อยที่สุด นำผลที่ได้ไปสรุปรวมใน ตารางสรุปผลการเก็บข้อมูล แบบ Bottom Up ตัวอย่าง

17 16 เอกสารประกอบช่วยจัดเก็บข้อมูล (ต่อ) เอกสาร ส่วนที่ 3:สำหรับความรู้ฯ, ส่วนที่ 4:สำหรับทักษะฯ ตัวแทนแต่ละรายเลือก รายการความรู้ฯ/ทักษะฯ ที่ จำเป็นในการปฏิบัติงาน รวมความถี่ในแต่ละรายการ ความรู้ฯ/ทักษะฯ เรียงลำดับ (Ranking) ตาม ความถี่จาก มากที่สุดไปน้อย ที่สุด ตั้งแต่ Rank1, 2, 3, 4, และ 5 o Rank1: มากที่สุด o Rank5: น้อยที่สุด นำผลที่ได้ไปสรุปรวมใน ตารางสรุปผลการเก็บข้อมูล แบบ Bottom Up ตัวแทนแต่ละรายเลือก รายการความรู้ฯ/ทักษะฯ ที่ จำเป็นในการปฏิบัติงาน รวมความถี่ในแต่ละรายการ ความรู้ฯ/ทักษะฯ เรียงลำดับ (Ranking) ตาม ความถี่จาก มากที่สุดไปน้อย ที่สุด ตั้งแต่ Rank1, 2, 3, 4, และ 5 o Rank1: มากที่สุด o Rank5: น้อยที่สุด นำผลที่ได้ไปสรุปรวมใน ตารางสรุปผลการเก็บข้อมูล แบบ Bottom Up รายการความรู้ ตัวแ ทน คนที่ 1 ตัวแ ทน คนที่ 2 ตัวแ ทน คนที่ 3 ตัวแ ทน คนที่ 4 ตัวแ ทน คนที่ 5 รวม ควา มถี่ ลำดั บ ความรู้เรื่องการบริหาร ความเสี่ยง XXX3 Rank3 ความรู้เรื่องการจัดทำแผน ยุทธศาสตร์ XXXX4 Rank2 ความรู้เรื่องการบริหาร ทรัพยากรบุคคล X1 Rank5 ความรู้เรื่อง PMQA XXXXX5 Rank1 ความรู้เรื่องการติดตาม ประเมินผล XX2 Rank4 รายการทักษะ ตัวแ ทน คนที่ 1 ตัวแ ทน คนที่ 2 ตัวแ ทน คนที่ 3 ตัวแ ทน คนที่ 4 ตัวแ ทน คนที่ 5 รวม ควา มถี่ ลำดั บ ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ XXX3 Rank4 ทักษะในคำนวณ XXXX4 Rank3 ทักษะการเจรจาต่อรอง X1 ทักษะในการนำเสนอ XXXXX5 Rank1 ทักษะการเขียนภาษา ราชการ XX2 Rank5 ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ XXXXX5 Rank1 ทักษะในการสรุปความ X1 ตัวอย่าง

18 17 เอกสารประกอบช่วยจัดเก็บข้อมูล (ต่อ) เอกสาร ส่วนที่ 5:สำหรับเก็บประสบการณ์จริงในการปฏิบัติงาน อ่านเรื่องราวประสบการณ์ทั้งหมดที่ ตัวแทนตำแหน่งเขียนขึ้นเพื่อนำไป ถอดรหัสความรู้ ทักษะและสมรรถนะ พยายามเก็บเหตุการณ์ สถานการณ์ กระบวนการปฏิบัติงาน ความคิด ความรู้สึก คำพูดซึ่งแสดงออกและ สะท้อนให้เห็นความรู้ ทักษะและ สมรรถนะที่ถูกนำมาใช้จริง พิจารณาความสอดคล้องกับภารกิจหรือ กิจกรรมในงานของตำแหน่งงาน พิจารณาความครบถ้วนของความรู้และ ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในงาน พิจารณาความเหมาะสมกับผลสัมฤทธิ์ หลักของสายงานหรือหน่วยงาน วิเคราะห์เปรียบเทียบกับพฤติกรรมบ่งชี้ มาตรฐานในหนังสือ ว27/2552 อ่านเรื่องราวประสบการณ์ทั้งหมดที่ ตัวแทนตำแหน่งเขียนขึ้นเพื่อนำไป ถอดรหัสความรู้ ทักษะและสมรรถนะ พยายามเก็บเหตุการณ์ สถานการณ์ กระบวนการปฏิบัติงาน ความคิด ความรู้สึก คำพูดซึ่งแสดงออกและ สะท้อนให้เห็นความรู้ ทักษะและ สมรรถนะที่ถูกนำมาใช้จริง พิจารณาความสอดคล้องกับภารกิจหรือ กิจกรรมในงานของตำแหน่งงาน พิจารณาความครบถ้วนของความรู้และ ทักษะที่จำเป็นต้องใช้ในงาน พิจารณาความเหมาะสมกับผลสัมฤทธิ์ หลักของสายงานหรือหน่วยงาน วิเคราะห์เปรียบเทียบกับพฤติกรรมบ่งชี้ มาตรฐานในหนังสือ ว27/2552 เหตุการณ์ที่...... ผลลัพธ์ของเหตุการณ์: ข้าพเจ้าสามารถเก็บรักษาเอกสารลับขององค์กรได้เป็นอย่างดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น: เนื่องจากมีลูกค้ารายหนึ่งมาติดต่อขอพบข้าพเจ้าเพื่อขอข้อมูล XXX ซึ่งเป็นข้อมูล ลับขององค์กรที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยทางลูกค้ามีความต้องการข้อมูลนี้เพื่อไปดำเนิน กิจกรรม YYY เพื่อให้บริษัทของลูกค้ารายนั้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งลูกค้าคนนั้นทั้งพยายาม อ้อนวอน และขอร้องข้าพเจ้าอยู่เป็นเวลานานมาก รวมทั้งยังยื่นข้อเสนอให้เป็นเงินจำนวนหลาย แสนบาท เพื่อแลกกับข้อมูลที่เป็นเอกสารสำเนาชุดนั้น แต่ข้าพเจ้าก็ยืนกราน และปฏิเสธอย่าง ตรงไปตรงมาว่า “ไม่สามารถดำเนินการจัดเอกสารสำเนาชุดนั้นให้ได้ เพราะเอกสารนั้นเป็น เอกสารลับที่สำคัญขององค์กร ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถให้คุณได้ค่ะ เพราะถ้าข้าพเจ้าให้กับคุณ ก็ถือ ว่าข้าพเจ้าไม่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพการทำงานของตนเอง ข้าพเจ้าต้องขอโทษคุณนะคะที่ ข้าพเจ้าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวตามความต้องการของคุณได้ค่ะ” (ING3) เหตุการณ์นี้จบลงอย่างไร และท่านมีความรู้สึกอย่างไร: ข้าพเจ้าไม่ได้รับเงินใดๆ ทั้งสิ้น และไม่รู้สึกเสียดายอะไร แต่กลับมีความรู้สึก ภูมิใจในตนเองที่สามารถรักษาเอกสารลับขององค์กรไว้ได้ เหตุการณ์ที่...... ผลลัพธ์ของเหตุการณ์: ข้าพเจ้าสามารถเก็บรักษาเอกสารลับขององค์กรได้เป็นอย่างดี เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น: เนื่องจากมีลูกค้ารายหนึ่งมาติดต่อขอพบข้าพเจ้าเพื่อขอข้อมูล XXX ซึ่งเป็นข้อมูล ลับขององค์กรที่มีความสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยทางลูกค้ามีความต้องการข้อมูลนี้เพื่อไปดำเนิน กิจกรรม YYY เพื่อให้บริษัทของลูกค้ารายนั้นมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งลูกค้าคนนั้นทั้งพยายาม อ้อนวอน และขอร้องข้าพเจ้าอยู่เป็นเวลานานมาก รวมทั้งยังยื่นข้อเสนอให้เป็นเงินจำนวนหลาย แสนบาท เพื่อแลกกับข้อมูลที่เป็นเอกสารสำเนาชุดนั้น แต่ข้าพเจ้าก็ยืนกราน และปฏิเสธอย่าง ตรงไปตรงมาว่า “ไม่สามารถดำเนินการจัดเอกสารสำเนาชุดนั้นให้ได้ เพราะเอกสารนั้นเป็น เอกสารลับที่สำคัญขององค์กร ข้าพเจ้าจึงไม่สามารถให้คุณได้ค่ะ เพราะถ้าข้าพเจ้าให้กับคุณ ก็ถือ ว่าข้าพเจ้าไม่มีจรรยาบรรณในวิชาชีพการทำงานของตนเอง ข้าพเจ้าต้องขอโทษคุณนะคะที่ ข้าพเจ้าไม่สามารถดำเนินการดังกล่าวตามความต้องการของคุณได้ค่ะ” (ING3) เหตุการณ์นี้จบลงอย่างไร และท่านมีความรู้สึกอย่างไร: ข้าพเจ้าไม่ได้รับเงินใดๆ ทั้งสิ้น และไม่รู้สึกเสียดายอะไร แต่กลับมีความรู้สึก ภูมิใจในตนเองที่สามารถรักษาเอกสารลับขององค์กรไว้ได้ ตัวอย่าง

19 18 กระบวนการสร้างความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ เฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ (Unique Competency) จากพฤติกรรมรูปแบบใหม่จากการผสมผสาน จากการปรับลักษณะพฤติกรรมให้ เฉพาะเจาะจงมากขึ้น นำการคิดวิเคราะห์กับการมองภาพองค์ รวมมาผสมผสานกันจนเป็นการวิเคราะห์ และสังเคราะห์ เป็นต้น กรณีนี้จะเกิดขึ้น เมื่อการถอดรหัสเหตุการณ์จริงในการ ทำงานของผู้ครองตำแหน่งมีการแสดง พฤติกรรมนี้ไปพร้อมกัน ไม่สามารถแยก สมรรถนะทั้งสองออกจากกันได้ ปรับลักษณะพฤติกรรมหรือทำให้ พฤติกรรมที่ความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น หรือมีการเปลี่ยนชื่อพฤติกรรมใหม่ให้เป็น คำศัพท์ที่คุ้นเคยของส่วนราชการ เช่นการ ปรับความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ เป็นความเข้าใจในพื้นที่ เป็นต้น กรณีนี้จะ เกิดขึ้นเมื่อการถอดรหัสของเหตุการณ์จริง ของผู้ที่แสดงพฤติกรรมนี้ เหมือนจะเป็น ความเข้าใจองค์กรแต่เฉพาะเจาะจงใน การเข้าใจเศรษฐกิจ สังคมหรือ อุตสาหกรรมในพื้นที่ เป็นพฤติกรรมรูปแบบใหม่ เช่น พฤติกรรมการสืบสวน พฤติกรรมการ กำกับดูแลสม่ำเสมอ เป็นต้น ในกรณีนี้จะ เกิดขึ้นเมื่อการถอดรหัสในเหตุการณ์จริง ไม่ตรงกับสมรรถนะเฉพาะลักษณะงานที่ ปฏิบัติใน ว27/2552 เลย กระบวนการในการคัดเลือกความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติโดยใช้หลักความคงเส้น คงวา (Consistency) กล่าวคือหากความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติตัวใดที่ไม่ว่าจะเก็บหรือวิเคราะห์ ด้วยกระบวนการใดๆ ก็จะปรากฏขึ้นหรือปรากฎขึ้นเป็นส่วนใหญ่ (มากกว่า 2 ชุดข้อมูล) ก็ให้เลือกความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะ เฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติทั้งหมดดังกล่าวมาเป็นต้นแบบยกเว้นในกรณีเดียวคือกรณีของสมรรถนะที่สร้างขึ้นใหม่ (Unique Competency) Unique Competency สามารถวิเคราะห์หาได้จากแนวทางหลัก ดังนี้

20 19 กระบวนการยืนยันต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะและ สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง แบบสอบถามความคิดเห็นเรื่องต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ ชื่อสายงาน__________________________ส่วนราชการ __________________________________ ลำดับที่ชื่อสายงาน/ตำแหน่งงานข้อเสนอตัดลดความรู้ ทักษะและสมรรถนะที่ไม่ เห็นด้วยหรือต้องการปรับปรุงเพิ่มเติม เหตุผลความรู้ ทักษะและสมรรถนะที่ นำเสนอแทน หรือเพิ่มเติม เหตุผล (กรอกลำดับ)(บอกชื่อตำแหน่งงานที่จะเปลี่ยนความรู้ ความสามารถ ทักษะหรือสมรรถนะเฉพาะ ตามลักษณะงานที่ปฏิบัติ) (ระบุความรู้ความสามารถ ทักษะหรือสมรรถนะเฉพาะตาม ลักษณะงานที่ปฏิบัติที่ต้องการเปลี่ยน) (เหตุผลประกอบ)(ให้เสนอความรู้ความสามารถ ทักษะหรือ สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติอื่นๆ ที่เห็นว่าเหมาะสม (เหตุผลประกอบการนำเสนอ ความรู้ความสามารถ ทักษะหรือ สมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ ปฏิบัติใหม่) เอกสารที่ใช้กระบวนการโดยสังเขป เชิญผู้บริหาร/ผู้แทนหน่วยงานเข้าสัมมนาตรวจสอบร่างต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุงต้นแบบดังกล่าว สื่อสารสร้างความเข้าใจในบริบทและความหมายที่ถูกต้องเป็นแนวทางเดียวกัน ปรับปรุงต้นแบบให้แล้วเสร็จทันเสนอ อ.ก.พ. กรม/อ.ก.พ. กระทรวงภายในเวลาที่กำหนด เชิญผู้บริหาร/ผู้แทนหน่วยงานเข้าสัมมนาตรวจสอบร่างต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เพื่อปรับปรุงต้นแบบดังกล่าว สื่อสารสร้างความเข้าใจในบริบทและความหมายที่ถูกต้องเป็นแนวทางเดียวกัน ปรับปรุงต้นแบบให้แล้วเสร็จทันเสนอ อ.ก.พ. กรม/อ.ก.พ. กระทรวงภายในเวลาที่กำหนด แบบสอบถามความคิดเห็น เรื่องต้นแบบ ความรู้ ความสามารถ ทักษะและ สมรรถนะเฉพาะตาม ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตัวอย่าง

21 20 ข้อพึงระวังในการกำหนดต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง พิจารณาข้อความต่อไปนี้ o สามารถผนวกกันได้หรือไม่ o ได้อ่านคำจำกัดความแล้วหรือไม่ o เน้นสมรรถนะเพียงด้านเดียว หรือไม่ o มีความเชื่อมโยงกับลักษณะงาน หรือเหตุการณ์จริงในการ ปฏิบัติงานหรือไม่ o ชื่ออ่านเข้าใจยากหรือไม่ o นำไปใช้สำหรับการประเมินและ พัฒนาแล้วสะท้อนลักษณะงาน จริงหรือไม่ ใช่ ไม่ใช่ ใช่ ไม่ใช่ ใช่ ไม่ใช่ ใช่ ไม่ใช่

22 21 กิจกรรมที่ 1 การกำหนดต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะและ สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง อ่านกรณีศึกษาในเอกสารแนบที่ 1 เริ่มกรอกแบบสอบถามเพื่อกำหนดต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งใน กลุ่มงานการเจ้าหน้าที่ (เอกสารแนบที่ 2) ทั้งในส่วนที่ 1-4 ดังนี้ ส่วนที่ 1 รายละเอียดทั่วไปของตำแหน่ง ส่วนที่ 2 การจัดลำดับความสำคัญของสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ส่วนที่ 3 การกำหนดความรู้ความสามารถและทักษะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ส่วนที่ 4 การเล่าประสบการณ์จริง เริ่มอภิปรายร่วมกันในกลุ่มพร้อมกับนำข้อมูลที่ได้ดำเนินการแล้วมาสรุปต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะ และ สมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง (ในเอกสารแนบที่ 3) โดยอาจใช้กระบวนการดังนี้ การผสมผสาน เช่น นำการคิดวิเคราะห์กับการมองภาพองค์รวมมาผสมผสานกันจนเป็นการวิเคราะห์และสังเคราะห์ เป็นต้น กรณีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อในเหตุการณ์จริงในการทำงานของผู้ครองตำแหน่งมีการแสดงพฤติกรรมนี้ไปพร้อมกัน ไม่ สามารถแยกสมรรถนะทั้งสองออกจากกันได้ การปรับลักษณะพฤติกรรมหรือทำให้พฤติกรรมที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้นหรือมีการเปลี่ยนชื่อพฤติกรรม ใหม่ให้เป็นคำศัพท์ที่คุ้นเคยของส่วนราชการ เช่น การปรับความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ เป็นความเข้าใจใน พื้นที่ เป็นต้น กรณีนี้จะเกิดขึ้นเมื่อการถอดรหัสของเหตุการณ์จริงของผู้ที่แสดงพฤติกรรมนี้ เหมือนจะเป็นความเข้าใจ องค์กรแต่เฉพาะเจาะจงในการเข้าใจเศรษฐกิจ สังคมหรืออุตสาหกรรมในพื้นที่ การสร้างพฤติกรรมรูปแบบใหม่ เช่น พฤติกรรมการสืบสวน พฤติกรรมการกำกับดูแลสม่ำเสมอ เป็นต้น ในกรณีนี้จะ เกิดขึ้นเมื่อเหตุการณ์จริงไม่ตรงกับสมรรถนะเฉพาะลักษณะงานใน ว 27/2552 เลย กำหนดชื่อต้นแบบความรู้ความสามารถ ทักษะและสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่งให้เข้ากับบริบทของ ลักษณะงานในส่วนราชการ 21

23 22 กำหนดให้สอดคล้องกับระดับใน ว27/2552 เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทุกส่วนราชการ ผสมผสาน ปรับแต่ง หรือใช้รายละเอียดที่กำหนดไว้ใน ว27/2552 หรือจากภาคผนวกที่ 1 หรือจากเอกสารที่แนบที่ 4 สำหรับการกำหนดสมรรถนะเฉพาะตามลักษณะงานที่ปฏิบัติให้ดำเนินการดังนี้ จัดทำคำจัดความและระดับ กำหนดตัวบ่งชี้พฤติกรรมโดยให้ เล่าตัวอย่างการปฏิบัติงานจริงในส่วนราชการ ซึ่งตรงกับ ความหมายในระดับที่กำหนดไว้ แล้วนำไปสรุปเพื่อกำหนดเป็นตัวบ่งชี้พฤติกรรม ข้อพึงระวัง การกำหนดระดับจะถูกนำไปใช้ในการประเมิน เพราะฉะนั้นหากไม่ชัดเจน ไม่เฉพาะเจาะจง หรือต้องตีความ หรือต้องเพิ่มคำอธิบาย อาจถือเป็นการกำหนดระดับที่ไม่ เหมาะสม กิจกรรมที่ 2: การกำหนดคำอธิบายรายละเอียดความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง

24 23 อธิบายเพิ่มสำหรับกระบวนการเล่าตัวอย่างในการปฏิบัติงานจริง ให้ท่านนึกถึงในการทำงานของท่านเองหรือของบุคคลอื่นๆ ที่เป็นแบบอย่าง (Role Model) ที่ดีของท่าน ในการแสดงพฤติกรรมตามสมรรถนะหลักต่างๆ จนประสบ ความสำเร็จในงานภาคราชการพลเรือน โดยโปรดเลือกเหตุการณ์ที่ - เกิดขึ้นจริงในงานภายในภาคราชการพลเรือนหรือหน่วยงานที่มีบริบทงานใกล้เคียงกัน โดยที่เหตุการณ์นั้นๆ จบสิ้นลง แล้ว และผลลัพธ์ของเหตุการณ์ปรากฏแล้ว - มีความเฉพาะเจาะจง สามารถมองเห็นเป็นพฤติกรรมที่จับต้องได้ - ท่านจดจำรายละเอียดบางส่วนเช่น คำพูด ความคิด ความรู้สึก และการกระทำ ของตัวท่านเอง หรือของบุคคลนั้นๆ ได้ อย่างชัดเจน (เนื่องจากต้องใช้อธิบายกรณีที่เห็นระดับไม่ตรงกัน) - ท่านสามารถเขียนเล่าบรรยายพฤติกรรมที่ดีนั้นๆ ได้อย่างชัดเจน ละเอียด และครบถ้วน ให้ไปกรอกลงในแบบฟอร์มที่ 5 กิจกรรมที่ 2: การกำหนดคำอธิบายรายละเอียดความรู้ ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง (ต่อ)

25 24 ภาคผนวกที่ 1 ตัวอย่างคำอธิบายรายละเอียดความรู้ความสามารถ ทักษะ และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับตำแหน่ง ในส่วนราชการอื่นๆ

26 25 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) คำจำกัดความ: องค์ความรู้ต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้พื้นฐานในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ระดับที่ 2: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 1 และมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญงานหรือมีทักษะเฉพาะทาง ระดับที่ 3: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 2 และมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญงาน หรือมีทักษะในงานเชิงเทคนิค หรืองานฝีมือเฉพาะ ทางระดับสูง ระดับที่ 4: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 3 และมีความรู้ความสามารถ ประสบการณ์ และความชำนาญงาน หรือมีทักษะในงานเชิงเทคนิค หรืองานฝีมือเฉพาะ ทางระดับสูงมาก จนได้รับการยอมรับในระดับชาติ ความรู้ความสามารถที่จำเป็นสำหรับการ ปฏิบัติงานในตำแหน่งประเภททั่วไป * คำจำกัดความ: องค์ความรู้ต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญา และสามารถนำองค์ความรู้ที่ศึกษามาใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการได้ ระดับที่ 2: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 1 และมีความรู้ความเข้าใจในหลักการ แนวคิด ทฤษฎีของงานในสายอาชีพที่ปฏิบัติอยู่ รวมทั้งสามารถถ่ายทอดได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 2 และมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้เกี่ยวกับ ลักษณะงาน หลักการ แนวคิด ทฤษฎีของงานในสายอาชีพที่ปฏิบัติอยู่จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับ สถานการณ์ต่างๆ ได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 3 และมีความเชี่ยวชาญในสายอาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่ ราชการอยู่ และสามารถแก้ไขปัญหาที่ยุ่งยากซับซ้อน รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 4 และเป็นผู้เชี่ยวชาญในสายอาชีพที่ปฏิบัติหน้าที่ ราชการอยู่ เนื่องจากการสั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้ รวมทั้งเป็นที่ปรึกษาระดับบริหาร หรือปฏิบัติหน้าที่ ราชการที่ต้องตัดสินใจแก้ไขปัญหาทางวิชาการที่ยากและซับซ้อนเป็นพิเศษ ความรู้ความสามารถที่จำเป็นสำหรับการ ปฏิบัติงานในตำแหน่งประเภทวิชาการ * หมายเหตุ : เป็นความรู้ที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ

27 26 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) คำจำกัดความ: องค์ความรู้ต่างๆ ที่ใช้ในการปฏิบัติงานในตำแหน่ง ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 3 ของตำแหน่ง ประเภทวิชาการหรือของตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับที่ 2: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 4 ของตำแหน่ง ประเภทวิชาการหรือของตำแหน่งประเภททั่วไป ระดับที่ 3: มีความรู้ความสามารถตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 5 ของตำแหน่ง ประเภทวิชาการ ความรู้ความสามารถที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานใน ตำแหน่งประเภทอำนวยการ และประเภทบริหาร * คำจำกัดความ: ความรู้เรื่องกฎหมายตลอดจนกฎระเบียบต่างๆ ที่ต้องใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้ความเข้าใจกฎหมาย หรือระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ราชการงานประจำ ที่ปฏิบัติอยู่ ระดับที่ 2: มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 1 และสามารถหาคำตอบในทางกฎหมายได้ เมื่อมีข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ระดับที่ 3: มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 2 และสามารถนำไปประยุกต์เพื่อแก้ปัญหา ในทางกฎหมาย หรือตอบคำถามข้อสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้แก่หน่วยงานหรือบุคคลที่ เกี่ยวข้องได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 3 และมีความรู้ความเข้าใจกฎหมายหรือ ระเบียบอื่นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายหรือระเบียบในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ รวมทั้งสามารถแนะนำ หรือ ให้คำปรึกษาในภาพรวมได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ความเข้าใจตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 4 และมีความเชี่ยวชาญทางกฎหมายสามารถ ให้คำแนะนำปรึกษา วิเคราะห์เหตุผลและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้เรื่องกฎหมายและกฎระเบียบราชการ * หมายเหตุ : เป็นความรู้ที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ

28 27 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้ในการวิเคราะห์ รวบรวม และบริหารจัดการความรู้หรือบทเรียนต่างๆ ที่ได้มา เพื่อให้สามารถจัดทำเป็นข้อมูลที่แบ่งปันให้กับบุคคลหรือหน่วยงานอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม และมีประโยชน์ สูงสุด ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจทั่วไปในแนวคิด รูปแบบ ความสำคัญ องค์ประกอบ และหลักการใน การจัดการความรู้ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานได้ และสามารถ ตอบข้อซักถามในเบื้องต้นแก่ผู้อื่นได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถแก้ไขปัญหา ให้คำแนะนำ และเสนอแนวทางในการปรับปรุง การจัดการความรู้ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถฝึกอบรมและสอนให้ผู้อื่นมีความรู้ความเข้าใจได้อย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถนำไปปฏิบัติใช้จริงในงานได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถประยุกต์ความรู้เพื่อคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ให้กับหน่วยงานและ องค์กรได้ รวมทั้งสามารถวางแผน และกำหนดแนวทางในการจัดความรู้อย่างเป็นรูปธรรมขององค์กรได้ ความรู้เรื่องการจัดการความรู้ คำจำกัดความ: ความรู้ในการติดตามและประเมินผลโดยมุ่งสร้างกรอบงาน (Formative) มุ่งพัฒนา กระบวนการและมุ่งเน้นการสร้างคุณค่าของงานเพื่อนำไปสู่สภาวะที่พึงประสงค์ในอนาคต นอกจากนั้นยัง หมายรวมถึงความสามารถในการกำหนดวิธี เทคนิค และการประเมินผลของงานต่างๆ ทั้งผลกระทบ โดยตรง (Direct Impact) ผลกระทบโดยอ้อม (Indirect Impact) และผลกระทบเกี่ยวเนื่อง (Induced Impact) ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจทั่วไปในแนวคิด แนวทาง ขั้นตอน และหลักการในการติดตามและ ประเมินผล ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถใช้ความรู้ได้อย่างชำนาญ และสามารถเชื่อมโยง และ ประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการงานต่างๆ ที่รับผิดชอบได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถประยุกต์ความรู้เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพใน งานบริหารจัดการงานต่างๆ หรือผลงานของเครือข่าย ให้สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินงานขององค์กร ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถฝึกอบรมให้ผู้อื่นมีความรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและ สามารถนำไปปฏิบัติใช้จริงในงานได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถกำหนดกลยุทธ์ในการติดตามและประเมินผลงานต่างๆ ของ หน่วยงาน หรือองค์กรให้สอดคล้องกับเป้าหมาย และนโยบายขององค์กรได้ ความรู้เรื่องการติดตามและประเมินผล

29 28 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้ในการกำหนดหรือวางแผนปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์หรือ นโยบายที่กำหนดขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงรายละเอียดของการดำเนินการแต่ละกิจกรรม งาน หรือ โครงการที่กำหนดเพื่อให้เกิดความสำเร็จขององค์กร ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในหลักการ วิธีการ และแนวทางการจัดทำแผนปฏิบัติการ แผนยุทธศาสตร์ และแผนงานต่างๆ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถใช้ความรู้นี้ได้อย่างชำนาญตลอดจนสามารถ เชื่อมโยงได้ว่าการสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ดังกล่าวเพื่อติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการ ของหน่วยงานได้อย่างถูกต้อง ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถประยุกต์ความรู้นี้เพื่อนำมาใช้ในการปรับปรุง ประสิทธิภาพในการจัดทำแผนปฏิบัติการและแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงานได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถเชื่อมโยงความรู้เหล่านี้เข้ากับทิศทางและภารกิจเพื่อ มาสร้างและกำหนดยุทธศาสตร์ของหน่วยงานหรือองค์กรได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างมากในความรู้นี้จน สามารถเป็นที่ปรึกษาในการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกองค์กรได้ คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในหลักการทางการเงิน งบประมาณ และบริหารจัดการงบ การเงินและงบประมาณได้ รวมทั้งสามารถจัดทำ ตรวจสอบ และแก้ไขข้อผิดพลาดของงบการเงิน และงบประมาณและให้ข้อเสนอแนะได้อย่างถูกต้อง ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในหลักการ ทฤษฎีทางการเงิน งบประมาณ และรูปแบบการ บริหารการเงิน งบประมาณ และวิธีการจัดการงบการเงิน และงบประมาณ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถอ่าน วิเคราะห์รายงานทางการเงินและงบประมาณ ได้ รวมทั้งสามารถจัดทำงบการเงิน งบประมาณ และสรุปรายงานงบการเงินและงบประมาณได้ อย่างถูกต้อง ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถตรวจสอบความถูกต้อง แก้ไขข้อผิดพลาดของการ จัดทำงบการเงิน งบประมาณ และเสนอแนะข้อควรระมัดระวังในการจัดทำงบการเงินและ งบประมาณได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและปัจจัยแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อ การบริหารจัดการงบการเงินและงบประมาณได้ รวมทั้งสามารถให้คำแนะนำ และฝึกอบรมให้ผู้อื่น จัดทำงบการเงินและงบประมาณที่ถูกต้องตามมาตรฐานและหลักการได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถวางแผนทางการเงิน การใช้จ่าย รายได้ และ งบประมาณขององค์กรได้สอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินงานขององค์กร รวมทั้งกำหนดนโยบาย การบริหารงบการเงินได้สอดคล้องกับนโยบายการดำเนินงานขององค์กร ความรู้เรื่องการจัดทำนโยบาย แผน ยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการ ความรู้เรื่องการทำงบการเงินและงบประมาณ

30 29 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในความหมาย ประเภท และวงจรการบริหารความเสี่ยง และ สามารถตรวจสอบการบริหารความเสี่ยงให้เกิดประสิทธิภาพตลอดจนสามารถกำหนดแนวทางการ ดำเนินงานเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับองค์กรได้ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในความหมาย ประเภท ปัจจัย วงจร และขั้นตอนการบริหารความเสี่ยง ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถระบุปัจจัยการบริหารความเสี่ยง และนำเสนอแนวทาง ป้องกันความเสี่ยงในเบื้องต้นได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถจัดทำแผนการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นได้ เพื่อรับมือกับ ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น และสามารถควบคุม และตรวจสอบการบริหารความเสี่ยงให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ กำหนดได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถวิเคราะห์โอกาส สถานการณ์ และผลกระทบที่อาจจะเกิด ความเสี่ยงได้ และสามารถจัดทำแผนปฏิบัติการในการบริหารความเสี่ยงที่เกิดขึ้นของหน่วยงาน หรือ องค์กรได้ และสามารถให้คำแนะนำถึงแนวทางและวิธีการในการบริหารจัดการความเสี่ยง ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถประเมินและคาดการณ์ความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นในการ บริหารงานขององค์กรและสามารถกำหนดแนวทางดำเนินงานเพื่อป้องกัน ลด และควบคุมความเสี่ยงใน ระดับที่องค์กรยอมรับได้ ความรู้เรื่องการบริหารความเสี่ยง คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในแนวคิด หลักการ และขั้นตอนการทำงานด้านบัญชี และ ระบบบัญขี รวมทั้งสามารถบันทึกและจัดทำรายงานทางบัญชีได้สอดคล้องกับมาตรฐานทางบัญชี ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในหลักการ แนวทางปฏิบัติ และขั้นตอนการทำงานด้านบัญชี รวมทั้ง สามารถคำนวณและลงบันทึกบัญชีพื้นฐานได้ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เกี่ยวข้องกับงานบัญชีได้ ตามกรอบและแนวทางที่กำหนด รวมทั้งอ่านและตีความข้อมูลได้ตามถูกต้องตามหลักกฎหมายการบัญชี ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถปิดบัญชีแยกประเภท จัดทำรายงานทางบัญชี และจัดทำงบ ทดลองได้ถูกต้องตามหลักและมาตรฐานทางบัญชี รวมทั้งสามารถให้คำแนะนำที่ถูกต้องตามหลักกฎหมาย ด้านบัญชี ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถตรวจสอบรายงานทางบัญชี แก้ไขข้อผิดพลาดทางบัญชี และ วางแผนป้องกันปัญหาทางบัญชีไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำๆ ได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถออกแบบปรับปรุง พัฒนา และวางระบบบัญชีให้มีความ เหมาะสมกับการใช้งานขององค์กร รวมทั้งกำหนดกรอบ ทิศทาง และแผนงานทางบัญชีได้สอดคล้องกับ นโยบายขององค์กรได้ ความรู้เรื่อง บัญชี และระบบบัญชี

31 30 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในขอบเขตในการปฏิบัติงานด้านธุรการ และสารบรรณ รวมทั้งสามารถจัดสรร การใช้ทรัพยากรให้เพียงพอ ตลอดจนติดตาม และปรับปรุงขั้นตอนการให้บริการแก่หน่วยงานต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในภาระหน้าที่ และแนวปฏิบัติในงานธุรการ และงานสารบรรณ และอธิบายได้ถึง หน้าที่การปฏิบัติงาน และขอบเขต ความรับผิดชอบของหน่วยงาน ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถรวบรวมปัญหา และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานของงาน ธุรการ และงานสารบรรณของหน่วยงานในเบื้องต้นได้ รวมทั้งสามารถติดต่อประสานงานเพื่อรองรับการให้บริการได้ อย่างเพียงพอ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถวางแผน จัดสรรการใช้ทรัพยากร สิ่งอำนวยความสะดวกได้อย่าง เพียงพอ รวมทั้งควบคุม ติดตามการให้บริการของหน่วยงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูลปัญหา และให้ข้อเสนอแนะด้านงานธุรการและงานสารบรรณได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถปรับปรุงขั้นตอนระบบการทำงานให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถให้ คำปรึกษาและแนะนำแก่ผู้อื่นทั้งภายในและภายนอกองค์กรในงานธุรการและงานสารบรรณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถกำหนดแผนงาน กลยุทธ์ และเป้าหมายของงานธุรการและงานสาร บรรณให้สอดคล้องกับแผนงานและนโยบายขององค์กรได้ ความรู้เรื่องงานธุรการและงานสาร บรรณ คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในงานบรรณารักษ์ การบริหารจัดการงานห้องสมุด การแบ่ง หมวดหมู่หนังสือ การจัดเก็บ การสืบค้นของเอกสาร หนังสือ และสื่อต่างๆ ของห้องสมุด เพื่อให้เกิดความ สะดวกในการใช้บริการ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในระบบงานของห้องสมุด และวิธีการจัดการห้องสมุด และสามารถ จัดแบ่งประเภทหมวดหมู่ของเอกสาร หนังสือ และสื่อต่างๆ ของห้องสมุดได้ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถจัดเก็บเอกสาร หนังสือ และสื่อต่างๆ ได้อย่างเป็นระบบ ตามที่กำหนดไว้ และให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการห้องสมุดถึงวิธีการใช้ห้องสมุด การสืบค้น การยืม-คืน และ กฎระเบียบที่เกี่ยวข้องได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และให้บริการยืม-คืน สืบค้นเอกสาร หนังสือ และสื่อต่างๆ ของห้องสมุด ได้ และสามารถสอนในรายละเอียดถึงวิธีการแบ่งประเภท การจัดเก็บ แนวทาง และวิธีการสืบค้นได้อย่าง ถูกต้อง ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถประยุกต์โปรแกรมคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ใน การสืบค้น การจัดเก็บเอกสาร หนังสือ และสื่อต่างๆ รวมทั้งสามารถฝึกอบรมให้ผู้อื่นดำเนินงานของ ห้องสมุดได้ และสามารถเสนอแนะแนวทางเลือกใหม่ๆ ในงานห้องสมุดได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถกำหนดนโยบาย และแผนงานการบริหารจัดการงาน ห้องสมุดได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องตามนโยบายขององค์กรได้ และสามารถจัดสรรทรัพยากรและ งบประมาณของห้องสมุดได้อย่างคุ้มค่า ความรู้เรื่องบรรณารักษ์

32 31 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในแนวคิด หลักการ และกระบวนการใน การสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์และการสร้างภาพลักษณ์ เพื่อให้เกิดแรงผลักดัน การสร้างการรับรู้ การให้ความรู้ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ได้อย่างถูกต้อง ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในแนวคิด หลักการ และกระบวนการ ในการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ และการสร้างภาพลักษณ์ และดำเนินการรวบรวมข้อมูล หัวข้อ และประเด็นที่จะ ดำเนินการในการสื่อสารเพื่อประชาสัมพันธ์และการสร้างภาพลักษณ์ขององค์กรได้ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถดำเนินการจัดกิจกรรมของหน่วยงาน/องค์กรผ่านทางการสื่อสารเพื่อ การประชาสัมพันธ์ และการสร้างภาพลักษณ์ที่สอดคล้องกับกรอบและเป้าหมายของงานที่กำหนดไว้ได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถวิเคราะห์ข้อมูล และจับประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งแปลงให้เป็น ข้อมูลประกอบในการกำหนดช่องทางการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์และการสร้างภาพลักษณ์ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดแรงผลักดัน การสร้างการรับรู้ การให้ความรู้ และการสื่อสารประชาสัมพันธ์ในเรื่องที่ เกี่ยวข้องได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถฝึกอบรมให้ผู้อื่นเข้าใจและสามารถดำเนินงานการสื่อสารเพื่อการ ประชาสัมพันธ์และการสร้างภาพลักษณ์ได้อย่างถูกต้อง และสามารถวางแผนการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ให้ สอดคล้องกับเป้าหมายและนโยบายขององค์กร ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถคาดการณ์บริหารจัดการ และกำหนดกลยุทธ์ และนโยบายการสื่อสาร เพื่อการประชาสัมพันธ์ และการสร้างภาพลักษณ์รวมถึงช่องทางในการสื่อสารเพื่อการประชาสัมพันธ์ เพื่อใช้เป็นกรอบ ในการปฏิบัติงานให้การสื่อสารขององค์กรให้ได้รับผลสัมฤทธิ์สูงสุด และมีกระทบในวงกว้าง ความรู้เรื่องสื่อสารประชาสัมพันธ์และสร้าง ภาพลักษณ์ ความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์และอุตสาหกรรม คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในแนวคิด และหลักการต่างๆ ด้านเศรษฐศาสตร์ และอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบ ตลอดจนสามารถประยุกต์ความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์และอุตสาหกรรมให้เกิดประโยชน์ในการปฏิบัติงานของตนเอง ผู้ประกอบการ หน่วยงาน และองค์กรได้ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจทั่วๆ ไปในแนวคิด และหลักการต่างๆ ด้านเศรษฐศาสตร์ และอุตสาหกรรมใน เบื้องต้น ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถนำความรู้เรื่องเศรษฐศาสตร์และอุตสาหกรรมที่รับผิดชอบมา ประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับการปฏิบัติงานของตนเอง ผู้ประกอบการ หน่วยงาน และองค์กร ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และมีความรู้และความเข้าใจด้านเศรษฐศาสตร์และอุตสาหกรรมอย่างถ่องแท้ จน สามารถให้คำแนะนำและสนับสนุนการทำงานแก่ตนเอง ผู้ประกอบการ หน่วยงาน และองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ มากยิ่งขึ้น ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และมีประสบการณ์อย่างกว้างขวางและเชิงลึกด้านเศรษฐศาตร์และอุตสาหกรรม และสามารถถ่ายทอดความรู้ ความชำนาญ และพัฒนาผู้อื่นให้มีความรู้และความเชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์จนสามารถเป็นที่ ปรึกษาในการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกองค์กรได้

33 32 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้เรื่องการจัดการบุคลากรขององค์กรเพื่อให้ได้ซึ่ง การบำรุงรักษา การพัฒนา และบริหารบุคลากร โดยอาจเป็นความรู้ตั้งแต่ การวางแผนกำลังคน การสรรหา การเลือกสรรและบรรจุ การบำรุงรักษาและ การจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการ การบริหารผลงาน และการพ้นจากงาน ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้ในระดับพื้นฐาน ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และมีความรู้ความเข้าใจในหลักการ แนวคิด ทฤษฎีของในเรื่องระบบทรัพยากร มนุษย์ (HRM) และหมั่นติดตามแนวคิดและหลักการใหม่ๆ อยู่เสมอจนสามารถอธิบายหรือตอบคำถามผู้อื่นได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้จนสามารถนำมาประยุกต์ใช้ดังกล่าวเพื่อ นำมาใช้ให้คำปรึกษา สอน หรือจัดทำแผนยุทธศาสตร์ทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และเชื่อมโยงความรู้เหล่านี้เพื่อแนะนำการเชื่อมโยงทุนมนุษย์กับมูลค่าเพิ่มต่อ องค์กรและการเติบโตในระยะยาวอย่างประสบความสำเร็จได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างมากในความรู้นี้จนสามารถเป็นที่ปรึกษาใน การจัดการบุคลากรของหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกองค์กรได้ ความรู้เรื่องการบริหารทรัพยากรบุคคล คำจำกัดความ: ความรู้ในการเรื่องกฎหมาย ตลอดจนกฎระเบียบต่างๆ ที่ต้องใช้ในการปฏิบัติงาน จัดซื้อ จัดจ้าง และการพัสดุ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้ในระดับพื้นฐาน ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถใช้ความรู้ในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม กับลักษณะงาน ประเภทสินค้า บริการ หรือคณะบุคคล/ที่ปรึกษาที่จ้างดำเนินการได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถประยุกต์สามารถนำไปประยุกต์เพื่อวิเคราะห์ปัญหา พัสดุหรือการจัดจ้างโครงการขนาดใหญ่และซับซ้อนได้อย่างถูกต้อง รวมถึงสามารถอุดช่องโหว่ใน ระเบียบหรือตอบคำถามข้อสงสัยในงานที่ปฏิบัติอยู่ให้หน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และเข้าใจกฎหมายหรือระเบียบอื่นๆ ที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง กับระเบียบพัสดุที่เกี่ยวข้อง และสามารถนำมาใช้แนะนำหรือให้คำปรึกษาในภาพรวมหากเกิด ประเด็นปัญหาในเชิงปฏิบัติหรือในเชิงนโยบายได้อย่างถูกต้องและเป็นมาตรฐาน ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และเป็นผู้เชี่ยวชาญทางการพัสดุและจัดซื้อจัดจ้าง และเป็นที่ ยอมรับในการให้คำปรึกษา วิเคราะห์หาเหตุผลและทางแก้ไขในประเด็นหรือปัญหาที่ไม่เคยเกิดขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความรู้เรื่องจัดซื้อจัดจ้างและกฎระเบียบพัสดุ

34 33 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในคุณสมบัติ ประเภท และวิธีการทำงานของ Hardware Software และ Network ตลอดจนสามารถบริหารจัดการระบบคอมพิวเตอร์ ด้าน Hardware Software และ Network ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในคุณสมบัติ ประเภท หลักการ ความสามารถ และวิธีการทำงานของ เครื่องมือ Hardware Software และ Network ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถใช้งาน และบริหารจัดการ Hardware Software และ Network ตามกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวข้องกับ Hardware Software และ Network ในระดับเบื้องต้นได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบคอมพิวเตอร์ด้าน Hardware Software และ Network จนได้รับการยอมรับว่าเป็น ผู้ชำนาญในระบบ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถประยุกต์หรือเชื่อมโยงระบบใหม่ๆ หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ ด้าน Hardware Software และ Network ให้เข้ากับระบบเดิมขององค์กรได้อย่างสมบูรณ์และมีประสิทธิภาพ สูงสุด ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และมีความเชี่ยวชาญด้านระบบ Hardware Software และ Network และ เป็นที่ยอมรับจากทุกคนในองค์กร ตลอดจนสามารถบริหารจัดการ และพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ ได้อย่าง ทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง ความรู้เรื่องการบริหารจัดการ Hardware Software และ Network คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในหลักการ และวิธีการในการใช้สารสนเทศเพื่อการจัดการ MIS ในงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถออกแบบ และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศให้สอดคล้องกับความต้องการ ในการใช้งานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับความสำคัญ ประเภท หน้าที่การทำงานของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ องค์ประกอบของการจัดการสารสนเทศ และประโยชน์ของการใช้สารสนเทศเพื่อการจัดการในงานต่างๆ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถประยุกต์การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้เหมาะกับงานต่างๆ ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ และสามารถให้คำแนะนำในเบื้องต้นแก่ผู้อื่นได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถวิเคราะห์ปัญหาข้อจำกัด และความต้องการในการใช้งานระบบ เทคโนโลยีสารสนเทศได้ รวมทั้งสามารถให้คำแนะนำ แก้ไขข้อผิดพลาด และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับระบบเทคโนโลยี สารสนเทศได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถฝึกอบรมให้ผู้อื่นมีความเข้าใจและสามารถประยุกต์การใช้เทคโนโลยี สารสนเทศให้เกิดประโยชน์ในงานต่างๆ ได้ รวมทั้งติดตาม และตรวจสอบความก้าวหน้าของระบบเทคโนโลยี สารสนเทศ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถวางแผนออกแบบ ปรับปรุง และพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ รองรับการจัดการในงานต่างๆ ขององค์กรให้เป็นมาตรฐานสากล และสามารถเชื่อมโยงการทำงานได้ทุกๆ หน่วยงาน ภายในองค์กรอย่างเป็นระบบ ความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการ จัดการ MIS

35 34 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือทางการเงินที่รับผิดชอบในเชิงลึก ทั้งเรื่อง รายละเอียด การคำนวณ ประเภท ลักษณะและการใช้เครื่องมือทางการเงิน ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนี้ในระดับพื้นฐาน ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และมีความเข้าใจอย่างละเอียดจนสามารถนำไป ปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้อง หรือสามารถอธิบายให้แก่ผู้อื่นได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และมีความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้จนสามารถ นำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับหน่วยงานได้ รวมทั้งสามารถให้คำแนะนำ และแก้ไขปัญหาแก่ผู้อื่น ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และมีประสบการณ์กว้างขวาง และสามารถฝึกอบรม และพัฒนาให้ผู้อื่นมีความรู้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถนำไปปฏิบัติใช้จริง ในงานได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในความรู้นี้จน สามารถเป็นที่ปรึกษาในการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกองค์กรได้ ความรู้เรื่องเครื่องมือทางการเงิน คำจำกัดความ: ความรู้และความเข้าใจในหลักการ และวิธีการการพัฒนาบุคลากร การบริหารการฝึกอบรม รวมทั้งสามารถ จัดเตรียมเอกสาร อุปกรณ์ และประเมินผลการเรียนรู้ การพัฒนาบุคลากร และการฝึกอบรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้ในเรื่องการพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรในเบื้องต้น ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถคิดริเริ่มหัวข้อในการเรียนรู้และแนวทางในการพัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรใน เรื่องใหม่ๆ อยู่เสมอ รวมทั้งสามารถบันทึกจัดเก็บข้อมูล และตอบข้อซักถามในการจัดฝึกอบรมได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถประเมินผลลัพธ์ถึงวิธีการดำเนินการจัดการเรียนรู้ และการพัฒนา รวมทั้ง ประเมินผลการฝึกอบรมและนำผลการฝึกอบรมไปประกอบการวางแผนการฝึกอบรม และการพัฒนาบุคลากรในอนาคต ต่อไปได้ ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และพัฒนา และออกแบบโครงสร้างหลักสูตร และเนื้อหาการพัฒนาบุคลากร และการ ฝึกอบรมได้อย่างถูกต้อง รวมทั้งสามารถติดตาม ตรวจสอบ และฝึกอบรมผู้อื่นในเรื่องที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญได้ ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และสามารถกำหนดหลักสูตรการฝึกอบรม การพัฒนาบุคลากร และการกำหนดตัวชี้วัดผลงานหรือเป้าหมายของการเรียนรู้และการพัฒนาของบุคลากรในภาพรวมได้ เหมาะสมกับเป้าหมายและกลยุทธ์ขององค์กร ความรู้เรื่องการพัฒนาบุคลากร

36 35 ความรู้ที่จำเป็นในงาน (Technical Knowledge) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ภายนอก ความเป็นมาเป็นไป และผลกระทบต่างๆ ที่มี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงในสภาพเศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี และ สังคมทั้งในและนอกประเทศ ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความรู้ความเข้าใจทั่วไปในสถานการณ์ภายนอกที่เกี่ยวข้องและมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจใน ประเทศ ระดับที่ 2: มีความรู้ในระดับที่ 1 และสามารถนำความรู้เรื่องสถานการณ์ภายนอกที่เกี่ยวข้องและมี ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับผู้ประกอบการ หน่วยงาน หรือองค์กร ได้ ระดับที่ 3: มีความรู้ในระดับที่ 2 และสามารถวิเคราะห์ วิจัยเชื่อมโยง และต่อยอดความรู้นี้เข้ากับ แผนปฏิบัติการของหน่วยงานได้ และเสนอแนวทาง และแผนงานในการปรับปรุง และพัฒนาผู้ประกอบการ ที่รับผิดชอบได้อย่างประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ต่อหน่วยงาน หรือองค์กร ระดับที่ 4: มีความรู้ในระดับที่ 3 และสามารถติดตาม และคาดการณ์แนวโน้ม และสถานการณ์ในอนาคต ที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ รวมทั้งสามารถวางแผนงานในการสร้างมูลค่าและโอกาสทาง ธุรกิจแก่ผู้ประกอบการที่รับผิดชอบได้ และเกิดประโยชน์อย่างสูงสุดต่อหน่วยงาน หรือองค์กร ระดับที่ 5: มีความรู้ในระดับที่ 4 และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในความรู้นี้จนสามารถเป็นที่ปรึกษา ในการปฏิบัติงานให้กับหน่วยงานอื่นๆ ทั้งในและนอกองค์กร ความรู้เรื่องสถานการณ์ภายนอกและผลกระทบต่อ เศรษฐกิจในประเทศ

37 36 ทักษะเฉพาะที่จำเป็นในงาน (Technical Skills) คำจำกัดความ: ทักษะในการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: สามารถใช้คอมพิวเตอร์ในระดับเบื้องต้นได้ ระดับที่ 2: มีทักษะระดับที่ 1 และสามารถใช้โปรแกรมขั้นพื้นฐานได้อย่างคล่องแคล่ว ระดับที่ 3: มีทักษะระดับที่ 2 และสามารถใช้โปรแกรมต่างๆ ในการปฏิบัติงานได้อย่างคล่องแคล่ว ระดับที่ 4: มีทักษะระดับที่ 3 และมีความเชี่ยวชาญในโปรแกรมที่ใช้ หรือสามารถแก้ไขหรือ ปรับปรุงโปรแกรมเพื่อนำมาพัฒนาระบบการปฏิบัติงานได้ ระดับที่ 5: มีทักษะระดับที่ 4 และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง เชี่ยวชาญในโปรแกรมต่างๆ อย่าง กว้างขวาง หรือสามารถเขียนโปรแกรมเพื่อพัฒนาระบบการปฏิบัติงานได้ ทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ * คำจำกัดความ: ทักษะในการนำภาษาอังกฤษมาใช้ในงาน ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: สามารถพูด เขียน อ่าน และฟังภาษาอังกฤษในระดับเบื้องต้น และสื่อสารให้เข้าใจได้ ระดับที่ 2: มีทักษะระดับที่ 1 และสามารถพูด เขียน อ่าน และฟังภาษาอังกฤษ และทำความเข้าใจ สาระสำคัญของเนื้อหาต่างๆ ได้ ระดับที่ 3: มีทักษะระดับที่ 2 และ สามารถใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการติดต่อสัมพันธ์ในการปฏิบัติงานได้โดย ถูกหลักไวยากรณ์ ระดับที่ 4: มีทักษะระดับที่ 3 และเข้าใจสำนวนภาษาอังกฤษในรูปแบบต่างๆ สามารถประยุกต์ใช้ในงานได้ อย่างถูกต้อง ทั้งในหลักไวยากรณ์และความเหมาะสมในเชิงเนื้อหา ระดับที่ 5: มีทักษะระดับที่ 4 และมีความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษาอังกฤษอย่างลึกซึ้ง ใกล้เคียงกับเจ้าของ ภาษา สามารถประยุกต์โวหารทุกรูปแบบได้อย่างคล่องแคล่ว ถูกต้อง และสละสลวย อีกทั้งมีความ เชี่ยวชาญ ศัพท์เฉพาะด้านในสาขาวิชาของตนอย่างลึกซึ้ง ทักษะการใช้ภาษาอังกฤษ * หมายเหตุ : เป็นทักษะที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ

38 37 ทักษะเฉพาะที่จำเป็นในงาน (Technical Skills) (ต่อ) คำจำกัดความ: ทักษะในการทำความเข้าใจและคิดคำนวณข้อมูลต่างๆ ได้อย่างถูกต้อง ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีทักษะในการคิดคำนวณขั้นพื้นฐานได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ระดับที่ 2: มีทักษะตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 1 และสามารถทำความเข้าใจข้อมูลด้านตัวเลขได้ อย่างถูกต้อง ระดับที่ 3: มีทักษะตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 2 และสามารถใช้สูตรคณิตศาสตร์ หรือเครื่องมือ ต่างๆ ในการคำนวณข้อมูลด้านตัวเลขได้ ระดับที่ 4: มีทักษะตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 3 และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติ และตัวเลขที่ ซับซ้อนได้ ระดับที่ 5: มีทักษะตามที่กำหนดไว้ในระดับที่ 4 สามารถแก้ไขข้อผิดพลาดในข้อมูลตัวเลขได้เข้าใจ ข้อมูลต่างๆ ในภาพรวม และอธิบายชี้แจงให้เป็นที่เข้าใจได้ ทักษะการคำนวณ * คำจำกัดความ: ทักษะในการบริหารจัดการข้อมูล ตลอดจนวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อประโยชน์ ในงาน ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลได้อย่างเป็นระบบ และพร้อมใช้ รวมถึงสามารถแสดงผลข้อมูลใน รูปแบบต่างๆ เช่น กราฟ รายงาน เป็นต้น ระดับที่ 2: มีทักษะระดับที่ 1 และสามารถวิเคราะห์ และประเมินผลข้อมูลได้อย่างถูกต้อง ระดับที่ 3: มีทักษะระดับที่ 2 และ สามารถสรุปผลการวิเคราะห์ นำเสนอทางเลือก ระบุข้อดีข้อเสีย ฯลฯ โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ได้ ระดับที่ 4: มีทักษะระดับที่ 3 และ สามารถพยากรณ์ หรือสร้างแบบจำลองเพื่อพยากรณ์ หรือตีความโดย อ้างอิงจากข้อมูลที่มีอยู่ ระดับที่ 5: มีทักษะระดับที่ 4 และสามารถออกแบบเลือกใช้หรือประยุกต์วิธีการในการจัดทำแบบจำลอง ต่างๆ ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ทักษะการจัดการข้อมูล * หมายเหตุ : เป็นทักษะที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ

39 38 ทักษะเฉพาะที่จำเป็นในงาน (Technical Skills) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความสามารถและทักษะในการเขียนหนังสือทางราชการได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และเป็นประโยชน์ กับการใช้ในงานที่ปฏิบัติอยู่ ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: เข้าใจหลักการ รูปแบบ และวิธีการเขียนหนังสือหนังสือราชการ รวมทั้งสามารถอ่านและสื่อสารจดหมาย หนังสือ และเอกสารราชการได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ระดับที่ 2: มีทักษะในระดับที่ 1 และสามารถเขียน และตอบโต้หนังสือ จดหมาย และเอกสารราชการได้อย่างถูกต้อง สมบูรณ์ตามหลักการ และวิธีการที่กำหนดไว้ ระดับที่ 3: มีทักษะในระดับที่ 2 และสามารถตรวจสอบความถูกต้อง และขัดเกลาภาษาและเนื้อหาในจดหมาย หนังสือ และเอกสารทางราชการอื่นๆ ให้มีความสละสลวย เหมาะสมและได้เนื้อหาสาระชัดเจนครบถ้วนตามที่ หน่วยงานประสงค์ ระดับที่ 4: มีทักษะในระดับที่ 3 และสามารถฝึกอบรมให้ผู้อื่นสามารถเขียนและ ตอบโต้จดหมาย หนังสือ และเอกสารต่างๆ ทางราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดกับหน่วยงานได้ ระดับที่ 5: มีทักษะในระดับที่ 4 และสามารถเขียนภาษาที่ใช้ในการโน้มน้าว เจรจา และผลักดันแนวคิดต่างๆ ที่สำคัญ ในเชิงกลยุทธ์ขององค์กรกับหน่วยงานอื่นๆ ในราชการได้อย่างถูกต้อง มีประโยชน์ และมีประสิทธิผลสูงสุด ทักษะการเขียนหนังสือราชการ คำจำกัดความ: ความสามารถและทักษะในการรวบรวม วิเคราะห์ และประมวลผลข้อมูล โดยนำผล ข้อมูลมาเขียน จัดทำ และสรุปรายงานได้อย่างถูกต้องชัดเจน และเกิดประโยชน์ต่อการนำไปใช้ให้มี ประสิทธิภาพสูงสุด ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: รู้และเข้าใจในหลักการ ประเภท กระบวนการ และรูปแบบการจัดทำ การเขียน และการ สรุปรายงานให้ถูกต้อง รวมทั้งรวบรวมและติดตามข้อมูลทั้งภายในและภายนอกเพื่อนำมาใช้ในการ วิเคราะห์จัดทำและสรุปรายงานได้ ระดับที่ 2: มีทักษะในระดับที่ 1 และสามารถวิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูล และดำเนินการเขียน จัดทำ และสรุปรายงานให้อยู่ในรูปแบบที่เหมาะสมกับการใช้งานได้ ระดับที่ 3: มีทักษะในระดับที่ 2 และสามารถตรวจสอบความครบถ้วน และ ความถูกต้องในการวิเคราะห์ การประมวลผลข้อมูล การดำเนินการเขียน การจัดทำ และการสรุป รายงานในประเภทต่างๆ ได้ รวมทั้งสามารถแก้ไขและปรับปรุงให้ การเขียน จัดทำ และการสรุปรายงานมีความถูกต้อง และเหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลายและ แตกต่างได้ ระดับที่ 4: มีทักษะในระดับที่ 3 และสามารถฝึกอบรมให้ผู้อื่นสามารถวิเคราะห์ ประมวลผลข้อมูล และดำเนินการเขียน จัดทำ และสรุปรายงานในประเภทต่างๆ ได้ รวมทั้งวางแผนการเขียน จัดทำ และสรุปรายงานระดับหน่วยงานให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดกับหน่วยงานหรือองค์กร ระดับที่ 5: มีทักษะในระดับที่ 4 และสามารถกำหนดรูปแบบ และประเภทรายงานที่จำเป็นต่อการ ดำเนินงานขององค์กรได้ รวมทั้งพัฒนา ปรับเปลี่ยน และประยุกต์ (Best Practice) มาปรับให้ สอดคล้องกับความต้องการใช้งาน และแผนงานขององค์กร และเป็นมาตรฐานสากล ทักษะการเขียนรายงานและสรุปรายงาน

40 39 ทักษะเฉพาะที่จำเป็นในงาน (Technical Skills) (ต่อ) คำจำกัดความ: ความสามารถและทักษะในการวางแผน ติดตาม ประเมินผล และบริหารจัดการ โครงการ (Project Management) เพื่อให้มีการใช้ทรัพยากรและงบประมาณอย่างคุ้มค่า สามารถ บรรลุตามวัตถุประสงค์ ตรงเวลา และมีประสิทธิภาพสูงสุด ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: รู้และเข้าใจในหลักการ ขั้นตอน โครงสร้าง และวิธีการบริหารจัดการโครงการให้ประสบ ผลสำเร็จ ระดับที่ 2: มีทักษะในระดับที่ 1 และสามารถวางแผน ติดตาม ประเมินผล และบริหารทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณของโครงการขนาดเล็กให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้ ระดับที่ 3: มีทักษะในระดับที่ 2 และสามารถวางแผน ติดตาม ประเมินผล และบริหารทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณของโครงการขนาดกลางให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้ ระดับที่ 4: มีทักษะในระดับที่ 3 และสามารถวางแผน ติดตาม ประเมินผล และบริหารทรัพยากร บุคลากร และงบประมาณของโครงการขนาดใหญ่ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายได้ ระดับที่ 5: มีทักษะในระดับที่ 4 และสามารถวางแผน กำหนดทิศทาง แผนงาน ผลลัพธ์ ผลสัมฤทธิ์ และบริหารจัดโครงการขนาดใหญ่ที่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานขององค์กรได้อย่าง สำเร็จและมีประสิทธิภาพสูงสุด รวมทั้งสามารถบริหารทรัพยากร งบประมาณ และบุคลากรได้ อย่างคุ้มค่าสูงสุด ทักษะการบริหารโครงการ คำจำกัดความ: ความสามารถและทักษะในการสื่อสาร การนำเสนอ และการถ่ายทอดความรู้ได้ถูกต้อง ครบถ้วนเหมาะสม และสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความหลากหลายและแตกต่างๆ รวมทั้งบรรลุ เป้าหมาย ความต้องการ และวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างสูงสุด ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: รู้และเข้าใจหลักการ รูปแบบ และวิธีการในการสื่อสาร การนำเสนอ และการถ่ายทอดความรู้แก่ ผู้อื่นได้ ระดับที่ 2: มีทักษะในระดับที่ 1 และสามารถวิเคราะห์ จับประเด็น แนวคิด เนื้อหาสาระ และใจความ สำคัญที่ต้องการสื่อสารได้ ตลอดจนจัดเตรียมข้อมูลและรูปแบบการนำเสนอ และดำเนินการสื่อสาร นำเสนอ และถ่ายทอดให้ผู้อื่นเข้าใจได้ ระดับที่ 3: มีทักษะในระดับที่ 2 และสามารถปรับปรุง พัฒนา และแก้ไขเนื้อหาสาระที่ต้องการสื่อสาร นำเสนอ และถ่ายทอดได้สอดคล้องกับความต้องการ ความเหมาะสม ระดับความเข้าใจและภูมิหลังของ กลุ่มผู้รับสารกลุ่มต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ระดับที่ 4: มีทักษะในระดับที่ 3 และสามารถฝึกอบรมให้ผู้อื่นสื่อสาร นำเสนอ และถ่ายทอดความรู้แก่ กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลายและแตกต่างๆ ได้ ตลอดจนประยุกต์เทคนิค เครื่องมือ และวิทยาการสมัยใหม่ มาปรับใช้ในการสื่อสาร นำเสนอ และการถ่ายทอดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ระดับที่ 5: มีทักษะในระดับที่ 4 และสามารถกำหนดกลยุทธ์และแผนงานใน การสื่อสาร นำเสนอ และถ่ายทอดความรู้ได้อย่างเป็นระบบ รวมทั้งสื่อสาร นำเสนอ และถ่ายทอดประเด็น สำคัญระดับองค์กรแก่กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างและหลากหลายได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทักษะในการสื่อสาร การนำเสนอ และถ่ายทอดความรู้

41 40 ทักษะเฉพาะที่จำเป็นในงาน (Technical Skills) (ต่อ) คำจำกัดความ: ทักษะในการรับและส่งต่อข้อมูลและชิ้นงานได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วน และทันเวลา ตรงตาม วัตถุประสงค์ของงาน ระดับที่ 0: ไม่แสดงทักษะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: รู้และเข้าใจเป้าหมาย และผลลัพธ์ที่ต้องการจากการประสานงาน และมีทักษะในการให้ข้อมูล และรายละเอียดต่างๆ แก่ผู้อื่นให้ดำเนินการต่อในเบื้องต้นได้ และสามารถซักถาม และสอบถามความ ต้องการของผู้มาติดต่อในเบื้องต้นได้อย่างถูกต้อง ระดับที่ 2: มีทักษะในระดับที่ 1 และสามารถจัดลำดับความสำคัญของเรื่องที่ต้องการติดต่อประสานงานได้ อย่างถูกต้อง และเหมาะสม และสามารถปรับปรุงวิธีการสื่อสารและการประสานงานให้ทันสมัยตรงตาม ความต้องการอยู่เสมอ ระดับที่ 3: มีทักษะในระดับที่ 2 และสามารถติดตามงานจากหน่วยงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สามารถจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น หรือ ลดความขัดแย้งจากการติดต่อประสานงานได้ ระดับที่ 4: มีทักษะในระดับที่ 3 และสามารถนำเสนอแนวทางการปรับปรุง พัฒนาวิธีการติดต่อประสานงาน ให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งสามารถวิเคราะห์ ปรับปรุง และแก้ไขจุดบกพร่อง ข้อจำกัด และความซ้ำซ้อนของ การสื่อสารและการประสานงาน ของหน่วยงานได้ ระดับที่ 5: มีทักษะในระดับที่ 4 และสามารถออกแบบระบบ วางแผนการประสานงาน และแนวทางในการ ประสานงานที่มีประสิทธิภาพ และสามารถติดต่อประสานงานเรื่องสำคัญๆ ระดับองค์กรกับทั้งภายในและ ภายนอกองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะในการประสานงาน คำจำกัดความ: ความสามารถและทักษะในการให้คำปรึกษา รวมทั้งความสามารถในการวิเคราะห์ ทำความเข้าใจถึงปัญหา สถานการณ์ และความต้องการของผู้อื่น ตลอดจนสามารถให้คำปรึกษา และแนะนำได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม ระดับที่ 0: ไม่แสดงความรู้ด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: เข้าใจในหลักการ วิธีการ และรูปแบบในการให้คำปรึกษา รวมทั้งรับฟังปัญหา และ ความต้องการของผู้อื่น ระดับที่ 2: มีทักษะในระดับที่ 1 และสามารถระบุสาเหตุ ปัญหา และความต้องการของผู้อื่นใน เบื้องต้นได้ รวมทั้งสามารถประยุกต์รูปแบบการให้คำปรึกษาให้สอดคล้องกับสาเหตุ ปัญหา และ ความต้องการของผู้อื่นได้ ระดับที่ 3: มีทักษะในระดับที่ 2 และสามารถวิเคราะห์สาเหตุของปัญหาในเบื้องลึก และความ ต้องการอย่างแท้จริงของผู้อื่น และสามารถให้คำปรึกษาแนะนำ และเสนอแนวทางในการแก้ไข ปัญหาหรือจัดการกับปัญหาและสถานการณ์ของผู้อื่นได้อย่างแท้จริง ระดับที่ 4: มีทักษะในระดับที่ 3 และสามารถวิเคราะห์สาเหตุ ปัญหา และ ความต้องการระดับหน่วยงานได้อย่างแท้จริง ตลอดจนฝึกอบรมและพัฒนาให้ผู้อื่นเข้าใจและ สามารถให้คำปรึกษาและคำแนะนำได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับ ความต้องการระดับบุคคล และหน่วยงานได้ ระดับที่ 5: มีทักษะในระดับที่ 4 และเป็นที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญในงานการให้คำปรึกษาระดับ บุคคล หน่วยงาน และองค์กรได้ ตลอดจนสามารถเสนอแนวทางในการแก้ไขและบริหารจัดการกับ ปัญหาที่หลากหลายในระดับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทักษะการให้คำปรึกษา

42 41 สมรรถนะตาม ว27/2552 ตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.พ. หมายเหตุ : เป็นความรู้ที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ การคิดวิเคราะห์ (Analytical Thinking) : การทำความเข้าใจและวิเคราะห์สถานการณ์ ประเด็นปัญหา แนวคิดโดยการแยกแยะ ประเด็นออกเป็นส่วนย่อยๆ หรือทีละขั้นตอน รวมถึงการจัดหมวดหมู่อย่างเป็นระบบระเบียบเปรียบเทียบแง่มุมต่างๆ สามารถลำดับ ความสำคัญ ช่วงเวลา เหตุและผล ที่มาที่ไปของกรณีต่างๆได้ การมองภาพองค์รวม (Conceptual Thinking) : การ คิดในเชิงสังเคราะห์ มองภาพองค์รวม โดยการจับประเด็น สรุปรูปแบบ เชื่อมโยงหรือประยุกต์แนวทางจากสถานการณ์ ข้อมูล หรือทัศนะต่างๆ จนได้เป็นกรอบความคิดหรือแนวคิดใหม่ การใส่ใจและพัฒนาผู้อื่น (Caring Others): ความใส่ใจและตั้งใจที่จะส่งเสริม ปรับปรุงและพัฒนาให้ผู้อื่นมีศักยภาพ หรือมีสุขภาวะ ทั้งทางปัญญา ร่างกาย จิตใจ และทัศนคติที่ดีอย่างยั่งยืนเกินกว่ากรอบของการปฏิบัติหน้าที่ การสั่งการตามอำนาจหน้าที่ (Holding People Accountable): การกำกับดูแลให้ผู้อื่นปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมาย หรือตามตำแหน่งหน้าที่ การกำกับดูแลนี้ หมายรวมถึงการออกคำสั่งโดยปกติทั่วไปจนถึงการใช้ อำนาจตามกฎหมายกับผู้ฝ่าฝืน การสืบเสาะหาข้อมูล (Information Seeking) : ความใฝ่รู้เชิงลึกที่จะแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ ภูมิหลัง ประวัติความเป็นมา ประเด็นปัญหา หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวข้องหรือจะเป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงาน ความเข้าใจข้อแตกต่างทางวัฒนธรรม (Cultural Sensitivity): การรับรู้ถึงข้อแตกต่างทางวัฒนธรรม และสามารถประยุกต์ความ เข้าใจ เพื่อสร้างสัมพันธภาพระหว่างกันได้ ความเข้าใจผู้อื่น (Interpersonal Understanding): ความสามารถในการรับฟังและเข้าใจความหมายตรง ความหมายแฝง ความคิด ตลอดจนสภาวะทางอารมณ์ของผู้ที่ติดต่อด้วย

43 42 สมรรถนะตาม ว27/2552 ตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.พ. (ต่อ) หมายเหตุ : เป็นความรู้ที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ ความเข้าใจองค์กรและระบบราชการ (Organizational Awareness): ความสามารถในการเข้าใจความสัมพันธ์เชิงอำนาจตาม กฎหมาย และอำนาจที่ไม่เป็นทางการ ในองค์กรของตนและองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุ เป้าหมาย รวมทั้งความสามารถที่จะคาดการณ์ได้ว่านโยบายภาครัฐ แนวโน้มทางการเมือง เศรษฐกิจสังคม เทคโนโลยี ตลอดจน เหตุการณ์ ที่จะเกิดขึ้น จะมีผลต่อองค์กรอย่างไร การดำเนินการเชิงรุก (Proactiveness): การเล็งเห็นปัญหาหรือโอกาสพร้อมทั้งจัดการเชิงรุกกับปัญหานั้นโดยอาจไม่มีใครร้องขอ และอย่างไม่ย่อท้อ หรือใช้โอกาสนั้นให้เกิดประโยชน์ต่องาน ตลอดจนการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใหม่ๆ เกี่ยวกับงานด้วย เพื่อแก้ปัญหา ป้องกันปัญหา หรือสร้างโอกาสด้วย การตรวจสอบความถูกต้องตามกระบวนงาน (Concern for Order): ความใส่ใจที่จะปฏิบัติงานให้ถูกต้อง ครบถ้วน มุ่งเน้นความ ชัดเจนของบทบาท หน้าที่ และลดข้อบกพร่องที่อาจเกิดจากสภาพแวดล้อม โดยติดตาม ตรวจสอบการทำงานหรือข้อมูล ตลอดจน พัฒนาระบบการตรวจสอบเพื่อความถูกต้องของกระบวนงาน ความมั่นใจในตนเอง (Self Confidence): ความมั่นใจในความสามารถ ศักยภาพ และการตัดสินใจของตนที่จะปฏิบัติงานให้ บรรลุผล หรือเลือกวิธีที่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน หรือแก้ไขปัญหาให้สำเร็จลุล่วง ความยืดหยุ่นผ่อนปรน (Flexibility): ความสามารถในการปรับตัว และปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์และกลุ่ม คนที่หลากหลาย หมายความรวมถึงการยอมรับความเห็นที่แตกต่าง และปรับเปลี่ยนวิธีการเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ศิลปะการสื่อสารจูงใจ (Communication & Influencing): ความสามารถที่จะสื่อความด้วยการเขียน พูด โดยใช้สื่อต่างๆ เพื่อให้ ผู้อื่นเข้าใจ ยอมรับ และสนับสนุนความคิดของตน

44 43 สมรรถนะตาม ว27/2552 ตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.พ. (ต่อ) หมายเหตุ : เป็นความรู้ที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ สุนทรียภาพทางศิลปะ (Aesthetic Quality ): ความซาบซึ้งในอรรถรสและเห็นคุณค่าของงานศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์และมรดก ของชาติ รวมถึงงานศิลปะอื่น ๆ และนำมาประยุกต์ในการสร้างสรรค์งานศิลปะของตนได้ ความผูกพันที่มีต่อส่วนราชการ (Organizational Commitment ): จิตสำนึกหรือความตั้งใจที่จะแสดงออกซึ่งพฤติกรรมที่สอดคล้องกับ ความต้องการ และเป้าหมายของส่วนราชการ ยึดถือประโยชน์ของส่วนราชการเป็นที่ตั้งก่อนประโยชน์ส่วนตัว การสร้างสัมพันธภาพ (Relationship Building ): สร้างหรือรักษาสัมพันธภาพฉันมิตร เพื่อความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เกี่ยวข้องกับงาน สมรรถนะที่พบในส่วนราชการ การตอบสนองทางอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ : ความสามารถในการรับฟังและเข้าใจบุคคลหรือสถานการณ์ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและตอบสนองให้ สอดคล้องกับสถานการณ์หรือกลุ่มคนที่หลากหลายได้อย่างสร้างสรรค์ ในขณะที่ยังคงปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ การบริหารทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า : การตระหนักเสมอถึงความคุ้มค่าระหว่างทรัพยากร (งบประมาณ เวลา กำลังคนเครื่องมือ อุปกรณ์ ฯลฯ) ที่ลงทุนไปหรือที่ใช้การปฏิบัติภารกิจ (Input) กับผลลัพธ์ที่ได้ (Output) และพยายามปรับปรุงหรือลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาให้การ ปฏิบัติงานเกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด อาจหมายรวมถึงความสามารถในการจัดความสำคัญในการใช้เวลา ทรัพยากร และข้อมูลอย่าง เหมาะสม และประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุด ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ : ความสามารถในการที่จะนำเสนอทางเลือก (Option) หรือแนวทางแก้ปัญหา (Solution) หรือสร้างนวัตกรรม หรือริเริ่ม สร้างสรรค์กิจกรรมหรือสิ่งใหม่ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน หรือองค์กร การกำกับและติดตามอย่างสม่ำเสมอ: เจตนาที่จะกำกับดูแล และติดตามการดำเนินงานต่างๆ ของผู้อื่นที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน กฎระเบียบ หรือข้อบังคับที่กำหนดไว้ โดยอาศัยอำนาจตามระเบียบ กฎหมาย หรือตามตำแหน่งหน้าที่ที่มีอยู่อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพโดยมุ่งประโยชน์ของ หน่วยงาน องค์กร หรือประเทศชาติเป็นสำคัญ

45 44 สมรรถนะตาม ว27/2552 ตามข้อกำหนดของสำนักงาน ก.พ. (ต่อ) หมายเหตุ : เป็นความรู้ที่สำนักงาน ก. พ. บังคับ การผลักให้เกิดการมีส่วนร่วมในสังคม: การตระหนัก เต็มใจ ยอมรับ และเปิดโอกาสให้ผู้อื่น ประชาชน เครือข่าย กลุ่มบุคคล หรือหน่วยงานต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานของหน่วยงาน หรือองค์กร เพื่อสร้างและส่งเสริมให้เกิดกระบวนการและกลไกการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่าง แท้จริงและยั่งยืน จิตสำนึกและรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม: การมีจิตสำนึก ตระหนัก ให้ความสำคัญ และมีความรับผิดชอบต่อสังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีความ มุ่งมั่น และทุ่มเทที่จะอนุรักษ์ และรักษาสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชนให้น่าอยู่ ตลอดจนเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานหรือร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่ เกี่ยวข้องกับสังคม และสิ่งแวดล้อมขององค์กรอย่างเต็มที่ เพื่อเกิดประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และสิ่งแวดล้อมโดยรวม การมุ่งความปลอดภัยและการระวังภัย : ความมุ่งมั่นที่จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัย การระวังภัย รวมทั้งการป้องกันภัยต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยรับรู้และตระหนักถึงความสำคัญในการป้องกันภัย เหตุอันตราย และสาธารณภัยต่างๆ ตั้งแต่การปฏิบัติตนในชีวิตประจำวันทั่วไป รวมถึงการ ดำเนินกิจกรรมในการปฏิบัติงาน และตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือ การบรรเทาทุกข์ การฟื้นฟูผู้ประสบภัยให้ได้รับการดูแลอย่างมี ประสิทธิภาพ รวมถึงการสนับสนุนและเสริมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยและการระวังภัยต่างๆ ให้เกิดขึ้นในระดับหน่วยงาน องค์กร ชุมชน และ สังคมในระยะยาว ความเข้าใจพื้นที่ : มีพฤติกรรมและความสามารถในการเข้าใจประชาชน และพื้นที่ที่รับผิดชอบ และติดตามข้อมูล ข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่างๆ ของประชาชน และพื้นที่ที่รับผิดชอบสม่ำเสมอ รวมทั้งสามารถใช้ความเข้าใจที่ถูกต้องนั้นๆ ในการให้บริการ ให้ความรู้ ความช่วยเหลือ คำแนะนำ การ พัฒนา หรือการส่งเสริมในด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องแก่ประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ

46 45 การตอบสนองทางอารมณ์อย่างสร้างสรรค์ (Creative Responding to Emotion- CRE) คำจำกัดความ: ความสามารถในการรับฟังและเข้าใจบุคคลหรือสถานการณ์ และพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนและตอบสนองให้สอดคล้องกับสถานการณ์หรือกลุ่มคนที่หลากหลายได้อย่างสร้างสรรค์ ในขณะที่ยังคงปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ระดับที่ 0: ไม่แสดงสมรรถนะด้านนี้อย่างชัดเจน ระดับที่ 1: มีความยืดหยุ่นในการปฏิบัติหน้าที่ เข้าใจความหมายของผู้ติดต่อสื่อสาร และสามารถปรับการทำงานให้คล่องตัวและสอดคล้องกับความต้องการได้ ระดับที่ 2: แสดงสมรรถนะระดับที่ 1 และเข้าใจบุคคลหรือสถานการณ์ได้ง่ายและพร้อมยอมรับความจำเป็นที่จะต้องปรับเปลี่ยน เต็มใจ ยอมรับ และเข้าใจความคิดเห็นของผู้อื่นทั้งในเชิงเนื้อหาและนัยเชิงอารมณ์ เต็มใจที่จะเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ และทำงานให้บรรลุตามเป้าหมาย เมื่อสถานการณ์ปรับเปลี่ยนไป เช่น ได้รับข้อมูลใหม่หรือข้อคิดเห็นใหม่จากผู้เชี่ยวชาญ ระดับที่ 3: แสดงสมรรถนะระดับที่ 2 และเข้าใจความหมายแฝงของบุคคลและสถานการณ์และเลือกปฏิบัติงานอย่างยืดหยุ่นและสร้างสรรค์ มีวิจารณญาณในการปรับให้เข้ากับสถานการณ์เฉพาะหน้า เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการปฏิบัติงาน หรือเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของหน่วยงานหรือขององค์กร สามารถตีความหมายเบื้องลึกที่ไม่ได้แสดงออกอย่างชัดเจนของบุคคลหรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วปรับตัวให้สอดคล้อง และเหมาะสมกับกับแต่ละบุคคลหรือสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างมี ประสิทธิภาพและสร้างสรรค์ สามารถเลือกทางเลือก วิธีการ หรือกระบวนการมาปรับใช้กับสถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลงานที่ดี ระดับที่ 4: แสดงสมรรถนะระดับที่ 3 และใช้ความเข้าใจในเชิงลึกต่อบุคคลหรือสถานการณ์มาปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงานให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ใช้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในบุคคลหรือสถานการณ์ต่างๆ ให้เป็นประโยชน์ในทำงานให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินงาน ระเบียบขั้นตอนหรือลักษณะการประสานงานของหน่วยงานหรือองค์กร ให้เข้ากับแต่ละสถานการณ์ แต่ยังคงเป้าหมายเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระดับที่ 5: แสดงสมรรถนะระดับที่ 4 และปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์ทั้งหมด เพื่อให้งานมีประสิทธิภาพ ปรับแผนกลยุทธ์ทั้งหมดอย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์เฉพาะหน้า มีจิตวิทยาในการใช้ความเข้าใจผู้อื่นในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเป็นพื้นฐานในการเจรจาทำความเข้าใจ หรือดำเนินงานไห้ได้ตามภารกิจของหน่วยงาน

47 46 การบริหารทรัพยากรอย่างประหยัดและคุ้มค่า (Resource Management- RM) คำจำกัดความ: การตระหนักเสมอถึงความคุ้มค่าระหว่างทรัพยากร (งบประมาณ เวลา กำลังคนเครื่องมือ อุปกรณ์ ฯลฯ) ที่ลงทุนไปหรือที่ใช้การปฏิบัติภารกิจ (Input) กับผลลัพธ์ที่ได้ (Output) และพยายาม ปรับปรุงหรือลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน เพื่อพัฒนาให้การปฏิบัติงานเกิดความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด อาจหมายรวมถึงความสามารถในการจัดความสำคัญในการใช้เวลา ทรัพยากร และข้อมูลอย่าง เหมาะสม และประหยัดค่าใช้จ่ายสูงสุด ระ