งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

นางสาวยามีละ ยูโซะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกสูติกรรม รพ.ทุ่งยางแดง

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "นางสาวยามีละ ยูโซะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกสูติกรรม รพ.ทุ่งยางแดง"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 นางสาวยามีละ ยูโซะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกสูติกรรม รพ.ทุ่งยางแดง
การพัฒนาคุณภาพในการดูแลภาวะตกเลือดหลังคลอด Post Partum Hemorrhage (PPH) นางสาวยามีละ ยูโซะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกสูติกรรม รพ.ทุ่งยางแดง

2 หลักการและเหตุผล การตกเลือดหลังคลอด เป็นสาเหตุการตายที่สำคัญของมารดา โดยเฉพาะใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แม้ว่าปัจจุบันจะมีการบริการทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าและทันสมัย แต่ภาวะตกเลือดหลังคลอดยังเป็นสาเหตุการตายติดอันดับ 1 ใน 3 ทั้งนี้เพราะการเสียเลือดเป็นจำนวนมากจะมีผลทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดล้มเหลวเนื่องจากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะมีวิถีชีวิตและประเพณีวัฒนธรรมที่ต่างจากภาคอื่นๆ ประชากรส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาอิสลาม อัตราการคุมกำเนิดน้อย คลอดตอนอายุมากๆ นอกจากนั้นยังมีความเชื่อต่างๆมากมาย และไม่ค่อยฝากครรภ์ที่โรงพยาบาล ส่วนใหญ่จะนิยมฝากกับผดุงครรภ์โบราณ จึงไม่ได้รับคำแนะนำหรือการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรับประทานอาหาร และไม่ได้รับยาบำรุงเลือดหรือมียาแต่ไม่ยอมรับประทานด้วยสาเหตุต่างๆ ส่งผลให้หญิงตั้งครรภ์ส่วนมากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีภาวะซีด ซึ่งเป็นสาเหตุส่งเสริมให้มีภาวะตกเลือดหลังคลอดทั้งในครรภ์แรกและครรภ์หลัง

3 อุบัติการณ์ จากสถานการณ์การตกเลือดหลังคลอดโรงพยาบาลทุ่งยางแดง ปีพ.ศ.2557 ยอดคลอดทั้งหมด 554 คน พบมารดาตกเลือดหลังคลอดทั้งหมด 9 ราย คิดเป็นร้อยละ 1.6 พบภาวะShock 4 ราย คิดเป็นร้อยละ ซึ่งจากการทบทวน Case พบสาเหตุส่วนใหญ่ คือ มดลูกหดรัดตัวไม่ดี 5 ราย รกค้าง 3 ราย และเกิดจากการฉีกขาดของปากมดลูก 1 ราย จากการวิเคราะห์มักเกิดในครรภ์ที่ 2 เป็นต้นไปจำนวน 6 ราย และมีภาวะ shock จำนวน 4 ราย ทั้ง 4 รายนี้ต้องให้เลือดและต้องใช้เวลาในการรักษายาวนานขึ้น ดังนั้นทางหน่วยงานจึงให้ความสำคัญในการซักประวัติและค้นหาปัจจัยเสี่ยงของการตกเลือดหลังคลอด เพื่อให้การดูแลอย่างใกล้ชิดแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงแก่มารดาหลังคลอดได้

4 ความหมาย หมายถึง การเสียเลือดผ่านทางช่องคลอดภายหลังทารกคลอดปริมาณมากกว่า ml และตั้งแต่ 1000 ml. ขึ้นไปหลังผ่าตัดคลอดหรือการลดลงของ Hematocrit มากกว่าร้อยละ10

5 สาเหตุของภาวะตกเลือดหลังคลอด นิยมใช้หลัก 4T คือ
- Tone :uterine atony (ภาวะมดลูกหดรัดตัวไม่ดี ) - Trauma (การฉีกขาดของช่องทางคลอด ) - Tissue (ส่วนประกอบของการตั้งครรภ์ค้างอยู่ในโพรงมดลูก ) - Thrombin (การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ )

6 การป้องกันภาวะตกเลือดหลังคลอด
1. การค้นหาผู้คลอดที่เป็นกลุ่มเสี่ยง 1.1 ขณะตั้งครรภ์ (ANC) 1.2 ขณะคลอด 2. ในระยะที่3ของการคลอด ดูแลแบบ AMTSL 2.1 การบริหารยา uterotonic drugs 2.2 Controlled cord traction 2.3 Uterine massage after delivery of placenta

7 อาการและอาการแสดง 1. มีเลือดออก 2. มีอาการของการเสียเลือด
3. ตรวจการหดรัดตัวของมดลูก

8 การดูแลภาวะตกเลือดหลังคลอดมี 3 ขั้นตอน

9 ขั้นตอนที่ 1 การประเมินความรุนแรงและการดูแลเบื้องต้น
Resuscitation Laboratory Assess Etiology

10 ขั้นตอนที่ 2 การรักษาตามสาเหตุ
Laceration of genital tract or uterine inversion Uterine atony Retained placenta or piece of placenta Coagulation defect

11 ขั้นตอนที่ 3 ภาวะตกเลือดหลังคลอดยังคงอยู่หลังให้การรักษา
ตามขั้นตอนที่ 1 และ 2 Intractable postpartum hemorrhage

12 กรณีศึกษา หญิงไทยอายุ ๓๒ ปี เชื้อชาติไทย สัญชาติไทย นับถือศาสนาอิสลาม
อาชีพลูกจ้างชั่วคราว ระดับการศึกษาปริญญาตรี - รับไว้ในโรงพยาบาล เมื่อ วันที่ 13 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗ - วันที่จำหน่ายออกจากโรงพยาบาล วันที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๗

13 อาการสำคัญที่มาโรงพยาบาล
เจ็บครรภ์คลอด 1 ชั่วโมง 40 นาทีก่อนมาโรงพยาบาล ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอดในปัจจุบัน มารดาครรภ์ที่ 3 อายุครรภ์40+4สัปดาห์ by U/S Last 5 ปี ANCที่โรงพยาบาลทุ่งยางแดง 9 ครั้ง ไม่ครบตามเกณฑ์ ขาดไตรมาสที่ 3 เนื่องจากไปดูงานที่ กทม. ได้รับวัคซีนป้องกันบาดทะยัก 1 เข็ม Lab ANC HIV = negative VDRL = negative HBsAg = negative Blood group= B Rh = positive HCT=36.8% ,35% วันที่เจาะเลือดวันที่ 11/3/2557,23/9/2557

14 ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
ประวัติการคลอด - ครรภ์ที่ 1 คลอดปกติที่โรงพยาบาลปัตตานี เมื่อปี พ.ศ เพศชาย ปัจจุบันบุตรสุขภาพแข็งแรง - ครรภ์ที่ 2 คลอดปกติที่โรงพยาบาลมายอ เมื่อปี พ.ศ เพศชาย มีประวัติตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากรกค้าง ปัจจุบันบุตรสุขภาพแข็งแรง ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต -ร่างกายแข็งแรงดี ไม่เคยเจ็บป่วยร้ายแรง ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ ไม่เคยผ่าตัด หรือได้รับอุบัติเหตุ ปฏิเสธการป่วยโรคทางเพศสัมพันธ์ ประวัติการคุมกำเนิด -คุมกำเนิดโดยการฉีดยาคุมกำเนิด เป็นเวลา 2 ปี

15 ประวัติการแพ้ยา สารอาหาร และสิ่งเสพติด
ปฏิเสธการแพ้ยาและสารอาหารต่างๆ ปฏิเสธแอลกอฮอล์ และสิ่งเสพติดอื่นๆ ประวัติครอบครัว ทุกคนในครอบครัวสุขภาพแข็งแรงดี ปฏิเสธโรคติดต่อทางพันธุกรรมทุกชนิด ปฏิเสธครรภ์แฝด ตรวจร่างกายทั่วไป ส่วนสูง 160 cm น้ำหนัก 57.7 kg, BT = 36.2 c P = 70 /min R = 20 /min BP = 100/60 mmHg ไม่มีอาการบวม ไม่มีฟันผุ หู ตา คอ จมูก ไทรอยด์ ปกติ เต้านมและหัวนมปกติ การตรวจหน้าท้อง ก่อนคลอด 3/4 เหนือระดับสะดือ เด็กท่า OL FHS=148 /min

16 ทฤษฎี กรณีศึกษา สาเหตุ 1.Tone :uterine atony (ภาวะมดลูกหดรัดตัวไม่ดี )
-คลึงมดลูกอย่างสม่ำเสมอ -ให้ยาเพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก ได้แก่ Oxytocin 20 units ในสารน้ำ 1000 ml. หยดเข้าหลอดเลือดและฉีด Methergin 0.2 mg. เข้าหลอดเลือดดำซ้ำๆและให้ซ้ำได้อีก นาที -ทำbimanual uterine compression อย่างน้อย นาที -หากมดลูกยังไม่แข็งตัว หลังให้ยา Methergin 2 ครั้ง และคลึงมดลูกอย่างต่อเนื่องแล้ว 5-10นาที พิจารณาให้ Nalador 500 มคก. หยดเข้าหลอดเลือดให้ซ้ำได้ทุก นาที ไม่เกิน 6 doses หรือให้ Cytotec ขนาด 1000 มคก. เหน็บทางทวาร -มารดาตกเลือดจากรกค้าง

17 ทฤษฎี กรณีศึกษา 2.Trauma (การฉีกขาดของช่องทางคลอด ) Laceration of genital tract or uterine inversion -เย็บซ่อมแซมรอยฉีกขาด -ดันมดลูกกลับเข้าที่ ในกรณีมีภาวะ uterine inversion -ในกรณีมีภาวะ uterine rupture ให้รีบผ่าตัดเปิดช่องท้อง เพื่อเย็บซ่อมหรือตัดมดลูกออก

18 ทฤษฎี กรณีศึกษา 3.Tissue (ส่วนประกอบของการตั้งครรภ์ค้างอยู่ในโพรงมดลูก ) -ล้วงรกและสำรวจภายในโพรงมดลูกภายใต้การดมยาสลบ -ขูดมดลูก ในกรณีสงสัย Retained piece of placenta 4.Thrombin (การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ) -ให้องค์ประกอบของเลือด หรือ fresh whole blood -ปรึกษา Hematologist -ล้วงรกและสำรวจภายในโพรงมดลูก ภายใต้การให้ยา Pethidine 25 mg vein dilute

19 ทฤษฎี กรณีศึกษา การรักษา การป้องกันภาวะ Shock
-Oxytocin and Oxytocin agonists เช่น Oxytocin 10 unit IM หรือ unit per litre IV drip at cc/hr -Ergot alkaloid เช่น Ergometrine or Melthylergometrine 0.2 mg.IV หรือ IM -Prostaglandin E1 :Cytotec มคก. ทางปาก หรือทวารหนัก -Nalador 500 mg.+5%D/W 100 ml.drip 30 min การป้องกันภาวะ Shock -On Crystalloid 1000 ml.+ Syntocinon 20 unit vein 60 drop/min กรณี High risk เพิ่ม rate Synto จาก 40 เป็น 60 drop/min -เปิด iv line ด้วยเข็ม เบอร์ 18 เพิ่มอีกเส้น - Retained foley’s cath -On O2 mask c bag -Record v/s, I/O -พิจารณาให้เลือด หลังจากล้วงรก มารดามดลูกหดรัดตัวไม่ดี ได้มีการรักษาแบบ Tone คือ -คลึงมดลูก -Methergin 1 amp im -0.9% NSS 1000 ml Freeflow 500 ml then 100 ml. x 3 hrs. then iv 60 ml/hr -5%D/N/ ml + Syntocinon 40 unit x 100 ml/hr x 3 hr. then iv 80 ml/hr - Cytotec 2 tab rectum x 2dose -จอง G/M 2 unit แพทย์ order ให้ 1 unit - BP : 101/67 mm.Hg. ,P:92/min -intake cc output 490 cc

20 Progress of labour Examination
Date Time BP P Posi Tion FHS Dilata tion Sta Eff. Mem brane I D 13/11/57 20.40 100/60 70 OL 148 2 cm -2 หนานุ่ม MI 22.15 132 4 cm 50% 3´10´´ 40´´ 22.20 110/76 76 146 5 %D/N/ ml. iv 60 cc/hr 22.30 142 2´ 15´´ 50´´ 22.40 9 cm -1 75% 55´´ 22.50 129/68 80 130 ARM clear ,cath ออก 250 cc 23.00 140 Fully dilate ,station O 2´ 10´´ 35´´

21 13/11/2557 at 23.12 น.NL เพศหญิง นน. 2920 กรัม
at น. ฉีด syntocinon 10 unit im at น. รายงานแพทย์ เนื่องจากทารกคลอดผ่านไปแล้ว 15 นาที่ รกยังไม่คลอด TBL 200 ml.มีเลือดซึมออกมาเรื่อยๆ มารดามีประวัติครรภ์ที่ 2 ตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากรกค้าง แพทย์รับทราบ Order ให้ Add syntocinon 20 unit in ขวดเดิม On O2 mask c bag 10 LPM แพทย์ไม่สามารถมาได้ เนื่องจากติด caseใส่ Tube ที่ ER at น.แพทย์ตรวจดูอาการ v/s BP: 115/60 mm.Hg. ,P:126/min,On 0.9% NSS 1000 ml Freeflow 500 ml.ฉีด Pethidine 25 mg. dilute 10 ml. iv slow push แพทย์ทำการล้วงรก at น.รกคลอด v/s 109/66 mm.Hg. ,P:100/min น้ำหนักรก 560 กรัม พร้อมตรวจรกอย่างละเอียด รกออกมาครบ ไม่มีเศษรกและเยื่อหุ้มรกตกค้างอยู่ในโพรงมดลูก TBL 1500 ml

22 14/11/2557 at น.ฉีด Methergin 1 amp im stat ,หลังจากนั้น เพิ่ม Syntocinon อีก 10 unit ใน iv ขวด 5 %D/N/ ml + syntocinon เป็น rate 100 cc/hr (เป็น 30 unit) at น. มดลูกหดรัดตัวไม่ดี เพิ่ม Syntocinon อีก 10unit ใน 5 %D/N/ ml. + syntocinon เป็น rate 100 cc/hr (เป็น 40 unit) ทำการคลึงมดลูก at น.BP : 101/67 mm.Hg. ,P:92/min เหน็บ Cytotec 2 tab rectum suppo มดลูกกลมแข็งเล็กน้อย at น.เหน็บ Cytotec เพิ่ม 2 tab rectum suppo at น.มารดามีอาการหนาวสั่น ปวดแสบหน้าอก BT 38.5 C แพทย์จึง Off Cytotec 2 tab และให้ Para(500)2 tab  stat หลังจากนั้นอาการทุเลาลง มดลูกกลมแข็ง Retained foley’s cath at น.เจาะ DTX = 156 mg%

23 หลังจากนั้น แพทย์Order เจาะ CBC พรุ่งนี้เช้า ถ้า Hct < 25% จอง G/M 2 unit, ลด rate iv 0.9% NSS 1000 ml iv 80 ml/hr, 5%D/N/ ml + Syntocinon 40 unit iv 80 ml/hr ,Observe bleeding per vagina +Uterine contraction รับประทานยา Para (500)2 tab oral prn q 4-6 hr,Amoxy(500) 2x2  p.c., Nataral 1x1 p.c. มารดายังมีอาการอ่อนเพลีย สีหน้าไม่สดชื่น BP 100/60-112/76 mm.Hg ,P76-98/min lochia เปื่อน pad 1 ชิ้นไม่ชุ่ม มดลูกกลมแข็ง at น.เจาะ DTX = 104 mg% off DTX ได้ intake cc output 490 cc at น. มารดาสดชื่นขึ้น ไม่มีbleeding per vagina Hct 22 % แพทย์ Order iv 0.9 NSS 1000 ml iv 80 ml/hr หมด off ได้ on HL,จอง G/M PRC 2 unit ได้แล้วให้เลย 1 unit iv drip in 4 hrs. เจาะ Hct หลังเลือดหมด และเปลี่ยนจาก Amoxy เป็น Ampi 2 g.iv q 6 hrs ,off Foley’s cath และย้ายเข้าห้องพิเศษได้ at น.ได้รับ PRC 2 unit Bl.gr A แต่แพทย์ให้ PRC 1 unit ตาม Order เดิม น้ำนมไหลแล้ว

24 แพทย์ตรวจเยี่ยมอาการอนุญาตกลับบ้านได้ F/U 1 เดือน Hct ก่อนพบแพทย์
15/11/2557 at น. รายงานแพทย์ หลังให้เลือด เจาะ Hct 28 % แพทย์เพิ่ม FBC 1x3 l p.c. มารดาสีหน้าสดชื่นขึ้นช่วยเหลือตัวเองมากขึ้น 16/11/2557 แพทย์ตรวจเยี่ยมอาการอนุญาตกลับบ้านได้ F/U 1 เดือน Hct ก่อนพบแพทย์ H/M -Para (๕๐๐) ๒ tab  prn q4-6 hr./๒๐ tab -Nataral ๑ tab pc / ๒๐ tab -Amoxy(500) 2x2  pc -FBC 1x3  pc แพทย์อนุญาต D/C มารดาพร้อมทารก มารดาสามารถปฏิบัติกิจกรรมเกี่ยวกับตนเองได้ และเลี้ยงดูบุตรได้อย่างเหมาะสมพร้อมทั้งได้ทำการนัดผู้คลอดให้มาตรวจหลังคลอด

25 อาการทารกแรกเกิด ทารกเพศหญิง เกิดวันที่ 13 พฤศจิกายน เวลา น. AGAR Score นาทีที่ 1 , 5 เท่ากับ 9 ,10 คะแนน(หักสีผิว) ตัวแดงดี หายใจปกติ ร้องเสียงดัง Activity ดี น้ำหนัก 2920 กรัม ตัวยาว 48 เซนติเมตร วัดรอบศีรษะยาว 32 เซนติเมตร วัดรอบอก 33 เซนติเมตร สัญญาณชีพ อุณหภูมิร่างกาย 36.8 องศาเซลเซียส หายใจ 46 ครั้ง/นาที การเต้นของหัวใจ 140 ครั้ง/นาที ดูแลทำความสะอาดร่างกายทารกด้วยผ้าอุ่น และให้ความอบอุ่นทารกไว้ใต้ Radiant warmer เพื่อป้องกันอุณหภูมิกายต่ำ ทำการฉีดยา Vitamin K 1 amp IM แรกเกิด HBV 0.5 mg IM แรกเกิด Terramycin ป้ายตาทารก, BCG 0.1 ml ID หลังให้การพยาบาล ทารกอาการดีขึ้นตามลำดับ แพทย์อนุญาตให้กลับบ้านวันที่ 16 พฤศจิกายน ทำการเจาะคัดกรองโรคเอ๋อ

26 ยาที่ใช้ในการรักษา 1. Ampicillin ขนาดที่ใช้ Ampicillin 2 gm. V q 6 hr.
ประเภท ยาปฏิชีวนะ กลุ่มเพนิซิลิน ข้อบ่งใช้ ขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ เช่นปอดบวม หลอดลมอักเสบ ติดเชื้อใบหู ทางเดินปัสสาวะ และผิวหนัง เป็นต้น การออกฤทธิ์ เป็นยาที่มีขอบเขตการออกฤทธิ์กว้างกว่ายาชนิดอื่นในกลุ่มเดียวกัน Ampicillin เป็นสารกึ่งสังเคราะห์จาก Penicillin G ใช้ต่อต้านเชื้อแบคทีเรียทั้ง gram+ve และ gram-ve ผลข้างเคียง ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นแดงตามตัวซึ่งไม่ได้เกิดจากการแพ้ยา

27 2. Amoxicillin ขนาดที่ใช้ Amoxicillin 500 mg. 2x2  pc.
ประเภท ยาปฏิชีวนะ กลุ่มเพนิซิลิน ข้อบ่งใช้ ขจัดเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการติดเชื้อ เช่นปอดบวม หลอดลมอักเสบ ติดเชื้อใบหู ทางเดินปัสสาวะ และผิวหนัง เป็นต้น การออกฤทธิ์ ยับยั้งการสร้างผนังเซลล์ของแบคทีเรีย อยู่ในกลุ่ม Broad spectrum penicillin เป็นเพนิซิลินที่สังเคราะห์ขึ้น ให้มีขอบเขตในการฆ่าเชื้อโรคกว้างขึ้นกว่าเพนิซิลินชนิดอื่น นอกจากจะทำลายแบคทีเรียที่ไวต่อ Penicillin G และยังทำลายแบคทีเรียกรัมลบได้ดีอีกด้วย ยาออกฤทธิ์คล้ายกับ Ampicillin แต่ระดับยาในเลือดจะสูงกว่า Ampicillin 2.5 เท่าในขนาดเดียวกัน ผลข้างเคียง ผื่นแดงตามตัวแต่ไม่มีอาการคัน ปวดศีรษะ เจ็บในปาก และมีตกขาวในช่องคลอด

28 3. Paracetamol ขนาดที่ใช้ Paracetamol 500 mg. 2 tab  prn q 4 – 6 hrs
ประเภท ระงับปวด ลดไข้ ข้อบ่งใช้ ควบคุมอาการปวดศีรษะ ปวดหู ปวดประจำเดือน ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดฟัน ลดไข้ จากการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัส ใช้ในผู้ป่วยที่แพ้แอสไพริน มีปัญหาเลือดออก ได้รับยาต้านการแข็งตัวของเลือด โรคเกาต์ การออกฤทธิ์ ยับยั้งการสังเคราะห์ prostaglandins ในระบบประสาทส่วนกลางได้ดี แต่ยับยั้งการสร้างสารนี้ที่บริเวณนอกสมองได้น้อยโดยเฉพาะในบริเวณที่เกิดการอักเสบ ซึ่ง prostaglandins เป็นตัวที่ทำให้เกิดการเจ็บปวด และทำให้เกิดไข้ที่มีผลต่อศูนย์ควบคุมอุณหภูมิของร่างกายที่ฮัยโปธาลามัส ยานี้ไม่มีฤทธิ์ยับยั้งการเคลื่อนตัวของ Neutrophil ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบต่ำมาก ไม่ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและไม่มีผลต่อการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด ยาจะออกฤทธิ์สูงสุดในเวลา นาทีหลังได้รับยา หากได้รับยาเกิดขนาดจะมีพิษต่อตับและไต จึงไม่ควรใช้ยานี้เกิด ๗ วัน ผลข้างเคียง ง่วงซึม เป็นแผลที่เยื่อบุช่องปาก มีไข้ คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย ระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ อาจมีเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

29 4. Nataral ขนาดที่ใช้: Nataral 1x1  pc ส่วนประกอบ
1.วิตามิน 9 ชนิดคือ A, D, C, B1, B2, Niacinamide (Vit.B3), B6, B12 และ Folic acid (Vit.B9) 2.เกลือแร่ 7 ชนิดคือ Ferrous Fumarate, Calcium, Iodine, Copper, Magnesium, Manganese และ Fluorine  ข้อบ่งใช้ ใช้สำหรับช่วยป้องกันโรค โลหิตจางเนื่องจากร่างกายขาดวิตามินและ เกลือแร่ และสตรีมีครรภ์ก่อนและหลังคลอดและระหว่างให้นมบุตร เพื่อให้ทั้ง มารดาและทารกได้รับสารอาหารที่สำคัญสำหรับร่างกาย และยังช่วยป้องกัน โรคเหน็บชา ช่วยป้องกันอาการแพ้ท้อง โรคขาดแคลเซี่ยม และแร่ธาตุอื่นๆ 

30 5. Methergin ขนาดที่ใช้ 10 unit im ประเภท พวก Oxytocics
ข้อบ่งใช้ ป้องกันและรักษาการตกเลือดหลังคลอด การออกฤทธิ์ กระตุ้นมดลูกให้หดตัว รวมทั้งกล้ามเนื้อเรียบของหลอดเลือด ผลข้างเคียง ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน หัวใจเต้นเร็ว เพิ่มความดันโลหิต

31 6. Oxytocin ขนาดที่ใช้ 10 unit im , 10 unit iv ประเภท ฮอร์โมน
ประเภท ฮอร์โมน ข้อบ่งใช้ ช่วยเร่งคลอดในครรภ์ที่ครบกำหนด ช่วยให้มดลูกหดรัดตัว ควบคุมไม่ให้ เกิดตกเลือดหลังรกคลอด การออกฤทธิ์ กระตุ้นกล้ามเนื้อเรียบของมดลูก ทำให้เกิดแรงเบ่งในการคลอด กระตุ้น กล้ามเนื้อเรียบของต่อมน้ำนมให้ไหลสะดวก ผลข้างเคียง คลื่นไส้อาเจียน ปัสสาวะลดลง ทำให้มีน้ำเกินในร่างกายถ้าให้ยาในขนาดสูง

32 7.Cytotec ขนาดที่ใช้ 4 tab เหน็บทวารหนัก ประเภท โพรสตาแกลนดิน
ประเภท โพรสตาแกลนดิน ข้อบ่งใช้ รักษาภาวะตกเลือดหลังคลอด การออกฤทธิ์ โดยการกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก ทำให้ปากมดลูกเปิดและขับเนื้อเยื่อในโพรงมดลูกออกมา ผลข้างเคียง ถ่ายเหลว ปวดท้อง หัวใจเต้นช้า ความดันโลหิตลดลง

33 8.FBC ขนาดที่ใช้ 1x3  pc ส่วนประกอบ Fe fumarate + vit B1 + vit B2+ vit B12 +vitC+niacin+folic acid +Ca phosphate tribasic ข้อบ่งใช้ ใช้สำหรับช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

34 9.Pethidine ขนาดที่ใช้ 25 mg. vein dilute ประเภท ยาแก้ปวด
ประเภท ยาแก้ปวด ข้อบ่งใช้ ระงับปวดทางสูติกรรม การออกฤทธิ์ เป็นสารสังเคราะห์ที่มีฤทธิ์ระงับอาการปวด ผลข้างเคียง หัวใจเต้นช้า คลื่นไส้ อาเจียน ความดันโลหิตต่ำ

35 แผนการรักษาพยาบาล

36 - เมื่อมีการหดรัดตัวของมดลูก มารดาหายใจเข้า-ออกได้
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลข้อที่ 1 มีอาการเจ็บครรภ์ เนื่องจากมดลูกมีการหดรัดตัว ข้อมูลสนับสนุน S : มารดา “ทำหน้านิ่วคิ้วขมวด เม้มริมฝีปาก พลิกตัวไปมาและบอกว่า ปวดท้องมาก” O : มดลูกมีการหดรัดตัวทุก 2´- 3´10" นาน 30" -55" วัตถุประสงค์ : เพื่อให้ผู้คลอดมีการปรับตัวต่อความเจ็บปวดได้อย่างเหมาะสม ตลอดระยะที่1ของ การคลอด เกณฑ์การประเมินผล - เมื่อมีการหดรัดตัวของมดลูก มารดาหายใจเข้า-ออกได้ - มีการเม้มริมฝีปากลดลง เมื่อมีการหดรัดตัวของมดลูก - พักผ่อนได้บ้างเล็กน้อย เมื่อมดลูกคลายตัว

37 กิจกรรมการพยาบาล - สอนให้มารดาหายใจเข้าทางจมูกลึกๆแล้วผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ เพื่อลดอาการเจ็บครรภ์ - นวดบริเวณบั้นเอว โดยกำมือแล้วใช้มือนวดในลักษณะเป็นเลขแปด เพื่อลดอาการเจ็บครรภ์ - ดูแลความสุขสบายทั่วไป เช่น เช็ดหน้าด้วยผ้าเย็น เพื่อให้มารดารู้สึกสดชื่น และลดอาการเจ็บครรภ์ - อธิบายให้กำลังใจว่า การเจ็บครรภ์นั้นเป็นปกติเพื่อเป็นการขับทารกออกมานอกมดลูก ภายหลังที่ทารกคลอดแล้วอาการเจ็บครรภ์เหล่านี้จะหายไป เพื่อคลายความวิตกกังลง - ตรวจและบันทึกการหดรัดตัวของมดลูกทุก 30 นาทีเพื่อประเมินความก้าวหน้าของการคลอดให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอ

38 การประเมินผล -เมื่อมีการมดลูกหดรัดตัวของมดลูก มารดาจะเริ่มหายใจเข้า-ออกได้อย่างถูกวิธี -ยังมีการเม้มริมฝีปากเมื่อมีการหดรัดตัวของมดลูก -พักผ่อนได้บ้างเมื่อมดลูกคลายตัว

39 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ข้อที่ 2 ส่งเสริมการเบ่งคลอดอย่างถูกวิธี ในระยะที่ 2 ของการคลอด ข้อมูลสนับสนุน S: มารดาบอกว่า“ปวดท้องมาก อยากเบ่ง” O: ปากมดลูกเปิด 10 cms. ขณะมีการหดรัดตัวของมดลูก มารดาบิดตัวไปมา แสดงความเจ็บปวด วัตถุประสงค์ : มารดาเผชิญความเจ็บปวดได้อย่างเหมาะสม เกณฑ์การประเมินผล -มารดาให้ความร่วมมือ ไม่ดิ้นไปมา ควบคุมการหายใจและเบ่งได้ถูกวิธี ขณะที่มดลูกหดรัดตัว -ส่วนนำของทารกเคลื่อนต่ำขณะเบ่ง ระยะที่สอง ของการคลอดไม่เกิน 30 นาที กิจกรรมการพยาบาล -ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกทุก 5 นาที พร้อมทั้งประเมินความเจ็บปวดจากการหดรัดตัวของมดลูกและความสามารถในการควบคุมความเจ็บปวด เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างถูกต้อง -ให้คำแนะนำและดูแลให้มารดาหายใจและเบ่งอย่างถูกวิธีขณะมดลูกหดรัดตัว เพื่อบรรเทาอาการปวด และทารกสามารถคลอดได้อย่างปลอดภัย และชมเชยในการเบ่งที่ถูกต้อง

40 -แจ้งให้ทราบถึงความก้าวหน้าของการคลอด รวมทั้งแผนการช่วยเหลือการคลอด พร้อมให้กำลังใจในการเบ่งคลอด เพื่อลดความวิตกกังวลและความกลัวต่อการคลอดลง -พูดปลอบโยนและแสดงความเห็นใจในความเจ็บปวดที่มารดากำลังเผชิญ เพื่อให้ผ่อนคลายด้านจิตใจ เกิดความอบอุ่นและมีกำลังใจ การประเมินผล -มารดาให้ความร่วมมือ ไม่ร้องดิ้นไปมา สามารถทำตามคำแนะนำได้ดี และสามารถเบ่งได้อย่างถูกวิธีขณะมดลูกหดรัดตัว -ส่วนนำของทารกเคลื่อนต่ำลงมาขณะเบ่ง ระยะที่ สองของการคลอด 12 นาที

41 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ข้อที่ 3 มีภาวะรกค้าง เนื่องจากรกเกาะแน่น
ข้อมูลสนับสนุน S : มารดาบอกว่า “ คลอดคนที่ 2 ตกเลือด จากรกค้าง” O: ผ่านไป 15 นาที รกยังไม่คลอด ติดแน่น วัตถุประสงค์ : ระยะการคลอดรกปกติไม่มีภาวะรกค้าง เกณฑ์การประเมินผล - ระยะเวลาการคลอดรกปกติไม่เกิน 30 นาที - รกคลอดครบ ไม่มีเศษรกและเยื่อหุ้มรกตกค้างอยู่ในโพรงมดลูก กิจกรรมการพยาบาล - ในระยะการคลอดรก ต้องประเมินอาการเปลี่ยนแปลงของมารดาที่มีประวัติเกี่ยวกับสาเหตุส่งเสริมทำให้เกิดภาวะรกค้างอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเกิดภาวะรกค้าง - ตรวจดูอาการแสดงว่ารกลอกตัว เพื่อประเมินสภาพการลอกตัวของรก

42 - ทำคลอดรกอย่างถูกวิธี ภายหลังที่ตรวจพบว่ารกลอกตัวสมบูรณ์แล้ว เพื่อให้มารดาได้รับการทำคลอดรกอย่างปลอดภัย - ตรวจรกและเยื่อหุ้มรก เพื่อไม่ให้มีเศษรกและเยื่อหุ้มรกค้างในโพรงมดลูก การประเมินผล - หลังทารกคลอด30นาที รกยังไม่คลอด แพทย์ทำการล้วงรก ใช้เวลาทั้งหมด 46 นาที - หลังแพทย์ทำการล้วงรก รกออกมาครบ ไม่มีเศษรกและเยื่อหุ้มรกตกค้างอยู่ในโพรงมดลูก

43 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ข้อที่ 4 มีภาวะตกเลือดหลังคลอดเนื่องจากรกค้าง
ข้อมูลสนับสนุน O : ตกเลือดจากรกค้าง รวมTotal blood loss หลังรกคลอด 1500 ml. วัตถุประสงค์ : เพื่อป้องกันการเกิดภาวะช็อค เกณฑ์การประเมินผล -มารดาไม่มีอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็น ซีด -ความดันโลหิตไม่ต่ำกว่า 90/60 mm.Hg. P= ไม่เกิน 120 /min กิจกรรมการพยาบาล - ตรวจและบันทึกสัญญาณชีพ ทุก 5 นาที เพื่อประเมินความรุนแรงของการเสียเลือด - จัดท่าให้นอนราบ เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจ และสมองดีขึ้น

44 - ให้ O2 mask c bag 10 LPM เพื่อมารดาหายใจสะดวกขึ้น
- ตรวจการมีเลือดออก และการหดรัดตัวของมดลูก เพื่อการรักษาที่ถูกวิธี - ดูแลให้สารน้ำตามแผนการรักษา และยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก เพื่อป้องกันการเกิดภาวะเลือดมากขึ้น - ช่วยเหลือแพทย์ในการเตรียมยา Pethidine 25 mg.iv เพื่อระงับอาการปวด - ตรวจรกและเยื่อหุ้มทารก เพื่อป้องกันมิให้เกิดภาวะรกค้างในโพรงมดลูก - ดูแลกระเพาะปัสสาวะให้ว่าง เพื่อไม่ให้ขัดขวางการหดรัดตัวของมดลูก - ช่วยเหลือแพทย์ในการล้วงรก ตรวจหาเศษเยื่อหุ้มรกค้าง เพื่อป้องกันการตกเลือดซ้ำ - ติดตามปริมาณน้ำคาวปลา สี กลิ่น จากจำนวนผ้าอนามัยที่ใช้ เพื่อการประเมินภาวะตกเลือดหลังคลอดซ้ำ

45 การประเมินผล - เจาะเลือด เช่น CBC ,Hct เพื่อตรวจสอบความเข้มข้นของเลือด
- ทำ I/O เพื่อบันทึกจำนวนน้ำที่ร่างกายได้รับ จำนวนเลือดที่เสียไป และจำนวนปัสสาวะที่ออก - ประเมินการเสียเลือด เพื่อประเมินความรุนแรงของภาวะตกเลือดหลังคลอด - คลึงมดลูกจนหดรัดตัวกลมแข็ง และไล่ก้อนเลือดที่อาจค้างอยู่ในมดลูก การประเมินผล -มารดาไม่พบอาการผิดปกติ เช่น หน้ามืด ใจสั่น เหงื่อออก ตัวเย็น ซีด -หลังรกคลอด ความดันโลหิต 109/66 mm.Hg. P = 100 /min ไม่เคยต่ำกว่า 90/60 mm.Hg. P = ไม่เกิน 120 /min

46 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ข้อที่ 5 ภาวะซีด จากการตกเลือดหลังคลอด
ข้อมูลสนับสนุน S : มารดาบอกว่า”รู้สึกเหนื่อย และมีอาการอ่อนเพลีย” O : Hct หลังตกเลือด 22.4 % วัตถุประสงค์ : เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเลือด จากภาวะซีด เกณฑ์การประเมินผล : มารดามีอาการอ่อนเพลียลดลง -ผล Hct เพิ่มขึ้นจากเดิม 3 % กิจกรรมการพยาบาล -ดูแลให้เลือด Pack red cell 1 unit ตามแผนการรักษา เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเลือด -ดูแลให้ Nataral 1 tab oral OD และ FBC 1x3 oral pc ตามแผนการรักษา เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเลือด

47 - หลังจากให้การพยาบาลมารดามีสีหน้าสดชื่นขึ้น อาการอ่อนเพลียลดลง
- ดูแลให้รับประทานอาหารที่มีเหล็กสูง เช่น เนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว เป็นต้น เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเลือด เพราะเหล็กเป็นส่วนประกอบสำคัญของฮีโมโกลบิล ในการสร้างเม็ดเลือดแดง - ดูแลให้ผู้ป่วยพักผ่อนบนเตียง เพราะการพักผ่อนบนเตียงจะช่วยลดการใช้ออกซิเจน ในการทำกิจกรรม ทำให้อาการเหนื่อยเพลียลดลง - ติดตามผล lab hct เพื่อติดตามความเข้มข้นของเลือดในร่างกาย - สังเกตและซักถามอาการเหนื่อย อ่อนเพลียของผู้ป่วย ถ้ารุนแรงต้องรายงานแพทย์ เพื่อพิจารณาการให้ออกซิเจน - แนะนำญาติในการช่วยเหลือการทำกิจวัตรประจำวัน เพื่อลดอาการอ่อนเพลียและอาการเหนื่อย การประเมินผล - หลังจากให้การพยาบาลมารดามีสีหน้าสดชื่นขึ้น อาการอ่อนเพลียลดลง - ผล Hct (15/11/2557) 28 %

48 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ข้อที่ 6 มารดาปวดมดลูก เนื่องจากมดลูกมีการหดรัดตัวเพื่อขับน้ำคาวปลาข้อมูลสนับสนุน S : มารดาบอกว่า “ปวดมดลูกเวลาลูกดูดนม ” O: ขณะปวดมดลูก มารดามีสีหน้าแสยะ วัตถุประสงค์ : เพื่อลดอาการปวดมดลูก เกณฑ์การประเมินผล : - มารดามีความสุขสบายขึ้น สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ - มารดามีสีหน้าสดชื่นขึ้น กิจกรรมการพยาบาล - อธิบายให้มารดาเข้าใจว่า อาการปวดของหญิงหลังคลอดทุกรายเกิดขึ้น เนื่องจากการหดรัดตัวของมดลูกตามธรรมชาติ เพื่อให้มดลูกเข้าสู่อุ้งเชิงกราน - พูดคุยเบี่ยงเบนความสนใจ เพื่อลดอาการปวดมดลูก - ประเมินอาการปวดจาก Pain score ถ้ามีอาการปวดมากให้ยาบรรเทาปวด Paracetamol (500 mg) 2 Tab  ตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อลดอาการเจ็บปวดและสุขสบายขึ้น

49 - แนะนำวิธีการหายใจ เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด
- เปิดโอกาสให้มารดาระบายความรู้สึก เพื่อระบายอาการปวด - แนะนำญาติดูแลและพูดคุยอย่างใกล้ชิด เพื่อผ่อนคลายความเจ็บปวด - จัดท่าให้สุขสบาย เช่น นอนตะแคงให้นมบุตร เพื่อลดอาการปวดมดลูก การประเมินผล - มารดามีความสุขสบายมากขึ้น สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตัวเอง - มารดามีสีหน้าสดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้น

50 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล ข้อที่ 7 มีความวิตกกังวลเกี่ยวกับการตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากตกเลือดและรกค้าง 2 ครั้งติดต่อกัน ข้อมูลสนับสนุน S : มารดาถามว่า”ถ้าตั้งครรภ์ครั้งต่อไป อาจมีภาวะตกเลือดและรกค้างอีกไม่” O : มารดาหลังคลอดมีสีหน้าวิตกกังวลและซักถามเกี่ยวกับการเจ็บป่วย หลังการรักษาพยาบาล วัตถุประสงค์ : เพื่อลดความวิตกกังวลของมารดาหลังคลอด เกณฑ์การประเมินผล : มารดาหลังคลอดบอกว่าสบายใจมากขึ้น สีหน้าสดชื่นขึ้น ความกลัวและวิตกกังวลลดลง กิจกรรมการพยาบาล - สร้างสัมพันธ์ภาพกับมารดาหลังคลอดโดยการซักถามพูดคุยให้ความช่วยเหลือในสิ่งที่มารดาหลังคลอดต้องการด้วยท่าทางที่เป็นมิตร เพื่อให้เกิดความไว้วางใจ - อธิบายให้เข้าใจถึงกระบวนการที่เกิดขึ้นจากการตกเลือดและแนวทางการรักษาพยาบาล เพื่อให้มารดาหลังคลอดเข้าใจและให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาล

51 - อธิบายให้เข้าใจถึงการให้การพยาบาลและการรักษาพยาบาลทุกครั้ง เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการให้การพยาบาล
- ปฏิบัติการพยาบาลด้วยความนุ่มนวลว่องไวและให้กําลังใจ เพื่อให้มารดาหลังคลอดรู้สึกสุขสบายมากที่สุด - รับฟังและกระตุ้นให้พูดคุย หรือระบายความกลัวความวิตกกังวลรวมทั้งเปิดโอกาสให้ ซักถาม เพื่อทราบถึงปัญหาและแก้ไขได้ทันท่วงที - อนุญาตให้ญาติเข้าเยี่ยมตามความเหมาะสม พยายามให้มีสัมพันธภาพระหว่าง มารดา ทารกและครอบครัว เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและลดความตึงเครียดต่างๆ การประเมินผล - มารดาหลังคลอดบอกว่าสบายใจขึ้นมากความกลัวและวิตกกังวลลดลง ให้ความร่วมมือในการรักษาพยาบาล

52 ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาลที่ 8 ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน
ข้อมูลสนับสนุน S: ผู้ป่วยบอกว่า“ครรภ์ก่อนเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ไม่ถึง 6 เดือน เนื่องจากทำงานไม่มีเวลา จึงเลี้ยงลูกด้วยนมผสม” O: น้ำนมไหลแล้ว มารดาให้นมทารกถูกวิธี วัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ 6 เดือน เกณฑ์การประเมินผล - ทารกไม่ร้องกวน ทารกดูดนมถูกวิธี - เต้านมไม่คัดตึง ไม่อักเสบ - มารดาบีบน้ำนมได้ และเก็บอย่างถูกวิธี กิจกรรมการพยาบาล - แนะนำการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น แกงเลียง ผัดขิง เพื่อเพิ่มน้ำนม - แนะนำวิธีการบีบน้ำนมอย่างถูกวิธี เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมไหลดียิ่งขึ้น

53 - แนะนำท่าให้นมลูกอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการอักเสบของเต้านม - กระตุ้น BF ทุก 2 ชม. เพื่อกระตุ้นให้น้ำนมไหลดียิ่งขึ้น - แนะนำวิธีการเก็บน้ำนม เช่น บีบทิ้งไว้ คงสภาพได้ 2 ชม. บีบใส่กระติกน้ำแข็ง คงสภาพได้ 24 ชม. บีบใส่ตู้เย็นช่องธรรมดา คงสภาพได้ 24 ชม. บีบใส่ตู้เย็นช่อง 2 ประตูช่องแช่แข็ง คงสภาพได้ เดือน เป็นต้น เพื่อคงประโยชน์ของสารอาหาร - แนะนำมารดาให้เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเดียว 6 เดือน เพื่อให้ทารกได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่ การประเมินผล - ทารกนอนหลับได้ ไม่ร้องกวน - เต้านมไม่คัดตึง ไม่อักเสบ - มารดาบีบน้ำนมได้ สามารถอธิบายวิธีการเก็บอย่างถูกวิธี เพื่อคงสภาพของสารอาหาร

54 การวางแผนการจำหน่ายมารดาโดยใช้หลัก M-E-T-H-O-D
M (Medicine) ความรู้เกี่ยวกับยาแนะนำการรับประทานยาตามแผนการรักษา - Amoxy 500 mg 2x2 tab  pc โดยการรับประทานครั้งละ 2 เม็ด หลังอาหารเช้าและเย็น รับประทานยาจนหมดเพื่อป้องกันการติดเชื้อและการดื้อยาในการรักษาครั้งต่อไป - Paracetamol ๑ tab q ๖ hr โดยการรับประทานครั้งละ ๑ เม็ด เมื่อมีอาการไข้ หรือปวดมดลูก - Nataral 1x1 tab  pc โดยการรับประทานครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า เพื่อช่วยเสริมตามินและ เกลือแร่และเสริมธาตุเหล็กซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือด - FBC 1x3  p.c. โดยการรับประทานครั้งละ 1 เม็ด หลังอาหารเช้า เที่ยง และเย็น เพื่อช่วยเสริมตามินและ เกลือแร่และเสริมธาตุเหล็กซึ่งช่วยในการสร้างเม็ดเลือด

55 E (Environment) ความรู้เกี่ยวกับการจัดการสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะสมกับภาวะสุขภาพและเศรษฐกิจ
- จัดสิ่งแวดล้อมให้เป็นระเบียบ สงบ ไม่มีแสงและเสียงรบกวน เพื่อให้พักผ่อนได้ - จัดบริเวณบ้านให้ปลอดภัย ระวังอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้ T (Treatment) รู้ปัญหาการรักษาและมีทักษะที่จำเป็นในการปฏิบัติตามแผนการรักษา สามารถเฝ้าระวังการสังเกตอาการของตนเอง - สังเกตอาการผิดปกติที่ต้องมาพบแพทย์ เช่น มีไข้ ปวดศีรษะอย่างรุนแรง ซีด น้ำคาวปลามีกลิ่น สี ลักษณะผิดปกติ มีเลือดออกทางช่องคลอดผิดปกติ เป็นต้น

56 H (Health) เข้าใจภาวะสุขภาพของตนเอง
- แนะนำเรื่องการพักผ่อนทั้งร่างกายและจิตใจ โดยให้มารดานอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8ชั่วโมง - รักษาความสะอาดทั่วไปของร่างกาย โดยเฉพาะบริเวณอวัยวะสืบพันธุ์ - งดการมีเพศสัมพันธ์ - แนะนำการวางแผนครอบครัว การตั้งครรภ์ครั้งต่อไป O (Out patient referral) เข้าใจความสำคัญของการมาตรวจสุขภาพตามนัด - นัดให้มาพบแพทย์เจาะ Hct ตามนัดอีก 1 เดือน คือ วันที่ 16 ธันวาคม 2557 - นัดตรวจหลังคลอด 45 วัน คือ 8 มกราคม 2558 D (Diet) เข้าใจและสามารถเลือกรับประทานอาหารได้ถูกต้อง - แนะนำการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเลือด เช่น เครื่องในสัตว์ ผักใบเขียว เป็นต้น ลดอาหารที่มีรสจัด ของหมักดอง ชา กาแฟ ดื่มน้ำวันละ๖-๘แก้วต่อวัน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง มดลูกเข้าอู่เร็วและจะได้มีน้ำนมเลี้ยงบุตรเพียงพอ

57 วิจารณ์กรณีศึกษา จากกรณีศึกษามารดาครรภ์ที่ 3 มีภาวะตกเลือดหลังคลอด มาจากสาเหตุรกค้าง มารดามีประวัติรกค้างและตกเลือดหลังคลอดในครรภ์ที่ 2 ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะเกิดตกเลือดในครรภ์นี้ ทำให้ Case นี้ ได้วางแนวทางการดูแลแต่เนิ่นๆ โดยการให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ ไม่ให้เกิดการคลอดยาวนานในระยะที่ 2 และเมื่อเข้าระยะที่ 3 ของการคลอด ให้การดูแลแบบ Active Management of Third Stage of Labour (AMTSL) เมื่อรกไม่คลอด และประเมินว่ารกเกาะแน่น ทำการรายงานแพทย์ เพื่อทำการล้วงรกทันที ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่สามารถวินิจฉัยให้การรักษาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้สามารถป้องกันภาวะ shock ใน case นี้ได้ ภาวะตกเลือดหลังคลอด หากได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็วสามารถลดอันตรายได้ และลดอัตราการเสียชีวิตจากความรุนแรงของโรคได้ แต่หากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษา ภาวะตกเลือดหลังคลอดจะรุนแรงขึ้น จนเป็นอันตรายต่อชีวิตของมารดาได้ ฉะนั้นพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่ควรมีความรู้และทักษะการดูแล ตลอดจนซักประวัติและค้นหาปัจจัยเสี่ยงของการตกเลือดหลังคลอด เพื่อให้การดูแลอย่างใกล้ชิดแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน ที่อาจ จะเกิดขึ้นอย่างร้ายแรงแก่มารดาหลังคลอด

58 Thank you


ดาวน์โหลด ppt นางสาวยามีละ ยูโซะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ แผนกสูติกรรม รพ.ทุ่งยางแดง

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google