งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

รายวิชา งานไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับครูอุตสาหกรรมศิลป์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "รายวิชา งานไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับครูอุตสาหกรรมศิลป์"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 รายวิชา งานไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับครูอุตสาหกรรมศิลป์
รายวิชา งานไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับครูอุตสาหกรรมศิลป์ อ.โสภณ มหาเจริญ บทที่ 6 เรื่อง การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 

2 วัตถุประสงค์          6.1  เข้าใจการปอกสาย          6.2  เข้าใจการต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ          6.3  เข้าใจการต่อสายไฟฟ้าด้วยไวร์นัท  (Wire nut)          6.4  เข้าใจการใช้เทปพันสาย วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม          1.  อธิบายการปอกสาย          2.  อธฺบายการต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ          3.  อธิบายการต่อสายไฟฟ้าด้วยไวร์นัท  (Wire nut)          4.  อธิบายการใช้เทปพันสาย

3 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ  ในการเดินสายไฟฟ้าและติดตั้งระบบไฟฟ้าโดยทั่วไปแล้วจะมีการตัดสายไฟฟ้าให้สั้นลงถ้าหากว่าสายนั้นยาวเกินความจำเป็นในทางกลับกันจะต้องต่อสายไฟฟ้าเข้าด้วยกัน ถ้าหากว่าสายนั้นสั้นเกินไป หรืออีกกรณีหนึ่งคือเป็นการต่อแยกออกจากสายเมนที่พบเห็นทั่วไปคือการต่อสายเมนที่เสาไฟฟ้าบริเวณหน้าบ้านนั่นเอง

4 ข้อควรคำนึงในการต่อสายไฟฟ้า
  ข้อควรคำนึงในการต่อสายไฟฟ้า           1.  ความแข็งแรงของรอยต่อ  รอยต่อจะต้องมั่นคง  แข็งแรงไม่หลุดออกจากกันอย่างง่าย ๆ ถ้าหากรอยต่อหลวมจะเกิดอาร์กเป็นประกายไฟและอาจทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้          2.  ความต่อเนื่องทางไฟฟ้า   จะต้องทำให้ตัวนำสัมผัสกันมากที่สุด   เพื่อให้กระแสไฟฟ้าไหลได้สะดวกที่สุด          3.  จะต้องทำให้รอยต่อเป็นฉนวนไฟฟ้า   โดยทั่วไปจะพันปิดทับไว้ด้วยวัสดุที่เป็นฉนวนไฟฟ้า  ซึ่งก็คือเทปพันสายนั่นเอง  ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้ที่มาสัมผัสหรือ อาจจะก่อให้เกิดการลัดวงจรในบริเวณรอยต่อก็เป็นได้

5 การปอกสาย             ก่อนที่จะต่อสายไฟฟ้าเข้าด้วยกัน  จะต้องปอกเอาฉนวนที่หุ้มตัวนำออกให้หมด  โดยใช้คัทเตอร์  มีดปลอกสาย  คีมหรือคีม  สำหรับปอกสายโดยเฉพาะ  ถ้าหากเป็นขดลวดอาบน้ำยา  ควรขดฉนวนออกก่อน  เมื่อต่อเสร็จแล้วจึงทำการบัดกรีด้วยหัวแร้ง  จะทำให้รอยต่อนั้นคงแข็งแรงมากขึ้น

6 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ การต่อสายไฟฟ้ามีด้วยกันหลายแบบ แต่ละแบบจะมีข้อดีแตกต่างกันในที่นี้จะกล่าวเฉพาะวิธีนิยมต่อใช้งานกันทั่วไป  ดังนี้           4.2.1  การต่อแบบหางเปีย  ใช้สำหรับสายขนาดเล็กและปานลาง  นิยมต่อในกล่องต่อสวิตช์  ปลั๊ก เนื่องจากไม่ต้องรับแรงดึงใด ๆ

7 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 4.2.2  การต่อแบบแยกทางเดียว  ให้สำหรับต่อแยกออกจากสายเมนและไม่ต้องการแรงดึง มากนัก

8 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ      4.2.3  การต่อแบบแยกสองทาง   เป็นการต่อแยกออกจากสายเมน จำนวน  2  เส้น  หรือมากกว่าขึ้นอยู่กับความต้องการ

9 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 4.2.4  การต่อแบบ่อตรง   การต่อแบบนี้สามารถรับแรงดึงได้มากขึ้นเนื่องจากปลายสายแต่ละด้านจะพันแนบแน่นไว้ที่ปลายทั้งสองด้าน

10 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 4.2.5  การต่อสายพีวีซีคู่  เป็นการต่อสายพีวีซี  คู่หุ้มฉนวนที่ใช้งานตามบ้านเรือนทั่วไป โดยที่แต่ละเส้นจะต่อเข้าด้วยกันแบบต่อตรง  ดังรูป  ทั้งนี้จะต้องให้รอยต่อเยื้องกันเล็กน้อย  เพื่อป้องกันการลัดวงจร

11 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 4.2.6  การต่อสายอ่อนกับสายแข็ง  เพื่อป้องกันสายหลุดออกจากกัน  จะต้องพันสายอ่อนหลายๆ รอบ  จากนั้นจึงงอสายแข็งทับสายอ่อนไว้ไม่ให้คลายตัวออก

12 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ 4.2.7  การต่อสายตีเกลียวแบบต่อตรง  เนื่องจากสายตีเกลียวหรือสายสแตรน  จะมีตัวนำจำนวนหลาย ๆ เส้น  ดังนั้นก่อนที่จะต่อเข้าด้วยกันจะต้องแยกตีเกลียวออกจากกัน  จากนั้นจึงนำสอดประสานกัน  และเริ่มพันทีละเส้นจนครบ  ถ้าหากใช้ตะกั่วบัดกรี  จะทำให้รอยต่อแข็งแรงมากยิ่งขึ้น  การต่อสายวิธีนี้จะสามารถรับแรงดึงได้มาก

13 4.2 การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ
4.2  การต่อสายไฟฟ้าแบบต่าง ๆ          4.2.8  การต่อสายตีเกลียวแบบต่อแยก  ทำได้โดยการแบ่งสายตัวนำ  (ที่จะนำมาต่อแยก)  ออกเป็นสองส่วนจากนั้นนำไปสอดเข้ากับสายเมน  พร้อมกับพันไปรอบ ๆ สายเมน โดยพันให้มีทิศทางสลับกัน

14 4.3 การต่อสายไฟฟ้าด้วยไวร์นัท (Wire nut)
            การต่อสายด้วยไวร์นัท  จะใช้วิธีหมุนเพื่อให้ไวร์นัทรัดสายให้แนบชิดกัน   เมื่อต่อเสร็จเรียบร้อยแล้วไม่ต้องใช้เทปพันสาย  เนื่องจากปลอกของไวร์นัทเป็นฉนวนอยู่แล้ว  แต่มีข้อควรระวังคือ อย่าปอกสายยาวเกินไป  จะทำให้ตัวนำทองแดงโผล่ออกมาจากใต้โคนของไวร์นัท  ซึ่งจะทำให้จุดต่อสายดังกล่าวลงกราวด์ได้ การต่อสายไฟฟ้าด้วยไวร์นัทจะนิยมต่อในกล่องต่อสาย  (Junction box)  โดยเฉพาะการเดินสายในท่อร้อยสายจะนิยมใช้กันมาก

15 4.4  การใช้เทปพันสาย              เทปพันสายเป็นวัสดุฉนวนไฟฟ้าที่นิยมใช้  พันปิดทับรอยต่อต่าง ๆ โดยเริ่มจากพันเอียงไปด้านใดด้านหนึ่งจนสุดรอยต่อจากนั้นจึงพันวกกลับมาที่จุดเริ่มต้น  ปฏิบัติเช่นนี้จนกระทั่งแน่ใจว่ามีความปลอดภัยแต่จะต้องไม่หนาจนเกินไป  จนเป็นการสิ้นเปลืองเทปพันสายโดยใช่เหตุข้อควรคำนึงคือ ในขณะที่พันจะต้องดึงเทปพันสายให้ยืดออกเล็กน้อย  เพื่อให้เทปรัดรอยต่อแน่มากยิ่งขึ้น

16 สรุปประจำบท ข้อสำคัญในเรื่องของการต่อสายไฟก็คือ
เมื่อต่อสายไฟแล้ว จุดต่อนั้นจะต้องมีความแน่นหนาไม่มีอาการหลวม เพราะหากการต่อสายไฟหลวมแล้วจะทำให้เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลผ่านจะทำให้มีความร้อนสะสมเกิดความเสียหายได้ การต่อสายไฟโดยเฉพาะสายไฟที่มีขนาดใหญ่จะมีความแข็งเพิ่มขึ้นตามขนาดของสายไฟทำให้การต่อนั้นทำได้ยากมากขึ้นหากไม่ศึกษาวิธีการต่อสายไฟให้ถูกต้องเสียก่อน

17 แบบฝึกหัด ให้ผู้เรียนต่อสายไฟฟ้าตัวอย่างมาคนละ 2 แบบดังต่อไปนี้
การต่อสายด้วยไวร์นัท การต่อแบบแยกทางเดียว ต่อสายตีเกลียวแบบต่อแยก ต่อแบบแยกสองทาง ต่อสายตีเกลียวแบบต่อตรง ต่อแบบ่อตรง ต่อสายอ่อนกับสายแข็ง ต่อสายพีวีซีคู่


ดาวน์โหลด ppt รายวิชา งานไฟฟ้าเบื้องต้นสำหรับครูอุตสาหกรรมศิลป์

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google