ตัวอย่างที่ 2.16 วิธีทำ จากตาราง.

Slides:



Advertisements
งานนำเสนอที่คล้ายกัน
การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น
Advertisements

ความน่าจะเป็น Probability.
ไม่อิงพารามิเตอร์เบื้องต้น
สับเซตและเพาเวอร์เซต
Number Theory (part 1) ง30301 คณิตศาสตร์ดิสครีต.
Introduction to Probability เอกสารประกอบการเรียนการสอน วิชา ความน่าจะเป็นเบื้องต้น เรื่อง ความน่าจะเป็นเบื้องต้น อ.สุวัฒน์ ศรีโยธี สาขาวิชาคณิตศาสตร์
สาระการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้
ชื่อสมบัติของการเท่ากัน
MAMMOTH GAME eXPLORATION.
เรื่อง ทฤษฎีบทปีทาโกรัส โดย.. ด.ญ.กรรณิการ์ รัตนกิจธำรง
สัญลักษณ์ของการประเมินผลการศึกษา
จงหาระยะห่างของจุดต่อไปนี้ 1. จุด 0 ไปยัง จุด 0 ไปยัง 2
การเรียงสับเปลี่ยนและทฤษฎีการจัดหมู่
นางสาวสุพรรษา ธรรมสโรช
สับเซต ( Subset ) นิยาม กำหนดให้ A และ B เป็นเซตใด ๆ เรากล่าวว่า A เป็นสับเซต B ก็ต่อเมื่อ สมาชิกทุกตัวของ A เป็นสมาชิกของ B ใช้สัญลักษณ์
บทที่ 3 ร้อยละ ร้อยละ หรือ เปอร์เซ็นต์ หมายถึง เศษส่วนหรืออัตราส่วนที่มีจำนวนหลังเป็น 100 เขียนแทนร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์ ด้วยสัญลักษณ์ %
การนับเบื้องต้น Basic counting
สมการเชิงอนุพันธ์อย่างง่าย
โดย มิสกรรณกา หอมดวงศรี
จำนวนทั้งหมด ( Whole Numbers )
เฉลยแบบฝึกหัด 1.3 # จงหา ก) ข) ค) (ถ้ามี)
การบ้าน แซมเปิลสเปซ.
การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้สัดส่วน ( 2 )
แฟกทอเรียล (Factortial)
วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล
กฏเกณฑ์นับเบื้องต้นเกี่ยวกับการนับ วิทยาลัยการอาชีพวังไกลกังวล
ความสัมพันธ์เวียนบังเกิด
การดำเนินการบนเมทริกซ์
คุณสมบัติการหารลงตัว
ค33211 คณิตศาสตร์สำหรับ คอมพิวเตอร์ 5
ค33211 คณิตศาสตร์สำหรับ คอมพิวเตอร์ 5
ค33211 คณิตศาสตร์สำหรับ คอมพิวเตอร์ 5
ประโยคเปิดและตัวบ่งปริมาณ
ค33212 คณิตศาสตร์คอมพิวเตอร์ 6
ค31211 คณิตศาสตร์สำหรับ คอมพิวเตอร์ 1
การพิจารณาจำนวนเฉพาะ
อินเวอร์สของความสัมพันธ์
ค31211 คณิตศาสตร์สำหรับ คอมพิวเตอร์ 1
วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.15 ก. สอบผ่านอย่างน้อยหนึ่งวิชา.
วิธีทำ ตัวอย่างที่ วิธีทำ สินค้าทั้งหมดของ โรงงาน ตัวอย่างที่ 2.20.
ตัวอย่างที่ 2.5 วิธีทำ. ตัวอย่างที่ 2.5 วิธีทำ ตำแหน่งที่ 1 สามารถจัดเครื่องจักรลง ได้ 9 เครื่อง.
ตัวอย่างที่ 2.4 วิธีทำ. สมมติให้พนักงานดังกล่าวดำเนินการแต่งตัวเพื่อไปทำงานเป็นดังนี้ ตัวอย่างที่ 2.4 วิธีทำ.
นางสาวอารมณ์ อินทร์ภูเมศร์
นางสาวอารมณ์ อินทร์ภูเมศร์
ตัวประกอบ (Factor) 2 หาร 8 ลงตัว 3 หาร 8 ไม่ลงตัว 4 หาร 8 ลงตัว
ฟังก์ชันเอ็กซ์โพเนนเชียล โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย เชียงราย
เรื่องการประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
วิธีเรียงสับเปลี่ยนและวิธีจัดหมู่
วงรี ( Ellipse).
การดำเนินการระหว่างเหตุการณ์
ทฤษฎีเบื้องต้นของความน่าจะเป็น
We will chake the answer
ขั้นตอนวิธีของยุคลิด
เรื่องการประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
ระบบเลขฐาน V.2 ม.6.
แบบฝึกหัด จงหาคำตอบที่ดีที่สุด หรือหาค่ากำไรสูงสุด จาก
เรื่องการประยุกต์ของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว
ค32214 คณิตศาสตร์สำหรับ คอมพิวเตอร์ 4
ค่าความจริงของประโยคที่มีตัวบ่งปริมาณ 2 ตัว
สื่อการสอนด้วยโปรมแกรม “Microsoft Multipoint”
หน่วยการเรียนรู้ที่ 7 ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจำนวนจริง
หน่วยที่ 6 ความน่าจะเป็น โรงเรียนปทุมวิไล จังหวัดปทุมธานี
วิธีเรียงสับเปลี่ยนและวิธีจัดหมู่
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย ครูชำนาญ ยันต์ทอง
ยูเนี่ยนและอินเตอร์เซคชันของเหตุการณ์
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย ครูชำนาญ ยันต์ทอง
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย ครูชำนาญ ยันต์ทอง
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย ครูชำนาญ ยันต์ทอง
ปริมาตรทรงสามมิติ  พื้นที่ฐาน  สูง.
คณิตศาสตร์พื้นฐาน ค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดย ครูชำนาญ ยันต์ทอง
ใบสำเนางานนำเสนอ:

ตัวอย่างที่ 2.16 วิธีทำ จากตาราง

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6)

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)}

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7 A = {(1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)} n(A) = 6

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7 A = {(1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)} n(A) = 6 P(A) = 6/36 = 0.1667

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7 A = {(1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)} n(A) = 6 P(A) = 6/36 = 0.1667

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7 A = {(1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)} n(A) = 6 P(A) = 6/36 = 0.1667 B แทนผลบวกของแต้มเป็น 11 B = {(5,6),(6,5)}

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7 A = {(1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)} n(A) = 6 P(A) = 6/36 = 0.1667 B แทนผลบวกของแต้มเป็น 11 B = {(5,6),(6,5)} P(B) = 2/36 = 0.0556

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7 A = {(1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)} n(A) = 6 P(A) = 6/36 = 0.1667 B แทนผลบวกของแต้มเป็น 11 P(ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11) = P(AB) = P(A) + P(B) – P(AB) B = {(5,6),(6,5)} P(B) = 2/36 = 0.0556

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ก. ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11 ให้ A แทนผลบวกของแต้มเป็น 7 A = {(1,6),(2,5),(3,4),(4,3),(5,2),(6,1)} n(A) = 6 P(A) = 6/36 = 0.1667 B แทนผลบวกของแต้มเป็น 11 P(ผลบวกของแต้มเป็น 7 หรือ 11) = P(AB) = P(A) + P(B) – P(AB) = 0.1667 + 0.0556 – 0 = 0.2223 B = {(5,6),(6,5)} P(B) = 2/36 = 0.0556

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ข. ผลบวกของแต้มไม่ น้อยกว่า 3 ให้ A แทนผลบวกแต้มน้อยกว่า 3

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ข. ผลบวกของแต้มไม่ น้อยกว่า 3 ให้ A แทนผลบวกแต้มน้อยกว่า 3

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ข. ผลบวกของแต้มไม่ น้อยกว่า 3 ให้ A แทนผลบวกแต้มน้อยกว่า 3 A = {(1,1)} n(A) = 1 ดังนั้น P(A) = 1/36

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ข. ผลบวกของแต้มไม่ น้อยกว่า 3 ให้ A แทนผลบวกแต้มน้อยกว่า 3 A = {(1,1)} n(A) = 1 ดังนั้น P(A) = 1/36 ดังนั้น A’ แทนผลบวกแต้มไม่น้อยกว่า 3

วิธีทำ ตัวอย่างที่ 2.16 ลูกเต๋า ลูกที่ 1 ลูกเต๋าลูกที่ 2 1 2 3 4 5 6 (1,1) (1,2) (1,3) (1,4) (1,5) (1,6) (2,1) (2,2) (2,3) (2,4) (2,5) (2,6) (3,1) (3,2) (3,3) (3,4) (3,5) (3,6) (4,1) (4,2) (4,3) (4,4) (4,5) (4,6) (5,1) (5,2) (5,3) (5,4) (5,5) (5,6) (6,1) (6,2) (6,3) (6,4) (6,5) (6,6) ถ้า S แทนแซมเปิลสเปซของ การโนลูกเต๋า 2 ลูก จะได้ว่า S = {(1,1),(1,2),…,(6,6)} n(S) = 36 ข. ผลบวกของแต้มไม่ น้อยกว่า 3 ให้ A แทนผลบวกแต้มน้อยกว่า 3 A = {(1,1)} n(A) = 1 ดังนั้น P(A) = 1/36 ดังนั้น A’ แทนผลบวกแต้มไม่น้อยกว่า 3 จาก P(A’ ) = 1 – P(A) ดังนั้น P(A’ ) = 1 – 1/36 = 35/36