งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Enhanced Interior Gateway Routing Protocol เราท์ติ้งโปรโตคอลที่ปรับปรุงใหม่ของซิสโก้

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Enhanced Interior Gateway Routing Protocol เราท์ติ้งโปรโตคอลที่ปรับปรุงใหม่ของซิสโก้"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Enhanced Interior Gateway Routing Protocol เราท์ติ้งโปรโตคอลที่ปรับปรุงใหม่ของซิสโก้

2 12-1  กลไกการอัพเดทเส้นทาง  การใช้ Auto-Summary  การตั้งค่าพื้นฐาน  การแบ่งโหลดที่ค่า Cost ไม่เท่ากัน (Unequal Cost Load Balance)

3 12-2 ลักษณะเด่นของ EIGRP ลักษณะเด่น:  เป็นโปรโตคอลของซิสโก้ (Cisco Proprietary) ที่พัฒนาต่อจาก IGRP  ใช้หลักการ Distance Vector ของ IGRP เดิมมาปรับปรุงใหม่  ใช้อัลกอริทึม Diffusing Update Algorithm (DUAL) ที่ป้องกันการวนลูป  Convergence เร็วมากที่สุด (ในบรรดา IGP) เพราะมีเส้นทาง สำรอง (Feasible Successor) เตรียมไว้ใช้แทนทันที  ประกันการสื่อสารของการอัพเดทเส้นทางด้วย Reliable Transport Protocol (RTP)  รองรับการแบ่งโหลดระหว่างเส้นทางที่มี Cost ไม่เท่ากัน (Unequal Cost Load Balance)  ใช้ค่า Metric หลากหลายได้ แล้วแต่ถ่วงน้ำหนัก (Composite Metric)

4 12-3 เส้นทางจากการบอกต่อขั้นสูง Advance Distance Vector R1 R2 R3 R R2  R5 = 20 5 R3  R5 = 15 R4  R5 = 20 เส้นทางที่บอกต่อ ระยะเส้นทางที่ดีที่สุด Advertised Distance ระยะถึงเพื่อนบ้าน Local Distance ระยะถึงเพื่อนบ้าน Net Hop RD LD R5  R R5  R R5  R Neighbor Table Net Hop FD* R5  R2 25 R5  R3 20 Topology Table Successor Feasible Successor เส้นทางสำรอง เส้นทางหลัก *FD = Feasible Distance = RD + LD  ใช้อัลกอริทึม diffusing Update (DUAL) ในการคำนวณเส้นทาง (Reported Distance)

5 12-4 เส้นทางจากการบอกต่อขั้นสูง Advance Distance Vector  ใช้การบอกต่อเส้นทาง โดยทบบวกค่า Metric เรื่อยๆ เหมือน Distance Vector  แต่ว่า เราท์เตอร์จะ คัดเฉพาะเส้นทางที่ดี สุดของเครือข่ายๆ นั้นๆ (Successor) บอกต่อ ให้เราท์เตอร์ตัวอื่น  นอกจากนี้ ยัง คิด Metric ของลิงค์ ระหว่างตัวเองกับเพื่อนบ้าน มาพิจารณา ร่วมด้วย (พฤติกรรมแบบ Link State)  จึงเรียกกลไกของเราท์ติ้งโปรโตคอลแบบนี้ ว่า การบอกต่อขั้นสูง (Advance Distance Vector)

6 12-5 เส้นทางจากการบอกต่อขั้นสูง Advance Distance Vector  คำจำกัดความที่ควรทราบ: Advertised (Reported) Distance  ค่า Cost (Metric) ที่คิดตลอดเส้นทางไปถึงเครือข่าย หนึ่ง ที่ดีที่สุด สำหรับบอกต่อให้เพื่อนบ้าน Local Distance  ค่า Cost (Metric) ของลิงค์ที่เชื่อมต่อระหว่างตนเอง กับเพื่อนบ้าน Feasible Distance (FD)  ค่า Cost (Metric) ของแต่ละเส้นทาง ตั้งแต่ตนเอง ถึงปลายทาง ที่น้อยที่สุด (เป็น Cost ของ Successor )  คิดจาก Advertised + Local Distance แล้วนำมาเทียบกัน

7 12-6 เส้นทางจากการบอกต่อขั้นสูง Advance Distance Vector  กลไกการเลือกเส้นทาง: หาเราท์เตอร์เพื่อนบ้าน หา Cost ถึงเพื่อนบ้าน รับเส้นทางจากเพื่อนบ้าน Local DistanceReported Distance คำนวณ Cost ของแต่ละเส้นทาง Feasible Distance (FD) เลือกเส้นทางใช้จริง Successor เลือกเส้นทางสำรอง Feasible Successor

8 12-7 เส้นทางจากการบอกต่อขั้นสูง Advance Distance Vector  เส้นทาง Successor และ Feasible Successor บนเราท์เตอร์ อยู่บน Topolog Table แสดงขึ้นได้โดยใช้คำสั่ง show ip eigrp topology ในโหมดอีนาเบิล Router# show ip eigrp topology IP-EIGRP Topology Table for process 77 Codes: P - Passive, A - Active, U - Update, Q - Query, R - Reply, r - Reply status P , 2 successors, FD is via ( / ), Ethernet0 via ( / ), Ethernet1 via ( / ), Serial0 Successor Feasible Successor Feasible Distance (FD) Advertised Distance (AD)

9 12-8 ค่า Metric หลากหลาย  EIGRP แลกเปลี่ยนตัวแปรหลายตัวบน อินเตอร์เฟสขาออกของเราท์เตอร์ต้นทาง เพื่อคำนวณเป็นค่า Cost หรือ Metric ประจำเส้นทางจากเราท์เตอร์ตน ไปถึงเราท์เตอร์ป ลายทาง แบ่งเป็นกลุ่มดังนี้: ตัวแปร Default  Bandwidth : จะแลกเปลี่ยนเฉพาะ ค่าที่น้อยที่สุด ตลอดเส้นทาง  Delay : แลกเปลี่ยนค่าผลบวกสะสมเหมือนปกติ แต่โดยดีฟอลท์จะ คงที่ที่ 20,000  sec ต่อ Hop จึง ขึ้นกับจำนวน Hop (Hop Count) ตัวแปรทางเลือก  ตัวแปรกลุ่มนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้โดยดีฟอลท์ แต่เราสามารถเลือกนำมาใช้ ได้โดยเปลี่ยนค่าตัวแปรถ่วงน้ำหนัก (ค่า K) ประจำตัวแปรนั้นๆ  ได้แก่ Load และ Reliability

10 12-9 ค่า Metric หลากหลาย  สูตร Metric มาตรฐานของ EIGRP ที่นำตัวแปรดังกล่าวมาคำนวณ คือ Metric = K1*Bandwidth + K2*Bandwidth + K3*Delay * K LoadReliability+K4  โดยค่าถ่วงน้ำหนักดีฟอลท์ ได้แก่ K1 = K3 = 1 และ K2 = K4 = L5 = 0 จะได้ว่า Metric = Bandwidth + Delay  หรือเป็นสูตรทางคณิตศาสตร์ว่า: Metric = R 1  R n 10 7 BW น้อยที่สุด (หน่วย kbps) +  n = 1 n Delay (หน่วย x10  sec) x 256 *R 1  R n คือ คิดตั้งแต่เราท์เตอร์เจ้าของเครือข่ายเส้นทางนี้ (R 1 ) ถึงเราท์เตอร์ปัจจุบัน (R n )

11 12-8 ค่า Metric หลากหลาย R1 R2 R3 R /24 E1 = Mbps T1 = Mbps E1 = Mbps Fa0 Gi0 *ทุกเราท์เตอร์ ไม่มีการเปลี่ยนค่าดีเลย์จากดีฟอลท์ (20,000  sec)  คำนวณจาก R1  R5 ( /24) 1. หาตัวแปรที่ R1 ได้รับ  เส้นทาง R1  R2  R3  R5  BW น้อยที่สุด = Mbps  Delay รวม = 3 x 20,000  sec 10  sec  เส้นทาง R1  R4  R5  BW น้อยที่สุด = Mbps  Delay รวม = 2 x 20,000  sec 10  sec 2. หา Metric  เส้นทาง R1  R2  R3  R5: = {(10 7 /(1.544 Mbps x 1 kbps/0.001 Mbps)) + (3 x 2,000)} x 256 = 3,194,031  เส้นทาง R1  R4  R5: = {(10 7 /(2.048 Mbps x 1 kbps/0.001 Mbps)) + (2 x 2,000)} x 256 = 2,274,031 สรุป : เส้นทางที่ดีที่สุดคือ R1  R4  R5 มี Metric = 2,274,031

12  ค่าถ่วงน้ำหนักเมทริกซ์ (ค่า K) ต้องตรงกัน เนื่องจากจำเป็นที่เราท์เตอร์ ภายในกลุ่มที่ต้องคำนวณค่า Cost เป็นในแนวทางเดียวกัน การติดต่อเพื่อนบ้าน router eigrp 100 network x.x.x.x network y.y.y.y router eigrp 100 network x.x.x.x network z.z.z.z  EIGRP ติดต่อกับเพื่อนบ้านทางมัลติคาสต์ ซึ่งไม่ต้องใช้ค่า Hello Time ที่ตรงกันเหมือนโปรโตคอลอื่น แต่จะใช้ค่าดังต่อไปนี้:  เลขกลุ่มเราท์เตอร์ (Autonomous System No.) ต้องตรงกัน จึงจะยอม แลกเปลี่ยนข้อมูลเส้นทางซึ่งกันและกัน  ระบุอยู่ท้ายคำสั่งเปิดใช้ EIGRP: Router(config)# router eigrp xxx

13 12-12 กลไกป้องกันวนลูป  เนื่องจากยังมีพฤติกรรมของ Distance Vector จึงต้องมีกลไกป้องกันการ วนลูปของเส้นทาง ดังนี้  Poison Reverse : ส่งข้อมูลเครือข่ายที่เข้าถึงไม่ได้แล้ว ด้วยค่า Metric ที่ใช้ค่า Delay สูงสุดที่สุด (0xFFFFFFFF)  Split Horizon : ห้ามไม่ให้ส่งข้อมูลเส้นทางของเครือข่ายเดิม ออกทางอินเตอร์เฟส ที่เคยรับข้อมูลของเส้นทางเครือข่ายนี้เข้ามา  ตามอัลกอริทึม DUAL : โดยจะเลือกเส้นทางนั้นใหม่เมื่อค่า RD >= FD  เพราะค่า FD จะคงที่หลังจากเลือกเส้นทางหลัก (Successor)  แต่ยังรับค่า RD จากเพื่อนบ้านมาอัพเดทอยู่ตลอดเวลา  ดังนั้น เมื่อค่า RD สูงจนเกินกว่าค่า FD ที่คำนวณตอนแรก แสดงว่าเส้นทางดังกล่าวมีปัญหา ต้องรัน DUAL ใหม่

14 12-13 การอัพเดทเส้นทางเป็นระบบ ด้วย DUAL Net Hop FD* RD R5  R R5  R Topology Table Successor Feasible Successor เส้นทางสำรอง เส้นทางหลัก R5  R รายการของทุกเส้นทางที่ได้รับ < Loop! คำนวณ DUAL แล้ว ไม่เปลี่ยน ยังรับอัพเดทจาก เพื่อนบ้านเรื่อยๆ Net Hop FD* RD R5  R R5  R R5  R < Successor Feasible Successor  อัลกอลิทึม Diffusing Update (Query) ต่างจาก Distance Vector ทั่วไป ตรงที่ บันทึก ทุกเส้นทาง เก็บไว้ในตาราง Topology  ไว้คอยเลือกเส้นทางใหม่อย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่าเส้นทางหลักไม่ใช่ เส้นทางที่ดีที่สุด และวนลูป (RD >= FD)  เมื่อหาเส้นทางที่ไม่วนลูปไม่ได้อีก ถึงจะรัน DUAL ใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง

15 12-14 การตั้งค่า EIGRP  ตั้งค่าเปิดใช้ EIGRP บนเราท์เตอร์ โดยกำหนด AS no. ข้างท้ายให้ตรงกับเราท์เตอร์ตัวอื่น  Router(config)# router eigrp (เลข AS)  ใส่คำสั่ง no auto-summary เพื่อไม่ให้ Summarize เส้นทางอื่น ป้องกันปัญหาที่เกิด จากการรวมเครือข่ายที่ไม่ได้อยู่ต่อเนื่องกัน (Discontiguous Network)***  Router(config-router)# no auto-summary  ตั้งค่าเปิดใช้บนอินเตอร์เฟสที่ต้องการ ด้วยคำสั่ง network (network ID) ซึ่งรองรับสองแบบ  แบบ network (network ID แบบ Classful) เหมือน RIP  แบบ network (network ID) (wildcard mask) เหมือน OSPF ถ้าต้องการเลือก อินเตอร์เฟสให้ละเอียดระดับ Classless

16 12-15 การตั้งค่า EIGRP การตั้งค่าแบบ Classful  ไม่ใช่การเลือกกลไกการทำงานว่าจะส่งข้อมูลเครือข่ายเป็น Classful แต่เป็นการเลือกอินเตอร์เฟสที่มีเครือข่ายเป็นซับเซ็ตของ เลขที่ประกาศนี้ (เหมือนกรณี RIPv2) Fa /24 S /30 S /30 Fa /24 router eigrp 100 network network no auto-summary router eigrp 100 network network no auto-summary EIGRP AS 100

17 12-16 การตั้งค่า EIGRP การตั้งค่าแบบระบุ Wildcard  สำหรับเลือกอินเตอร์เฟสละเอียดระดับ Classless เช่น จะไม่เปิด ใช้บนอินเตอร์เฟสที่คนละเครือข่ายแบบ Classless Fa /24 S /30 S /30 Fa /24 router eigrp 100 network network no auto-summary S /30 ไม่ต้องการเปิดใช้ EIGRP as 100 ออกทาง อินเตอร์เฟสนี้ EIGRP AS 100 router eigrp 100 network network no auto-summary

18 12-17 การทวนสอบการตั้งค่า  ตรวจสอบว่าเราท์เตอร์ใช้ EIGRP เป็นเราท์ติ้งโปรโตคอล  Router# show ip protocols  ตรวจสอบว่าบนตารางเส้นทาง มีเส้นทางที่อัพเดทมาจาก EIGRP แล้ว  Router# show ip route (eigrp)  ตรวจสอบว่า EIGRP ถูกเปิดใช้บนอินเตอร์เฟสใดบ้าง  Router# show ip eigrp interfaces Router# show ip eigrp interfaces IP EIGRP interfaces for process 109 Xmit Queue Mean Pacing Time Multicast Pending Interface Peers Un/Reliable SRTT Un/Reliable Flow Timer Routes S0 0 0/0 0 11/ Fa0 1 0/ /10 0 0

19 12-18 การทวนสอบการตั้งค่า  ตรวจสอบว่าเราท์เตอร์เพื่อนบ้านที่ติดต่อกันได้  Router# show ip eigrp neighbors Router# show ip eigrp neighbors IP-EIGRP Neighbors for process 77 Address Interface Holdtime Uptime Q Seq SRTT RTO (secs) (h:m:s) Count Num (ms) (ms) Ethernet1 13 0:00: Ethernet0 14 0:02: Ethernet0 12 0:02:

20 12-19 การทวนสอบการตั้งค่า  ตรวจสอบ Successor และ Feasible Successor ในตาราง Topology  Router# show ip eigrp topology Router# show ip eigrp topology IP-EIGRP Topology Table for process 77 Codes: P - Passive, A - Active, U - Update, Q - Query, R - Reply, r - Reply status P , 2 successors, FD is via ( / ), Ethernet0 via ( / ), Ethernet1 via ( / ), Serial0 P , 2 successors, FD is via Connected, Ethernet1 via (307200/281600), Ethernet1 via (307200/281600), Ethernet0 via (332800/307200), Serial0 *ด้วยคำสั่งนี้ จะแสดงแค่ Successor และ Feasible Successor ต่อเครือข่าย Successor Feasible Successor Successor Feasible Successor

21 12-20 ปัญหาการ Summarize บน Discontiguous Network การ Summarize ที่ควรเป็น /28 _.16/28 _.0/27 _.32/27 _.0/26 _.64/26 Route Summarization /24  การรวมเส้นทาง เหมาะกับการแบ่งซับเน็ตที่มีความต่อเนื่องกัน เช่น /24  /25  /26  /27 ช่วยประหยัดการประมวลผล  เรียกลักษณะเครือข่ายที่แบ่งต่อเนื่องกันว่า Contiguous Network

22 12-21 ปัญหาการ Summarize บน Discontiguous Network การ Summarize ที่ควรเป็น /28 _.16/28 _.0/27 _.32/27 _.0/26 _.64/26  EIGRP มีฟีเจอร์ที่ Summarize เส้นทางอัตโนมัติ เรียกว่า Auto-Summary  ทำงานโดย ไม่ส่ง Subnet Mask จึงรวมเครือข่ายในลักษณะ Classful  ฟีเจอร์นี้ถูกทำงานอัตโนมัติอยู่โดยดีฟอลท์ S0 D /24 is a summary, 00:23:20, Serial 0 ฟีเจอร์ Auto-Summary

23 12-22 ปัญหาการ Summarize บน Discontiguous Network การ Summarize ที่ควรเป็น  ถ้าพบการแบ่งซับเน็ตแบบไม่ต่อเนื่อง (Discontiguous) การ Summarize เส้นทางอัตโนมัติจะทำให้ไม่สามารถหาทางออกได้ กลายเป็นเส้นทางตัน  จึงแนะนำให้ปิดฟีเจอร์นี้ด้วย: Router(config-router)# no auto-summary Discontiguous Network / / / ? D /24 is a summary, 00:13:00, Null 0 *Null 0 คืออินเตอร์เฟสที่สร้างขึ้นสำหรับ ดรอปแพ๊กเก็ต

24 12-23 การแบ่งโหลด Cost ไม่เท่ากัน Unequal Cost Load Balance  EIGRP เปิดใช้ฟีเจอร์ที่แบ่งโหลดโดยดีฟอลท์ระหว่างเส้นทางที่มีค่า Cost น้อยที่สุด บน แต่ละเครือข่ายปลายทาง (Successor) เหมือน OSPF  ค่าดีฟอลท์คือ แบ่งได้ 4 เส้นทาง และเพิ่มเส้นทางได้สูงสุดถึง 16 เส้นทาง  แต่ EIGRP ให้สามารถแบ่งโหลด (Load Balance) ได้บนเส้นทางที่มี Cost ไม่เท่ากันได้  โดยให้สมมติค่า Cost กลางที่เกิดจากการคูณค่า Feasible Distance (Cost ของ Successor) ด้วยตัวคูณที่ตั้งค่า (Multiplier) เพื่อกำหนดว่า เส้นทางใดที่มีค่า Cost ต่ำ กว่า Cost กลางที่คูณด้วย Multiplier จะนำมาใช้แบ่งโหลด  ค่า Multiplier ดีฟอลท์เป็น 1 (คือแบ่งโหลดเฉพาะระหว่าง Successor ด้วยกัน)

25 12-24 การแบ่งโหลด Cost ไม่เท่ากัน Unequal Cost Load Balance  ตั้งค่า Multiplier ได้โดยใช้คำสั่ง varience (multiplier) เช่น  Router(config-router)# varience 2 Net Hop FD Adver. D R5  R R5  R R5  R แบ่งโหลด การ Summarize ที่ควรเป็น ตัวอย่าง  กำหนดค่า Multiplier = 2 จะได้ค่า Cost กลาง = FD x 2 = 20 x 2 = 40  พิจารณาจากตาราง Topology จึงพบเส้นทางที่แบ่งโหลดได้ 2 ทาง:  R5  R3 มี Cost = 20 < FD x 2  R5  R2 มี Cost = 25 < FD x 3


ดาวน์โหลด ppt Enhanced Interior Gateway Routing Protocol เราท์ติ้งโปรโตคอลที่ปรับปรุงใหม่ของซิสโก้

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google