งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

กำเนิดโลก ตามทฤษฏีบิกแบง ในยุคเริ่มแรกจักรวาลมีขนาดเล็ก พลังงานมหาศาลอัดแน่นเป็นสสาร ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอสไตน์ (E = mc2) เมื่อจักรวาลเย็นตัวลง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "กำเนิดโลก ตามทฤษฏีบิกแบง ในยุคเริ่มแรกจักรวาลมีขนาดเล็ก พลังงานมหาศาลอัดแน่นเป็นสสาร ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอสไตน์ (E = mc2) เมื่อจักรวาลเย็นตัวลง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 กำเนิดโลก ตามทฤษฏีบิกแบง ในยุคเริ่มแรกจักรวาลมีขนาดเล็ก พลังงานมหาศาลอัดแน่นเป็นสสาร ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอสไตน์ (E = mc2) เมื่อจักรวาลเย็นตัวลง ธาตุแรกที่เกิดขึ้นคือ ไฮโดรเจน ซึ่งประกอบขึ้นอย่างเรียบง่ายด้วยโปรตอนและอิเล็คตรอนอย่างละตัว ไฮโดรเจนจึงเป็นธาตุที่มีอยู่มากที่สุดในจักรวาล เมื่อไฮโดรเจนเกาะกลุ่มกันจนเป็นกลุ่มแก๊สขนาดใหญ่เรียกว่า เนบิวลา (Nebula)

2 กำเนิดโลก 1. แรงโน้มถ่วงที่ศูนย์กลางทำให้กลุ่มแก๊สยุบตัวกันจนเกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน 2. หลอมรวมไฮโดรเจนให้เป็นฮีเลียม 3. ดาวฤกษ์จึงกำเนิดขึ้น 4. เมื่อดาวฤกษ์เผาผลาญไฮโดรเจนจนหมด ก็จะเกิดฟิวชันฮีเลียม เกิดธาตุลำดับต่อไป ได้แก่ คาร์บอน ออกซิเจน ซิลิกอน และเหล็ก (เรียงลำดับในตารางธาตุ) ธาตุเหล่านี้จึงเป็นธาตุสามัญและพบอยู่มากมายบนโลก

3 กำเนิดโลก นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้ศึกษากำเนิดของโลก ซึ่งเป็นดาวเคราะห์โดยได้เสนอทฤษฏีต่างๆ หลายทฤษฎีแต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า กำเนิดโลกและระบบสุริยะเป็นไปตามทฤษฏีใด 1.ทฤษฎีเนบูลา (nebular hypothesis) 2.ทฤษฎีโปรโตแพลเนต (protoplanet 3.ทฤษฎีพลาเนตติซิมัล (planetesimal hypothesis)

4 1.ทฤษฎีเนบูลา (nebular hypothesis)
อธิบายว่าสารที่เป็นต้นกำเนิดของดวงอาทิตย์และดาวเคราะห์เป็นกลุ่มของเนบูลาซึ่งประกอบด้วยแก๊สและฝุ่นในท้องฟ้า ต่อมากลุ่มเนบูลาเหล่านี้ได้หดตัวและเกิดการหมุนขึ้นอย่างช้าๆ ในระยะแรก และทวีความเร็วขึ้นในระยะหลังทำให้เกิดจุดศูนย์กลางและมีวงแหวนหมุนรอบจุดศูนย์กลางได้มวลสารรวมกันเป็นดวงอาทิตย์ขึ้นตรงจุดศูนย์กลาง

5 1.ทฤษฎีเนบูลา (nebular hypothesis)
การหดตัวเนื่องจากแรงดึงดูดนี้ทำให้เกิดความร้อนขึ้น กลุ่มแก๊สแต่ละกลุ่ม แต่ละวงแหวนได้ก่อกำเนิดเป็นดาวเคราะห์บริวารของดวงอาทิตย์ กรณีนี้โลกอายุเท่ากับดวงอาทิตย์

6 1.ทฤษฎีเนบูลา (nebular hypothesis)

7 กำเนิดโลก นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้ศึกษากำเนิดของโลก ซึ่งเป็นดาวเคราะห์โดยได้เสนอทฤษฏีต่างๆ หลายทฤษฎีแต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า กำเนิดโลกและระบบสุริยะเป็นไปตามทฤษฏีใด 1.ทฤษฎีเนบูลา (nebular hypothesis) 2.ทฤษฎีโปรโตแพลเนต (protoplanet 3.ทฤษฎีพลาเนตติซิมัล (planetesimal hypothesis)

8 2.ทฤษฎีโปรโตแพลเนต (protoplanet
อธิบายว่าในอวกาศมีกลุ่มหมอก ฝุ่นละออง และแก๊ส ลอยอยู่ซึ่งต่อมาเกิดการหดตัวด้วยแรงดึงดูดของมวลของตัวเอง เกิดการรวมตัวกันเข้าสู่ศูนย์กลางหลายจุดซึ่งเป็นอิสระต่อกัน แต่ในที่สุดจุดศูนย์กลางเหล่านั้นถูกบีบอัดเข้าด้วยกันจนกลายเป็นดวงอาทิตย์ และมีสสารแยกตัวออกเป็นแผ่นบางๆ เหมือนจานลอยอยู่โดยรอบดวงอาทิตย์

9 2.ทฤษฎีโปรโตแพลเนต (protoplanet

10 กำเนิดโลก นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ได้ศึกษากำเนิดของโลก ซึ่งเป็นดาวเคราะห์โดยได้เสนอทฤษฏีต่างๆ หลายทฤษฎีแต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่า กำเนิดโลกและระบบสุริยะเป็นไปตามทฤษฏีใด 1.ทฤษฎีเนบูลา (nebular hypothesis) 2.ทฤษฎีโปรโตแพลเนต (protoplanet 3.ทฤษฎีพลาเนตติซิมัล (planetesimal hypothesis)

11 3.ทฤษฎีพลาเนตติซิมัล (planetesimal hypothesis)
อธิบายว่าโลกแยกตัวจากดวงอาทิตย์ โดยเกิดจากการโคจรผ่านเข้ามาของดาวขนาดใหญ่มากดวงหนึ่ง แรงดึงดูดของดาวดวงนี้ได้ดึงเอาส่วนหนึ่งของดวงอาทิตย์แยกออกไปเกิดเป็นดาว เคราะห์ต่างๆ ขึ้น กรณีนี้โลกของเรามีอายุน้อยกว่าดวงอาทิตย์


ดาวน์โหลด ppt กำเนิดโลก ตามทฤษฏีบิกแบง ในยุคเริ่มแรกจักรวาลมีขนาดเล็ก พลังงานมหาศาลอัดแน่นเป็นสสาร ตามทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไปของไอสไตน์ (E = mc2) เมื่อจักรวาลเย็นตัวลง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google