งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Basic of Routing พื้นฐานการหาเส้นทางข้ามเครือข่าย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Basic of Routing พื้นฐานการหาเส้นทางข้ามเครือข่าย."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Basic of Routing พื้นฐานการหาเส้นทางข้ามเครือข่าย

2 9-1  หน้าที่ของเราท์เตอร์  ที่มาของเส้นทาง  หลักการเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด  โปรโตคอลหาเส้นทาง

3 9-2 หน้าที่เราท์เตอร์ หน้าที่ L3 (เมื่ออ่าน IP Header): เลือกเส้นทางที่ดีที่สุด (Path Selection/Forwarding)  อ่านเลขไอพีปลายทางบนแพ๊กเก็ต  เทียบกับรายการเส้นทางว่าควรฟอร์เวิร์ด ออกอินเตอร์เฟสไหนดีที่สุด หน้าที่ L2 (หลังเลือกอินเตอร์เฟสได้): เข้า/ถอดรหัสและส่งต่อเฟรม (Interconnected Switching)  เขียน Frame Header ใหม่ตามข้อมูล ARP บนอินเตอร์เฟส เพื่อฟอร์เวิร์ดต่อยังอุปกรณ์ตัวถัดไปในเครือข่ายเดียวกัน  Switching ยังหมายถึง การเปลี่ยนชนิดโปรโตคอล Data- Link/มาตรฐาน Physical ระหว่างอินเตอร์เฟสด้วย

4 9-3 ตารางเส้นทาง Routing Table Network ID Cost Next Hop รายการเส้นทาง: Router Console Router# show ip route Codes: C - connected, S - static, R - RIP, M - mobile, B - BGP D - EIGRP, EX - EIGRP external, O - OSPF, IA - OSPF inter area Gateway of last resort is /8 is variably subnetted, 1 subnets, 1 masks R /24 [120/2] via , 00:14:05 D /24 [90/ ] via , 00:14:05 C /24 is directly connected, Serial0 C /24 is directly connected, Ethernet0 Prefix Length-AD-Metric  หาเส้นทางที่ดีที่สุด ถ้าอ้างถึง Next Hop IP ก็ต้องไล่จนรู้อินเตอร์เฟส  โครงสร้างของรายการเส้นทาง: (ที่มา) (NetworkID) (AD/Metric) (NextHop/อินเตอร์เฟส) เช่น: Des.IP E0 S0 R /24 [120/2] via  มาจากโปรโตคอล RIP  สำหรับไปยังเครือข่าย /24  ค่า AD(RIP)=120, Metric(Hop)=2  ให้ส่งไปยัง Next Hop IP

5 9-4 ที่มาของเส้นทาง Fa0/0 S /24 Fa0/1 RIPv2 Router Console Router# show ip route Codes: C - connected, S - static, R - RIP, M - mobile, B - BGP D - EIGRP, EX - EIGRP external, O - OSPF, IA - OSPF inter area Gateway of last resort is of the network /8 is variably subnetted, 1 subnets, 1 masks R /24 [120/2] via , 00:14:05 S /24 [1/0] via C /24 is directly connected, Serial0 C /24 is directly connected, FastEthernet0/0  Connected Route : จาก Network ID บนอินเตอร์เฟสของตนเอง  Static Route : จากการตั้งค่า เส้นทางตายตัวบนเราท์เตอร์  Dynamic Route : คอยอัพเดทจาก โปรโตคอลหาเส้นทางอยู่ตลอด  Default Route : เส้นทางสุดท้าย สำหรับแพ๊กเก็ตที่เลือกเส้นทางไม่ได้

6 9-5 เส้นทางจากอินเตอร์เฟส Directly Connected / / /24  C /24 is directly connected, Serial0  C /24 is directly connected, FastEthernet0/0  C /24 is directly connected, FastEthernet0/1  เป็นเส้นทางพื้นฐาน ของเราท์เตอร์  ต้องมี เพื่อให้รู้ อินเตอร์เฟสขาออก  ถูกเลือกใช้เป็นอันดับ แรก (ค่า AD = 0)

7 9-6 เส้นทางกำหนดตายตัว Static Route / / / /24 Router Console Router(config)# ip route  S /24 [1/0] via  ใช้คำสั่ง ip route (NetworkID) (NetMask) (NextHop/อินเตอร์เฟส) ในโหมดโกลบัลคอนฟิก  เหมาะกับเส้นทางน้อยๆ  ถูกเลือกใช้เป็นอันดับต่อมา (ค่า AD = 1)

8 9-7 เส้นทางอัพเดทจากโปรโตคอล Dynamic Route / / /24 RIPv2  R /24 [120/2] via , 00:15:20  ได้รับการอัพเดทจาก โปรโตคอลหาเส้นทาง ที่ รับเข้าจากแต่ละอินเตอร์เฟส  เหมาะกับเส้นทางเยอะ และ เปลี่ยนแปลงบ่อย  มีค่า AD และประเภทของ Metric ตามชนิดโปรโตคอล  AD = 120 เป็นค่าดีฟอลท์ของ RIP  Metric ของ RIP คือจำนวนเราท์เตอร์ที่ผ่านมา (Hop Count) ดังนั้น ในที่นี้ /24 จึงอยู่ห่างออกไป 2 เราท์เตอร์ (Hop) เวลาที่นับอยู่ แสดงว่าเป็น Dynamic

9 9-8 เส้นทางสุดท้ายของแพ๊กเก็ต Default Route / / / /24 Router Console Router(config)# ip route  Gateway of last resort is  ได้จากการตั้งค่า ip route (NextHop/อินเตอร์เฟส)  เพื่อให้ทุกแพ๊กเก็ตมีทางไป ไม่ต้องดรอปเมื่อไม่มีเส้นทาง  นิยมใช้กับเครือข่ายที่มี ทางออกทางเดียว (Stub) เช่นเกตเวย์ที่ออก อินเตอร์เน็ต Stub LAN Internet Default Route

10 9-9 หลักการเลือกเส้นทางที่ดีที่สุด PAM Router Console Router# show ip route Codes: C - connected, S - static, R - RIP, M - mobile, B - BGP D - EIGRP, EX - EIGRP external, O - OSPF, IA - OSPF inter area Gateway of last resort is /8 is variably subnetted, 1 subnets, 1 masks R /24 [120/2] via , 00:14:05 D /24 [90/ ] via , 00:14:05 C /24 is directly connected, Serial0 C /24 is directly connected, Ethernet0 Des.IP E0 S0  R /24 [120/2] Prefix LengthADADMetric  เราท์เตอร์จะพิจารณาเลือกเส้นทางจาก ตัวแปรทั้ง 3 ตัวนี้ตามลำดับ:  จำนวนบิตที่เหมือนกันมากที่สุด จากข้างหน้าของเลขไอพี (Longest Match P refix Length)  ค่าอุปสรรคจากที่มาของเส้นทาง ( A dministrative Distance)  ค่าตัวแปรจำเพาะที่โปรโตคอลหา เส้นทางใช้ ( M etric)

11 9-10 จำนวนบิตที่เหมือนกันมากที่สุด Prefix Length (Longest Match) Des.IP E0 S0  R / 16 [120/3] via , 00:15:20  C / 24 is directly connected, FastEthernet0  S / 28 [1/0] via  D /24 [90/ ] via   นำ IP Address ปลายทาง ของแพ๊กเก็ตขาเข้า มาเทียบ หาเส้นทางที่มีจำนวนบิต ด้านหน้าตรงกันมากที่สุด  นั่นคือ หา Network ID ที่แคบ ที่สุดสำหรับ IP Address นั่นเอง (ดู Prefix Length)

12 9-11 ค่าอุปสรรคของที่มาเส้นทาง Administrative Distance Des.IP E0 S0  R /28 [ 120 /3] via , 00:15:20  C /28 is directly connected, FastEthernet0  S /28 [ 1 /0] via  D /28 [ 90 / ] via  ที่มาของเส้นทางAD Directly Connected0 Static route (ออกอินเตอร์เฟส)0 Static route (Next hop)1 EIGRP90 OSPF110 RIP120  บ่งบอกความน่าเชื่อถือ และ เสถียรภาพของเส้นทาง  เช่น เส้นทางตายตัวย่อมเสถียร กว่าแบบ Dynamic ฯลฯ

13 9-12 ค่าถ่วงน้ำหนักเส้นทาง Metric Des.IP E0 S0 NetworkMetricInterface /2410Ethernet /245Serial /249Serial1 ข้อมูลของ Router RIP  R /24 [120/5] via (Serial0), 00:15:20 เพิ่มเส้นทาง ที่ดีที่สุดไปไว้ ในตารางของ เราท์เตอร์ S1 RIPv2  เป็นค่าที่โปรโตคอลหา เส้นทางนำมาเลือกเส้นทาง ที่ดีที่สุดของตนเอง ก่อนส่ง ให้เราท์เตอร์  เป็นค่าจำเพาะต่อชนิด โปรโตคอล โปรโตคอลMetric RIP จำนวน Hop OSPF แบนด์วิธ EIGRP แบนด์วิธ +ดีเลย์

14 9-13 ฝึกการเลือกเส้นทาง Router Console Router# show ip route Codes: C - connected, S - static, R - RIP, M - mobile, B - BGP D - EIGRP, EX - EIGRP external, O - OSPF, IA - OSPF inter area Gateway of last resort is /8 is variably subnetted, 1 subnets, 1 masks R /24 [120/2] via , 00:14:05 D /24 [90/ ] via , 00:14:05 C /24 is directly connected, Serial0 C /24 is directly connected, Ethernet0 S /27 [1/0] via S /24 [1/0] via O /24 [110/233399] via , 00:05:01 Des.IP Des.IP Des.IP Des.IP

15 9-14 โปรโตคอลหาเส้นทาง Routing Protocol / /24 RIPv /24 RIPv /24  เราท์ติ้งโปรโตคอล จะคอยแลกเปลี่ยนข้อมูลของเครือข่ายที่อยู่บน อินเตอร์เฟส (Directly Connected) ที่เราสั่งอนุญาตเท่านั้น! ระหว่างกลุ่มเราท์เตอร์ที่ตั้งค่าให้เป็นกลุ่มเดียวกัน  แต่ละเราท์เตอร์จึงได้รับการอัพเดทข้อมูลเส้นทางตามที่โปรโตคอล ระบุ และตามอินเตอร์เฟสที่รับข้อมูลจากโปรโตคอลนั้น เช่น  R /24 [120/5] via (Serial0), 00:15:20

16 9-15 โปรโตคอลหาเส้นทาง Routing Protocol  เราสามารถแบ่งชนิดของเราท์ติ้งโปรโตคอลได้ตามลักษณะการทำงาน เช่น: ตามขอบเขตการทำงาน:  ใช้ภายในกลุ่มเราท์เตอร์หรือ AS no. เดียวกัน (Interior Gateway Protocol; IGP) ได้แก่ IGRP, RIP, OSPF, EIGRP, IS-IS  ใช้ระหว่างกลุ่มเราท์เตอร์ หรือ AS no. (Exterior Gateway Protocol; EGP) เช่น ข้ามระหว่างประเทศ ได้แก่ BGP การรองรับ Classless:  รองรับเฉพาะ Classful ได้แก่ IGRP, RIPv1  รองรับ Classless ได้แก่ RIPv2, OSPF, EIGRP

17 9-16 โปรโตคอลหาเส้นทาง Routing Protocol รูปแบบการส่งข้อมูล:  ส่งแบบบรอดคาสต์ ได้แก่ RIPv1  ส่งแบบมัลติคาสต์ ( xx) ได้แก่ RIPv2, OSPF, EIGRP ใช้ได้เฉพาะอุปกรณ์ซิสโก้:  Cisco Proprietary ได้แก่ IGRP, EIGRP  มาตรฐานสากล ได้แก่ RIPv1/v2, OSPF รองรับการยืนยันตน:  ไม่รองรับ ได้แก่ RIPv1  รองรับ ได้แก่ RIPv2, OSPF, EIGRP แบ่งโหลดระหว่างเส้นทาง :  รองรับโหลดเท่ากัน ได้แก่ RIP, OSPF  รองรับโหลดไม่เท่ากันได้ ได้แก่ EIGRP

18 9-17 โปรโตคอลหาเส้นทาง Routing Protocol กลไกการหาเส้นทาง:  ส่งข้อมูลทุกเส้นทางแบบบอกต่อๆ กัน (By Rumour)  ได้แก่ IGRP RIPv1/v2  เรียกชื่ออัลกอริทึมว่า Bellman-Ford  เรียกโปรโตคอลประเภทนี้ว่า Distance Vector  กระจายสภาพลิงค์รอบตัวให้กับทุกเราท์เตอร์ในกลุ่ม (Link State Advertisment)  ได้แก่ OSPF  เรียกชื่ออัลกอริทึมว่า Dijkstra  เรียกโปรโตคอลประเภทนี้ว่า Link State

19 9-18 โปรโตคอลหาเส้นทาง Routing Protocol กลไกการหาเส้นทาง (ต่อ):  ส่งข้อมูลทุกเส้นทาง เฉพาะที่ดีที่สุด แบบบอกต่อๆ กัน พร้อมนำข้อมูลสภาพลิงค์ที่ติดกับเพื่อนบ้านมาคำนวณด้วย  ได้แก่ EIGRP  เรียกชื่ออัลกอริทึมว่า DUAL (Diffusal Update Algorithm)  เรียกโปรโตคอลประเภทนี้ว่า Hybrid หรือ Advance Distance Vector

20 9-19 หน้าที่โปรโตคอลหาเส้นทาง Function of Routing Protocol 1 1 เรียนรู้เส้นทาง (Learning) 2 2 บอกต่อเส้นทาง (Advertisement) 3 3 เลือกเส้นทางที่ดีที่สุด (ของตนเอง) 4 4 เลือกเส้นทางใหม่เมื่อรับทราบการ เปลี่ยนแปลง (Convergence) Routing Protocol เส้นทาง Net มาทางนี้ 2 2 NetMetric Protocol Table Routing Table 3 3 Net 10 เข้าถึงไม่ได้ Convergence 4 4

21 9-20 เลขที่กลุ่มของเครือข่าย Autonomous Number  กลุ่มของเราท์เตอร์ที่ใช้ชุดการตั้งค่าเราท์ติ้งโปรโตคอลแบบเดียวกัน  โปรโตคอลที่ทำงานภายใน AS no. เดียวกัน เรียกว่า IGP  โปรโตคอลที่ทำงานระหว่าง AS เรียกว่า EGP ข้อสังเกต: EIGRP เวลาตั้งค่าต้องกำกับ AS no. ด้วย ถ้าพบว่าเราท์เตอร์ ใช้คนละ AS no. ก็จะไม่แลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางกัน เป็นต้น

22 9-21 กลไกแบบส่งต่อทุกเส้นทาง Distance Vector Distance = ระยะทาง (จำนวน Hop) Vector = ทิศทาง (อินเตอร์เฟสที่รับเส้นทาง) Distance = ระยะทาง (จำนวน Hop) Vector = ทิศทาง (อินเตอร์เฟสที่รับเส้นทาง)  ส่งข้อมูลทุกเส้นทางแบบบอกต่อๆ กัน โดยบวกค่า Metric (จำนวน Hop) เมื่อผ่านแต่ละเราท์เตอร์  ถ้าเครือข่ายใหญ่ จะกินแบนด์วิธ มาก (โดยเฉพาะ RIPv1 ที่ส่งแบบ บรอดคาสต์)  ตัวอย่าง : IGRP RIPv1/v2 ด้วย เหตุผลด้านแบนด์วิธ จึงขยาย ช่วงเวลาที่แลกเปลี่ยนข้อมูล (Hello time) เป็น 30 วินาที

23 9-22 กลไกแบบใช้สถานะจากทุกลิงค์ Link State  ส่งข้อมูลสภาพของเส้นทาง (แบนด์วิธ การ เปิดใช้งาน) ที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน ส่งเป็น แพ๊กเก็ต Link State (ขนาดเล็กมาก) ให้กับ ทุกเราท์เตอร์ในกลุ่ม  แต่ละเราท์เตอร์จะนำ Link State ที่ได้รับ จากทุกเราท์เตอร์มาคำนวณเป็นชุดเส้นทาง ที่ดีที่สุด (Shortage Path Tree; SPT) ก่อน นำมาใส่ในตารางเส้นทางจริงต่อไป  ด้วยวิธีนี้ จึงประกันได้ว่าไม่เกิด Routing Loop เพราะแต่ละเราท์เตอร์จะมี SPT เหมือนกัน  ตัวอย่าง: OSPF แต่ละเราท์เตอร์จึงต้องมี ID อ้างอิงด้วย (ใช้จากไอพี Loopback ที่มากสุดของตน) เพื่อจำกัดวงการคำนวณ SPT จึงแบ่งกลุ่ม (Area) ให้ คำนวณยุบรวมเป็นชั้นๆ (Hierarchy)

24 9-23 กลไกแบบรวมทั้งสองแบบ Hybrid EIGRP Check Link State S0 S0 S1 Check Link State S1 เอาเฉพาะที่ดี ที่สุด  ก่อนเราท์เตอร์ส่งต่อเส้นทางต่อๆ กัน เหมือน Distance Vector เราท์เตอร์จะคัด เฉพาะเส้นทางที่ดีที่สุดที่ตัวเองมีอยู่ของแต่ ละเครือข่ายเท่านั้น  จึงประหยัดแบนด์วิธ ไม่ส่งสะเปะสะปะ เหมือน Distance Vector ทั่วไป  เราท์เตอร์ตัวที่ต้องการเส้นทางนำมาใช้จริง จะรวบรวมเส้นทางที่ได้รับจากเพื่อนบ้านไว้ แล้วมาคำนวณกับสถานะลิงค์ (Link State) ที่เชื่อมต่อกับเพื่อนบ้าน เพื่อทำเป็นตาราง เส้นทางของตัวเองที่เรียงจากที่ดีที่สุดลงมา ก่อน แล้วคัดเอาเส้นทางที่ดีที่สุดส่งให้ ตารางเส้นทางจริง การรับเส้นทางจากทุกเพื่อนบ้านมาคำนวณร่วมกับ สถานะลิงค์ในตารางแยกก่อน จึงเรียกว่า การอัพเดท เส้นทางแบบค่อยๆ รับและอัพเดท (Diffusal Update) EIGRP จึงมีรายการเส้นทางสำรองบนตารางตัวเองที่ นำมาใช้แทนทันทีได้เมื่อจำเป็น (Feasible Successor)

25 9-24 สรุปคุณสมบัติโปรโตคอล RIPv1 RIPv2 OSPF EIGRP ประเภท Distance Vector Link State Hybrid (Advance Distance Vector) อัลกอริทึม Bellman- Ford Dijkstra DUAL Metric Hop Count ส่วนกลับของ Bandwidth + Delay AD Hello Time 30s 10s ClassLess ไม่รองรับ รองรับ

26 9-25 เราท์เตอร์ที่อยู่ติดกัน Neighbor/Adjacency NB  Neighbor (NB):  เราท์เตอร์ที่อยู่ข้างเคียง  Adjacency (ADJ):  การลงทะเบียนเพื่อนบ้าน เพื่อ ประกันการสื่อสารระหว่างกัน  สำคัญกับเราท์ติ้งโปรโตคอล ประเภท Link-State/Hybrid ADJ


ดาวน์โหลด ppt Basic of Routing พื้นฐานการหาเส้นทางข้ามเครือข่าย.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google