การปฏิรูประบบราชการไทย กับการพัฒนาตนและระบบงาน

Slides:



Advertisements
งานนำเสนอที่คล้ายกัน
สรุปกลุ่ม 5 ทิศทางการพัฒนาขีดความสามารถ ในการแข่งขันในระดับสากลของไทย
Advertisements

ขอบข่ายของการศึกษา รัฐประศาสนศาสตร์
ขอบเขตของการศึกษา รัฐประศาสนศาสตร์
33711 ชุดวิชาแนวคิด ทฤษฎี และหลักการ รัฐประศาสนศาสตร์ หน่วยที่ 11
Information Technology and Public Management
การบริหารโดยมุ่งผลสัมฤทธิ์ Results Based Management (RBM)
โครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
ธรรมาภิบาล และ การปฏิรูปราชการ
การจัดการ (Management)
นวัตกรรมการบริหารจัดการ เพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา
Skills Development and Lifelong Learning: Thailand in 2010s Tipsuda Sumethsenee Office of the Education Council Thailand’s Ministry of Education.
สาระสำคัญแผนยุทธศาสตร์ 20 ปี (พ.ศ ) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
คณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
การประชุมเชิงปฏิบัติการ กลไกการขับเคลื่อนแผนพัฒนากำลังคนรายจังหวัด
Education in THAILAND Evidence-based Policy
Office of The National Anti-Corruption Commission
การประชุมชี้แจงแนวทางการประเมินส่วนราชการ ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ (มาตรา 44) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2560 วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม.
เอกสารประกอบการบรรยาย หลักสูตร Fundamental หัวข้อวิชา องค์กรและระบบงานตรวจสอบภายใน สำนักกำกับและพัฒนาการตรวจสอบภาครัฐ กรมบัญชีกลาง.
ทิศทางการพัฒนา พฤติกรรมสุขภาพ 4.0
ธรรมาภิบาลกับการบริหารงานท้องถิ่น
แนวทางการตรวจประเมินองค์กรด้วยตนเอง (Self-Assessment)
กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร กรมเจ้าท่า
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง
การพัฒนา ระบบบริหารกองทัพเรือ ภายใต้กรอบการจัดการภาครัฐแนวใหม่
เทคนิคการแก้ไขปัญหาแบบ QCC (QC Circle Techniques)
Individual Scorecard การถ่ายทอดตัวชี้วัดและเป้าหมาย ระดับองค์กรสู่ระดับบุคคล และเทคนิคการจัดทำตัวชี้วัดรายบุคคล.
การใช้เครื่องมือการจัดการในองค์การภาครัฐ
นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดมุกดาหาร
การพัฒนาการบริหารจัดการภาครัฐPMQA สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดลำพูน
การบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance)
โครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา
การบริหารจัดการสถานศึกษา เพื่อการปฏิรูปการศึกษา
ศาสตราจารย์พิเศษ วิชา มหาคุณ
รศ.ดร.ทศพร ศิริสัมพันธ์
ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ องค์การภาครัฐ
Thailand Standards TMC.WFME.BME. Standards (2017)
การคลังและงบประมาณ นายธเนศ บริสุทธิ์.
หลักการและแนวทาง การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารราชการ ของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค.
ชี้แจงแนวทางการประเมินส่วนราชการ ตามมาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพ
และ สสอ. ร้อยละ 20 (3 แห่ง) (จังหวัดกำแพงเพชร เป้าหมาย ร้อยละ100)
หมวด 6 การปฏิบัติการ โดย ดร.สุนทรัสส์ เพชรรักษ์คำด้วง
P S BB ART ระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้น ผลงานตามยุทธศาสตร์ กับ PART ผลผลิต
การคำนวณต้นทุนผลผลิต
Click to edit Master title style
ธรรมาภิบาลในภาครัฐ โดย สุธรรม ส่งศิริ.
แนวทางการจัดทำคำของบประมาณเพื่อสนับสนุนแผนพัฒนาจังหวัด
การสร้างความตระหนักในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของ
แนวทางการขับเคลื่อนโครงการชุมชนสวัสดิการ
หมู่บ้านอาสาพัฒนาและป้องกันตนเอง
ธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา
การตรวจสอบภายในภาครัฐ
หมวด 7 ผลลัพธ์การดำเนินการ
สิงหาคม 2558.
การบริหารงานและการดำรงชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง
Dr.Pokkrong Manirojana
การคำนวณต้นทุนผลผลิต
แนวคิดหลัก 1. Systematic 2. Sustainable 3. Measurable
วิสัยทัศน์ (Vision) โรงพยาบาลชลบุรี มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และสถาบันวิชาการชั้นนำระดับชาติ
วิสัยทัศน์ (Vision) โรงพยาบาลชลบุรี มุ่งสู่ความเป็นเลิศทางการแพทย์ และสถาบันวิชาการชั้นนำระดับชาติ
ปศธ.พบดรีมทีม ร่วมสานฝันพัฒนา สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในปี2551
รายงานความก้าวหน้า คณะทำงานธรรมาภิบาล (CGO) เขตสุขภาพที่ ธันวาคม 2561
การบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน School- Based Management
แนวคิดและตัวอย่างวิธีการวิเคราะห์ เพื่อการถ่ายโอนภารกิจของส่วนราชการ
โรงพยาบาลจันทรุเบกษา
ประเด็นการขับเคลื่อนองค์การไปสู่ระบบราชการ 4.0
Program Evaluation Achakorn Wongpreedee, Ph.D.
ธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ องค์การภาครัฐ
4. เกณฑ์การให้คะแนนการติดตามและประเมินผลแผนพัฒนาท้องถิ่น
โรงแรมเจริญธานี จังหวัดขอนแก่น
1. สภาพปัญหาสถานการณ์ อุบัติเหตุทางถนน
ใบสำเนางานนำเสนอ:

การปฏิรูประบบราชการไทย กับการพัฒนาตนและระบบงาน ศาสตราจารย์ ดร.เรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์ วทบ., ศศม., M.A., Ph.D

1. การปฏิรูประบบราชการ จุดเน้นที่สำคัญ 3 เรื่อง คือ 1.1 การปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม 1.2 การปฏิรูปวิธีการทำงานของข้าราชการ 1.3 การปฏิรูประบบงบประมาณ

1.1 การปรับโครงสร้างกระทรวง ทบวง กรม แก้ไขกฎหมายสำคัญ 2 ฉบับ คือ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545 สาระสำคัญประกอบด้วย การบริหารราชการตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี แบ่งกลุ่มภารกิจและจัดหน่วยงานตามภารกิจให้ชัดเจน และไม่ซ้ำซ้อนกัน กำหนดบทบาท หน้าที่ ความรับผิดชอบของรัฐมนตรี ปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง ผู้ปฏิบัติงาน

1.2 การปฏิรูปวิธีการทำงานของข้าราชการ การนำเทคโนโลยีมาใช้ (E-Government) การแบ่งงานราชการให้เอกชนทำ การปรับเปลี่ยนหน่วยงานบางส่วน เป็น องค์การมหาชน การสร้างหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี การจัดทำข้อตกลงการปฏิบัติงาน (Performance Agreement)

1.3 การปฏิรูประบบงบประมาณ นโยบายรัฐบาล ข้อ 15.2 (เมื่อ 26 ก.พ. 44) ปรับเปลี่ยนกระบวนการจัดทำและจัดสรรงบประมาณ ให้เป็นเครื่องมือในการจัดสรรทรัพยากรที่มีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับนโยบายและยุทธศาสตร์ในการพัฒนาประเทศ ให้กระทรวง ทบวง กรมมีบทบาทในการตัดสินใจมากขึ้น จัดให้มีระบบการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานที่มี ประสิทธิภาพและโปร่งใส

2. แนวทางการปรับปรุง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ: หลักการเชิงนโยบาย 2. แนวทางการปรับปรุง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ: หลักการเชิงนโยบาย ใช้นโยบายเป็นตัวนำ (Policy Driven) เน้นการบริการประชาชน กำหนดเป้าหมายแต่ละระดับให้เป็นรูปธรรม และมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน เพิ่มบทบาทและความรับผิดชอบของ กระทรวง กรมต่างๆ ในการ บริหารจัดการและปรับเปลี่ยนงบประมาณ การรักษาวินัยทางการคลัง และการจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่าย ล่วงหน้าระยะปานกลาง (MTEF: Medium Terms Expenditure Framework) มีระบบการติดตามและประเมินผลที่โปร่งใส ตรวจสอบได้

3. บทบาทใหม่ในการจัดทำงบประมาณ ปี 2547 รัฐสภา คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี/กระทรวง หน่วยงาน ใช้เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภาเป็นมาตรวัดความสำเร็จระดับนโยบาย กำหนดกรอบนโยบายและเป้าหมายทางการคลังล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 3 ปี กำหนดเป้าหมายการให้บริการ(สาธารณะ)ที่สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ การจัดสรร งบประมาณ กำหนดแผนการให้บริการที่สอดคล้องกับเป้าหมายการให้บริการสาธารณะ)

3. บทบาทใหม่ในการจัดทำงบประมาณ ปี 2547 รัฐสภา คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี/กระทรวง หน่วยงาน ใช้เป้าหมายการให้บริการ(สาธารณะ)เป็นกรอบในการประเมินประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในระดับปฏิบัติ กำหนดทิศทางและเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณและรับผิดชอบต่อผลสำเร็จ รับผิดชอบการใช้จ่ายให้เป็นไปตามกรอบเป้าหมายการให้บริการ(สาธารณะ) กำหนดเป้าหมายผลผลิต ตัวชี้วัดที่สอดคล้องกับแผนการให้บริการ จัดทำคำขอและรับผิดชอบการใช้จ่ายงบประมาณตามเป้าหมาย ผลผลิต ปรับเปลี่ยนงบประมาณภายใต้กรอบเป้าหมายการให้บริการ(สาธารณะ) กำหนดนโยบายและ วงเงิน งบประมาณ ประจำปี

4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ รัฐสภา รัฐบาล/ค.ร.ม. หน่วยงาน ประชาชน สามารถอนุมัติ งบประมาณให้สอดคล้องตามนโยบายที่แถลงต่อรัฐสภาได้อย่างมีความชัดเจนยิ่งขึ้น บริหารนโยบายได้ตามเป้าหมายที่แถลงต่อรัฐสภาและที่สัญญากับประชาชน สามารถ บริหาร งานได้อย่าง คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และบรรลุ ผลสำเร็จ ตามเป้าหมาย ได้รับบริการ และแก้ไขปัญหาที่ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น มีความโปร่งใส และตรวจสอบได้ สามารถตรวจสอบ รัฐบาลได้ตามเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ สามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานของหน่วยงานได้ ใช้ทรัพยากรของ ประเทศอย่าง คุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด สามารถตรวจสอบ หน่วยปฏิบัติได้ตามเป้าหมายการให้บริการ

5. จุดเน้นสำคัญในการจัดทำงบประมาณปี 2547 5.1 นโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2547 ของนายกรัฐมนตรีต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อ 17 ธ.ค. 45 5.2 การจัดทำแผนงบประมาณในเชิงบูรณาการ 5.3 การจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง (MTEF: Medium Terms Expenditure Framework)

5.1 นโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2547 ของนายกรัฐมนตรีต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อ 17 ธ.ค. 45 มุ่งเน้นการให้บริการโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ให้มีวิสัยทัศน์ ยุทธศาสตร์ และกรอบการดำเนินงาน 5 ปี ที่ชัดเจน พร้อมแปลงเป็นงบประมาณ ปี 2547 ให้ความสำคัญกับการจัดทำงบประมาณ ดังนี้ ลดงบดำเนินงานปกติ(งบประจำ) เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อไปดำเนินงานในส่วนยุทธศาสตร์

5.1 นโยบายการจัดทำงบประมาณปี 2547 ของนายกรัฐมนตรีต่อคณะรัฐมนตรี เมื่อ 17 ธ.ค. 45 กำหนดยุทธศาสตร์กระทรวงปี 2547 ให้สอดรับกับยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณประจำปี และทิศทางการพัฒนาประเทศ โดยมีการจัดลำดับความสำคัญ เพื่อให้ไปในทิศทางเดียวกัน จัดทำงบประมาณของกระทรวงให้ครอบคลุมการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์สำคัญของกระทรวงอย่างครบถ้วน

5.2 การจัดทำแผนงบประมาณในเชิงบูรณาการ 5.2 การจัดทำแผนงบประมาณในเชิงบูรณาการ 5.2.1 หลักการและเหตุผล 5.2.2 แนวทางการจัดทำแผนงบประมาณ ในเชิงบูรณาการปีงบประมาณ 2547

5.2.1 หลักการและเหตุผล เพื่อให้การจัดทำและการใช้จ่ายงบประมาณโดยภาพรวม มีการเชื่อมโยงอย่างบูรณาการ สะท้อนภารกิจตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้การพิจารณากลั่นกรองงบประมาณเกิดประโยชน์ ประหยัด มีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และคุ้มค่าต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ

5.2.1 หลักการและเหตุผล แสดงความเชื่อมโยงและลดความซ้ำซ้อน ของการดำเนินงาน ใช้เป็นกลไก เพื่อติดตามและประเมินผล ความสำเร็จของงาน

5.2.2 แนวทางการจัดทำแผนงบประมาณในเชิงบูรณาการปีงบประมาณ 2547 ใช้นโยบายรัฐบาล และ ยุทธศาสตร์การจัดสรร งบประมาณเป็นแนวทางในการจัดทำแผน งบประมาณในเชิงบูรณาการ รองนายกรัฐมนตรี กำหนดนโยบาย/กำกับแผน และสั่งการข้ามกระทรวงได้

5.2.2 แนวทางการจัดทำแผน งบประมาณในเชิงบูรณาการปีงบประมาณ 2547 5.2.2 แนวทางการจัดทำแผน งบประมาณในเชิงบูรณาการปีงบประมาณ 2547 รองนายกรัฐมนตรี / รัฐมนตรี มอบหมายหน่วยงานเจ้าภาพจัดประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผน และคำขอแผน งบประมาณเชิงบูรณาการปี 2547 ในภาพรวม และติดตามประเมินผล รองนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี กำกับดูแลอย่างจริงจัง ให้หน่วยงานปฏิบัติตามแผนงบประมาณ ในเชิงบูรณาการอย่างมีประสิทธิภาพ

5.3 การจัดทำกรอบงบประมาณรายจ่ายล่วงหน้าระยะปานกลาง (MTEF: Medium Terms Expenditure Framework) 5.3.4 ทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี (ประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์ของกระทรวงในเบื้องต้น)

5.3.1 วัตถุประสงค์การจัดทำ MTEF เพื่อให้รัฐบาลเห็นทิศทางของประเทศที่ จะมุ่งไปสู่จุดมุ่งหมาย และภาพรวมของ ภาระงบประมาณที่จะต้องใช้จ่ายในอนาคต

5.3.2 ประโยชน์ของการจัดทำ MTEF รักษาวินัยทางการคลัง มีกรอบในการวางแผน และจัดลำดับความสำคัญ ส่งเสริมระบบงบประมาณแบบมุ่งเน้นผลงาน เป็นพื้นฐานของการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ในแต่ละปี เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนของหน่วยงาน

5.3.3 บทบาทในการจัดทำ MTEF ของกระทรวง / หน่วยงาน ให้ความสำคัญในการจัดทำองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง กรอบยุทธศาสตร์ของกระทรวง เป้าหมายการให้บริการ การกำหนดผลผลิต ผลลัพธ์ และตัวชี้วัดความสำเร็จ

5.3.3 บทบาทในการจัดทำ MTEF ของกระทรวง / หน่วยงาน ให้สอดคล้องเชื่อมโยงต่อการบรรลุเป้าหมาย ที่ชัดเจนของ ยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ประจำปี (กำหนดเสนอ ค.ร.ม. 4 ก.พ. 46) ทิศทางการพัฒนาประเทศระยะ 5 ปี ให้จัดทำโดยวิเคราะห์บนพื้นฐานของ ความเป็นไปได้

5. 3. 4 ทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี 5.3.4 ทิศทางการพัฒนาประเทศในระยะ 5 ปี (ประกอบการจัดทำยุทธศาสตร์ของกระทรวงในเบื้องต้น) การแก้ไขปัญหาความยากจนและการพัฒนา เศรษฐกิจฐานราก เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ การพัฒนาที่ยั่งยืน การพัฒนาทุนทางสังคม

การบริหารงานภาครัฐแนวใหม่ ศาสตราจารย์ ดร.เรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์ สรุปโดย ศาสตราจารย์ ดร.เรวัตร์ ชาตรีวิศิษฏ์

การบริหารงานภาครัฐแนวใหม่ NEW PUBLIC MANAGEMENT (NPM)

สิ่งควรคำนึงถึง... ภาพรวมของการบริหาร กระบวนทัศน์ใหม่ในการบริหารงานภาครัฐ สาเหตุที่ทำให้เกิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ แนวคิดการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ องค์ประกอบสำคัญของ NPM และ Best Practice ข้อสังเกต แผนปฎิรูประบบบริหารภาครัฐกับการบริหารจัดการ ภาครัฐแนวใหม่

ภาพรวมของการบริหาร วิสัยทัศน์ บทบาท ภารกิจ โครงสร้าง ระบบงาน แผนงาน บทบาท ภารกิจ โครงสร้าง ระบบงาน แผนงาน งบประมาณ กฎ ระเบียบ การ บริหารบุคคล

กระบวนทัศน์ใหม่ในการบริหารงานภาครัฐ โครงสร้างองค์การ วัฒนธรรม กลยุทธ์ / การทำงาน

คล่องตัว/ ลดขนาด องค์การลง โครง สร้าง องค์การ คล่องตัว/ ลดขนาด องค์การลง เกิดสัมพันธ์ ที่ดีระหว่างฝ่ายบริหารและ ฝ่ายปฏิบัติการ กระจายงาน กระจายอำนาจ ทำงานในลักษณะ Partnership กับภาคอื่น ถ่ายอำนาจ ให้ผู้ปฏิบัติ ตัดสินใจ ทำงาน เป็นเครือข่าย/ เป็นทีม/ มีส่วนร่วม

วัฒนธรรม ความเป็น มืออาชีพ มีความคิด สร้างสรรค์ ริเริ่มสิ่งใหม่ ความเป็น มืออาชีพ มีความคิด สร้างสรรค์ ริเริ่มสิ่งใหม่ มุ่งแก้ปัญหา/ เข้าถึงปัญหา สามารถ ปรับตัว ตลอดเวลา ทำงาน เชิงรุก/สนับสนุน การกระตุ้น ให้เกิด การเปลี่ยนแปลง

กลยุทธ์ การทำงาน มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์ชัดเจน คิดเชิงรุก/ ทำงานแบบผสมผสาน คำนึงถึง กระแสโลกและ การเปลี่ยนแปลง มีมาตรฐาน/วัดผลได้ และรับผิดชอบ อย่างเต็มที่ เสมอภาค เป็นธรรม โปร่งใส เน้น คุณภาพ/ คำนึงความคุ้มค่า และความต้องการ ของลูกค้า การทำงาน

กระบวนทัศน์ใหม่ของการบริหารงานภาครัฐ “การทำงาน” มุ่งผลลัพธ์ ตอบสนองความต้องการ ของลูกค้า/ประชาชน เน้นคุณภาพ คำนึงถึง ความคุ้มค่า มีมาตรฐาน วัดผลได้ ทำด้วยความรับผิดชอบเต็มที่ เสมอภาค เป็นธรรม โปร่งใส คิดค่าบริการแบบ User / Impact Charges

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิด NPM. 1. กระแสโลกาภิวัตน์ และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี 2.รัฐมีบทบาทมากเกินไปในระบบเศรษฐกิจ 3. โครงสร้างภาษีของรัฐ 4. ค่านิยมประชาธิปไตยที่เน้นการมีส่วนร่วมของประชาชน 5. การแข่งขันทางธุรกิจที่สูงขึ้น 6. เกิดแนวความคิดใหม่เกี่ยวกับบทบาทภาครัฐ 7. ประสบการณ์จากต่างประเทศ 8. บทบาทของสื่อมวลชน

แนวคิดใหม่ เกิดจากแรงกดดันจากสาเหตุต่าง ๆ ทำให้ ภาครัฐต้องพิจารณาตัวเองว่าจะปรับตัวอย่างไร ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ จึงเกิดเป็นแนวคิดที่เรียกว่า การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ หรือการปฏิบัติราชการแนวใหม่ (New Public Management : NPM.)

การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ บทบาทหน้าที่ชัดเจน เป้าหมาย / วัตถุประสงค์ชัดเจน ปฏิบัติโดยมืออาชีพที่มีความเป็นกลาง ข้อมูลกว้างขวาง เพรียบพร้อม มอบอำนาจการบริหารจัดการ การกระจายความรับผิดชอบ

การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (ต่อ) ระบบการตรวจสอบข้อมูลจากภายนอก เน้นลูกค้า ผู้รับบริการ ใช้กลไกตลาด รูปแบบองค์กร เน้นให้เกิดความรับผิดชอบสูง มุ่งต่อผลสำเร็จมากกว่าเน้น กฎระเบียบและ กระบวนการ

การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (ต่อ) แปรรูป / จ้างเหมาให้ภาคอื่นรับงานไป บทบาทและที่มาของภารกิจชัดเจน มีการทำสัญญา (Performance Agreement) นำเทคนิคการบริหารของภาคเอกชนมาปรับใช้ การบริหารจัดการภาครัฐเกือบเหมือนกับภาคเอกชน

การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ (ต่อ) แยกหน่วยนโยบายจากหน่วยปฏิบัติ แยกหน่วยจัดสรรทรัพยากรและผู้ซื้อบริการ จากหน่วยที่ให้บริการ มีการแข่งขันระหว่างหน่วยให้บริการ จัดกลุ่ม/ปรับย้ายภารกิจ เพื่อความมีเอกภาพ และประสิทธิภาพ

องค์ประกอบสำคัญ 1. การให้บริการที่มีคุณภาพแก่ประชาชน 2. ลดการควบคุมจากส่วนกลางและให้อิสระในการบริหาร ให้แก่หน่วยงานปฎิบัติ 3. มีการวัดผลการดำเนินงานและให้รางวัลแก่องค์กรและ เทคโนโลยี 4. มีระบบสนับสนุนทั้งด้านบุคลากรและเทคโนโลยี 5. เปิดกว้างแนวคิดในเรื่องการแข่งขัน 6. ภาครัฐทบทวนบทบาทตัวเอง

ข้อสังเกต 1. จะปรับแนวคิดการปฏิบัติราชการแนวใหม่ให้เหมาะสมกับ ความต้องการ ค่านิยม และวัฒนธรรมของไทย ได้อย่างไร 2. บทบาทที่เหมาะสมของภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ควรพิจารณาให้ละเอียดต่อไป 3. ความสัมพันธ์ระหว่างฝ่ายการเมือง กับ ข้าราชการประจำควร จะเป็นอย่างไร 4. การรักษาระบบคุณธรรมให้คงอยู่ได้อย่างไร ในขณะที่มีการ กระจายอำนาจ จากส่วนกลาง สู่ ท้องถิ่น และจากภาครัฐ สู่ เอกชน 5. จะสร้างระบบ RBM ให้เป็นรูปธรรมได้อย่างไร

มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 11 พฤษภาคม 2542 แผนปฎิรูประบบบริหารภาครัฐกับการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ มติคณะรัฐมนตรีเมื่อ 11 พฤษภาคม 2542 แผนปฎิรูประบบบริหารภาครัฐ ปฎิรูปในลักษณะองค์รวม เปลี่ยนแปลงระบบบริหารภาครัฐ สู่ รูปแบบการบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่ * เน้นการทำงานโดยยึดผลลัพธ์ * เป็นระบบที่ยึด”ประชาชน” เป็นศูนย์กลาง (People Center)

สาระสำคัญของแผนปฏิรูประบบบริหารภาครัฐ การปฏิรูประบบบริหารภาครัฐนี้จะครอบคลุมใน 5 ด้าน ดังนี้ แผนการปรับเปลี่ยนบทบาท ภารกิจและวิธีการบริหารงานของภาครัฐ แผนการปรับเปลี่ยนระบบงบประมาณเป็นระบบ งบประมาณแบบผลลัพธ์ แผนการปรับเปลี่ยนระบบบริหารบุคคล แผนการปรับเปลี่ยนกฎหมาย แผนการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมและค่านิยม

แผนปฏิรูประบบบริหารภาครัฐ ปรับบทบาท ภารกิจ งบประมาณ ระบบบริหาร บุคคล กฎหมาย วัฒนธรรม และค่านิยม แผนกลยุทธ์ งบประมาณแบบ มุ่งเน้นผลงาน ปฏิรูป PC ปรับปรุง กม. ที่ล้าสมัย Good Governance APO ESU ราชการไทย ใสสะอาด SES ตรา กม.ใหม่ ร่าง พรบ.ฯ ตามรอย พระยุคลบาท ระบบบัญชี การเงินภาครัฐ PSO RBM Early Retirement ปรับปรุงวิธี ร่าง กม. ค่านิยมสร้างสรรค์ และจรรยาบรรณ กระจายอำนาจ สงป. สศช. + สกพ. สกพ. สกฎ. ส่วนราชการต่าง ๆ

การปรับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างภาครัฐ การปรับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างภาครัฐ

ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ภารกิจหลักสำคัญของภาครัฐซึ่งมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รักษาความมั่นคง ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการบริหารจัดการประเทศ ซึ่งมีระบบบริหาร กิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดี เป็นแกนกลางแบ่งออกได้เป็น 11 กลุ่ม….. กลุ่มที่ 7 พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการคมนาคม สื่อสารและการขนส่งให้เอื้อต่อการดำรงชีวิต ความได้เปรียบในการแข่งขันและเพิ่มประสิทธิภาพการทำธุรกิจ และนำไปสู่การเป็นศูนย์กลางเครือข่ายการคมนาคมขนส่งของภูมิภาค กลุ่มที่ 1 กำหนดยุทธศาสตร์และนโยบายพัฒนาประเทศ การบริหารราชการมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นธรรม มีการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลสัมฤทธิ์ ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสาร และทราบความคืบหน้า การบริหารงานภาครัฐ เพิ่มสมรรถนะ กลุ่มที่ 8 บริหารรายได้รายจ่ายของรัฐ จัดสรรทรัพยากรและบริหารทรัพย์สินให้มีประสิทธิภาพเพื่อความมีเสถียรภาพทางการเงิน การคลัง และความมั่งคั่งอันยั่งยืนของประเทศ ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล กลุ่มที่ 2 จัดให้มีมาตรการสนับสนุน และพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย กลุ่มที่ 9 พัฒนาประชากรให้มีสุขภาพ มีความรู้ ความคิดกว้าง ไกล มีพลานามัยและศักยภาพด้านกีฬา มีวัฒนธรรมที่ดีงามเพื่อ ให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีคุณภาพ เป็นสังคมแห่งความรู้คู่คุณธรรมพร้อมนำประเทศชาติไปสู่ความมั่งคั่ง มีชื่อเสียง มีเกียรติ และมี ศักดิ์ศรี สามารถดำรงตนร่วมกับสังคมโลกได้อย่างมีความสุข กลุ่มที่ 3 จัดให้มีการสนับสนุนกิจการส่วนพระองค์ และโครงการตามพระราชดำริ ชัดเจนเป็นเอกภาพ กลุ่มที่ 4 ส่งเสริมการผลิตเพื่อสร้างรายได้ และสร้างเสริมศักยภาพการแข่งขัน และปกป้องผลประโยชน์ของชาติ ในสังคมโลก กลุ่มที่ 10 จัดระเบียบสังคม สร้างความเป็นธรรมในการดำรงชีวิต พัฒนาบรรทัดฐานทางสังคม คุ้มครองและพิทักษ์สิทธิ พัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ให้มีงานทำและรายได้เป็นที่พึ่งของตนเองและผู้อื่น ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาสังคม เพื่อให้คนไทยมีคุณภาพชีวิต มีสวัสดิการที่เหมาะสม มีเกียรติภูมิ รู้เท่าทันโลกมุ่ง ประโยชน์ส่วนรวม เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ เพื่อให้สังคมมีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน ทันโลก ทันสมัย กลุ่มที่ 5 ดูแล พัฒนา การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและรักษาดุลยภาพของสิ่งแวดล้อมเพื่อให้เอื้อต่อการดำรงชีวิตเกิดความสมดุลในการพัฒนาและเป็นรากฐานในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในประเทศอย่างยั่งยืน คุ้มค่า กลุ่มที่ 11 กำหนดยุทธศาสตร์ความมั่นคงชาติ การรักษาอธิปไตย การจัดระเบียบสังคม และอำนวยความยุติธรรมการเสริมสร้างความสงบสุขของสังคม ตลอดจนการส่งสริมความเข้มแข็งของสังคม เพื่อให้ประชาชนมีความมั่งคั่งและประเทศชาติมีความมั่นคง กลุ่มที่ 6 พัฒนาองค์ความรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อเสริมสร้างศักยภาพในการพัฒนาเศรษฐกิจและ การแข่งขัน เพื่อประชาชน

การปรับปรุงบทบาทภารกิจของกระทรวงใหม่ กระทรวงเดิม กระทรวงใหม่ ภาครัฐทำเฉพาะงานที่จำเป็น มีภารกิจทชื่อมโยงกันและ มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ยุบเลิกงานที่หมดความจำเป็นและ ถ่ายโอนงานให้เอกชน ท้องถิ่นดำเนินการ

ตัวแบบการจำแนกกลุ่มองค์กรภาคราชการ องค์กรบริหาร ประสิทธิภาพ กรอบแนวทางการออกแบบส่วนราชการใหม่ Public Sector Private Sector Devolution Corporatization Privatization ส่วนกลาง ราชการ (GO) องค์กรบริหาร ประสิทธิภาพ (ESU) องค์การมหาชน (APO) รัฐวิสาหกิจ (SE) บริษัท เอกชน (Private Entities) ภูมิภาค หน่วยงาน ราชการ NGOs องค์กรประชาชน Decentralization ท้องถิ่น หน่วยงาน ท้องถิ่น (LGO) ดำเนินการร่วมกัน จ้างเหมาเอกชน

กระทรวงตาม ร่าง พ.ร.บ. ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม นโยบาย พื้นฐานแห่งรัฐ ยุทธศาสตร์ การพัฒนาประเทศ ภารกิจเร่งด่วนของ รัฐบาล (ขนาดเล็ก) การพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ เกษตรและสหกรณ์ คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พาณิชย์ แรงงาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ศึกษาธิการ สาธารณสุข อุตสาหกรรม สำนักนายก- รัฐมนตรี กลาโหม การคลัง การต่างประเทศ มหาดไทย ยุติธรรม การท่องเที่ยว และกีฬา เทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร พลังงาน วัฒนธรรม

การปรับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้าง ของกระทรวงต่างๆ ที่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น

การปรับบทบาท ภารกิจโครงสร้างส่วนราชการกระทรวงมหาดไทย.... VALUE CHAIN กลุ่มที่ 11.2 กระทรวงมหาดไทยจะเสริมสร้างความสงบสุขในสังคม ความมั่นคงภายใน และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งสามารถปกครองตนเองได้ และเป็นส่วนหนึ่ง ของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน รวมทั้งเสริมสร้างวงจรเศรษฐกิจที่ยั่งยืน สังคม สงบสุข ยุทธศาสตร์ ความมั่นคงภายใน เสริมสร้างความ มั่นคงภายใน พัฒนา การบริหาร ราชการ ของจังหวัด ส่งเสริม องค์กร ปกครอง ส่วนท้องถิ่น สร้างความ เข้มแข็ง ของชุมชน ให้หลักประกัน ความปลอดภัย ในชีวิต และทรัพย์สิน สนับสนุนให้ ภาคเอกชน และภาคประชาชน มีส่วนร่วมในการรักษา ความมั่นคงภายใน เสริมสร้างความ สงบสุข ของสังคม พัฒนาระบบงาน ทะเบียนราษฎร์ เพื่อการพัฒนา ประเทศ ส่งเสริมประสิทธิภาพ การจดทะเบียนสิทธิและ นิติกรรมและออก เอกสารสิทธิ วางแผนยุทธศาสตร์ จังหวัดตามความ ต้องการของท้องถิ่น และสภาพพื้นที่ ประสานความร่วมมือ ในพื้นที่ สร้างระบบการ บริหารจัดการที่ดี เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาพื้นที่ กำหนดนโยบาย การพัฒนาชุมชน เพื่อสร้างความ เข้มแข็ง ของชุมชน พัฒนารูปแบบ ให้สอดคล้องกับ ความต้องการ ส่งเสริมศักยภาพ และกระบวนการ เรียนรู้ของประชาชน ส่งเสริมองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีขีดความสามารถ ในการบริหารจัดการ ประสานและบูรณา การแผนของท้องถิ่น เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ พัฒนาระบบบริหาร งานบุคคลของท้องถิ่น ให้เป็นไปตามระบบ คุณธรรม สนับสนุนงานคลัง ท้องถิ่นให้เกิดความ โปร่งใส และ ตรวจสอบได้ ตรวจสอบติดตาม ผลการดำเนินงาน ของท้องถิ่นเพื่อเป็นการ สร้างหลักประกันในการ ให้บริการที่ดีแก่ประชาชน กำหนดนโยบาย ด้านความปลอดภัย เพื่อเป็นหลักประกัน ในชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน กำหนดมาตรการ ป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย/อุบัติภัย ฟื้นฟูผู้ประสบภัย ให้คืนสู่สภาพปกติ กำหนดนโยบาย ด้านความมั่นคง เพื่อรักษา ความสงบ ภายในประเทศ จัดทำแผน ปฏิบัติ เพื่อนำไปสู่ การปฏิบัติ

การปรับบทบาท ภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการกระทรวงมหาดไทย..... โครงสร้างส่วนราชการของกระทรวงมหาดไทย ซึ่งออกแบบใหม่ให้สอดคล้องกับโครงสร้างภารกิจ….. กระทรวงมหาดไทย สำนักงานรัฐมนตรี กลุ่มภารกิจด้านกิจการ ความมั่นคงภายใน ปลัดกระทรวง กลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชน และส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กลุ่มภารกิจด้าน สาธารณภัยและพัฒนาเมือง รองปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง รองปลัดกระทรวง สำนักงานปลัดกระทรวง กรมการปกครอง กรมที่ดิน กรมการพัฒนาชุมชน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย กรมโยธาธิการและ ผังเมือง รัฐวิสาหกิจ : การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง รัฐวิสาหกิจ : การประปาส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง องค์การตลาด * * หมายเหตุ * สังกัดกระทรวงมหาดไทยต่อไปอีก 2 ปี ก่อนโอนไปกระทรวงพลังงานในวันที่ 1 ตุลาคม 2547

การพัฒนาระบบราชการ

วิสัยทัศน์การพัฒนาระบบราชการในระยะ 2546-2550 พัฒนาระบบราชการไทยให้มีความเป็นเลิศ สามารถรองรับกับการพัฒนาประเทศในยุคโลกาภิวัฒน์ โดยยึดหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีและประโยชน์สุขของประชาชน

เป้าประสงค์หลักการพัฒนาระบบราชการไทย 1. การพัฒนาคุณภาพการให้บริการประชาชนที่ดีขึ้น 2. ปรับบทบาท ภารกิจ และขนาดให้มีความเหมาะสม 3. ยกระดับขีดความสามารถและมาตรฐานการทำงานให้ เทียบเท่าสากล 4. ตอบสนองต่อการบริหารปกครองในระบอบประชาธิปไตย

ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบราชการ ยุทธศาสตร์1 การปรับเปลี่ยนกระบวนการและวิธีการทำงาน ยุทธศาสตร์2 การปรับปรุงโครงสร้างการบริหารราชการแผ่นดิน ยุทธศาสตร์3 การรื้อปรับระบบการเงินและการงบประมาณ ยุทธศาสตร์4 การสร้างระบบบริหารงานบุคคลและค่าตอบแทนใหม่ ยุทธศาสตร์5 การปรับเปลี่ยนกระบวนการทัศน์ วัฒนธรรม และค่านิยม ยุทธศาสตร์6 การเสริมสร้างระบบราชการให้ทันสมัย ยุทธศาสตร์7 การเปิดระบบราชการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

มาตรา 3/1 การบริหารราชการตาม พ.ร.บ.นี้ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขของ ประชาชน เกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จำเป็น การกระจายภารกิจ และทรัพยากรให้แก่ท้องถิ่น การกระจายอำนาจตัดสินใจ การอำนวย ความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ โดยมีผู้รับผิดชอบต่อผลของงาน ...

การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมข้าราชการ INTEGRITY ทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ACTIVE ขยัน ตั้งใจทำงาน MORAL มีคุณธรรม ศีลธรรม RELEVANT รู้ทันโลก ปรับตัวทันโลก ตรงกับการเปลี่ยนแปลง EFFICIENCY มุ่งเน้นประสิทธิภาพ ACCOUNTABILITY รับผิดชอบต่อผลงาน ต่อสังคม DEMOCRACY มีการกระทำอันเป็นประชาธิปไตย มีส่วนร่วม โปร่งใส YIELD มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ของงาน

การพัฒนาตนและระบบงานด้วยการปฏิบัติงานร่วมกันอย่างมีความสุข

ความหมาย.. การที่บุคลากรขององค์การ หรือหน่วยงานหลายคนมาทำงานร่วมกัน โดยทำหน้าที่ประจำวันของตนดีที่สุด และประสานงานกับผู้อื่นด้วยสัมพันธภาพที่ดี รู้งานผู้อื่นและสามารถทดแทนทำงานให้ได้ (แต่ต้องไม่ก้าวก่ายงานที่ผู้อื่นรับผิดชอบ) สามารถปฏิบัติและกระจายนโยบายของผู้บริหาร หรือ องค์การ ให้เป็นผลงานที่ได้รับมอบหมายประสบผลสำเร็จสูงสุด

ความสำคัญต่อหน่วยงาน.. การที่บุคลากรในองค์การ หรือหน่วยงาน มีสัมพันธภาพที่ดีต่อกัน มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีนั้นมีความสำคัญต่อองค์การเป็นอย่างยิ่ง เพราะ..ถ้าทุกคนมีความสุข ความพึงพอใจในการทำงาน จะมีแรงกระตุ้นให้เกิด “ความต้องการอยากมาทำงาน” และกระทบต่อการที่องค์การได้ “ผลงานที่มีคุณภาพ” และส่งผลไปยัง “การบริการที่ดี”ต่อกันทั้งลูกค้าภายใน และลูกค้าภายนอก นำผลไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจตามเป้าหมายที่องค์การนั้นๆตั้งไว้

ความสำคัญต่อบุคลากรในองค์การ.. บุคลากรมีความสุข ความพึงพอใจ ที่จะทำงานให้แล้วเสร็จตามผลงานที่ได้รับมอบหมายให้ทำออกมามีผลดี ย่อมหมายถึง ความเจริญก้าวหน้าในการทำงาน ผลตอบแทนที่ดีจะได้รับตามมาอย่างแน่นอน

ความประพฤติบุคลากรที่พึงประสงค์ในองค์การ.. มุ่งงาน สนใจทำงานที่ได้รับมอบหมายตามหน้าที่ มีทัศนคติที่ดีต่องาน ต่อองค์การ มีพลัง กระตือรือร้นที่จะทำงานใหม่ๆ สะสมประสบการณ์การทำงานให้มาก ขยัน และมาทำงานอย่างสม่ำเสมอ อุทิศเวลาให้กับงาน ทำงานเสร็จโดยเร็ว และตรงต่อเวลา เคารพกฎเกณฑ์ขององค์การ และหน่วยงาน ให้ความร่วมมือกับผู้อื่นเสมอ มีความเป็นมิตร ประสานงาน ช่วยเหลือผู้อื่นตามโอกาส เป็นสมาชิกที่ดีของทีมงาน รับฟัง และกล้าเสนอความคิดเห็นที่ดี มีความรู้จริงในการทำงาน หาโอกาสเพิ่มพูนความรู้ให้กับตนเอง

ความประพฤติส่วนที่ควรเสริมสร้างในองค์การ.. มีสัมมาคารวะ ให้ความเคารพหัวหน้า และผู้มีอาวุโส ให้เกียรติผู้อื่น มีความรับผิดชอบ และทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็น “ผู้ใหญ่” มีเหตุผลรอบคอบ กล้าตัดสินใจ และกล้ารับผิด รื่นเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส เข้ากับสังคมและวัฒนธรรมขององค์การที่ดีได้ สะอาด เรียบร้อย รักษาสุขภาพทั้งกาย วาจา ใจ มีคุณสมบัติของผู้ชนะที่ดี ไม่เหยียบย่ำซ้ำเติมผู้แพ้ เห็นอกเห็นใจคน

สรุปได้ว่า..... คุณสมบัติ และการปฏิบัติตนตามแนวทางที่นำเสนอมาทั้งหมดจะทำให้บุคลากรในองค์การทำงานอย่างมีความสุข และสนุกกับงาน จนสามารประสบผลสำเร็จในชีวิตส่วนตัว และชีวิตการทำงาน ทำงานที่ไหน อยู่กับคนได้อย่างมีความสุข และสร้างความสุขให้ผู้อื่นแล้วจะเจริญก้าวหน้าทุกท่าน ชีวิตมีสุข สังคมสงบสุขและสันติสุขบังเกิดตลอดไป

ระบบมาตรฐานสากลของไทยด้านการจัดการและสัมฤทธิ์ผลของงานภาครัฐ THAILAND INTERNATIONAL PUBLIC SECTER STANDARD MANAGEMENT SYSTEM & OUTCOMES P.S.O.

P.S.O.เป็นนโยบายสาธารณะมุ่งให้หน่วยราชการถือเป็นหน้าที่ดำเนินการพัฒนาโดยเน้นสัมฤทธิ์ผลรวมของภาคราชการทั้งระบบ เน้นผลลัพท์ให้ประเทศชาติได้ประโยชน์ เป้าหมายราชการเน้น 1) ความเสมอภาค 2) ความเป็นธรรม 3) ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน 4)สิทธิและเสรีภาพ 5) ความทั่วถึงในการให้บริการ 6)ความพึงพอใจของประชาชน 7)ประสิทธิภาพของหน่วยราชการ 8)ประหยัด 9)ความถูกต้อง 10)การรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ความผาสุก คุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวม ในฐานะผลรวมของการพัฒนาประเทศ

ไทยเป็นประเทศแรกในโลกที่จะมีมาตรฐานของภาคราชการ ทั้งระบบ

ISO เน้นจุลภาค เน้นองค์กรเอกชน ให้บริการเฉพาะส่วน มีการประกันคุณภาพและบริหารคุณภาพ ถูกรับรองจากสถาบันรับรอง มาตรฐานทั้งภายในและภายนอกประเทศ ส่วนP.S.O.นั้นเน้นผลรวมทั้งประเทศ

ระบบสำคัญ 1)ระบบข้อมูล 2)ระบบการสื่อสาร 3)ระบบการตัดสินใจ วิธีบรรลุเป้าหมาย ระบบสำคัญ 1)ระบบข้อมูล 2)ระบบการสื่อสาร 3)ระบบการตัดสินใจ

4)ระบบการพัฒนาบุคลากร 5)ระบบการตรวจสอบถ่วงดุล 6)ระบบการมีส่วนร่วม 7)ระบบการบริการภาคเอกชน 8)ระบบการประเมินผล 9)ระบบการคาดคะเนและการแก้ไขวิกฤต 10)ระบบวัฒนธรรมและจรรยาวิชาชีพ

กรอบการประเมินผล 1)ตรวจสอบความพร้อม 2)วางกรอบหรือระบบ 3)ตรวจสอบ กรอบการประเมินผล 1)ตรวจสอบความพร้อม 2)วางกรอบหรือระบบ 3)ตรวจสอบ

เมื่อพร้อมตามเอกสาร และระบบงาน มอบป้าย 3 ปี และมีจังหวัดนำร่องที่ทดลองทำไปแล้ว คือ 1)มหาสารคาม 2)ตรัง 3)ราชบุรี 4)สุโขทัย

อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น ข้าราชการบางท่านไม่เข้าใจ และไม่พยายามให้บรรลุผล อันเป็นประโยชน์ของชาติ หรือ เกิดขาดขวัญกำลังใจ เพราะข้าราชการการเมือง

การบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ คือการบริหารที่เน้นผลสัมฤทธิ์ โดยใช้ระบบการประเมินผลงานที่อาศัยตัวชี้วัดผลเป็นตัวสะท้อนผลงานให้ออกมาเป็นรูปธรรม ผลสัมฤทธิ์ =ผลผลิต+ผลลัพธ์ (results) =(Outputs)+(Outcomes)

Results Based Management มีชื่อเรียกแตกต่างกันหลายชื่อเช่น Management By Objective Performance Management Results Oriented Management Management for Results

ความเป็นมาของ RBM เนื่องจากการบริหารของรัฐไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างทันการณ์ได้ งานล่าช้า ซ้ำซ้อน ไม่มีประสิทธิภาพ ระเบียบรุงรัง ไม่ยืดหยุ่น ไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างทันการณ์ รัฐบาลของประเทศที่พัฒนาแล้วเริ่มใช้ในช่วงทศวรรษที่ 1980 คือ พ.ศ.2523 ประเทศไทยเริ่มใช้ในปี2541

แนวคิดในอดีต เน้นที่การบริหารปัจจัยนำเข้าอย่างเดียวซึ่งได้แก่ทรัพยากรที่นำมาใช้ในการปฏิบัติงานคือ เงิน คน วัสดุต่างๆโดยเน้นการทำงานตามกฎระเบียบและความถูกต้องตามกฎหมาย

แนวความคิดของ RBM เน้นที่ผลลัพธ์ของงาน จัดหาให้ได้ทรัพยากรการบริหารมาอย่างประหยัด(Economy) บริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ(Efficiency) ได้ผลงานที่บรรลุเป้าหมายขององค์การ(Effectiveness)

วัตถุประสงค์ของการใช้ RBM เพื่อปรับปรุงผลการปฏิบัติงานขององค์กรให้ดีขึ้น กำหนดทิศทางการปฏิบัติงานให้มุ่งสู่วิสัยทัศน์และพันธกิจ เป็นเครื่องช่วยให้ทราบความก้าวหน้าของการดำเนินงานว่าไปในทิศทางที่ถูกต้อง มีเวลาพอที่จะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้

ประโยชน์ของ RBM ช่วยให้ผู้บริหารรู้ว่าองค์กรอยู่ใกล้หรือไกลเป้าหมายที่ตั้งไว้ สนับสนุนองค์กรให้บรรลุวิสัยทัศน์ แปลงกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติงาน ให้ข้อมูลเพื่อการสื่อสารและสร้างความเข้าใจ สร้างพันธะรับผิดชอบของผู้บริหาร จัดสรรงบประมาณให้ตรงกับความต้องการและสถานการณ์ที่แท้จริง ให้ข้อมูลในการกำหนดนโยบาย

เงื่อนไขความสำเร็จของการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์ เจ้าหน้าที่ในองค์กรเข้าใจแนวความคิด วิธีการ และประโยชน์ ความพร้อมของข้อมูลผลสัมฤทธิ์ที่นำมาใช้ ความสามารถในการปรับตัวกับระบบงานนี้ ผู้บริหารระดับสูงมีความเข้าใจและสนับสนุน การกำหนดพันธกิจและแผนกลยุทธ์ที่ชัดเจน การจัดทำระบบข้อมูลผลการปฏิบัติงาน การพัฒนาบุคลากรและองค์กร

เทคนิคพื้นฐานในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพงาน *5ส. *Q.C.C. *T.Q.M เป็นเทคนิค หรือ เครื่องมือในการปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพงานที่สามารถช่วยให้ P.S.O และ RBM ประสบความสำเร็จ

กรณีศึกษา กรมอนามัยมีภารกิจในการดูแลคุณภาพน้ำผู้บริโภค จึงได้กำหนดให้มีการดำเนินงานโครงการน้ำประปาดื่มได้ โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพน้ำประปาให้มีคุณภาพได้มาตรฐานตามเกณฑ์ที่กำหนด ทั้งในเขตเมืองและชนบท ทั้งนี้เพื่อให้ประชาชนได้ดื่มน้ำประปาที่สะอาดและปลอดภัย ตลอดทั้งลดปัญหาการเจ็บป่วยด้วยโรคจากน้ำเป็นสื่อ โครงการประชุมสัมมนา “มุ่งผลสัมฤทธิ์การพัฒนาน้ำประปาดื่มได้ และการสร้างแรงจูงใจดื่มน้ำประปาที่ผ่านการรับรองคุณภาพ”