งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

 หมายถึง การนำความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ในการพัฒนา เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการ หรือ กระบวนการ เพื่อช่วยในการทำงาน หรือ แก้ปัญหาต่าง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: " หมายถึง การนำความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ในการพัฒนา เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการ หรือ กระบวนการ เพื่อช่วยในการทำงาน หรือ แก้ปัญหาต่าง."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2  หมายถึง การนำความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ในการพัฒนา เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการ หรือ กระบวนการ เพื่อช่วยในการทำงาน หรือ แก้ปัญหาต่าง ๆ

3  เทคโนโลยีเป็นหัวใจสำคัญของการสร้าง มูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพราะ การนำวัตถุดิบมาผ่านเทคนิค การดำเนินการ จนได้วัตถุสำเร็จรูป สินค้า นั้นจะมีมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบนั้นมาก

4  ประเทศที่มีเทคโนโลยี มักจะเป็นประเทศที่ พัฒนาแล้ว เทคโนโลยีเป็นหนทางหนึ่งที่ ช่วยในการพัฒนาสินค้าและบริการ ให้มี มูลค่าเพิ่มขึ้น ทุกประเทศจึงให้ความสำคัญ ของการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมา ช่วยในงานต่าง ๆ

5  ทราย เป็นสารประกอบซิลิคอนซึ่งมีราคาถูก ต่อมาได้ แยกสกัดสารซิลิคอมให้บริสุทธิ์ และเจือสารบางอย่างให้ เกิดเป็น สารกึ่งตัวนำ(Semi conductor) แล้วนำมา ผลิตเป็นทรานซิสเตอร์ และ ไอซี(Integrated Circuit: IC) หรือ ชิป(Chip) ซึ่งเป็นองค์ประกอบภายในเครื่อง คอมพิวเตอร์

6 สารซิลิคอนเมื่อผ่านกรรมวิธีทาง เทคโนโลยีแล้วจะมีราคาสูงขึ้น

7  หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล และ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้  มนุษย์แต่ละคนได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวน มาก ข้อมูลที่เก็บในสมองเป็นสิ่งที่สะสมเป็น เวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับ การประมวลผลและการเรียกใช้ข้อมูลนั้น  หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล และ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้  มนุษย์แต่ละคนได้เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ เป็นจำนวน มาก ข้อมูลที่เก็บในสมองเป็นสิ่งที่สะสมเป็น เวลานาน ความรอบรู้ของแต่ละคนจึงขึ้นอยู่กับ การประมวลผลและการเรียกใช้ข้อมูลนั้น

8  ความรู้จึงเกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ข้อมูลอาจมา จากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต หรือการสื่อสารระหว่างบุคคล  สารสนเทศทำให้เกิดความรู้ เช่น เก็บข้อมูลสภาพ น้ำฝนแล้วนำมาประมวลผลสรุปรายงานเป็น สารสนเทศ บอกได้ว่าแต่ละเดือนมีปริมาณน้ำฝนโดย เฉลี่ยเท่าไหร่ นำความรู้นี้เพื่อเลือกปลูกพืชในเวลาที่ เหมาะสม  ความรู้จึงเกิดจากข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ข้อมูลอาจมา จากสื่อ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ อินเทอร์เน็ต หรือการสื่อสารระหว่างบุคคล  สารสนเทศทำให้เกิดความรู้ เช่น เก็บข้อมูลสภาพ น้ำฝนแล้วนำมาประมวลผลสรุปรายงานเป็น สารสนเทศ บอกได้ว่าแต่ละเดือนมีปริมาณน้ำฝนโดย เฉลี่ยเท่าไหร่ นำความรู้นี้เพื่อเลือกปลูกพืชในเวลาที่ เหมาะสม

9  ถึงแม้สมองของมนุษย์สามารถเก็บข้อมูลไว้จำนวน มาก แต่ก็มีข้อจำกัดในการจัดเก็บ การเรียกใช้ การ ประมวลผล และการคิดคำนวณ ดังนั้น จึงมีการสร้าง เครื่องจักร เพื่อการจัดการสารสนเทศ เช่น คอมพิวเตอร์สามารถเก็บข้อมูลได้มาก คำนวณและ หาข้อมูลอย่างแม่นยำ ทำงานได้ต่อเนื่อง และส่ง ข้อมูลไปได้ไกลและรวดเร็วมาก

10  หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่ เกี่ยวข้องตั้งแต่ การนำเข้าข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การ เก็บรักษาข้อมูล และการแสดงผล  เทคโนโลยีสารสนเทศ ยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดระบบ การให้บริการ การใช้ และการดูแลรักษาข้อมูลด้วย  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการจัดการสารสนเทศมัก มี เทคโนโลยีสื่อสารเข้ามาร่วมด้วยเสมอ จึงเรียกรวมกันว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที (Information and Communication Technology:ICT)  หมายถึง เทคโนโลยีที่ใช้จัดการสารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่ เกี่ยวข้องตั้งแต่ การนำเข้าข้อมูล การประมวลผลข้อมูล การ เก็บรักษาข้อมูล และการแสดงผล  เทคโนโลยีสารสนเทศ ยังรวมถึงเทคโนโลยีที่ทำให้เกิดระบบ การให้บริการ การใช้ และการดูแลรักษาข้อมูลด้วย  เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับการจัดการสารสนเทศมัก มี เทคโนโลยีสื่อสารเข้ามาร่วมด้วยเสมอ จึงเรียกรวมกันว่า เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที (Information and Communication Technology:ICT)

11

12  เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงกับโลกครั้งใหญ่ เมื่อเข้าสู่ยุคของ สารสนเทศ องค์การต่าง ๆ ที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสารมาใช้ในการจัดการงานประจำวัน ทำให้งาน สำเร็จได้เร็วขึ้น การผลิตทำได้รวดเร็ว เนื่องจากมีการนำ ระบบอัตโนมัติด้านการผลิตมาใช้ มีระบบบัญชี และ โปรแกรมเฉพาะด้านมากขึ้น เทคโนโลยีสารสนเทศจึงมีผล ต่อการดำเนินชีวิต เศรษฐกิจ สังคม และการเมือง เป็นต้น

13 1. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2. สามารถนำไปประยุกต์ในด้านต่าง ๆ 3. ช่วยให้การบริการสะดวกขึ้น 4. การทำงานรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ 5. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย 1. ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว 2. สามารถนำไปประยุกต์ในด้านต่าง ๆ 3. ช่วยให้การบริการสะดวกขึ้น 4. การทำงานรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ 5. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย

14

15

16 2. สามารถนำไปประยุกต์ในด้านต่าง ๆ ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีความ จำเป็นในการดำเนินงานทุกด้าน เช่น ด้านการศึกษา ธุรกิจ บันเทิง มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ เช่น เก็บข้อมูลบุคลากร ระบบภาษี ระบบเวช ระเบียนในโรงพยาบาล ระบบจองตั๋วภาพยนตร์ ดู โทรทัศน์และฟังเพลงออนไลน์

17 3. ช่วยให้การบริการสะดวกขึ้น เมื่อมีการพัฒนาระบบจัดเก็บและประมวลผลข้อมูล ทำให้เกิดการบริการต่างๆ อย่างหลากหลาย เช่น การสั่งซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต การสอบถามข้อมูล ทางโทรศัพท์ การดูผลสอบทางอินเตอร์เน็ต การฝาก ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็ม การลงทะเบียนเรียนผ่าน อินเตอร์เน็ต

18

19 4. การทำงานรวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ เนื่องจากการใช้เทคโนโลยีจะมีความถูก ต้อง แม่นยำ และรวดเร็ว สามารถทำงาน ซ้ำๆ ได้ถูกต้องและรวดเร็ว เช่น การผลิต รถยนต์ ผลิตได้เหมือนกันทุกคัน และมี ความผิดพลาดได้น้อยกว่าคนทำ

20

21 5. ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย ช่วยให้ค่าใช้จ่ายลดลง เช่น เรียนผ่านอินเทอร์เน็ตโดย ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปเรียน ถ่ายรูป ด้วยกล้องดิจิตอลไม่ต้องเสียค่าฟิล์ม ถ้าต้องการรูป ก็เลือกเฉพาะที่ต้องการไม่ต้องล้างและอัดภาพ ทั้งหมด การส่งอีเมล ทำให้สะดวก รวดเร็ว และ ประหยัด เป็นต้น

22

23

24 1 การสร้างเสริมคุณภาพชีวิต ทำให้มนุษย์มีความ เป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น ไม่ต้องเสี่ยงภัยกับ งานที่มีอันตราย เครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย โทรศัพท์เคลื่อนที่สะดวกรวดเร็ว ระบบขนส่งที่ รวดเร็ว

25 2 การเสริมสร้างความเสมอภาคในสังคมและการ กระจายโอกาส  ช่วยให้การกระจายข่าวสารไปได้ทุกแห่ง  ใช้ระบบการเรียนการสอนทางไกล ทำให้เป็นการ กระจายโอกาส  ระบบการรักษาพยาบาลผ่านเครือข่ายสื่อสาร ทำให้ ผู้ป่วยได้รับการรับการรักษาอย่างเท่าเทียมกัน

26 3 การเรียนการสอนและส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย  นำคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์มาสร้างสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ เช่น วีดิทัศน์ e-learning e-book  พัฒนาโปรแกรมช่วยจัดการศึกษา เช่น จัด ตารางสอน จัดทำคะแนน  แหล่งข้อมูลมากมาย เช่น เว็บไซต์ต่าง ๆ

27 3 การเรียนการสอนและส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย    เป็นต้น

28 3 การเรียนการสอนและส่งเสริมการค้นคว้าวิจัย  ในด้านการวิจัย นักวิทยาศาสตร์หรือบุคคลทั่วไป ใช้ประโยชน์ได้หลายรูปแบบ เช่น ค้นหาข้อมูลได้ จากทั่วโลก ค้นหารายงานการวิจัยที่เก็บไว้ใน ห้องสมุดต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว

29 4 การรักษาสิ่งแวดล้อม เช่นการอนุรักษ์ป่าไม้ การใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ติดตามข้อมูลสภาพอากาศ การพยากรณ์อากาศ การจำลองรูปแบบสภาวะสิ่งแวดล้อมเพื่อปรับปรุง แก้ไข เก็บรวบรวมข้อมูลคุณภาพน้ำ

30 5 การรักษาความปลอดภัย  การตรวจสอบสัมภาระในการเดินทาง  การตรวจสอบอาวุธและวัตถุระเบิด

31 6 การผลิตในอุตสาหกรรมและการพาณิชยกรรม  ใช้ในการบริหารและจัดการ การดำเนินการเพื่อให้ สามารถผลิตสินค้าได้จำนวนมากและต้นทุนต่ำ  การให้บริการกับลูกค้า ในการซื้อสินค้าสะดวก รวดเร็วขึ้น  เช่นการซื้อของทางอินเทอร์เน็ต,Internet banking

32 7 การสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาความคิด  เทคโนโลยีสารสนเทศมีแนวโน้มที่จะมีบทบาท มากยิ่งขึ้นต่อชีวิตประจำวัน เยาวชนจึงต้องเรียนร รู้และเข้าใจเพื่อนำไปพัฒนาสิ่งต่างๆที่เป็น ประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยลดการพึ่งพา เทคโนโลยีหรือซอฟต์แวร์จากต่างประเทศ

33 7 การสร้างสรรค์ผลงานและพัฒนาความคิด  มีหลายสถาบัน เช่น สถาบันส่งเสริมการสอน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สสวท.) และศูนย์ เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ ได้ จัดการแข่งขันการพัฒนาโครงงาน หรือซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาความรู้และได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่น

34 8 การส่งเสริมประชาธิปไตย  ในการเลือกตั้งระดับต่างๆ ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อกระจายข่าวสาร และให้ประชาชนได้เห็นความสำคัญของระบอบ ประชาธิปไตย  ใช้คอมพิวเตอร์ในการรวมผลคะแนน

35 8 การส่งเสริมประชาธิปไตย  ใช้สื่อโทรทัศน์ วิทยุ และอินเทอร์เน็ตรายงานผล การนับคะแนน ทำให้ทราบผลอย่างรวดเร็ว  เว็บไซต์ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง คือ

36 1 ทำให้เกิดอาชญากรรม  อาชญากรอาจใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการ สื่อสารในการวางแผนปล้น วางแผนโจรกรรม  มีการลักลอบหรือใช้ข้อมูลข่าวสาร หรือแก้ไขข้อมูล เช่น แก้ไขคะแนนสอบ โอนเงินออกจากบัญชีของผู้อื่น แก้ไขข้อมูลอาชญากร ล่อลวงผู้อื่นผ่านอินเทอร์เน็ต

37 2 ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลเสื่อมถอย  การใช้คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสาร ทำให้ ติดต่อกันได้โดยไม่ต้องพบหน้ากัน  มีลักษณะการใช้งานเพียงคนเดียว เช่นการเล่น เกม การใช้แอพพลิเคชั่น  ทำให้ความสัมพันธ์กับผู้อื่นลดลง

38 3 ทำให้เกิดความวิตกกังวล  เป็นผลกระทบทางด้านจิตใจของคนบางกลุ่มว่า คอมพิวเตอร์อาจทำให้เกิดการจ้างงานน้อยลง มีการ นำหุ่นยนต์มาใช้งานมากขึ้น  แต่ถ้าบุคคลนั้นปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี หรือ พัฒนาตนเองให้มีความสามารถมากขึ้นก็จะไม่เกิด ปัญหานี้ขึ้น

39 4 ทำให้เกิดความเสี่ยงภัยในการดำเนินงาน  การทำงานในปัจจุบันจำเป็นต้องอาศัยเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสารมากขึ้น ข้อมูลข่าวสาร ทั้งหมดของธุรกิจฝากไว้ในศูนย์ข้อมูล หากเกิดการสูญ หายอันเนื่องมากจากอุบัติภัย เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ ทำให้ไม่สามารถนำข้อมูลไป ใช้ได้ หรืออาจมีการขโมยข้อมูลไปใช้ในทางที่ไม่ดีอีก ด้วย

40 5 ทำให้เกิดการพัฒนาอาวุธไปใช้ในทางที่ผิด  ใช้ในการพัฒนาอาวุธที่มีอานุภาพการทำลายสูง เสี่ยงต่อการเกิดสงครามและมีการสูญเสียมากขึ้น

41 6 ทำให้เกิดการแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่เหมาะสม  การใช้คอมพิวเตอร์ควรมีจริยธรรมในการใช้ เช่น การใช้อินเทอร์เน็ตอาจมีการสร้างเว็บเพจที่ไม่ เหมาะสม เช่น ภาพลามกอนาจาร หรือภาพที่ทำ ให้ผู้อื่นเสียหาย  การปลอมแปลงอีเมล เพื่อกระจายข่าวที่เป็นเท็จ

42 6 ทำให้เกิดการแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่เหมาะสม  กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที รับแจ้งเว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสมผ่าน เว็บไซต์

43 7 ทำให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพ  การใช้คอมพิวเตอร์ ติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลต่อ สุขภาพ  ด้านสายตา จากการเพ่งที่จอนานๆ ทำให้ปวดตา  การนั่งท่าเดิมนานๆ ทำให้ปวดคอ ปวดหลัง  การเกร็งข้อมือขณะพิมพ์งานหรือใช้เมาส์ ทำให้ปวด ข้อมือและนิ้วได้

44 8 ทำให้ติดคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต  ติดการเล่นเกม ติดการค้นหาเว็บ ติดการแชท ติด เฟสบุค ติดไลน์ ติดการพนันหรือการประมูลสินค้า ติดการชอปปิ้งผ่านเว็บไซต์  ผู้ที่มีอาการติด จะต้องการเวลาในการทำ กิจกรรมนั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่สามารถเลิกได้

45 8 ทำให้ติดคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต  ทำให้มีปัญหาทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น ซึมเศร้า ไม่อยากนอน เชื่องช้า ก้าวร้าว ขาดวินัย ไม่มีความ รับผิดชอบ  ครอบครัวต้องดูแลเอาใจใส่ ชี้ให้เห็นประโยชน์และ โทษ และปลูกจิตสำนึกความรับผิดชอบที่มีต่อ ครอบครัวและสังคม

46  กำหนดแนวทางในการใช้ให้เป็นเวลา  ตั้งคอมพิวเตอร์ไว้ในห้องที่ทุกคนในบ้านมีส่วนร่วมได้  รับฟังและให้คำแนะนำเมื่อมีปัญหา  ส่งเสริมให้ทำกิจกรรมอื่น เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬา นั่ง สมาธิ ช่วยเหลือผู้อื่น


ดาวน์โหลด ppt  หมายถึง การนำความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์ มาประยุกต์ในการพัฒนา เครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ วิธีการ หรือ กระบวนการ เพื่อช่วยในการทำงาน หรือ แก้ปัญหาต่าง.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google