งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เรียนรู้มาตรฐานสู่การปฏิบัติ ประเมินตนเอง SCORING GUIDELINE 2011.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เรียนรู้มาตรฐานสู่การปฏิบัติ ประเมินตนเอง SCORING GUIDELINE 2011."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 เรียนรู้มาตรฐานสู่การปฏิบัติ ประเมินตนเอง SCORING GUIDELINE 2011

2 โครงร่างองค์การ 1. การนำองค์การ 7. ผลลัพธ์ 5. การมุ่งเน้น บุคลากร 2. การบริหาร เชิงกลยุทธ์ 3. การมุ่งเน้น ผู้ป่วยและผู้รับผลงาน สภาพแวดล้อม ความสัมพันธ์ และความท้าทาย 4. การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้ 6.1 ระบบสนับสนุน ระบบงานที่สำคัญ ของ ร.พ. และ เครือข่าย กระบวนการดูแลผู้ป่วย ภาพรวมระบบคุณภาพแบบบูรณาการ (HA,QA,PCA) 6. การจัดการ กระบวนการ 6.2 กระบวนการสร้างคุณค่า 1.สสจ.และ สสอ. 2.อำนวยการหรือบริหารทั่วไป 3.พ.บ.ส. 1.การเข้าถึงและการรับบริการ 2.การประเมินผู้ป่วย 3.การวางแผนดูแลผู้ป่วย 4.การดูแลผู้ป่วย 5.การให้ข้อมูลและการเสริมพลัง 6.การดูแลต่อเนื่อง *7.การแพทย์ฉุกเฉินและ การส่งต่อ(เพิ่มเติม) ทีมคร่อม สายงาน ระบบงาน 1. การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ 2. การกำกับดูแลด้านวิชาชีพ 3. สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย และความปลอดภัย 4. การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ 5. ระบบเวชระเบียน 6. ระบบจัดการด้านยา 7. การตรวจทดสอบประกอบการ วินิจฉัยโรคและบริการที่เกี่ยวข้อง 8. การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ 9. การทำงานกับชุมชน 10. กระบวนการดูแลผู้ป่วยและการ จัดการบริการสุขภาพโดยรวม ทีมคร่อม สายงาน ดูแลผู้ป่วย 7.1 ด้านการดูแลผู้ป่วย 7.2 ด้านการมุ่งเน้นผู้ป่วย และผู้รับผลงาน 7.3 ด้านการเงิน 7.4 ด้านทรัพยากรบุคคล 7.5 ด้านระบบงานและ กระบวนการที่สำคัญ 7.6 ด้านการนำ 7.7 ด้านการสร้างเสริม สุขภาพ 5.1 ความผูกพันของบุคลากร 5.2 สภาพแวดล้อมของบุคลากร 1.1 การนำองค์การโดยผู้นำระดับสูง 1.2 การกำกับดูแลและความรับ ผิดชอบต่อสังคมในภาพใหญ่ 2.1 การจัดทำกลยุทธ์ 2.2 การถ่ายทอดกลยุทธ์ เพื่อนำไปปฏิบัติ (TOWS) (โครงสร้าง) (ผลลัพธ์ (7 ด้าน)) 3.1. ความรู้เกี่ยว กับผู้ป่วยและผู้รับผลงาน 3.2. ความสัมพันธ์ ความพึง พอใจของผู้ป่วยและผู้รับผลงาน 3.3. สิทธิผู้ป่วย 4.1. การวัด การ วิเคราะห์ และการ ปรับปรุงผลงานของ องค์การ 4.2.การจัดการ สารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการความรู้

3 อยากสวย แนวโน้มจะสวย สวย สวยวันสวยคืน สวยสุดยอด

4 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร หมวด 1 – หมวด 6 (SCORING 01-28)

5 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-1 การนำ (LED) 1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง (LED.1) ผู้นำระดับสูงชี้นำองค์กร สื่อสารและส่งเสริมผลการดำเนินงานที่ดี ให้ความมั่นใจใน คุณภาพและความปลอดภัยในการดูแลผู้รับบริการ 01 ผู้นำ ระดับสูงชี้นำ องค์กร (พันธกิจ วิสัยทัศน์ ค่านิยม) มีการกำหนด วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม มีการสื่อสาร ถ่ายทอดไป ยังบุคลากร บุคลากรมี ความเข้าใจ การปฏิบัติของ ผู้นำสะท้อน ค่านิยม มีความโดด เด่น เช่น ผู้นำ ใช้ นวัตกรรมทาง การบริหาร, การเรียนรู้ ค่านิยมของ องค์กรผ่าน ผลงานของทีม การชี้นำส่งผล ให้เกิดการ เปลี่ยน แปลงที่เห็น ชัดเจนตาม วิสัยทัศน์และ ค่านิยม ประเมินตนเอง SCORING GUIDELINE 2011

6 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-1 การนำ (LED) (ต่อ) 1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง (LED.1) 02 การ ส่งเสริมผล การดำเนินงาน ที่ดี (สิ่งแวดล้อมที่ เอื้อต่อการ พัฒนา วัฒนธรรม ความปลอดภัย) กำหนด นโยบาย, มอบหมาย ผู้รับผิดชอบ, มีแผนหรือ แนวทางการ ทำงาน มีกิจกรรม ส่งเสริมต่างๆ ที่ เหมาะสมกับ องค์กร (ดูแนวทางใน SPA) ผู้นำใช้ผลการ สำรวจ บรรยากาศ การพัฒนา และวัฒนธรรม ความ ปลอดภัยเพื่อ ปรับปรุง, นำ ผลการพัฒนา มาสร้างการ เรียนรู้ ผู้นำ proactive ในการ ติดตามและ สนับสนุนให้ เกิดการ พัฒนา การ สร้าง นวัตกรรม และ วัฒนธรรม ความ ปลอดภัย ความตื่นตัว ในการ พัฒนา การ สร้าง นวัตกรรม การเรียนรู้ อยู่ใน ระดับสูงมาก

7 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-1 การนำ (LED) (ต่อ) 1.1 การนำองค์กรโดยผู้นำระดับสูง (LED.1) 03 การสื่อสาร เสริมพลัง จูงใจ เน้นที่การ ปฏิบัติ มีแนวทางการ สื่อสารที่ชัดเจน (ช่องทาง เนื้อหา กลุ่มเป้าหมาย ความถี่), มีการ กำหนดขอบเขต การให้อำนาจ ตัดสินใจที่ ชัดเจน มีการสื่อสาร และเสริมพลัง ตามแนวทางที่ กำหนดไว้, มี กลไกการ สื่อสารสอง ทาง มีการกำหนด จุดเน้นของ การพัฒนาที่ ชัดเจน, มี การสื่อสาร เสริมพลัง สร้าง แรงจูงใจ เพื่อให้เกิด การนำจุดเน้น ไปปฏิบัติ อย่างจริงจัง มีความโดด เด่น เช่น ผู้นำติดตาม การปฏิบัติ ตามจุดเน้น, ผู้นำจุด ประกายให้ เกิดพลังใน การทำงาน (Zapp) มีการประเมิน ความเข้าใจ ความมั่นใจ แรง จูงใจต่อ ทิศทางและ จุดเน้นของ องค์กร และ นำมา ปรับปรุง ส่งผลให้ บุคลากร โดยรวมสร้าง ผลงานที่ดี สอดคล้องกับ ทิศทางของ องค์กร

8 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-1 การนำ (LED) (ต่อ) 1.2 การกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม (LED.2) องค์กรแสดงถึงระบบการกำกับดูแลกิจการที่ดี ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ สร้างความ มั่นใจว่ามีการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม และมีส่วนสนับสนุนต่อสุขภาพของชุมชน 04 ระบบกำกับ ดูแลกิจการ การประเมิน ผู้นำ/ระบบการ นำ มีระบบการ ควบคุมภายใน, มีโครงสร้างการ กำกับดูแล (governance) มีระบบการ ตรวจสอบจาก ภายนอก, มี ระบบรายงาน ต่อผู้กำกับ ดูแลกิจการ มีระบบการ กำกับดูแล กิจการที่ดี, มีระบบ ประเมินผู้นำ และระบบ การนำ มีการพัฒนา ผู้นำและ ปรับปรุง ระบบการนำ ตามผลการ ประเมิน ผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียมี ความ ไว้วางใจต่อ การทำงาน ของผู้บริหาร

9 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-1 การนำ (LED) (ต่อ) 1.2 การกำกับดูแลกิจการและความรับผิดชอบต่อสังคม (LED.2) 05 ความ รับผิดชอบต่อ สาธารณะ และการ ดำเนินงาน อย่างมี จริยธรรม มีการวิเคราะห์ความ เสี่ยง ผลกระทบ ด้านลบ ความกังวล ของสาธารณะ การ ใช้ ทรัพยากร กฎหมายที่ เกี่ยวข้อง และ ปัญหาจริยธรรมที่ สำคัญ เช่น การ รับ/ส่งต่อ การยุติ การรักษา การรับ ผลประโยชน์จาก การสั่งตรวจหรือ การใช้ยา การคิด ค่าบริการ ประชาสัมพันธ์ การ ปลูกถ่ายอวัยวะ การรักษาผู้มีบุตร ยาก การผ่าตัด แปลงเพศ มีแนวทาง กระบวนการ หรือมาตรการ รองรับใน ประเด็นที่ สำคัญ, มีระบบ ติดตามกำกับ และดำเนินการ เมื่อมีการฝ่า ผืนหลัก จริยธรรม มีการ เตรียมการ เชิงรุกหรือ กำหนด กระบวน/ มาตรการที่ เหมาะสมกับ ประเด็นที่ วิเคราะห์ไว้ อย่างครบถ้วน มีการ กำหนดและ ติดตาม ตัวชี้วัด สำคัญ และ ตอบสนอง อย่าง เหมาะสม, มีการนำ ประเด็น จริยธรรมที่ ยาก ลำบากใน การ ตัดสินใจมา เรียนรู้ ร่วมกัน ปฏิบัติสูงกว่า มาตรฐานที่ กฎหมาย กำหนด, เป็น แบบอย่าง ของการ อนุรักษ์ ทรัพยากร และ สิ่งแวดล้อม และการ ป้องกัน ผลกระทบ ด้านลบ

10 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-2 การบริหารเชิงกลยุทธ์ (STM) 2.1 การจัดทำกลยุทธ์ (STM.1) องค์กรกำหนดกลยุทธ์ และวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ เพื่อตอบสนองกับความท้าทายของ องค์กร และสร้างความเข้มแข็งให้กับการดำเนินงานขององค์กร 06 กระบวนการ จัดทำกลยุทธ์ และการ วิเคราะห์ ข้อมูล มีการจัดทำแผน แต่ยังมีลักษณะ แยกส่วน ขาด การวิเคราะห์ที่ เชื่อมโยงกับ ภาพรวม มีการประมวล แผนเป็นหนึ่ง เดียว, มี กระบวน การ จัดทำตาม ขั้นตอนที่ดี มีการ วิเคราะห์ ข้อมูลสำคัญ อย่าง ครอบคลุม มีความโดด เด่น เช่น มี กระบวนการที่ ช่วยให้ องค์กรทราบ จุดแข็งหรือ จุดอ่อนสำคัญ ที่อาจถูก มองข้าม มีการ ประเมินและ ปรับปรุง กระบวนการ วางแผน อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้เกิดความ มั่นใจว่าแผน จะนำไปสู่ ความเป็น ผู้นำใน อนาคต

11 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-2 การบริหารเชิงกลยุทธ์ (STM) (ต่อ) 2.1 การจัดทำกลยุทธ์ (STM.1) 07 วัตถุประสงค์ เชิงกลยุทธ์ที่ ตอบสนอง ความท้าทาย และ ครอบคลุม HP วัตถุประสงค์ ตอบสนองความ ต้องการของ หน่วยเหนือ/ เจ้าของกิจการ วัตถุประสงค์ ตอบสนอง ความต้องการ ของทุกฝ่าย อย่างสมดุล, ระบุกรอบเวลา ที่จะบรรลุ มีความ สอดคล้องกัน ระหว่างความ ท้าทาย วัตถุประสงค์ ตัวชี้วัด, วัตถุประสงค์ มีส่วนต่อ ผลลัพธ์ สุขภาพที่ดีขึ้น และครอบคลุม การสร้างเสริม สุขภาพ มีความโดด เด่น เช่น มี การกำหนด เป้าหมายใน ระดับที่ท้า ทาย, มีการใช้ ข้อได้เปรียบ ขององค์กร, วัตถุประสงค์ ตอบสนองต่อ ปัญหา สุขภาพของ สังคม วัตถุประสงค์ ครอบคลุม ประเด็น สำคัญที่จะ สร้างความ เข้มแข็ง ความสำเร็จ และความ ยั่งยืน ให้กับการ ดำเนินงาน ขององค์กร

12 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-2 การบริหารเชิงกลยุทธ์ (STM) (ต่อ) 2.2 การถ่ายทอดกลยุทธ์เพื่อนำไปปฏิบัติ (STM.2) องค์กรถ่ายทอดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติ และติดตามความก้าวหน้าเพื่อให้ มั่นใจว่าบรรลุเป้าประสงค์ 08 การ ถ่ายทอดกล ยุทธ์สู่การ ปฏิบัติ มีการจัดทำ แผนปฏิบัติการ เพื่อถ่ายทอด แผนกลยุทธ์สู่ การปฏิบัติ มีกลไกสร้าง ความเข้าใจกับ ผู้ปฏิบัติงาน สร้างความ ตระหนักใน บทบาทของ แต่ละคน มีการติดตาม การรับรู้และ การนำแผนไป ปฏิบัติ, มีการ ปรับเปลี่ยน แผนเมื่อมี ความจำเป็น มีความโดด เด่น เช่น ผู้นำ ใช้นวัตกรรม การถ่ายทอด กลยุทธ์สู่การ ปฏิบัติ มีการ ประเมินและ ปรับปรุง กระบวนการ ถ่ายทอด แผนสู่การ ปฏิบัติอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ บรรลุ เป้าหมาย อย่าง ครบถ้วน

13 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-2 การบริหารเชิงกลยุทธ์ (STM) (ต่อ) 2.2 การถ่ายทอดกลยุทธ์เพื่อนำไปปฏิบัติ (STM.2) 09 การ วางแผนและ จัดสรร ทรัพยากร วิเคราะห์ ทรัพยากรที่ จำเป็น และจัดทำ แผนจัดสรร ทรัพยากร จัดสรร ทรัพยากร สอดคล้องกับ บริบทของ องค์กรและ วัตถุประสงค์ เชิงกลยุทธ์ ประเมินความ เสี่ยงด้าน ทรัพยากร, สร้างความ มั่นใจว่ามี ทรัพยากร การเงิน บุคลากร และ ทรัพยากรอื่นๆ เพียงพอ มีแผนงาน ริเริ่ม (initiative) เกี่ยวกับ ทรัพยากร บุคคลและ ระบบงานเพื่อ ปฏิบัติตาม แผนกลยุทธ์ มีนวัตกรรม ในการได้มา ซึ่ง ทรัพยากร เพื่อปฏิบัติ ตามแผนกล ยุทธ์ได้ สำเร็จ

14 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-2 การบริหารเชิงกลยุทธ์ (STM) (ต่อ) 2.2 การถ่ายทอดกลยุทธ์เพื่อนำไปปฏิบัติ (STM.2) 10 การ คาดการณ์ การวัดผล และติดตาม ความก้าวหน้า มีการจัดทำ ตัวชี้วัดสำคัญ (KPI) เพื่อ ติดตาม ความก้าวหน้า ในการปฏิบัติ ตามแผน มีการคาดการณ์ เป้าหมายตาม KPI ในช่วงเวลา ต่างๆ จาก เป้าประสงค์และ ผลงานที่ผ่านมา มีการใช้ข้อมูล เชิง เปรียบเทียบที่ เหมาะสมใน การคาดการณ์ เป้า หมายตาม KPI, มีการ ตอบสนองต่อ ความแตกต่าง ระหว่างผลงาน จริงกับผลงาน ที่คาดไว้ มีการใช้ ข้อมูลเชิง เปรียบเทียบที่ ท้าทายในการ คาดการณ์ เป้าหมายตาม KPI, มี นวัตกรรมใน การวัดผล มีการใช้ benchmar king เพื่อ เปรียบเทียบ ผลงาน ที่ สำคัญส่วน ใหญ่, ส่งผล ให้องค์กร บรรลุ วัตถุประสงค์ ที่ท้าทาย

15 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-3 การมุ่งเน้นผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน (PCF) 3.1 ความรู้เกี่ยวกับผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน (PCF.1) องค์กรเรียนรู้ความต้องการและความคาดหวังที่สำคัญของผู้ป่วย / ผู้รับผลงานของตน เพื่อให้มั่นใจว่าบริการที่จัดให้สอดคล้องกับความต้องการดังกล่าว 11 การรับ ฟัง/เรียนรู้ ความต้องการ และความ คาดหวังของ ผู้รับบริการ แต่ละกลุ่ม มีการสำรวจ ความต้องการ และความพึง พอใจของ ผู้รับบริการ มีช่องทางการ รับรู้ที่ หลากหลาย (ดู SPA เหมาะสม กับผู้รับผลงาน แต่ละกลุ่ม) ใช้ความเห็น และเสียง สะท้อนเพื่อ เป็นองค์กรที่ มุ่งเน้นผู้ป่วย/ ผู้รับผลงาน มากขึ้น มีความโดด เด่น เช่น การ ใช้ IT, การรับฟัง กลุ่มเป้าหมาย ที่ไม่ใช่ ผู้ใช้บริการ โดยตรง มีการประเมิน และปรับปรุง กระบวนการ รับฟัง/เรียนรู้ ส่งผลให้ มั่นใจได้ว่า บริการที่จัด เกินความ คาดหวังของ ผู้ป่วย/ผู้รับ ผลงาน

16 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-3 การมุ่งเน้นผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน (PCF) (ต่อ) 3.2 ความสัมพันธ์และความพึงพอใจของผู้รับผลงาน (PCF.2) องค์กรสร้างความสัมพันธ์กับผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นศรัทธา ความพึงพอใจ และ ความร่วมมือ มีการประเมินและนำข้อมูลความพึงพอใจของผู้ป่วย / ผู้รับผลงานมาใช้ปรับปรุงการ ดำเนินงาน 12 การสร้าง ความ สัมพันธ์ ช่องทางการ ติดต่อ การ จัดการคำ ร้องเรียน มีการ ตอบสนองข้อ ร้องเรียนใน เชิงรับ มีการสร้าง ความสัมพันธ์ที่ดี กับผู้รับผลงาน, การตอบสนอง ข้อร้องเรียนมี ความรวดเร็วและ ครอบคลุมมาก ขึ้น มีช่องทางการ ติดต่อที่เหมาะสม สำหรับค้นหา ข้อมูลข่าวสาร ขอรับบริการ และเสนอข้อ ร้องเรียน, มีการ วิเคราะห์แนวโน้ม ของข้อร้องเรียน และนำไป ปรับปรุงทั่วทั้ง องค์กร มีความโดดเด่น เช่น มี ช่องทางติดต่อที่ หลากหลาย, การ ตอบสนองข้อร้องเรียน ในเชิงสร้างสรรค์, การ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับ คุณภาพบริการแก่ สาธารณะการเผยแพร่ ข้อมูลตัวชี้วัดคุณภาพ เช่น ความสำเร็จของ การรักษา ระยะเวลารอ คอย อัตราการเกิด ภาวะแทรกซ้อน ให้ ประชาชนทั่วไป รับทราบเพื่อช่วย ตัดสินใจเข้ารับการ รักษา มีการประเมิน และปรับปรุง วิธีการสร้าง ความสัมพันธ์ และช่องทาง การติดต่อกับ ผู้ป่วย/ผู้รับ ผลงานอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ ผู้รับบริการมี ความเชื่อมั่น ศรัทธาและ ผูกพันกับ องค์กร

17 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-3 การมุ่งเน้นผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน (PCF) (ต่อ) 3.2 ความสัมพันธ์และความพึงพอใจของผู้รับผลงาน (PCF.2) 13 การ ประเมิน ความพึง พอใจ การ รับข้อมูล ป้อนกลับ การนำมา ปรับปรุง มีการประเมิน ความพึงพอใจ อย่างน้อยปีละ ครั้ง มีการประเมิน ความพึงพอใจ ความไม่พึง พอใจและรับ ข้อมูลป้อนกลับ อย่างสม่ำเสมอ นำมาวิเคราะห์ จำแนกตาม กลุ่มต่างๆ มีการนำข้อมูล ป้อนกลับ ความ พึงพอใจ ความ ไม่พึงพอใจมา ใช้ประโยชน์ใน การ พัฒนา มีระบบที่ proactive ใน การติดตาม ข้อมูลป้อน กลับ, มีการ ปรับปรุงวิธีการ ประเมินความ พึงพอใจ เห็นผลการ ปรับปรุงเพื่อ มุ่งเน้นผู้ป่วย ชัดเจน

18 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-3 การมุ่งเน้นผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน (PCF) (ต่อ) 3.3 สิทธิผู้ป่วย (PCF.3) องค์กรตระหนักและให้การคุ้มครองสิทธิผู้ป่วย 14 การ คุ้มครอง สิทธิผู้ป่วย โดยทั่วไป ผู้ป่วยได้รับ ข้อมูลเกี่ยวกับ สิทธิและหน้าที่ ในลักษณะที่ เข้าใจง่าย มีการสร้าง ความตระ หนัก เรื่องสิทธิผู้ป่วย ให้แก่บุคลากร, วิเคราะห์จุดที่ ผู้ป่วยอาจจะ ไม่ได้รับการ คุ้มครองและ วางแนว ทาง ปฏิบัติที่ เหมาะสม มีกระบวนการ ทำให้บุคลากรมี เจตคติที่ดีใน เรื่องสิทธิผู้ป่วย, มีการเรียนรู้ การคุ้มครอง สิทธิผู้ป่วยจาก เหตุการณ์จริง ที่เกิดขึ้น และ นำมาปรับปรุง ระบบงาน มีความโดดเด่น เช่น มีการ คุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยในทุก ขั้นตอนของ การดูแล ผู้ป่วยได้รับ การเคารพใน ศักดิ์ศรีของ ความเป็น มนุษย์ ค่านิยมและ ความเชื่อ ส่วนบุคคล

19 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-3 การมุ่งเน้นผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน (PCF) (ต่อ) 3.3 สิทธิผู้ป่วย (PCF.3 15 การ คุ้มครอง สิทธิผู้ป่วยที่ มีความ ต้องการ เฉพาะ (เด็ก ผู้พิการ ผู้สูงอายุ การแยก/ ผูกยึด) การจัดสถานที่ สิ่งแวด ล้อม เครื่องมือ เหมาะสม ปลอดภัย มีการออกแบบ กระบวนการที่ดี และเตรียม บุคลากรที่ เหมาะสม ผู้ป่วยที่มีความ ต้องการเฉพาะ ได้รับการ คุ้มครองสิทธิ อย่างเหมาะสม มีความโดดเด่น เช่น ให้การ ดูแลครอบคลุม ไปถึงครอบครัว หรือประเด็นอื่น ที่ไม่ใช่เรื่อง สุขภาพ โดยตรง มีการประเมิน และปรับปรุง การคุ้มครอง สิทธิผู้ป่วยที่มี ความ ต้องการ เฉพาะอย่าง เป็นระบบ

20 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-4 การวัด วิเคราะห์ และจัดการความรู้ (MAK) 4.1 การวัด วิเคราะห์ และปรับปรุงผลงานขององค์กร (MAK.1) องค์กรจัดให้มีการวัด วิเคราะห์ ปรับทิศทาง ทบทวน และปรับปรุงผลงาน โดยใช้ข้อมูล และสารสนเทศ ในทุกระดับและทุกส่วนขององค์กร 16 ระบบ การวัดผล การ ดำเนินงาน ตัวชี้วัดส่วน ใหญ่มาจากงาน ประจำหรืองาน นโยบาย ตัวชี้วัดมาจาก การวิเคราะห์ บริบทของ ตนเอง ในแต่ละ ส่วนงาน หรือ แต่ละระดับ มีการวัดผลงาน ที่ตรงประเด็น ในทุกระดับ และทุกส่วนของ องค์กร ตัวชี้วัดตาม critical success factor ของทั้ง องค์กร สอดคล้องไป ในทิศทาง เดียวกัน, มีการ ประเมินและ ปรับปรุง ระบบวัดผลงาน มีการวัดผล งานเปรียบ เทียบกับ องค์กรอื่น, ระบบวัด ผลงานสนับ สนุนการ ตัดสินใจ การ สร้าง นวัตกรรม และบรรลุกล ยุทธ์

21 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-4 การวัด วิเคราะห์ และจัดการความรู้ (MAK) (ต่อ) 4.1 การวัด วิเคราะห์ และปรับปรุงผลงานขององค์กร (MAK.1) 17 การ วิเคราะห์ ข้อมูล และ การทบทวน ผลการ ดำเนินงาน มีการวิเคราะห์ ข้อมูลด้วยวิธี ง่ายๆ เช่น วิเคราะห์ แนวโน้ม จำแนกกลุ่ม ย่อย มีการวิเคราะห์ ข้อมูลให้ได้ สารสนเทศที่มี ความหมาย ทั้ง ในระดับผู้ใช้ และในระดับ องค์กร การวิเคราะห์ และทบทวน ผลงานของ องค์กร นำมาสู่ การกำหนด ลำดับความ สำคัญเพื่อการ ปรับปรุง และ ถ่ายทอดสู่การ ปฏิบัติ การวิเคราะห์ และทบทวน ผลงานทำให้ เข้าใจ ความสัมพันธ์ ระหว่าง องค์ประกอบ ต่างๆ นำมาสู่ การปรับปรุง ระบบงาน/ นโยบายสำคัญ การวิเคราะห์ และทบทวน ผลงานนำมา สู่การสร้าง นวัตกรรม การปรับปรุง ความร่วมมือ กับผู้มีส่วนได้ ส่วนเสีย

22 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-4 การวัด วิเคราะห์ และจัดการความรู้ (MAK) (ต่อ) 4.2 การจัดการสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (MAK.2) องค์กรสร้างความมั่นใจว่ามีข้อมูล สารสนเทศ ซอฟท์แวร์ และฮาร์ดแวร์ ที่จำเป็น มี คุณภาพ และพร้อมใช้งาน สำหรับบุคลากร / ผู้ป่วย / ผู้รับผลงาน. องค์กรสร้างและ จัดการสินทรัพย์ความรู้ของตนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กร 18 การ จัดการ สารสนเทศ มีการสำรวจ ความต้องการ ใช้ข้อมูลและ สารสนเทศของ ผู้เกี่ยวข้อง มีข้อมูลและ สารสนเทศที่ จำเป็น มี คุณภาพ พร้อม ใช้งานสำหรับ บุคลากรได้ บางส่วน มีข้อมูลและ สารสนเทศที่ จำเป็น มี คุณภาพ (ถูกต้อง เชื่อถือได้ ทัน การณ์) พร้อม ใช้งานสำหรับ บุคลากรส่วน ใหญ่ ทั้งใน ภาวะปกติและ ภาวะฉุกเฉิน มีความโดดเด่น เช่นมีข้อมูล และสารสนเทศ สำหรับผู้ป่วย/ ผู้รับผลงาน, สามารถ ตอบสนอง ความต้องการ ที่เปลี่ยนแปลง ไปได้ในเวลาที่ เหมาะสม มีการประเมิน และปรับปรุง อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กรเป็น ตัวอย่างใน การจัดการ เพื่อให้มี สารสนเทศที่ จำเป็นพร้อม ใช้สำหรับทุก ฝ่าย

23 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-4 การวัด วิเคราะห์ และจัดการความรู้ (MAK) (ต่อ) 4.2 การจัดการสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (MAK.2) 19 การ จัดการ เทคโนโลยี สารสนเทศ มีฮาร์ดแวร์และ ซอฟท์แวร์ที่ จำเป็นเบื้องต้น อยู่ระหว่างการ ปรับปรุงเพื่อ ขยายตัวของ ฮาร์ดแวร์และ ซอฟท์แวร์ เพื่อให้เพียงพอ กับความ ต้องการ ฮาร์ดแวร์และ ซอฟท์แวร์มี ความเชื่อถือได้ ปลอด ภัย ใช้ งานง่ายและ พร้อมใช้งาน อย่างต่อ เนื่อง, เริ่มมีบูรณาการ ของซอฟท์แวร์ ระบบ งาน ครอบคลุม ความต้องการ ในด้านบริหาร บริการ และการ เรียนรู้ มีความโดดเด่น เช่น การใช้ IT ที่ก้าวหน้า ทันสมัย, การบูรณาการ ของซอฟท์แวร์ ระบบงานที่ดี, เริ่มนำ ข้อกำหนดของ ระบบบริหาร ความมั่นคง ปลอดภัย สารสนเทศ (ISMS) มาปฏิบัติ มีการประเมิน และปรับปรุง การจัดการ IT อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้มีระบบ บริหารความ มั่นคง ปลอดภัย สารสนเทศ (Informatio n Security Manageme nt System) ที่ได้ มาตรฐาน

24 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-4 การวัด วิเคราะห์ และจัดการความรู้ (MAK) (ต่อ) 4.2 การจัดการสารสนเทศ เทคโนโลยีสารสนเทศ และการจัดการความรู้ (MAK.2) 20 การ จัดการ ความรู้ เริ่มต้นการ รวบรวมและ แลกเปลี่ยน เรียนรู้ภายใน องค์กร มีการรวบรวม และแลกเปลี่ยน เรียนรู้ภายใน องค์กรอย่าง ต่อเนื่อง สม่ำเสมอ มีการแสวงหา ความรู้ที่จำเป็น (ทั้ง explicit & tacit), ข้อมูลมี ความพร้อมใช้, นำความรู้มา ออกแบบ ระบบงานเพื่อ ให้เกิด ประโยชน์ต่อ ผู้ป่วย มีความโดดเด่น เช่น KM ส่งเสริมให้เกิด นวัตกรรมใน ระบบงาน และ นำความรู้ที่ เกี่ยวข้องมาใช้ ในการวางแผน กลยุทธ์ มีการประเมิน และปรับปรุง การจัดการ ความรู้อย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ตัวอย่างใน ด้านนี้ และ เกิดวิธีการ ปฏิบัติที่เป็น เลิศ

25 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (HRF) 5.1 ความผูกพันของบุคลากร องค์กรสร้างความผูกพันกับบุคลากร จัดระบบค่าตอบแทนและแรงจูงใจ เพื่อบรรลุ ความสำเร็จในระดับองค์กรและระดับบุคคล บุคลากรและผู้นำได้รับการพัฒนาเพื่อให้สร้าง ผลงานที่ดี 21 ความ ผูกพันและ ความพึง พอใจ มีกิจกรรม พื้นฐานเพื่อ สร้างความ ผูกพันและ ความพึงพอใจ (รวมทั้งบริการ สิทธิประโยชน์) มีการประเมิน ความพึงพอใจ ของบุคลากร ด้วยวิธีการที่ เป็นทางการ และไม่เป็น ทางการ มีการประเมิน ความผูกพัน ของบุคลากร, วิเคราะห์ปัจจัย ที่มีผลต่อความ ผูกพันและ ความพึงพอใจ ของบุคลากร แต่ละกลุ่ม มีการปรับปรุง ความผูกพัน ของบุคลากร ตามผลการ ประเมิน บุคลากรมี ความผูกพัน และอุทิศตน ให้กับองค์กร ใฝ่เรียนรู้ สร้าง นวัตกรรม สร้างผลงาน ที่ดี

26 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (HRF) (ต่อ) 5.1 ความผูกพันของบุคลากร 22 ระบบ ค่าตอบแทน และแรงจูงใจ มีกิจกรรมพื้นฐาน เพื่อสร้างความ ร่วมมือและ แรงจูงใจ มีระบบ ประเมินผลงาน เพื่อการบริหาร ค่าตอบ แทนที่ เป็นธรรม เริ่มนำระบบ บริหารผลการ ปฏิบัติงาน (Performance Management System) มาสู่ การปฏิบัติ มีความโดดเด่น เช่น ใช้ PMS เป็น เครื่องมือในการ สื่อสารเพื่อให้เข้าใจ เป้าหมายและความ คาดหวังขององค์กร ร่วมกัน, มีการ เสริมสร้าง วัฒนธรรมองค์กร เพื่อให้บุคลากรมี ผลงานที่ดี เช่น ความร่วมมือ ระหว่างหน่วยงาน/ ต่างสาขา การให้ อำนาจตัดสินใจ ความคิดริเริ่ม นวัตกรรม การใช้ ประโยชน์จากความ คิดเห็นที่ หลากหลายของ บุคลากร มีการประเมิน และปรับปรุง ระบบ ค่าตอบแทนและ แรงจูงใจ ส่งผล ให้บุคลากรมี แรงจูงใจที่จะ สร้างผลงานที่ดี เพื่อบรรลุ ความสำเร็จของ ตนและองค์กร

27 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (HRF) (ต่อ) 5.1 ความผูกพันของบุคลากร 23 ระบบ พัฒนา และเรียนรู้ สำหรับ บุคลากร และผู้นำ การฝึกอบรม มุ่งเน้นให้ สามารถ ปฏิบัติงาน ประจำตาม หน้าที่ รับผิดชอบได้ เพิ่มการ ฝึกอบรมเพื่อ ปฏิบัติงานที่ ซับซ้อนได้ ด้วยความ มั่นใจ, นำ ปัญหาที่เคย เกิดมากำหนด training need เพิ่มการ ฝึกอบรมเพื่อ รองรับกลยุทธ์ ขององค์กร, ส่งเสริมการ เรียนรู้ที่ไม่เป็น ทางการ มีความโดดเด่น เช่น การเรียนรู้ ที่สมดุล, การจัด สิ่งอำนวยความ สะดวกในการ เรียนรู้, การ สร้างแรงจูงใจ ให้พัฒนาตนเอง, การจัดการ เรื่องความ ก้าวหน้าใน อาชีพการงาน, แผนสร้างผู้นำ เพื่อสืบทอดการ ดำเนินงาน (ดูรายละเอียด ใน SPA) มีการประเมิน และปรับปรุง การพัฒนา และเรียนรู้ สำหรับ บุคลากรอย่าง เป็นระบบ ทำ ให้บุคลากรมี ความพร้อมรับ ความต้องการ ในอนาคต

28 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (HRF) (ต่อ) 5.2 สภาพแวดล้อมของบุคลากร องค์กรบริหารขีดความสามารถและอัตรากำลัง เพื่อให้งานขององค์กรบรรลุผลสำเร็จ องค์กรจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานและบรรยากาศที่สนับสนุนให้บุคลากรมี สุขภาพดี และมีความปลอดภัย 24 การ บริหารและ จัดระบบ บุคลากร มีการกำหนดขีด ความสามารถ และอัตรากำลัง ที่ต้องการ, มี การกำหนด หน้าที่ รับผิดชอบของ แต่ละตำแหน่ง และมอบหมาย หน้าที่ตาม ความรู้ ความสามารถ มีการจัดทำ แผนเพื่อให้ ได้มาซึ่ง บุคลากรที่ ต้องการ, มี มาตรการลด ผลกระทบ จากการที่ บุคลากรไม่ เพียงพอ, มี กระบวนการที่ มีประสิทธิผล ในการสรรหา ว่าจ้าง บรรจุ มีบุคลากรที่มี ความรู้ เหมาะสมกับ หน้าที่และมี จำนวน เพียงพอใน หน่วยงานที่มี ความเสี่ยงสูง, มีการจัดระบบ ให้บุคลากรมี ส่วนร่วมในการ พัฒนาสู่ ความสำเร็จ ขององค์กร มีความโดดเด่น เช่น มีบุคลากร เพียงพอในทุก หน่วยงาน, มี การเตรียม บุคลากรให้ พร้อมรับการ เปลี่ยนแปลง และมั่นใจว่า สามารถ ดำเนินการได้ ต่อเนื่อง มีการประเมิน และปรับปรุง การบริหาร และจัดระบบ บุคลากร ส่งผลให้ องค์กรเป็น ตัวอย่างที่ดี รวมทั้งมีการ ใช้แนวคิด องค์กรที่มีชีวิต

29 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-5 การมุ่งเน้นทรัพยากรบุคคล (HRF) (ต่อ) 5.2 สภาพแวดล้อมของบุคลากร 25 สุขภาพของ บุคลากร ให้การดูแลเมื่อ เกิดการเจ็บป่วย อย่างเหมาะสม มีระบบ ป้องกันโรค และอันตราย จากการ ทำงานใน เชิงรุก บุคลากรดูแล สุขภาพตนเอง อย่างเหมาะสม มีความโดดเด่น เช่น บุคลากร ส่วนใหญ่มี พฤติกรรม สุขภาพที่ดี มี สภาวะสุขภาพดี มีการประเมิน และปรับปรุง การดูแล สุขภาพของ บุคลากรอย่าง เป็นระบบ ทำ ให้องค์กรเป็น ตัวอย่างที่ดี บุคลากรเป็น ผู้นำในการ สร้างสุขภาพ

30 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-6 การจัดการกระบวนการ (PCM) 6.1 การออกแบบระบบงาน องค์กรกำหนดงานที่เป็นความเชี่ยวชาญพิเศษ (สมรรถนะหลัก) ของตน ออกแบบ ระบบงาน และกระบวนการสำคัญ เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้ป่วย / ผู้รับผลงานอื่นๆ, พร้อมสำหรับภาวะฉุกเฉิน, และบรรลุความสำเร็จขององค์กร 26 การ กำหนดงานที่ เป็น core competency ขององค์กร และการ ออกแบบ ระบบงาน โดยรวม มีการกำหนด core competency ขององค์กรซึ่ง สัมพันธ์กับ พันธกิจและ สิ่งแวดล้อม ขององค์กร มีการกำหนด ระบบงานและ กระบวนการ สำคัญซึ่ง สัมพันธ์กับ core competency ขององค์กร มีการออกแบบ ระบบงาน โดยรวมเพื่อส่ง มอบคุณค่า ให้แก่ผู้รับ ผลงาน, มีการ พัฒนา core competency มีการสร้าง นวัตกรรมให้แก่ ระบบงานโดยใช้ ทรัพยากร ภายนอกอย่าง เหมาะสม, มีการ ทบทวนและ ปรับปรุง core competency เช่น การสร้าง ความร่วมมือกับ หน่วยงาน ภายนอกเพื่อให้ สามารถทำงาน ได้ง่ายขึ้น มาก ขึ้น เร็วขึ้น มี core competency โดดเด่นเป็นที่ เทียบเคียง ขององค์กรอื่น

31 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-6 การจัดการกระบวนการ (PCM) (ต่อ) 6.1 การออกแบบระบบงาน 27 ความ พร้อมสำหรับ ภาวะฉุกเฉิน และภัยพิบัติ ต่างๆ มีการวิเคราะห์ ภัยพิบัติหรือ ภาวะฉุกเฉินที่ มีโอกาส เกิดขึ้น มีการวางแผน เตรียมความ พร้อมของ ระบบงานและ สถานที่เพื่อ รองรับภัย พิบัติหรือ ภาวะฉุกเฉิน มีการซักซ้อม ความเข้าใจ หรือซ้อม ปฏิบัติอย่าง สม่ำเสมอ ครอบคลุม ภาวะฉุกเฉิน และภัยพิบัติที่ สำคัญ มีความโดดเด่น เช่น การ ปรับปรุงแผนให้ เหมาะสมและมี ความพร้อม ตลอดเวลา มีระบบบริหาร ความต่อเนื่อง ของธุรกิจ (Business Continuity Managemen t System) ภายใต้ภาวะ วิกฤติ

32 ตอนที่ I ภาพรวมของการบริหารองค์กร I-6 การจัดการกระบวนการ (PCM) (ต่อ) 6.2 การจัดการและปรับปรุงกระบวนการทำงาน องค์กรนำกระบวนการทำงานสำคัญไปปฏิบัติ บริหารจัดการ และปรับปรุงกระบวนการ ดังกล่าว เพื่อส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้ป่วย / ผู้รับผลงานอื่น และเพื่อบรรลุความสำเร็จของ องค์กร 28 การ จัดการและ ปรับปรุง กระบวนการ ทำงาน ใช้ 3P หรือ PDSA ใน โครงการ พัฒนา คุณภาพและ งานประจำ ใช้ 3P หรือ PDSA ในการ บริหาร หน่วยงานเพื่อ บรรลุ เป้าหมาย รวมทั้งการ ติดตามกำกับ งานประจำวัน ใช้ 3P หรือ PDSA กับ ระบบงานหรือ กระบวนการ หลัก (กระบวนการที่ สร้างคุณค่า) และประเด็น เชิงกลยุทธ์ มีความโดดเด่น เช่น มีความ ชัดเจนในเรื่อง การบูรณาการ (เชื่อมโยง) และ นวัตกรรม, การ แลกเปลี่ยน เรียนรู้และขยาย ผล มีการประเมิน และปรับ ปรุง การจัดการ กระบวน การ ส่งผลให้เกิด คุณค่าต่อ ผู้รับบริการ เพิ่มขึ้น ความ แปรปรวน ลดลง ผลลัพธ์ สุขภาพดีขึ้น

33 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของ โรงพยาบาล 9 ระบบงานที่สำคัญ (SCORING 29-70)

34 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ) 1.1 ภาพรวมของการพัฒนาคุณภาพ (RSQ.1) มีการพัฒนาคุณภาพที่ประสานสอดคล้องกันในทุกระดับ 29 การ สนับสนุนจาก ผู้นำ การ เชื่อมโยงและ ประสานงาน มีโครงสร้าง องค์กรเพื่อการ พัฒนาคุณภาพ ที่เหมาะสมกับ องค์กร, มีการ กำหนด operating definition ของ “ความเสี่ยง” และคุณภาพ” มีการกำหนด หน้าที่ รับผิดชอบใน การพัฒนา คุณภาพของ ผู้บริหารและ ผู้ปฏิบัติงาน ทุกระดับ ชัดเจน, ผู้นำให้การ สนับสนุนการ พัฒนา RM/patient safety, QA, CQI เป็นส่วน หนึ่งของแผน กลยุทธ์ ซึ่งมี การบูรณาการ และประสานใน ทุกขั้นตอน ผู้นำติดตาม กำกับความ พยายามในการ พัฒนาคุณภาพ ผู้นำส่งเสริม ให้เกิด วัฒนธรรมของ การมุ่งเน้น ผู้รับผลงาน การพัฒนา อย่างต่อเนื่อง และการเรียนรู้

35 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ) ( ต่อ ) 1.1 ภาพรวมของการพัฒนาคุณภาพ (RSQ.1) 30 การ ทำงานเป็น ทีม มีความเป็นทีม ในหน่วยงาน ในงานประจำ และการพัฒนา คุณภาพของ หน่วยงาน, มี แนวทางในการ ขอคำปรึกษา และการดูแล ผู้ป่วยซับซ้อน ร่วมกันระหว่าง สาขาที่ เกี่ยวข้อง มีความเป็น ทีมใน ระบบงาน/ทีม คร่อมสาย งาน/ทีมนำ ระดับต่างๆ ทีมระบบงาน/ คร่อมสาย งาน/ทีมนำ ระดับต่างๆ ทำ หน้าที่ดูแล ภาพรวม ติดตาม ความก้าวหน้า เชื่อม โยงกับ ทีมนำสูงสุด และทีมที่ เกี่ยวข้อง (effective function of team) มีความโดดเด่น เช่น ทีมมี maturity สูง, การใช้ข้อมูล และการวิจัย เพื่อการเรียนรู้ มีการติดตาม ประเมินและ ปรับปรุงประ สิทธิ ภาพของ ทีมระบบงาน ต่างๆ ส่งผลให้ มีวัฒนธรรม ของการ ทำงานเป็นทีม ที่มี ประสิทธิภาพ เป็นแบบอย่าง ที่ดี

36 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ) ( ต่อ ) 1.1 ภาพรวมของการพัฒนาคุณภาพ (RSQ.1) 31 การ ประเมิน ตนเอง หาโอกาส พัฒนาจาก ความเสี่ยงที่ เกิดขึ้น หาโอกาส พัฒนาจาก การวิเคราะห์ กระบวนการ ทำงานอย่าง เป็นระบบ เช่น การใช้ service profileเพื่อ วิเคราะห์งาน และการบรรลุ เป้าหมาย ใช้วิธีการประเมิน ตนเองที่ หลากหลายด้วย ความเข้าใจ การประเมินจุด แข็งจุดอ่อนใน งานที่ทำ, การ ติดตามตัวชี้วัด, การทบทวน คุณภาพการดูแล ผู้ป่วย, การ ทบทวนเวช ระเบียนเพื่อ เรียนรู้ AE, การ ตามรอยทาง คลินิก, การ ประเมินตนเอง ตามมาตรฐาน, การเยี่ยม หน่วยงานเพื่อ ซักซ้อมความ เข้าใจ มีความโดดเด่น เช่น ใช้การวิจัย ประเมินผล, การเรียนรู้ ใคร่ครวญจาก ผลการพัฒนา, การตามรอย ด้วยความ เข้าใจ มีวัฒนธรรม ของการ ประเมิน ตนเอง

37 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ) ( ต่อ ) 1.2 ระบบบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ.2) มีระบบบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ ของโรงพยาบาลที่มีประสิทธิผล และประสานสอดคล้องกัน รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยในลักษณะบูรณาการ 32 ระบบ บริหารความ เสี่ยงและ ความ ปลอดภัย ตอบสนอง ปัญหา / เหตุการณ์ เฉพาะราย อย่างเหมาะสม มีระบบรายงาน อุบัติการณ์, มี วิเคราะห์ สาเหตุและ ปรับปรุง, มี กิจกรรมสร้าง ความตื่นตัวใน งานประจำ วิเคราะห์ความ เสี่ยงรอบด้าน ( ทั้งที่เคยเกิด และที่มีโอกาส เกิด ), ระบบงาน ได้รับการ ออกแบบอย่าง รัดกุมและนำไป ปฏิบัติ บูรณาการ ระบบงานและ ระบบข้อมูลที่ เกี่ยวข้องกับ การบริหาร ความเสี่ยง มีการ ประเมินและ ปรับปรุง ระบบบริหาร ความเสี่ยง, มีวัฒนธรรม ความ ปลอดภัย เด่นชัด

38 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ) ( ต่อ ) 1.2 ระบบบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ.2) 33 การ ทบทวนการ ให้บริการ และการ ดูแลผู้ป่วย ( ที่แนะนำไว้ ในบันไดขั้น ที่ 1 สู่ HA) มีการทบทวน เป็นครั้งคราว มีการทบทวนที่ สอดคล้องกับ บริบทของ หน่วยงาน มีการทบทวนที่ ครอบคลุมโอกาส เกิดปัญหาสำคัญ, นำมาสู่การ ปรับปรุง ระบบงาน มีการทบทวนที่ บูรณาการเข้า เป็นกิจกรรม ประจำของ หน่วยงาน, มี การติดตามการ ปฏิบัติและ ผลลัพธ์ที่ เกิดขึ้น มีวัฒนธรรม ของการ ทบทวน คุณภาพการ ดูแลผู้ป่วย รวมทั้งการมี ระบบ concurrent monitoring

39 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-1 การบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ) ( ต่อ ) 1.2 ระบบบริหารความเสี่ยง ความปลอดภัย และคุณภาพ (RSQ.2) 34 การ พัฒนา คุณภาพ การดูแล ผู้ป่วยใน ลักษณะ บูรณาการ เริ่มต้นใช้ เครื่องมือ พัฒนาคุณภาพ ทางคลินิก เช่น indicator, CPG ใช้เครื่องมือที่ หลากหลาย เพื่อพัฒนา คุณภาพการ ดูแลกลุ่ม ผู้ป่วยแต่ละ กลุ่มตามหลัก 3P การพัฒนา คุณภาพทาง คลินิกครอบคลุม กลุ่มผู้ป่วยสำคัญ ในแต่ละสาขา, มี การ monitor KPI อย่าง เหมาะสม ผสมผสาน งานวิจัยกับการ พัฒนาคุณภาพ ทางคลินิก หรือ R2R, ผสมผสานทุก แนวคิดในการ พัฒนาคุณภาพ ทางคลินิก, ผลลัพธ์ทาง คลินิกมี แนวโน้มที่ดีขึ้น มีการ ประเมินและ ปรับปรุง กระบวนการ พัฒนา คุณภาพทาง คลินิกอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ ผลลัพธ์ทาง คลินิกอยู่ใน เกณฑ์ดีถึงดี เลิศ

40 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-2 การกำกับดูแลด้านวิชาชีพ (PFG) 2.1 การพยาบาล (PFG.1/NUR) มีระบบบริหารการพยาบาลรับผิดชอบต่อการจัดบริการพยาบาลที่มีคุณภาพสูง เพื่อบรรลุพันธกิจของ องค์กร 35 ระบบ บริหารการ พยาบาล มีโครงสร้างการ บริหารการ พยาบาลที่ ชัดเจน, ผู้นำ ทีมการ พยาบาลมี คุณสมบัติ เหมาะสม, มี แนวทางหรือ มาตรฐานการ ปฏิบัติงานที่ จำเป็น มีการจัด อัตรากำลัง ทางการ พยาบาลที่ สอดคล้องกับ ความต้องการ ของผู้ป่วยและ หน้าที่ รับผิดชอบ, มี ระบบประกัน คุณภาพ ทางการ พยาบาลใน ประเด็นที่สำคัญ มีการบริหาร การพยาบาล โดยการมีส่วน ร่วม, มีระบบ กำกับดูแลที่มี ประสิทธิภาพ, ใช้หลักการเป็น โค้ชในการ นิเทศงาน, มี การประสาน ความร่วมมือที่ดี กับกรรมการ / ระบบงานที่ เกี่ยวข้อง มีความโดดเด่น เช่น การใช้ นวัตกรรม ทางการบริหาร, การประเมินการ บรรลุเป้าหมาย ของระบบ บริการพยาบาล มีการ ประเมินและ ปรับปรุงการ บริหารการ พยาบาล อย่างเป็น ระบบ ส่งผลให้ได้ บริการ พยาบาลที่มี คุณภาพสูง

41 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-2 การกำกับดูแลด้านวิชาชีพ (PFG) ( ต่อ ) 2.1 การพยาบาล (PFG.1/NUR) 36 ปฏิบัติการ ทางการ พยาบาล ให้การดูแล ทางการ พยาบาลขั้น พื้นฐานที่ดี ให้การดูแลตาม แผนการ พยาบาลที่ สอดคล้องกับ ผลการประเมิน ผู้ป่วย และ สนับสนุน แผนการรักษา ของแพทย์ ใช้กระบวนการ พยาบาลเพื่อ ดูแลผู้ป่วยอย่าง เหมาะสม, ปัญหาและ ความเสี่ยงของ ผู้ป่วยได้รับการ ตรวจพบทัน การณ์และ ตอบสนองอย่าง เหมาะสม, มี บันทึกทางการ พยาบาลที่มี คุณภาพ มีความโดดเด่น เช่น ใช้ความรู้ วิชาการที่ ทันสมัย, มีการ เรียนรู้ ร่วมกับสหสาขา วิชาชีพเพื่อ ปรับปรุง ระบบงานและ พัฒนาวิชาชีพ, การดูแลเป็น องค์รวม มีการ ประเมินและ ปรับปรุง บริการ พยาบาล อย่างเป็น ระบบส่งผล ให้ได้บริการ พยาบาลที่ ปลอดภัย มี คุณภาพสูง เป็นองค์รวม มีหัวใจของ ความเป็น มนุษย์ สอดคล้อง กับปัญหา วิถีชีวิต และ บริบททาง สังคม

42 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-2 การกำกับดูแลด้านวิชาชีพ (PFG) ( ต่อ ) 2.2 แพทย์ (PFG.2/MED) มีการจัดตั้งองค์กรแพทย์ รับผิดชอบต่อการส่งเสริมและกำกับดูแลมาตรฐานและจริยธรรมของผู้ ประกอบวิชาชีพแพทย์ เพื่อบรรลุพันธกิจขององค์กร 37 องค์กร แพทย์ มีการพบปะกัน ในกลุ่มแพทย์ อย่างสม่ำเสมอ และมีกิจกรรม ร่วมกันเพื่อเพื่อ แสดงจุดยืน และธำรงไว้ซึ่ง มาตรฐานแห่ง วิชาชีพ มีการจัดตั้ง องค์กรแพทย์ ( เหมาะสมกับ องค์กร ) และ กำหนดประเด็น สำคัญที่ จำเป็นต้องมีการ พัฒนาและ ประสานเพื่อ นำไปปฏิบัติ มีกลไกกำกับ ดูแลและ ส่งเสริมให้เกิด บริการทาง การแพทย์ที่ดี มี มาตรฐานและ จริยธรรม, แพทย์แต่ละคน มีการศึกษา ต่อเนื่องตาม เกณฑ์ มีความโดด เด่น เช่น มี บทบาท เด่นชัดในการ เป็นผู้นำและชี้ ทิศทางเรื่อง คุณภาพและ ความปลอดภัย ในการดูแล ผู้ป่วย, แพทย์ ประเมิน คุณภาพการ ดูแลผู้ป่วย ของตนเอง อย่าง สม่ำเสมอ มีการประเมิน และปรับปรุง การกำกับ ดูแลมาตรฐาน และจริยธรรม อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร แพทย์เป็น แบบอย่างที่ดี ในการ ส่งเสริมให้ รพ. มีบริการ ทาง การแพทย์ที่มี คุณภาพและ น่าไว้วางใจ

43 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) 3.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพและความปลอดภัย (ENV.1) สิ่งแวดล้อมทางกายภาพขององค์กรเอื้อต่อความปลอดภัยและความผาสุกของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และผู้ มาเยือน องค์กรสร้างความมั่นใจว่าผู้อยู่ในพื้นที่อาคารสถานที่จะปลอดภัยจากอัคคีภัย วัสดุและของ เสียอันตราย หรือภาวะฉุกเฉินอื่นๆ 38 โครงสร้าง อาคารและ สิ่งแวดล้อม ทาง กายภาพ อาคารสถานที่ ได้รับการดูแล ความสะอาด และเป็นระเบียบ, สถานที่อาจมี ข้อจำกัดซึ่งไม่ อาจแก้ไขได้ใน เวลาอันสั้น มีการปรับปรุง เพื่อลดความ เสี่ยงทาง โครงสร้าง กายภาพที่เห็น ชัดเจน โครงสร้าง อาคารสถานที่ เป็นไปตามที่ กฎหมาย กำหนด, มีความ ปลอด ภัย สะดวก สบาย, พื้นที่ใช้สอย เพียงพอ, แสง สว่างและ อุณหภูมิ เหมาะสม, มี ระบบระบาย อากาศที่ดี, ได้รับการ บำรุงรักษา อย่างดี มีความโดด เด่น เช่น เป็น สถานที่ที่ให้ ความอบอุ่น เป็นมิตร, มี การออกแบบ โครงสร้าง สำหรับผู้ป่วย เฉพาะกลุ่ม โรค เป็นแบบอย่าง ของ สิ่งแวดล้อม ทางกายภาพ ที่เอื้อต่อการ เยียวยาและ ความผาสุก ของผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และ ผู้มาเยือน

44 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) ( ต่อ ) 3.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพและความปลอดภัย (ENV.1) 39 การ กำกับดูแล และบริหาร ความเสี่ยง ด้าน สิ่งแวดล้อม มีผู้ได้รับ มอบหมายให้ กำกับดูแล ระบบงาน บริหารอาคาร สถานที่และการ รักษาความ ปลอดภัย มีการตรวจสอบ อาคารสถานที่ และสิ่งแวดล้อม เพื่อค้นหาความ เสี่ยงและการ ปฏิบัติที่ไม่ ปลอดภัยด้าน สิ่งแวดล้อมตาม กำหนดเวลา มีการประเมิน ความเสี่ยงด้าน สิ่งแวดล้อมใน เชิงรุก, จัดทำ แผนบริหาร ความเสี่ยงด้าน สิ่งแวดล้อม และนำไป ปฏิบัติ, บุคลากรได้รับ การฝึกอบรม มีความโดดเด่น เช่น การทำให้ เจ้าหน้าที่มีส่วน ร่วมในการ กำกับดูแลและ บริหาร สิ่งแวดล้อมของ องค์กร มีการติดตาม และปรับปรุง ระบบงาน ส่งผลให้ องค์กรเป็น แบบอย่าง ของ สิ่งแวดล้อม ทางกายภาพ ที่เอื้อต่อความ ปลอดภัยของ ผู้ป่วย เจ้าหน้าที่ และ ผู้มาเยือน

45 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) ( ต่อ ) 3.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพและความปลอดภัย (ENV.1) 40 การ จัดการกับ วัสดุและ ของเสีย อันตราย อย่าง ปลอดภัย มีการระบุวัสดุ และของเสีย อันตรายที่มีใน องค์กร และ แนวทางปฏิบัติ ที่เหมาะสมใน การเลือก สัมผัส จัดเก็บ เคลื่อนย้าย ใช้ กำจัด มีการฝึกอบรม และเตรียม อุปกรณ์ที่จำเป็น มีการปฏิบัติ ตามแนวทางที่ กำหนดไว้ อย่างครบถ้วน และครอบคลุม อันตรายในทุก ด้าน มีความโดดเด่น เช่น การสร้าง นวัตกรรมใน การกำจัดของ เสียและวัสดุ อันตรายที่มี ประสิทธิภาพ ยิ่งขึ้น มีการประเมิน และปรับปรุง อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กรเป็น แบบอย่างที่ดี มั่นใจว่าจะไม่ เกิดอันตราย จากวัสดุและ ของเสีย อันตราย

46 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) ( ต่อ ) 3.1 สิ่งแวดล้อมทางกายภาพและความปลอดภัย (ENV.1) 41 การ จัดทำแผน ฝึกซ้อม ตรวจสอบ ระบบ เพื่อ ป้องกัน อัคคีภัย โครงสร้าง อาคารสถานที่ ไม่มีความเสี่ยง ด้านอัคคีภัยที่ ชัดเจน, มีการ จัดทำแผน ป้องกันและ รองรับเมื่อเกิด อัคคีภัย หรือ ภาวะฉุกเฉิน อื่นๆ มีการอบรมและ ฝึกซ้อมแผน, มี การติดตั้ง เครื่องมือและ วางระบบ เกี่ยวกับอัคคีภัย อย่างเหมาะสม กับประเภทวัสดุ ที่ติดไฟในแต่ละ พื้นที่ การซ้อมแผน อัคคีภัยและ ภาวะฉุกเฉิน ครอบคลุมทุก สภาวการณ์ และ ผู้เกี่ยวข้องทั้ง ในและนอก รพ., มีการ ตรวจสอบ ปัจจัยเสี่ยงต่อ อัคคีภัย และ ปรับปรุงเพื่อ ป้องกัน มีการปรับปรุง แผนและการ เตรียมความ พร้อมจากการ ประเมินผลการ ฝึกซ้อม การจัดการ และการ เตรียมความ พร้อมเป็น แบบอย่างที่ดี

47 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) ( ต่อ ) 3.2 เครื่องมือและระบบสาธารณูปโภค (ENV.2) องค์กรสร้างความมั่นใจว่ามีเครื่องมือที่จำเป็น พร้อมใช้งานทำหน้าที่ได้เป็นปกติ และมีระบบ สาธารณูปโภคที่จำเป็นอยู่ตลอดเวลา 42 เครื่องมือ มีระบบการจัดการ การตรวจสอบ ความเพียงพอ ดูแลความพร้อม ใช้ของเครื่องมือ และวัสดุอุปกรณ์ ในแต่ละ หน่วยงาน มีการกำหนด ระดับขั้นต่ำของ เครื่องมือและวัสดุ อุปกรณ์ในแต่ละ หน่วยงาน สำรวจ และวางแผน จัดหาที่จำเป็น พร้อมใช้ ทำ หน้าที่ได้เป็นปกติ ตลอดเวลา มีเครื่องมือ เพียงพอสำหรับ การดูแลผู้ป่วย ได้อย่าง ปลอดภัยทั้งใน ภาวะปกติและ ภาวะฉุกเฉิน, มี ระบบบำรุงรักษา เชิงป้องกัน ทดสอบ ตรวจสอบ และ calibrate ที่ เหมาะสม มีความโดดเด่น เช่น การ วิเคราะห์ข้อมูล เพื่อการจัดหา ทดแทน, การ จัดบริการ เครื่องมือบาง ประเภทใน ลักษณะรวมศูนย์, การมีศักยภาพ ในการซ่อมบำรุง มีการประเมินและ ปรับปรุงการ บริหารจัดการ เครื่องมืออย่าง เป็นระบบ ส่งผล ให้มีเครื่องมือ เพียงพอและ พร้อมใช้ในทุก สถาน การณ์ อีก ทั้งสามารถให้ คำปรึกษาการ บำรุง รักษาแก่ รพ. ในเครือข่าย / หน่วยงาน ใกล้เคียง ภายนอกได้

48 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) ( ต่อ ) 3.2 เครื่องมือและระบบสาธารณูปโภค (ENV.2) 43 ระบบ สาธารณูปโภค มีการจัด แผนผัง ตำแหน่งที่ตั้ง ต่างๆ ของ ระบบ, มี แนวทางปฏิบัติ ฉุกเฉินเมื่อ ระบบ สาธารณูปโภค มีปัญหา มีการจัดทำ แผนบริหาร ระบบ สาธารณูปโภค เพื่อการใช้งาน ที่ได้ผล ปลอดภัย และ เชื่อถือได้, มี การตรวจสอบ ทดสอบ และ บำรุงรักษา อย่างเหมาะสม ตามเวลาที่ กำหนด, มี ระบบไฟฟ้า สำรองให้แก่จุด บริการที่จำเป็น ทั้งหมด มีการนำแผน บริหารระบบ สาธารณูปโภค ไปปฏิบัติอย่าง ครบถ้วน, มี ความมั่นใจใน การทำงานของ ระบบไฟฟ้า สำรอง การลด ปริมาณเชื้อโรค หรือการ ปนเปื้อนใน ระบบปรับ อากาศระบบน้ำ มีการติดตาม และรวบรวบ ข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบ สาธารณูปโภค และใช้ วางแผน ปรับปรุงหรือ สร้างทดแทน มีระบบ สาธารณูปโภ คที่จำเป็น สำหรับให้ การดูแล ผู้ป่วยอย่าง ปลอดภัย มี ประสิทธิภาพ สูง และ พร้อมใช้งาน ได้ ตลอดเวลา

49 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) (ต่อ) 3.3 สิ่งแวดล้อมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ENV.3) องค์กรแสดงความมุ่งมั่นในการที่จะทำให้โรงพยาบาลเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยและเอื้อต่อสุขภาพ เอื้อ ต่อกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ และพิทักษ์สิ่งแวดล้อม 44 สิ่งแวดล้อม เพื่อการสร้าง เสริมสุขภาพ มีสิ่งแวดล้อมที่ เป็นระเบียบ สบายตา มีสิ่งแวดล้อมที่ เอื้อต่อความ ปลอดภัยทาง กายภาพและ ปราศจากการ รบกวน มีสิ่งแวดล้อมที่ เอื้อต่อการมี ปฏิสัมพันธ์ ความผ่อน คลาย การจัด กิจกรรมสร้าง เสริมสุขภาพ สำหรับผู้ป่วย และเจ้าหน้าที่ มีความโดด เด่น เช่นมี สิ่งแวดล้อม เอื้อต่อการ เรียนรู้และ พัฒนาทักษะ ของสำหรับ บุคลากร ผู้ป่วย ผู้รับบริการ อื่นๆ และ ประชาชน ทั่วไปอย่าง ได้ผล มีการ ประเมินและ ปรับปรุง อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็น แบบอย่างใน การเรียนรู้ ให้แก่องค์กร อื่นๆ

50 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-3 สิ่งแวดล้อมในการดูแลผู้ป่วย (ENV) (ต่อ) 3.3 สิ่งแวดล้อมเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพและการพิทักษ์สิ่งแวดล้อม (ENV.3) 45 การพิทักษ์ สิ่งแวดล้อม มีความ พยายามในการ แก้ไขปัญหาใน ระบบบำบัดน้ำ เสียและกำจัด ขยะซึ่งอาจจะมี โครงสร้างไม่ เหมาะสมกับ รพ. ระบบบำบัดน้ำ เสียมีขนาด เหมาะสมกับ รพ., มี กระบวนการที่ ชัดเจนในการ บำบัดน้ำเสีย และกำจัดขยะ โดยผู้มีความรู้ มีระบบบำบัดน้ำ เสียและการ กำจัดขยะที่มี ประสิทธิภาพ, ค่าน้ำทิ้งที่ผ่าน การบำบัด เป็นไปตาม มาตรฐานอย่าง ต่อเนื่อง มีความโดด เด่น เช่น การ ลดปริมาณ ของเสียและ ลดการใช้วัสดุ ที่ทำลาย สิ่งแวดล้อม, การร่วมมือกับ ชุมชนในการ พิทักษ์และ ปรับปรุง สิ่งแวดล้อม มีการ ประเมินและ ปรับปรุงการ พิทักษ์ สิ่งแวดล้อม อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็น แบบอย่างใน ด้านนี้ หรือ ได้รับการ รับรอง ISO

51 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-4 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IC) 4.1 ระบบการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ (IC.1) ระบบการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อขององค์กร ได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม ได้รับการ สนับสนุนทรัพยากรเพียงพอ และมีการประสานงานที่ดี 46 การ ออกแบบระบบ ป้องกันและ ควบคุมการติด เชื้อ มีการกำหนด เป้า ประสงค์ วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ ที่ เหมาะสมกับ รพ. มีมาตรการ ป้องกัน ครอบคลุมการ ติดเชื้อที่พบ บ่อยและมีสิ่ง อำนวยความ สะดวก เพียงพอ การป้องกันและ ควบคุม ครอบคลุมการ ติดเชื้อที่มี ความสำคัญ ทางระบาด วิทยาตาม บริบทของ รพ., ครอบคลุมทุก พื้นที่, มีการใช้ ข้อมูลความรู้ที่ ทันสมัย มีความโดด เด่น เช่น บูรณาการ ระหว่างงาน IC กับ CQI และ ระบบงานที่ เกี่ยวข้อง, มี การประสาน การป้องกันไป ถึงบ้านของ ผู้ป่วย และการ ส่งต่อระหว่าง รพ. มีการ ประเมินและ ปรับปรุงงาน IC อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็นตัวอย่าง ที่ดี อัตรา การติดเชื้อ สำคัญอยู่ใน ระดับต่ำ

52 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-4 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IC) (ต่อ) 4.1 ระบบการควบคุมและป้องกันการติดเชื้อ (IC.1) 47 การจัดการ และทรัพยากร มีผู้รับผิดชอบ งาน IC ชัดเจน ( ทั้งคณะผู้ กำกับดูแลและ ICN) ผู้รับผิดชอบมี ความรู้และ คุณสมบัติ เหมาะสม มีทรัพยากรที่ เพียงพอ, ระบบ สารสนเทศ สนับสนุน, บุคลากรได้รับ การอบรม ความรู้อย่าง ต่อเนื่อง มีความโดด เด่น เช่นการ ให้ข้อมูลและ เสริมพลังแก่ ครอบครัว / ชุมชน มีการ ประเมินและ ปรับปรุงการ จัดการ ทรัพยากร ด้าน IC อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้มี ทรัพยากร ระบบ และ ความรู้ เพียงพอ

53 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-4 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IC) (ต่อ) 4.2 การป้องกันการติดเชื้อ (IC.2) องค์กรสร้างความมั่นใจว่ามีการปฏิบัติที่เหมาะสมเพื่อการป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล 48 การ ป้องกันการติด เชื้อ มีการกำหนด มาตรการ ป้องกันที่จำเป็น, มีโครงสร้างและ สถานที่เอื้อต่อ การป้องกัน มีมาตรการ ป้องกันที่ ครอบคลุม, บุคลากรมี ความรู้ความ เข้าใจ มีการปฏิบัติ ตามมาตร การ ป้องกันครบ ถ้วน, มีการ ควบคุมสิ่งแวด ล้อม, ลดความ เสี่ยงต่อการติด เชื้อในพื้นที่ สำคัญ, ลด ความเสี่ยงต่อ การติดเชื้อที่ สำคัญ มีความโดด เด่น เช่นนำ HFE มา ปรับปรุง เพื่อให้มีการ ปฏิบัติตาม มาตรการได้ อย่างสมบูรณ์, มีการประเมิน และปรับปรุง การปฏิบัติตาม มาตรการที่ กำหนด มีการ ประเมินและ ปรับปรุง อย่างเป็น ระบบเพื่อให้ เกิดการ ปฏิบัติตาม มาตรการ ป้องกัน ส่งผลให้ อัตราการติด เชื้ออยู่ใน ระดับที่ต่ำ มาก

54 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-4 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IC) (ต่อ) 4.3 การเฝ้าระวัง ติดตามกำกับ และควบคุมการระบาด (IC.3) องค์กรใช้วิธีการที่เหมาะสมในการเฝ้าระวังและติดตามกำกับ เพื่อค้นหาและควบคุมการติดเชื้อ และ จัดการกับสถานการณ์ที่มีการระบาดของการติดเชื้อในโรงพยาบาล 49 การเฝ้า ระวังการติด เชื้อและ ติดตามกำกับ มีการออกแบบ ระบบเฝ้าระวังที่ เหมาะสมกับ องค์กร (รพ. ขนาดเล็กเน้นที่ กระบวนการและ OPD) มีการ ดำเนินการ เฝ้าระวังโดย ผู้มีความรู้ เหมาะสม ง่าย ต่อการปฏิบัติ ผู้เกี่ยวข้องมี ส่วนร่วม มี การวิเคราะห์ และให้ข้อมูล ป้อนกลับ อย่าง ทันการณ์ มีการนำข้อมูล จากการเฝ้า ระวังมาใช้ใน การวางแผน ค้นหาการ ระบาด ให้ ความรู้ ประเมินผลและ ปรับปรุง ระบบงาน มีความโดด เด่น เช่น ความ ร่วมมือกับ องค์กร ภายนอกใน การเฝ้าระวัง, การวิเคราะห์ ข้อมูลที่สะท้อน จุดที่เป็น ปัญหา มีการ ประเมินและ ปรับ ปรุง ประสิทธิภาพ ของการเฝ้า ระวังอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น แบบอย่างใน ด้านนี้ การ เฝ้าระวังมี ประสิทธิ ภาพ อัตรา การติดเชื้อที่ สำคัญมี แนวโน้ม ลดลง

55 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-4 การป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ (IC) (ต่อ) 4.3 การเฝ้าระวัง ติดตามกำกับ และควบคุมการระบาด (IC.3) 50 การ ควบคุมการ ระบาดของ การติดเชื้อ มีศักยภาพใน การบ่งชี้การ เพิ่มที่ผิดปกติ หรือการระบาด ของการติดเชื้อ การบ่งชี้การ เพิ่มหรือการ ระบาดเป็นไป อย่างมี ประสิทธิภาพ, มีการ สนับสนุน ทรัพยากร และให้อำนาจ ทีมผู้รับผิด ชอบในการ ควบคุม ทีมผู้รับผิดชอบ ดำเนินการใช้ มาตรการ ควบคุมที่ เหมาะสมอย่าง รอบด้าน และทันการณ์ มีการเรียนรู้ จากการระบาด ที่เกิดขึ้นเพื่อ นำมาปรับปรุง ระบบและสร้าง ความตระหนัก มีการควบคุม การระบาด อย่างมี ประสิทธิภาพ, บทเรียนที่ เกิดขึ้นนำมา สู่ระบบที่ รัดกุมและ ความ ตระหนักใน บุคลากร

56 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-5 ระบบเวชระเบียน (MRS) 5.1 ระบบบริหารเวชระเบียน (MRS.1) องค์กรจัดให้มีระบบบริหารเวชระเบียนที่มีประสิทธิภาพเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เกี่ยวข้อง ทุกฝ่าย 51 การวางแผนและ ออกแบบระบบ บริหารเวชระเบียน ได้แก่ ความ เหมาะสม ของแบบบันทึก ต่างๆ, ระยะเวลาที่มี การเก็บรักษาเวช ระเบียน, ประสิทธิภาพของ ระบบการจัดเก็บ และค้นหาเวช ระเบียน, ความ ปลอดภัยในการ จัดเก็บเวชระเบียน, คุณภาพในการให้ รหัส, การปฏิบัติ ตามกฎหมายและ กฎระเบียบ มีการร่วมกัน กำหนดเป้าหมาย ของการบันทึก เวชระเบียน, มี แนวทางปฏิบัติ เกี่ยวกับการ บันทึก การแก้ไข การจัดเก็บ และ การเข้าถึงเวช ระเบียนที่ เหมาะสม มีการร่วมกัน ออกแบบระบบ บริหารเวช ระเบียน, มีระบบ ป้องกันการสูญ หายและรักษา ความปลอดภัย มีการดำเนินการ ระบบบริหารเวช ระเบียนที่มี ประสิทธิภาพ, มีการรักษา ความลับที่ดี มีความโดดเด่น เช่น การส่งเสริม ให้ผู้ป่วยใช้ ประโยชน์จาก บันทึกเวช ระเบียนของตน, การประมวลผล ข้อมูลจากเวช ระเบียนเพื่อประ โยชน์ในการ วางแผนและ ปรับปรุงการดูแล ผู้ป่วย มีการประเมิน และปรับปรุง ระบบบริหาร เวชระเบียน อย่างเป็นระบบ ทำให้ระบบ บริหารเวช ระเบียน ตอบสนอง ความต้องการ ขององค์กร และผู้ป่วย

57 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-5 ระบบเวชระเบียน (MRS) ( ต่อ ) 5.2 เวชระเบียนผู้ป่วย (MRS.2) ผู้ป่วยทุกรายมีเวชระเบียนซึ่งมีข้อมูลเพียงพอสำหรับการสื่อสาร การดูแลต่อเนื่อง การเรียนรู้ การ วิจัย การประเมินผล และการใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมาย 52 ความสมบูรณ์ ของการบันทึก เวชระเบียนมี ความสมบูรณ์ ไม่ถึง 40% เวชระเบียนมี ความ สมบูรณ์ % เวชระเบียนมี ความสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่า % เวชระเบียนมี ความสมบูรณ์ ไม่น้อยกว่า 80% ผู้ป่วยทุกราย มีเวชระเบียน ซึ่งมีข้อมูล เพียงพอ สำหรับการ สื่อสาร การ ดูแลต่อเนื่อง การเรียนรู้ การวิจัย การ ประเมินผล และการใช้ เป็นหลักฐาน ทาง กฎหมาย

58 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-5 ระบบเวชระเบียน (MRS) ( ต่อ ) 5.2 เวชระเบียนผู้ป่วย (MRS.2) 53 การทบทวน เวชระเบียน มีการทบทวน ความสมบูรณ์ ของการบันทึก อย่างน้อยปีละ ครั้ง มีการทบทวน ความสมบูรณ์ ของการบันทึก เวชระเบียน ตามแบบฟอร์ม ของ สปสช./ พรพ. อย่าง น้อย 3 ฉบับต่อ เดือนสำหรับ แพทย์แต่ละ คน มีการทบทวน คุณภาพของ การบันทึกเวช ระเบียน, มี การปรับปรุง ความสมบูรณ์ และคุณภาพ ของการ บันทึก มีการทบทวน คุณภาพการ ดูแลผู้ป่วยจาก เวชระเบียน และนำปัญหา ที่พบไป ปรับปรุงระบบ งาน ( เช่น การ ใช้ trigger เพื่อคัดกรอง เวชระเบียนมา ทบทวนหา AE และปรับปรุง ) ผู้ประกอบ วิชาชีพมีเจต คติที่ดีต่อ การทบทวน เวชระเบียน ส่งผลให้เวช ระเบียนมี ความ สมบูรณ์และ คุณภาพสูง

59 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-6 ระบบการจัดการด้านยา (MMS) 6.1 การวางแผน การจัดการ การเก็บและสำรองยา (MMS.1) องค์กรสร้างความมั่นใจในระบบการจัดการด้านยาที่ปลอดภัย เหมาะสม และได้ผล พร้อมทั้งการมียา ที่มีคุณภาพสูงพร้อมใช้สำหรับผู้ป่วย 54 การวางแผน และการจัดการ มีการจัดตั้ง PTC หรือ มอบหมายให้มี การทำหน้าที่ ของ PTC, มี การจัดทำบัญชี ยา รพ., มีการ วิเคราะห์ปัญหา การใช้ยาที่ รุนแรง, มีการ ระบุยาที่มีความ เสี่ยงสูงหรือ ต้องมีความ ระมัดระวังใน การใช้สูง PCT กำหนด เป้าหมายและ นโยบายที่ ชัดเจน, มีการ ทบทวนบัญชี ยาอย่างน้อยปี ละครั้ง, มี มาตรการ ป้องกันปัญหา การใช้ยาที่ รุนแรง รวมทั้ง การจัดการกับ ปัญหายาขาด แคลนและยาที่ จำเป็นเร่งด่วน นโยบายและ เป้าหมาย ของ PTC ได้รับการ นำไปปฏิบัติ อย่าง เหมาะสม มีความโดด เด่น เช่น PTC ทำหน้าที่ครบ ทุก function เพื่อบรรลุ เป้าหมาย, มี ระบบส่งเสริม การใช้ยาที่ เหมาะสม, มี นโยบายที่มุ่ง สร้างการมีส่วน ร่วมและเสริม พลังผู้ป่วย มีการ ประเมินและ ปรับปรุง ระบบบริหาร จัดการด้าน ยาอย่างเป็น ระบบ ใช้ นวัตกรรม และ เทคโนโลยี ใหม่ๆ ทำให้ องค์กรเป็น ตัวอย่างที่ดี ในด้านนี้

60 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-6 ระบบการจัดการด้านยา (MMS) ( ต่อ ) 6.1 การวางแผน การจัดการ การเก็บและสำรองยา (MMS.1) 55 การเก็บ สำรองยา มีแนวทางการ สำรองยาในระดับ รพ., จัดเก็บยา แบบ First Expire First Out (FEFO), มีการ จัดการกับยา หมดอายุอย่าง เหมาะสม, มีแผน จัดซื้อเวชภัณฑ์ ในแต่ละปี มีแนวทางการ สำรองยาใน ระดับ รพ. และ ระดับหน่วยงาน, ระบบสำรอง ยา / เวชภัณฑ์ ฉุกเฉินและการ ทดแทน, ระบบ จ่ายยาเมื่อห้อง ยาปิด, มีการ ตรวจสอบ บริเวณที่เก็บยา อย่างสม่ำเสมอ, มีการคัดเลือก ผู้ขายและตรวจ รับยาที่มั่นใจว่า จะได้ยาที่มี คุณภาพ ระบบจัดซื้อ และสำรองยา สร้างความ มั่นใจใน ความ เพียงพอ คุณภาพ / ความคงตัว ความ ปลอดภัย และความ พร้อมใช้ มีความโดด เด่น เช่น ใช้ ข้อมูล ความคลาด เคลื่อนทางยา กับการจัดซื้อ เวชภัณฑ์, ระบบการ ติดตามยาคืน เมื่อพบว่ายามี ปัญหา, การ จัดการกับยาที่ ส่งคืนห้องยา มีการ ประเมินและ ปรับปรุงการ เก็บสำรอง ยาอย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้ยามี คุณภาพ เพียงพอ พร้อมใช้ ใน ทุกเวลา ทุก สถานการณ์ ทุกสถานที่

61 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-6 ระบบการจัดการด้านยา (MMS) (ต่อ) 6.2 การใช้ยา (MMS.2) องค์กรสร้างความมั่นใจว่ามีการสั่งใช้ยาและการให้ยาที่ปลอดภัย ถูกต้อง เหมาะสม และได้ผล 56 การสั่งใช้ ยาและ ถ่ายทอดคำสั่ง มีการวิเคราะห์ ปัญหาที่มีโอกาส เกิดจากการสั่ง ใช้ยาและการ ถ่ายทอดคำสั่ง จากข้อมูลที่มีอยู่ ในระบบ มีการกำหนด มาตรการ ป้องกันปัญหา จากการสั่งใช้ ยาและ ถ่ายทอดคำสั่ง ( ดู SPA), ผู้เกี่ยวข้อง สามารถเข้าถึง ข้อมูลยาที่ จำเป็นได้ ผู้เกี่ยวข้อง สามารถ เข้าถึงข้อมูล เฉพาะของ ผู้ป่วยที่จำเป็น ได้ครบถ้วน, มีแนวทางใน การสั่งใช้ยาที่ รพ. เลือกสรร, เริ่มมีระบบ drug reconciliatio n ใน หน่วยงาน จำนวนหนึ่ง มีความโดดเด่น เช่น การใช้ IT ในการสั่งยา การถ่ายทอด และการสื่อสาร เกี่ยวกับคำสั่ง ยา, การจัดทำ และใช้ ประโยชน์จาก drug profile, ระบบทบทวน เพื่อให้เกิดการ ใช้ยาอย่าง เหมาะสม, ระบบ drug reconciliation ที่ครอบคลุม และมี ประสิทธิภาพ มีการ ประเมินและ ปรับปรุง กระบวนการ สั่งใช้และ ถ่ายทอด คำสั่งอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ตัวอย่างใน การสั่งใช้ยา ที่ถูกต้อง เหมาะสม

62 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-6 ระบบการจัดการด้านยา (MMS) (ต่อ) 6.2 การใช้ยา (MMS.2) 57 การ ทบทวนคำสั่ง เตรียมและจัด จ่าย / ส่งมอบ ยา มีการทบทวน คำสั่งใช้ยาตาม แนวทางเบื้องต้น ในการคัดกรอง ปัญหา, มีการให้ ข้อมูลการเตรียม ยาที่ถูกต้อง ให้กับผู้เกี่ยวข้อง การทบทวน คำสั่งใช้ยา สามารถตรวจ พบปัญหา สำคัญที่พบ บ่อย, มีการนำ ข้อมูล pre- dispensing error ที่พบ บ่อยมาปรับ ระบบงาน, มี การส่งมอบยา พร้อมข้อมูล คำแนะนำที่ เหมาะสม การทบทวน คำสั่งใช้ยา สามารถตรวจ พบปัญหาที่ ไม่พบบ่อยได้, มีระบบงาน และสิ่งแวด ล้อมที่เอื้อต่อ การเตรียม / จัดจ่ายยา อย่างถูกต้อง, มีระบบ ตรวจสอบ ก่อนส่งมอบ, มีระบบรับ ข้อมูล dispensing error จากหอ ผู้ป่วย มีความโดดเด่น เช่น การใช้ IT เพื่อสื่อสารกับ ผู้สั่งใช้, ระบบ ทบทวนเพื่อให้ เกิดการใช้ยา อย่างเหมาะสม, ระบบติดตาม dispensing error ผู้ป่วย นอก มีการ ประเมินและ ปรับปรุง กระบวนการ ทบทวน คำสั่ง / เตรียม / จัด จ่ายยาอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ตัวอย่างใน ด้านนี้ มี ความคลาด เคลื่อนและ ความไม่ เหมาะสมใน ระดับต่ำมาก

63 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II-6 ระบบการจัดการด้านยา (MMS) (ต่อ) 6.2 การใช้ยา (MMS.2) 58 การบริหาร ยาและติดตาม ผล มีการวิเคราะห์ โอกาสเกิดความ คลาดเคลื่อนและ เหตุการณ์ไม่พึง ประสงค์เนื่องจาก การ เตรียมและ บริหารยา มีการกำหนด มาตรการ ป้องกัน ความคลาด เคลื่อนและ เหตุการณ์ไม่ พึงประสงค์ เนื่องจาการ เตรียมและการ บริหารยา, การ ให้ข้อมูลและ ฝึกอบรม, สิ่งแวดล้อมที่ เอื้อ มีการปฏิบัติ ตาม มาตรการที่ กำหนดไว้, ระบบ double check ที่ เหมาะสม, ระบบบันทึก และติดตาม ผลการให้ยา, ระบบรายงาน เมื่อเกิดปัญหา มีความโดดเด่น เช่น การใช้ IT ในการบริหาร ยา, การ empower ให้ ผู้ป่วย / ครอบครัวมีส่วน ร่วมในการ ตรวจสอบ มีการ ประเมินและ ปรับปรุง ระบบการ เตรียมและ บริหารยา อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็นผู้นำใน ด้านนี้ ความคลาด เคลื่อนและ เหตุการณ์ ไม่พึง ประสงค์อยู่ ในระดับต่ำ มาก

64 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) ก. ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ / พยาธิวิทยาคลินิก 59 การ วางแผน ทรัพยากร และการ จัดการ ห้องปฏิบัติกา รทางการ แพทย์ มีบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เพียงพอสำหรับ การตรวจ lab ขั้นพื้นฐาน มีบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เพียงพอสำหับ การตรวจ lab ที่จำเป็น ตลอดเวลา มีบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เหมาะสมกับ บริการของ องค์กร มีความโดดเด่น เช่น มีระบบ บำรุงรักษาเชิง ป้องกัน การ สอบเทียบ และ การใช้ผลการ สอบเทียบอย่าง เหมาะสม มีการ ประเมินและ ปรับปรุงการ บริหาร จัดการอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้าน นี้

65 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN)II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) (ต่อ) ก. ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ / พยาธิวิทยาคลินิก 60 การ จัดบริการ ปฏิบัติการ ทางการ แพทย์ มีบริการ lab ขั้น พื้นฐานที่จำเป็น มีบริการ lab ที่ จำเป็น ตลอดเวลา สามารถส่ง ตรวจภายนอก เมื่อจำเป็น, ผู้เกี่ยวข้อง ได้รับผลใน เวลาที่กำหนด มีระบบป้องกัน การรายงาน ผลผิดพลาด การรายงาน ค่าวิกฤติ การ รักษาความลับ การสื่อสารที่ดี กับหน่วยส่ง ตรวจ มีระบบการ ติดตามความ น่าเชื่อถือของ การแปลผล, มี การทบทวน ความเหมาะสม และคุ้มค่า ใน การส่งตรวจ มีการ ประเมินและ ปรับปรุง บริการ ห้องปฏิบัติก ารทางการ แพทย์อย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้าน นี้

66 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN)II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) (ต่อ) ก. ห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ / พยาธิวิทยาคลินิก 61 ระบบ คุณภาพ ห้องปฏิบัติกา รทาง การแพทย์ มีแนวทางปฏิบัติ ในการเก็บสิ่งส่ง ตรวจ ปฏิบัติการ ตรวจ และการ ควบคุมคุณภาพ ที่จำเป็น มีระบบควบคุม คุณภาพ ภายใน (เครื่องมือ น้ำยา และผล การตรวจ) และมีการ ตอบสนอง อย่างเหมาะสม มีระบบการ ทดสอบความ ชำนาญ (proficiency test) และมี การตอบสนอง อย่าง เหมาะสม, มี การปรับปรุง ตามข้อเสนอ แนะสำคัญที่ ได้รับจาก องค์กร วิชาชีพ หรือ พี่เลี้ยงใน เครือข่าย มีระบบบริหาร คุณภาพที่ ครอบคลุมและ มีประสิทธิภาพ, มีการพัฒนา คุณภาพ ร่วมกับวิชาชีพ อื่น, ได้รับการ รับรองจาก องค์กร ภายนอก ครอบคลุมการ ตรวจสำคัญ บางส่วน ได้รับการ รับรองจาก องค์กร ภายนอก ครอบคลุม การตรวจ สำคัญส่วน ใหญ่

67 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN)II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) (ต่อ) ข. บริการโลหิตวิทยา 62 (ก) บริการโลหิต วิทยาใน รพ.ที่ ไม่มีคลังเลือด มีแนวทางปฏิบัติ ที่ชัดเจนสำหรับ ผู้ป่วยที่ จำเป็นต้องใช้ เลือด รวมทั้งการ ระบุแหล่งที่จะ ขอรับเลือดใน กรณีต่างๆ มีระบบการขอ เลือด ขนส่ง เลือด หรือส่ง ผู้ป่วยไปรับ เลือด ที่มี ประสิทธิภาพ, มีการเฝ้าระวัง ปฏิกิริยาจาก การให้เลือด และมีการนำ บทเรียนมา ทบทวนเพื่อให้ เกิดการปฏิบัติ ที่รัดกุมในการ ให้เลือด มีการติดตาม ผลการ ดำเนินการ และแสดงให้ เห็นว่า สามารถให้ เลือดแก่ผู้ป่วย ได้อย่าง ปลอดภัย ทันเวลา

68 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN)II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) (ต่อ) ข. บริการโลหิตวิทยา 62 (ข) บริการโลหิต วิทยาใน รพ.ที่ มีคลังเลือด มีแนวทางปฏิบัติ ที่ชัดเจนสำหรับ การรับบริจาค โลหิต และการ ให้บริการโลหิต มีการนำ มาตรฐานการ บริการโลหิต ของ สภากาชาด ไทยมาประเมิน และปรับปรุง ในส่วนขาด สามารถ ปฏิบัติตาม มาตรฐานการ บริการโลหิต ของ สภากาชาด ไทยในหัวข้อ ที่จำเป็นกับ บริบทได้ ครบถ้วน มีความโดดเด่น เช่นสามารถ เป็นที่พึ่งใน ด้านการ ให้บริการโลหิต ให้แก่ รพ.ใน เขตใกล้เคียง ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ มีการ ประเมินและ ปรับปรุง บริการโลหิต วิทยาอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้าน นี้

69 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN)II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) (ต่อ) ค. บริการรังสีวิทยา และ Medical Imaging อื่นๆ 63 การ วางแผน ทรัพยากร และการ จัดการบริการ รังสีวิทยา มีบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เพียงพอสำหรับ บริการรังสีวิทยา ขั้นพื้นฐาน มีบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เพียงพอ สำหรับบริการ รังสีวิทยาที่ จำเป็น ตลอดเวลา มีบุคลากร สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เหมาะสมกับ บริการของ องค์กร, สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ เป็นไปตาม มาตรฐาน, มี ระบบ บำรุงรักษา เชิงป้องกันที่ เหมาะสม สถานที่ เครื่องมือ อุปกรณ์ ได้รับ การตรวจสอบ และรับรองจาก หน่วยงานที่ รับผิดชอบ ตามที่กฎหมาย กำหนด มีการ ประเมินและ ปรับปรุงการ บริหาร จัดการอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้าน นี้

70 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN)II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) (ต่อ) ค. บริการรังสีวิทยา และ Medical Imaging อื่นๆ 64 การบริการ รังสีวิทยา มีบริการรังสี วิทยาขั้นพื้นฐาน ที่จำเป็น, มีระบบ ในการเตรียม ผู้ป่วย, มีแนวทาง ปฏิบัติที่จำเป็น มีบริการรังสี วิทยาที่จำเป็น ตลอดเวลา สามารถส่ง ตรวจภายนอก เมื่อจำเป็น, ผู้เกี่ยวข้อง ได้รับผลใน เวลาที่กำหนด บริการรังสี วิทยา ให้ภาพ วินิจฉัยที่มี คุณภาพและ การ วินิจฉัยโรคที่ ถูกต้อง น่าเชื่อถือ โดย มีอันตรายต่อ ผู้ป่วยและ เจ้าหน้าที่น้อย ที่สุด, ผู้ป่วย ได้รับ คำอธิบายผล การตรวจตาม ความเหมาะสม มีความโดด เด่น เช่น การ ทบทวนความ เหมาะ สมใน การส่งตรวจ, ระบบติดตาม ความ น่าเชื่อถือของ การแปลผล, การทบทวน ความเหมาะสม และคุ้มค่าใน การส่งตรวจ มีการ ประเมินและ ปรับปรุง ระบบบริการ รังสีวิทยา ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้าน นี้

71 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN)II - 7 การตรวจทดสอบประกอบการวินิจฉัยโรค และบริการที่เกี่ยวข้อง (DIN) (ต่อ) ค. บริการรังสีวิทยา และ Medical Imaging อื่นๆ 65 ระบบ คุณภาพและ ความ ปลอดภัย บริการรังสี วิทยา มีแนวทางปฏิบัติ ในการถ่ายภาพ รังสี มีการควบคุม คุณภาพของ กระบวนการ ถ่ายภาพและ ล้างฟิล์ม และมีการ ตอบสนอง อย่างเหมาะสม มีการควบคุม คุณภาพของ เครื่องมือที่ใช้ ในการตรวจ ทางรังสี / medical imaging อื่นๆ, มีระบบป้องกัน อันตรายจาก รังสี สารทึบรังสี และการเฝ้า ระวังผู้ป่วยที่มี ความเสี่ยงสูง, มีการทบทวน อุบัติการณ์และ การหาโอกาส พัฒนา มีระบบบริหาร คุณภาพที่ ครอบคลุม และมี ประสิทธิภาพ, มีการพัฒนา คุณภาพ ร่วมกับ วิชาชีพอื่น มีการ ประเมินและ ปรับปรุง ระบบ คุณภาพ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้าน นี้

72 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II – 8 การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ (DHS) 8. การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ (DHS) องค์กรสร้างความมั่นใจว่ามีการติดตามเฝ้าระวังเพื่อค้นหาการเกิดโรคและภัยสุขภาพที่ผิดปกติอย่าง มีประสิทธิภาพ และดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดได้ 66 นโยบาย แผน การ ประเมินผล บุคลากร ทรัพยากร การสร้าง ความรู้ มีนโยบายและ แผนที่ชัดเจน สอดคล้องกับ ปัญหาในพื้นที่ มีงบประมาณ เทคโนโลยี ทรัพยากรและ บุคลากรที่ เหมาะสม มีการสร้าง ความรู้ ความ เข้าใจ ความ ตระหนัก ใน ด้านแนวคิด นโยบาย แผน และแนวทาง ปฏิบัติเกี่ยวกับ การเฝ้าระวัง โรคและภัย สุขภาพสำหรับ บุคลากรทุก ระดับ มีความโดด เด่น เช่น ระบบ ในการกำกับ ดูแลติดตาม ประเมินผล, บุคลากรทุก ระดับให้ความ ร่วมมือ มีการ ประเมินและ ปรับปรุง อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็น แบบอย่างที่ ดีในการ บริหารและ ทรัพยากร

73 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II – 8 การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ (DHS) (ต่อ) 8. การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ (DHS) 67 การเก็บ และวิเคราะห์ ข้อมูลการเฝ้า ระวัง มีระบบรายงาน โรคที่ต้องเฝ้า ระวังตามที่ สธ. กำหนด มีการวิเคราะห์ โรคและภัย สุขภาพสำคัญ ในพื้นที่และ จัดระบบเฝ้า ระวังอย่าง เหมาะสม มีการบันทึก และจัดเก็บ ข้อมูลที่มี คุณภาพ, ใช้ วิธีการทาง ระบาดวิทยา ในการ วิเคราะห์อย่าง สม่ำเสมอ, มีการ คาดการณ์ แนวโน้มและ วางแผน ป้องกัน มีความโดด เด่น เช่น สามารถตรวจ พบการระบาด ของโรคและ ภัยสุขภาพที่ ไม่อยู่ใน ขอบเขตการ เฝ้าระวัง ตามปกติ มีการประเมิน และปรับปรุง กระบวนการ เฝ้าระวัง อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็น แบบอย่างที่ดี ในระบบที่มี ประสิทธิภาพ

74 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II – 8 การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ (DHS) (ต่อ) 8. การเฝ้าระวังโรคและภัยสุขภาพ (DHS) 68 การ ตอบสนองต่อ การระบาด และการ เผยแพร่ข้อมูล มีมาตรการ ป้องกันการ ระบาด, มีการ ประสานกับ SRRT, มี ช่องทางรับ รายงานที่ เหมาะสม มีแผน ตอบสนองเหตุ ฉุกเฉินและ เตรียมพร้อม รองรับ, มีการ สอบสวนผู้ป่วย เฉพาะรายและ การระบาด อย่างทันท่วงที มีการสืบค้น และควบคุม การระบาด อย่าง ทันท่วงที, เผยแพร่ ข้อมูลให้ ผู้เกี่ยวข้อง, ตอบสนองต่อ การระบาด อย่าง เหมาะสม มีความโดด เด่น เช่นมี ความร่วมมือ จาก ผู้เกี่ยวข้องใน รพ.และ เครือข่ายนอก รพ. ในการเฝ้า ระวังและ ควบคุมการ ระบาดอย่างมี ประสิทธิภาพ มีการควบคุม การระบาด อย่างมี ประสิทธิภาพ บทเรียนที่ เกิดขึ้นนำมา สู่ระบบที่ รัดกุมและ ความ ตระหนักใน บุคลากร

75 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II – 9 การทำงานกับชุมชน (COM) 9.1 การจัดบริการสร้างเสริมสุขภาพสำหรับชุมชน (COM.1) ทีมผู้ให้บริการร่วมมือกับชุมชน จัดให้มีบริการสร้างเสริมสุขภาพที่สนองตอบต่อความต้องการของ ชุมชนที่รับผิดชอบ 69 การ จัดบริการ สร้างเสริม สุขภาพ สำหรับชุมชน เรียนรู้ชุมชน ศักยภาพและ ความต้องการ ของชุมชน จัดบริการ สุขภาพเพื่อ ตอบสนอง ความต้องการ ของชุมชน วางแผนและ ออกแบบ บริการสร้าง เสริมสุขภาพ ร่วมกับชุมชน มีความโดด เด่น เช่นมี ระบบเกื้อหนุน การสร้าง บริการสุขภาพ เต็มพื้นที่ที่ รับผิดชอบ มีการประเมิน และปรับปรุง การ จัดบริการ สำหรับ ชุมชนอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ ชุมชนทุก แห่งในพื้นที่ สามารถ เข้าถึงบริการ สร้างเสริม สุขภาพที่ จำเป็นได้

76 ตอนที่ II ระบบงานสำคัญของโรงพยาบาล II – 9 การทำงานกับชุมชน (COM) (ต่อ) 9.2 การเสริมพลังชุมชน (COM.2) ทีมผู้ให้บริการทำงานร่วมกับชุมชนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาความสามารถของชุมชนในการปรับปรุง สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชน 70 การเสริม พลังชุมชน สร้างเครือข่าย ระหว่าง รพ.กับ ชุมชน ร่วมมือกับ ชุมชน ส่งเสริม พฤติกรรมและ ทักษะสุขภาพ ส่วนบุคคลซึ่ง มีความสำคัญ ต่อสุขภาพ ของแต่ละคน สนับสนุนการ พัฒนา ความสามารถ ของชุมชน เพื่อแก้ปัญหา สุขภาพของ ชุมชน โดย ชุมชนเป็น ผู้รับผิดชอบ หลัก มีความโดด เด่น เช่น ชี้แนะและ สนับสนุน นโยบาย สาธารณะ, สร้างเครือข่าย การเรียนรู้ ระหว่างชุมชน, การส่งเสริม ให้มี สิ่งแวดล้อม ทางกายภาพ และทางสังคม ที่เอื้อต่อการมี สุขภาพดี มีการประเมิน และปรับปรุง การทำงาน กับชุมชน อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็นผู้นำใน ด้านนี้ ชุมชน มีความ เข้มแข็ง เป็น แบบอย่าง ของการ พึ่งตนเองใน การจัดการ กับปัญหา สุขภาพใน พื้นที่

77 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย 6 กระบวนการดูแลผู้ป่วย (SCORING 71-89)

78 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III – 1 การเข้าถึงและเข้ารับบริการ (ACN) ทีมผู้ให้บริการสร้างความมั่นใจว่าผู้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ง่าย, กระบวนการรับผู้ป่วยเหมาะกับปัญหาสุขภาพ / ความต้องการของผู้ป่วย ทันเวลา มีการ ประสานงานที่ดี ภายใต้ระบบและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล 71 การเข้าถึง บริการที่ จำเป็นและ บริการเร่งด่วน มีการวิเคราะห์ อุปสรรคต่อการ เข้าถึงบริการที่ จำเป็นและ เร่งด่วน (ด้าน ภายภาพ ภาษา วัฒนธรรม อื่นๆ) มีการปรับปรุง เพื่อลด อุปสรรคต่อ การเข้าถึง บริการที่สำคัญ มีการใช้ ข้อมูลปัญหา สุขภาพของ ชุมชนที่ รับผิดชอบ เพื่อการจัด หรือขยาย บริการ มีความโดด เด่น เช่น การ ใช้ IT เพื่อให้ ผู้ป่วยเช้าถึง บริการ, การ เข้าถึงของ กลุ่ม ผู้ด้อยโอกาส หรือผู้ป่วย ฉุกเฉิน, การ ใช้ lean เพื่อ ลดขั้นตอน มีการประเมิน และปรับปรุง อย่างเป็น ระบบ เพื่อให้ ประชาชนใน ชุมชน สามารถ เข้าถึงบริการ ที่จำเป็น ต่างๆ อย่าง เหมาะสมกับ health need

79 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III – 1 การเข้าถึงและเข้ารับบริการ (ACN) (ต่อ) ทีมผู้ให้บริการสร้างความมั่นใจว่าผู้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ง่าย, กระบวนการรับผู้ป่วยเหมาะกับปัญหาสุขภาพ / ความต้องการของผู้ป่วย ทันเวลา มีการ ประสานงานที่ดี ภายใต้ระบบและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล 72 กระบวนการ รับผู้ป่วย มีการวิเคราะห์ ผู้ป่วยที่ต้อง ได้รับการดูแล ฉุกเฉิน/เร่งด่วน, มีแนวทางในการ บ่งชี้ผู้ป่วย การ ประเมินเบื้องต้น การช่วยเหลือ ฉุกเฉิน การ รับเข้าหน่วย บริการวิกฤติ การ ส่งต่อ มีการบ่งชี้ ผู้ป่วยและ ระบบ triage ที่ดี, มีการ ช่วยเหลือ เบื้องต้นและส่ง ต่ออย่าง เหมาะสม, การรับเข้า หน่วยบริการ วิกฤติเป็นไป ตามเกณฑ์ กระบวนการ รับผู้ป่วย เหมาะกับ ปัญหาของ ผู้ป่วย ทันเวลา มีการ ประสานงาน ที่ดี มีความโดด เด่น เช่น ระบบ ประสานงานใน การส่งต่อ ผู้ป่วยวิกฤติที่ มีประสิทธิภาพ, การใช้ lean เพื่อปรับปรุง กระบวนการ รับผู้ป่วย, การ บริหารเตียงใน หน่วยวิกฤติ อย่างมี ประสิทธิภาพ การประเมิน และปรับปรุง กระบวนการ รับผู้ป่วย อย่างเป็น ระบบ ทำให้ ผลลัพธ์การ ดูแลผู้ป่วยดี ขึ้น

80 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III – 1 การเข้าถึงและเข้ารับบริการ (ACN) (ต่อ) ทีมผู้ให้บริการสร้างความมั่นใจว่าผู้รับบริการสามารถเข้าถึงบริการที่จำเป็นได้ง่าย, กระบวนการรับผู้ป่วยเหมาะกับปัญหาสุขภาพ / ความต้องการของผู้ป่วย ทันเวลา มีการ ประสานงานที่ดี ภายใต้ระบบและสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสมและมีประสิทธิผล 73 การให้ ข้อมูลและ informed consent มีแนวทางการให้ ข้อมูลและการขอ ความยินยอม มีการให้ข้อมูล จนเป็นที่เข้าใจ สำหรับกรณีที่ กำหนดไว้ว่า ต้องใส่ใจเป็น พิเศษ ผู้ป่วยและ ครอบครัว ได้รับข้อมูลที่ จำเป็นอย่าง ชัดเจน เข้าใจ ง่าย และให้ ความยินยอม ด้วยความ เข้าใจ, มีการ บันทึกที่ เหมาะสม มีความโดด เด่น เช่น มี ระบบที่ดีใน การให้ข้อมูลที่ มีความ อ่อนไหว (sensitive) มีการประเมิน และปรับปรุง กระบวนการ ให้ข้อมูล อย่างเป็น ระบบ ก่อให้เกิด ความมั่นใจ ความร่วมมือ และการ ปฏิบัติที่ ถูกต้องใน ผู้ป่วยส่วน ใหญ่

81 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III - 2 การประเมินผู้ป่วย (ASM) ผู้ป่วยทุกรายได้รับการประเมินความต้องการและปัญหาสุขภาพอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม 74 การ ประเมินผู้ป่วย มีการกำหนดแนว ทางการประเมิน ผู้ป่วยและบันทึก ข้อมูล ผู้ป่วยได้รับ การประเมินใน ทุกระบบที่ เกี่ยวข้อง, มี การระบุปัญหา และความ ต้องการที่ เร่งด่วนและ สำคัญ ผู้ป่วยได้รับ การประเมิน เมื่อแรกรับ ครบถ้วนเป็น องค์รวม, มี การใช้ CPG ในกลุ่มโรค สำคัญ, มีการ ประเมินซ้ำใน ช่วงเวลาที่ เหมาะสม, บันทึกผลการ ประเมินใน เวลาที่กำหนด มีความโดด เด่น เช่น มี ความร่วมมือ และประสาน ระหว่าง วิชาชีพในการ ประเมินผู้ป่วย, การประเมิน สำหรับผู้ป่วย กลุ่มเฉพาะ, การใช้ CPG ในการประเมิน อย่าง กว้างขวาง มีการ ปรับปรุง กระบวนการ ประเมิน ผู้ป่วยอย่าง เป็นระบบ ทำ ให้ผลลัพธ์ การดูแล ผู้ป่วยดีขึ้น

82 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III - 2 การประเมินผู้ป่วย (ASM) (ต่อ) ผู้ป่วยทุกรายได้รับการประเมินความต้องการและปัญหาสุขภาพอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม 75 การตรวจ investigate ที่จำเป็น มีบริการตรวจ investigate พื้นฐาน มีการจัดทำ แนวทางการ ตรวจ investigate ที่จำเป็นตาม ข้อมูลวิชาการ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งใน กรณีที่อาจเป็น ปัญหา ผู้ป่วยได้รับ การตรวจ investigate ที่จำเป็นใน เวลาที่ เหมาะสม, มี ระบบสื่อสาร และบันทึกผล การตรวจ, มี การรักษา ความลับอย่าง เหมาะสม, มี การอธิบายผล การตรวจที่ ผิดปกติ มีความโดด เด่น เช่น การ ประสานกับ หน่วยตรวจ investigate ภายนอกที่มี ประสิทธิภาพ, การใช้ IT ใน การสื่อสารและ บันทึกผล การตรวจ มีการประเมิน และปรับปรุง กระบวนการ ตรวจ investigate อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้ได้การ วินิจฉัยโรคที่ แม่นยำ

83 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III - 2 การประเมินผู้ป่วย (ASM) (ต่อ) ผู้ป่วยทุกรายได้รับการประเมินความต้องการและปัญหาสุขภาพอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และเหมาะสม 76 การ วินิจฉัยโรค การวินิจฉัยโรค ส่วนใหญ่เป็นไป ตามอาการ สำคัญที่นำผู้ป่วย มา รพ. การ วินิจฉัยโรค ครอบคลุม ปัญหาทาง ร่างกายที่ สำคัญทุก ระบบ การ วินิจฉัยโรค ครอบคลุม ปัญหาของ ผู้ป่วยอย่าง ครบถ้วน, มีการบันทึก ในเวลาที่ กำหนด, มี บันทึกการ เปลี่ยนแปลง การ วินิจฉัยโรค เมื่อมีข้อมูล เพิ่มเติม มีความโดด เด่น เช่น มีข้อมูล สนับสนุนการ วินิจฉัยโรค ชัดเจน, มีความ สอดคล้อง ในการ วินิจฉัยโรค ของวิชาชีพ ต่างๆ, มีการ ใช้ CPG เพื่อ ปรับปรุงการ วินิจฉัยโรค, มีการ วินิจฉัยโรค เพื่อการสร้าง เสริมสุขภาพ มีการทบทวน ความ เหมาะสมและ ครบถ้วนใน การ วินิจฉัยโรค พร้อมทั้ง นำมา ปรับปรุง อย่างเป็น ระบบ

84 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-3 การวางแผน (PLN) 3.1 การวางแผนการดูแลผู้ป่วย (PLN.1) ทีมผู้ให้บริการจัดทำแผนการดูแลผู้ป่วยที่มีการประสานกันอย่างดีและมีเป้าหมายที่ชัดเจน สอดคล้องกับปัญหา / ความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย 77 การ วางแผนการ ดูแลผู้ป่วย มีแผนการดูแลที่ แฝงอยู่ในคำสั่ง การรักษาหรือ บันทึกต่างๆ มีแผนการดูแล ผู้ป่วยที่ชัดเจน เริ่มมีเป้าหมาย ของแต่ละ วิชาชีพ มีแผนการ ดูแลที่ เหมาะสมกับ ปัญหาของ ผู้ป่วย โดย การประสาน งานหรือ วางแผน ร่วมกัน ระหว่าง วิชาชีพ มี เป้าหมายการ ดูแลร่วมกันที่ ชัดเจน, มีการ ใช้ข้อมูล วิชาการใน กลุ่มโรค สำคัญ มีความโดด เด่น เช่น แผน ครอบคลุมเป็น องค์รวม, ผู้ป่วยและ ครอบครัวมี ส่วนร่วมใน การวางแผน และกำหนด เป้าหมาย, การวางแผนมี พื้นฐานข้อมูล วิชาการเป็น ส่วนใหญ่ มีการประเมิน และปรับปรุง กระบวนการ วางแผนการ ดูแลผู้ป่วย อย่างเป็น ระบบ ทำให้ แผนมีความ ถูกต้อง สมบูรณ์ และ ผลลัพธ์การ ดูแลผู้ป่วย เป็นไปตาม เป้าหมายใน แผน

85 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-3 การวางแผน (PLN) (ต่อ) 3.2 การวางแผนจำหน่าย (PLN.2) มีการวางแผนจำหน่ายผู้ป่วยเพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดูแลตนเอง และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม กับสภาพปัญหาและความต้องการ หลังจากจำหน่ายจากโรงพยาบาล 78 การ วางแผน จำหน่าย การวางแผน จำหน่ายทำได้ ดีในกลุ่มที่มี การจัดทำ แนวทางไว้แล้ว เช่น CareMap มีการระบุ ปัญหา/ความ ต้องการที่จะ เกิดขึ้นหลัง จำหน่ายอย่าง ชัดเจน, มีการ เตรียมความ พร้อมเพื่อให้ ผู้ป่วยและ ครอบครัว สามารถ จัดการกับ ปัญหา/ความ ต้องการ ดังกล่าว มีความโดด เด่น เช่น คำนึงถึงมิติ ต่างๆ อย่าง รอบด้าน, ทีมสหสาขา วิชาชีพร่วมกัน วางแผน, ผู้ป่วยและ ครอบครัวมี ส่วนร่วม มีการประเมิน และปรับ ปรุง กระบวนการ วาง แผน จำหน่าย อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้ผู้ป่วย ได้รับการ ดูแลและช่วย ตนเองได้ รวมถึงการ ประสานให้ ชุมชนมีส่วน ร่วมในการ ดูแลผู้ป่วยที่ ด้อยโอกาส หรือขาด ผู้ดูแล

86 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) 4.1 การดูแลทั่วไป (PCD.1) ทีมผู้ให้บริการสร้างความมั่นใจว่าจะให้การดูแลอย่างทันท่วงที ปลอดภัย เหมาะสม ตาม มาตรฐานวิชาชีพ 79 การดูแล ทั่วไป มีการจัดทำ แนวทางปฏิบัติ ซึ่งเป็นที่ยอมรับ ได้สำหรับ กระบวนการดูแล ที่สำคัญ รวมทั้ง การกำหนดความ รับผิดชอบของ บุคลากรระดับ ต่างๆ มีการติดตาม เพื่อให้มั่นใจว่า การดูแลต่างๆ เป็นไปตาม แนวทางที่ กำหนดไว้, มี การสื่อสาร แลกเปลี่ยน ข้อมูลและ ประสานการ ดูแลผู้ป่วยที่ดี ผู้ป่วยได้รับ การดูแลอย่าง ทันท่วงที ปลอดภัย เหมาะสม ตาม มาตรฐาน วิชาชีพและ แผนการดูแล ที่จัดทำไว้ มีความโดด เด่น เช่น ผู้ป่วยได้รับ การดูแลอย่าง เป็นองค์รวม, ผู้ป่วยและ ครอบครัวมี ส่วนร่วมใน การ กำหนดการ ดูแล และ แก้ไขปัญหา มีการประเมิน และปรับปรุง กระบวนการ ดูแลผู้ป่วย อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้ผู้ป่วย ได้รับการ ดูแลที่เกิน ความ คาดหวัง

87 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.2 การดูแลผู้ป่วยและการให้บริการที่มีความเสี่ยงสูง (PCD.2) ทีมผู้ให้บริการสร้างความมั่นใจว่าจะให้การดูแลผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูงและให้บริการที่มีความ เสี่ยงสูงอย่างทันท่วงที ปลอดภัย เหมาะสม ตามมาตรฐานวิชาชีพ 80 การดูแล และบริการที่มี ความเสี่ยงสูง มีการระบุผู้ป่วยที่ มีความเสี่ยงสูง และบริการที่มี ความเสี่ยงสูง ของ รพ. และ จัดทำแนว ทางการดูแลที่ จำเป็นสำหรับ ผู้ป่วยดังกล่าว มีการดูแลตาม แนวทางที่ กำหนดไว้, ผู้ป่วยได้รับ การส่งต่อใน เวลาที่ เหมาะสม, มี ความพร้อมใน ด้านเครื่องมือ อุปกรณ์ และ บุคลากรที่ ได้รับการ ฝึกอบรม การทำ หัตถการที่มี ความเสี่ยง กระทำใน สิ่งแวดล้อมที่ มีความพร้อม (สถานที่ คน เครื่องมือ), มี การเฝ้าระวัง การ เปลี่ยนแปลง อย่าง เหมาะสมกับ ความรุนแรง ของการ เจ็บป่วย มีความโดดเด่น เช่น มีระบบงาน ที่ดีและการ ประสานงานทีดี กับองค์กรอื่น ทั้งในด้านการ ขอปรึกษาและ การส่งต่อ, มี ระบบที่ดีในการ ตอบสนองเมื่อ ผู้ป่วยมีอาการ ทรุดลง (ตามแนวทาง ใน SIMPLE) มีการ ประเมินและ ปรับปรุงการ ดูแลที่มี ความเสี่ยง สูงอย่างเป็น ระบบ ทำให้ ผลลัพธ์การ เกิด เหตุการณ์ไม่ พึงประสงค์ และภาวะ แทรก ซ้อนอยู่ใน ระดับที่ต่ำ มาก

88 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.3 การดูแลเฉพาะ (PCD.3) ทีมผู้ให้บริการสร้างความมั่นใจว่าจะให้การดูแลในบริการเฉพาะที่สำคัญ อย่างทันท่วงที ปลอดภัย เหมาะสม ตามมาตรฐานวิชาชีพ 81 การระงับ ความรู้สึก มีเครื่องมือ พื้นฐานที่สามารถ ให้บริการระงับ ความรู้สึกได้, บุคลากรได้รับ การฝึกอบรม/ ฟื้นฟูทักษะ เพียงพอ ผู้ป่วยได้รับ การเตรียม ความพร้อม, มีการประเมิน และวางแผน เพื่อให้การ ระงับความรู้สึก อย่างปลอดภัย โดยผู้ป่วยมี ส่วนร่วมในการ เลือกวิธีให้ยา ระงับความรู้สึก การทบทวน กระบวนการ ระงับ ความรู้สึก เป็นไปอย่าง ราบรื่นและ ปลอดภัยตาม มาตรฐาน วิชาชีพ โดยบุคคล ที่เหมาะสม มีการ ตอบสนองต่อ ภาวะฉุกเฉิน อย่าง ทันท่วงที มีความโดดเด่น เช่น ระบบ ติดตามภาวะไม่ พึงประสงค์, ความ สามารถ ในการดูแลผู้ ป่วยซับซ้อน หรือรุนแรงได้ อย่างปลอดภัย, ระบบการดูแล deep sedation ทั่วทั้งองค์กร นวัตกรรม มีการประเมิน และปรับปรุง บริการระงับ ความรู้สึก อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้ ASA mortality rate ดีกว่า ค่าเฉลี่ย

89 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.3 การดูแลเฉพาะ (PCD.3) 82 การผ่าตัด สถานที่ เครื่องมือ ระบบงานและ บุคลากร เอื้อต่อ การผ่าตัดที่ จำเป็นตามบริบท ของ รพ. สถานที่ เครื่องมือ ระบบงาน และ บุคลากร เอื้อ ต่อการผ่าตัด อย่างปลอดภัย,ผู้ป่วยได้รับ การเตรียม ความพร้อม, มีการประเมิน และวางแผน อย่างเหมาะสม กระบวนการ ผ่าตัดเป็นไป อย่างราบรื่น และปลอดภัย, มีการใช้ surgical checklist เพื่อความ ปลอดภัยใน การผ่าตัด ผู้ป่วย มีความโดดเด่น เช่น ระบบ ติดตามภาวะไม่ พึงประสงค์, ความ สามารถ ในการดูแล ผู้ป่วยซับซ้อน หรือรุนแรงได้ อย่างปลอดภัย มีการประเมิน และปรับปรุง บริการผ่าตัด อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็นผู้นำ ในการ ให้บริการ ด้านนี้

90 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.3 การดูแลเฉพาะ (PCD.3) 83 อาหารและ โภชนบำบัด ผู้ป่วยต้อง รับผิดชอบเรื่อง อาหารด้วย ตนเอง ผู้ป่วยได้รับ อาหารที่ เหมาะสม เพียงพอกับ ความต้องการ พื้นฐาน, การ ผลิตอาหาร เป็นไปตาม หลักสุขาภิบาล อาหาร ป้องกัน ความเสี่ยงจาก การปนเปื้อน การเน่าเสียและ การแพร่กระจาย ของเชื้อโรค มีบริการ อาหารเฉพาะ โรค, มีการ ประเมินภาวะ โภชนาการ และ ให้บริการ โภชนบำบัด ที่เพียงพอ และปลอดภัย เมื่อมีข้อบ่งชี้ มีความโดดเด่น เช่น มีการคัด กรองปัญหา โภชนาการใน ผู้ป่วยทุกราย, ให้ความรู้ ทางด้าน วิชาการอาหาร โภชนาการและ โภชนบำบัดแก่ ผู้ป่วยและ ครอบครัว เพื่อให้มี พฤติกรรมที่พึง ประสงค์ มีการประเมิน และปรับปรุง บริการ อาหารและ โภชนบำบัด อย่างเป็น ระบบผลลัพธ์ การใช้ โภชนบำบัด ในการดูแล อยู่ในระดับดี มาก

91 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.3 การดูแลเฉพาะ (PCD.3) 84 การดูแล ผู้ป่วยระยะ สุดท้าย มีแนวทาง สำหรับการดูแล ผู้ป่วยระยะ สุดท้าย การ จัดการเมื่อ ผู้ป่วยเสียชีวิต บุคลากรได้รับ การฝึกอบรม มีความตระหนัก ในความต้องการ ของผู้ป่วย และ นำแนวทาง ไปปฏิบัติ ผู้ป่วยระยะ สุดท้ายและ ครอบครัว ได้รับการ ตอบสนอง ความต้อง การด้าน ต่างๆ อย่าง รอบด้าน (ดู SPA) มีความโดดเด่น เช่นผู้ป่วยระยะ สุดท้ายได้รับ การดูแลอย่าง สมศ้กดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์,ผู้ป่วยเข้าถึง palliative care & pain management มีการประเมิน และปรับปรุง การดูแล ผู้ป่วยระยะ สุดท้ายอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้านนี้

92 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.3 การดูแลเฉพาะ (PCD.3) 85 การบำบัด อาการ เจ็บปวด มีแนวทางใน การประเมินและ บำบัดอาการ เจ็บปวด เริ่มทดลอง ระบบการ ประเมินและ บำบัดอาการ เจ็บปวดในบาง หน่วยงาน มีระบบการ ประเมินและ บำบัดอาการ เจ็บปวด ครอบคลุมทุก หน่วยงาน มีความโดด เด่น เช่น ผู้ป่วยมีส่วน ร่วมในการ ควบคุมการ บำบัด, มี บริการให้แก่ ผู้ป่วยที่อยู่ นอก รพ. มีการประเมิน และปรับปรุง การบำบัด อาการ เจ็บปวดอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ องค์กรเป็น ผู้นำในด้านนี้

93 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.3 การดูแลเฉพาะ (PCD.3) 86 การฟื้นฟู สภาพ มีการให้บริการ ฟื้นฟูสภาพ พื้นฐานตาม บริบทของ รพ. มีการประเมิน และวางแผน การฟื้นฟูสภาพ อย่างเหมาะสม มีการสื่อสาร เป้าหมายและ แผนระหว่างทีม ผู้ป่วยได้รับ การฟื้นฟู สภาพอย่าง เหมาะสมกับ สภาวะของ ผู้ป่วย, ผู้ป่วย และญาติมี ส่วนร่วมใน การวางแผน, มีการวัดผลใน เวลาที่ เหมาะสม มีความ โดดเด่น เช่น การดูแลอย่าง เป็นองค์รวม ครบทุกมิติ, การเสริมพลัง ให้ผู้ป่วย ตระหนักใน คุณค่าของตน, การติดตามผล หลังสิ้นสุด โปรแกรม, ครอบครัวมี ส่วนร่วม, ความร่วมมือ กับเครือข่าย และชุมชน มีการประเมิน และปรับปรุง บริการฟื้นฟู สภาพอย่าง เป็นระบบ ส่งผลให้ ผู้ป่วยมี คุณภาพชีวิต ที่ดี และ องค์กรเป็น ผู้นำในด้านนี้

94 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-4 การดูแลผู้ป่วย (PCD) (ต่อ) 4.3 การดูแลเฉพาะ (PCD.3) 87 การดูแล ผู้ป่วยไตวาย ระยะสุดท้าย มีทรัพยากรและ บุคลากรที่ได้รับ การฝึกอบรม เพื่อให้การดูแล ผู้ป่วยไตวาย ระยะสุดท้าย แบบที่มีการ ดำเนินการอยู่ ผู้ป่วยได้รับ การเตรียม ความพร้อม, มีการ ดำเนินการ ตามมาตรฐาน เพื่อให้ได้รับ การดูแลรักษา อย่างปลอดภัย ในกรณีของ การรักษาโดย การฟอกเลือด ด้วยเครื่องไต เทียมต้อง ผ่านการตรวจ รับรองของ สมาคมโรค ไตฯ, มีการ monitor ผล การดูแล ผู้ป่วยและ ระบบงาน อย่าง เหมาะสม มีความโดด เด่น เช่น มี บริการที่ หลากหลาย ตามปัญหาและ ความพร้อม ของผู้ป่วย, การ monitor ผู้ป่วยทุก parameter มีการประเมิน และปรับปรุง การดูแล ผู้ป่วยไตวาย ระยะสุดท้าย อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้ผู้ป่วยมี คุณภาพชีวิต ที่ดี และ องค์กรเป็น ผู้นำในด้านนี้

95 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-5 การให้ข้อมูลและเสริมพลังแก่ผู้ป่วย/ครอบครัว (IMP) ทีมผู้ให้บริการให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาวะสุขภาพแก่ผู้ป่วย / ครอบครัว และกิจกรรมที่วางแผนไว้ เพื่อเสริมพลังผู้ป่วย / ครอบครัวให้มีความสามารถและรับผิดชอบในการดูแลสุขภาพของ ตนเอง รวมทั้งเชื่อมโยงการสร้างเสริมสุขภาพเข้าในทุกขั้นตอนของการดูแล 88 การให้ ข้อมูลและ เสริมพลัง ผู้ป่วยได้รับ ข้อมูลพื้นฐาน เกี่ยวกับการ เจ็บป่วย ของตน มีการประเมิน ความต้องการ และวางแผน กิจกรรมการ เรียนรู้สำหรับ ผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ป่วยและ ครอบครัวมี ส่วนร่วมในการ กำหนด แผนการดูแล ตนเอง, ได้รับ ข้อมูลและการ พัฒนาทักษะที่ จำเป็นในการ ดูแลตนเอง มีความ โดดเด่น เช่น นวัตกรรมใน การจัด กิจกรรมเสริม ทักษะ, การ ให้ความ ช่วยเหลือด้าน จิตใจ, เชื่อมโยงการ สร้างเสริม สุขภาพเข้าใน ทุกขั้นตอน ของการดูแล มีการประเมิน และปรับปรุง การให้ข้อมูล และเสริมพลัง อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้ผู้ป่วย ประสบ ความสำเร็จ ในการดูแล ตนเองและมี ส่วนในการ ช่วยเหลือ แนะนำผู้อื่น

96 ตอนที่ III กระบวนการดูแลผู้ป่วย III-6 การดูแลต่อเนื่อง (COC) ทีมผู้ให้บริการสร้างความร่วมมือและประสานงานเพื่อให้มีการติดตามและดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องที่ ให้ผลดี 89 การดูแล ต่อเนื่อง มีระบบนัด หมายผู้ป่วย กลับมารับการ รักษาต่อเนื่อง และมีระบบ ติดตาม มีระบบ ช่วยเหลือเมื่อ ผู้ป่วยมีปัญหา ก่อนวัน นัดหมาย หรือ ระบบช่วยเหลือ โดยที่ผู้ป่วยไม่ ต้องมา รพ., มีการกำหนด กลุ่มผู้ป่วย สำคัญที่ต้อง ดูแลต่อเนื่อง มีการประสาน ข้อมูลกับ หน่วยบริการ ในพื้นที่ ทีม เยี่ยมบ้าน/ทีม เชิงรุก และ แผนกผู้ป่วย นอก เพื่อการ ดูแลต่อเนื่องที่ มีประสิทธิภาพ มีความโดด เด่น เช่นนำ ข้อมูลปัญหา การดูแล ต่อเนื่องมา วิเคราะห์และ ปรับปรุงอย่าง เป็นระบบ, มี ระบบสะท้อน ข้อมูลแก่ หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง, การสร้างความ ร่วมมือและ พัฒนาศักยภาพ ให้หน่วยงาน ต่างๆ มีการประเมิน และปรับปรุง การดูแล ต่อเนื่อง อย่างเป็น ระบบ ส่งผล ให้องค์กร เป็นผู้นำใน ด้านนี้ มีการ ดูแลใน ลักษณะ seamless

97 97

98 แนวทางการทบทวน ประเมิน เพื่อการพัฒนาต่อยอด DHS – PCA การประเมินคุณภาพของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ หรือ คปสอ. หรือ CUP ก่อนหน้านี้มีรูปแบบการประเมินที่เป็นเกณฑ์ มาตรฐานต่างๆ มากมาย ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบ Check List ว่า มี/ไม่มี, ทำ/ไม่ทำ, ตัวชี้วัดผ่าน/ไม่ผ่านเกณฑ์ โดยมักไม่มองว่า เพราะอะไรจึงเกิด ปรากฏการณ์ของการ มี/ไม่มี, ทำ/ไม่ทำ, ตัวชี้วัดผ่าน/ไม่ผ่าน เกณฑ์

99 เพราะอะไรจึงควรที่จะมีการมองให้ลึกลงไปกว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ของการ มี/ไม่มี, ทำ/ไม่ทำ, ตัวชี้วัดผ่าน/ไม่ผ่านเกณฑ์ หลายครั้งเมื่อพบว่า เครือข่ายบริการปฐมภูมิหนึ่ง ไม่มี, ไม่ทำ และไม่ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัด การมองให้ลึก ลงไปว่า อะไรทำให้เกิดปรากฎการณ์เช่นนี้ จะทาให้เกิดความเข้าใจสถานการณ์ที่ แท้จริงที่พื้นที่กำลังเผชิญอยู่ อาจนำมาสู่การพูดคุยหาทางออกร่วมกันระหว่าง พื้นที่และผู้ประเมินหรือผู้เยี่ยมสำรวจก็เป็นได้ การมองให้ลึกไปกว่าสิ่งที่ผู้ประเมิน หรือผู้เยี่ยมสำรวจเห็น อาจนำมาซึ่งการรับรู้ที่นำไปสู่ความเข้าใจในความเป็น ตัวตนและสถานการณ์ของพื้นที่นั้นๆ อย่างแท้จริง ท่าทีที่แสดงถึงการรับรู้และเข้า ใจความเป็นตัวตนที่แท้จริงของพื้นที่นั้นๆ ว่า มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของ แต่ละพื้นที่ในสถานการณ์ที่เขาติดขัด อัตคัด ลำบาก เป็นกระบวนการหนึ่งในการ ประเมินตามแนวทางของ DHS – PCA เพราะก่อนที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะไป ดูแลประชาชน เจ้าหน้าที่เหล่านั้นควรจะได้รับการดูแลก่อน การเข้าใจและรับรู้สิ่ง ที่เขาดารงอยู่ เป็นกระบวนการหนึ่งที่เรียกว่า การดูแลกันและกัน (Caring) ที่ ไม่ใช่การตัดสินว่า ไม่มี, ไม่ทำ และไม่ผ่านเกณฑ์

100 ส่วนในสถานการณ์ที่เครือข่ายบริการปฐมภูมินั้นๆ สามารถดำเนินการขับเคลื่อน งานต่างๆ ได้ จนมี, ทำ และผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดต่างๆ นั้น การมองให้ลึกไปกว่าปรากฏการณ์ ที่เป็นอยู่ยังคงสำคัญเช่นกัน ว่าเขาลำบากอย่างไร ต้องใช้ความพยายามอย่างไร เขาผ่าน อะไรมาบ้างจนมาเป็นเขาในทุกวันนี้ การมองและให้ความสำคัญกับที่มาที่ไปเป็น กระบวนการหนึ่งที่สำคัญของการให้คุณค่า (Appreciation) กับความพยายาม ความ ลำบาก ความสามารถที่ทำให้เกิดปรากฎการณ์ของการมี, ทำ และผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดต่างๆ กล่าวโดยสรุป แนวทางการทบทวน DHS – PCA นี้ เน้นแนวทางการเยี่ยมสำรวจด้วย กระบวนการดูแล (Caring) และ การให้คุณค่า (Appreciation) ในสิ่งที่เครือข่ายบริการ ปฐมภูมินั้นๆ เป็นอยู่ ไม่ใช่การตัดสิน หรือเพียงแค่ชื่นชมโดยปราศจากการให้คุณค่า เหล่านี้ คือ เจตจำนงที่แท้จริงของการทบทวนหรือเยี่ยมสำรวจตามแนวทางของ DHS – PCA คณะผู้ทบทวนหรือผู้เยี่ยมสำรวจมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าให้พื้นที่เครือข่าย บริการปฐมภูมิทุกพื้นที่วางใจ และสบายใจ ไม่ต้องเปลี่ยนวิถีและความเป็นตัวตนที่เป็นอยู่ เพื่อตอบโจทย์ของผู้ทบทวนหรือผู้เยี่ยมสำรวจ ขอให้พื้นที่ภูมิใจในสิ่งที่เป็นตัวเรา และ ขอให้ผู้ทบทวนและผู้เยี่ยมสำรวจได้เห็น และรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเครือข่ายบริการปฐม ภูมิ ด้วยการนำเสนอข้อมูลและสถานการณ์จริงของพื้นที่อย่างเต็มภาคภูมิ

101 1 มีแนวทางที่ชัดเจน และ/หรือ เริ่มดำเนินการ (แนวทาง ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ วัตถุประสงค์เป็นอย่างไร, แผนขั้นตอนเป็นอย่างไร และตัววัด เป้าหมาย วิธีการติดตามประเมินผลเป็นอย่างไร) 2 มีการขยายการดำเนินการเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ครอบคลุม 3 ดำเนินการอย่างเป็นระบบ และ/หรือ มีการทบทวน ประเมินและปรับปรุงกระบวนการที่สำคัญ และ/หรือ มีการ ดำเนินการครอบคลุม (ระบบ หมายถึง สามารถทำซ้าได้ มีขั้นตอนชัดเจน) (การดำเนินการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ทาได้ครอบคลุมทุกขั้นตอนตามแผนหรือไม่อย่างไร, คนที่ ได้รับมอบหมายทำหน้าที่ทุกคนหรือไม่อย่างไร และคนที่ทำทำอย่างมุ่งมั่นหรือไม่อย่างไร) 4 มีการทบทวน ประเมินผลและปรับปรุงโดยใช้ข้อมูลจริงและมีการเรียนรู้เพื่อปรับพัฒนาให้ดีขึ้น (การเรียนรู้ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ผลลัพธ์ตรงเป้าหรือไม่อย่างไร, มีการแลกเปลี่ยนบทเรียนที่ได้รับ หรือไม่อย่างไร และมีการนำบทเรียนไปปรับปรุงหรือไม่อย่างไร) 5 มีการบูรณาการการพัฒนาใหม่เข้าสู่ระบบงานหลักขององค์กร เริ่มเห็นผลการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น และตอบสนองต่อ เป้าหมาย/พันธกิจองค์กร (การบูรณาการ ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ ได้แก่ ความสอดคล้องของเป้า แผน ปฏิบัติ วัด ปรับ, ความ สอดคล้องกับกระบวนการอื่นที่เกี่ยวข้อง และความสอดคล้องกับเป้าหมายของเครือข่ายบริการปฐมภูมิ) เกณฑ์การให้คะแนนตามแนวทาง U-CARE

102

103 UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบ และ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญ และนิยามปฏิบัติการ Unity Team มีแนวทางที่ จะทำงาน ร่วมกันและ ดำเนินงาน ตามหน้าที่ ในส่วนที่ รับผิดชอบ มีการทางาน ร่วมกันเป็นทีม ในบาง ประเด็น และ/หรือ มี ภาคีภาคส่วน ร่วมด้วย cross functional เป็น team ระหว่างฝ่าย คิด วางแผนและดา เนินการร่วมกัน โดยมีภาคีภาค ส่วนร่วมด้วย บางส่วน fully integrate เป็นโครงข่าย ทีมเดียวกัน ทั้ง แนวตั้งและ แนวราบ โดยมีภาคีภาค ส่วนร่วมด้วย ชุมชน ภาคีภาค ส่วนต่างๆ ร่วม เป็นทีมกับ เครือข่าย สุขภาพใน ทุกประเด็น สุขภาพสำคัญ ทีมสุขภาพ (Health Team) หมายถึง ทีม ภายในหน่วยงาน เดียวกัน (ทีมรพ. กับรพ., ทีมรพ.สต. กับทีม รพ.สต., ทีม ระหว่าง หน่วยงาน (ทีม รพ.กับทีมรพ. สต.), ทีมแนวตั้ง และทีมแนวราบ และ/หรือ ทีมข้าม สายงาน (ภาคี ภาคส่วนต่างๆ แนวทางการทบทวน ประเมินเพื่อพัฒนาต่อยอด DHS-PCA

104 UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบ และ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญ และนิยามปฏิบัติการ Customer Focus มีช่องทางใน การรับรู้และ เข้าใจความ ต้องการของ ประชาชนและ ผู้รับบริการ เป็นแบบ reactive มีช่องทางใน การรับรู้และเข้า ใจความ ต้องการ ของ ประชาชนและ ผู้รับบริการที่ หลากหลาย อย่างน้อยใน กลุ่มที่มี ปัญหาสูง มีช่องทางการ รับรู้และเข้า ใจความ ต้องการของ ประชาชนและ ผู้รับบริการ แต่ ละกลุ่ม ครอบคลุม ประชากรส่วน ใหญ่ และ นำมาแก้ไข ปรับปรุง ระบบงาน มีการเรียนรู้และ พัฒนาช่อง ทางการรับรู้ ความต้องการ ของประชาชน แต่ละกลุ่ม ให้ สอดคล้อง และ มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ความต้องการ ของประชาชน และผู้รับบริการ ถูกนำมาบูรณา การกับ ระบบงาน ต่างๆ จนทำให้ ประชาชน เชื่อมั่น ศรัทธา ผูกพัน และมีส่วนร่วมกับ เครือข่ายบริการ ปฐมภูมิ ความต้องการของ ประชาชนและ ผู้รับบริการ (Health Need ) หมายถึง ประเด็น ปัญหาหรือประเด็น พัฒนา ที่ประชาชน และผู้รับบริการ จำเป็นต้องได้รับ โดย หมายรวมทั้งในส่วน ของ felt need (เช่น การรักษาฟื้นฟู) และ unfelt need (เช่น บริการส่งเสริม ป้องกัน) แนวทางการทบทวน ประเมินเพื่อพัฒนาต่อยอด DHS-PCA (ต่อ)

105 UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่ม ดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบ และ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญ และนิยาม ปฏิบัติการ Community Participation มีแนวทาง หรือเริ่มให้ ชุมชน และ ภาคี เครือข่ายมี ส่วนร่วมใน การ ดำเนินงาน ด้านสุขภาพ ดำเนินการให้ ชุมชน และ ภาคี เครือข่าย ร่วมรับรู้ ร่วมดำเนิน การด้าน สุขภาพ ใน งานที่ หลากหลาย และขยาย วงกว้าง เพิ่มขึ้น ชุมชน และภาคี เครือข่ายมีส่วน ร่วมคิด ร่วม ดำเนินการด้าน สุขภาพอย่างเป็น ระบบกับ เครือข่ายบริการ ปฐมภูมิ และมี การขยายวงได้ ค่อนข้าง ครอบคลุม ชุมชน และภาคี เครือข่ายร่วมคิด ร่วมวางแผน ร่วม ดาเนินการด้าน สุขภาพ และมีการ ทบทวน เรียนรู้ ปรับปรุง กระบวน การ มี ส่วนร่วมให้ เหมาะสมมากขึ้น ชุมชน และภาคี เครือข่ายร่วม ดำเนินการอย่าง ครบวงจร รวมทั้ง การประเมินผล จน ร่วมเป็นเจ้าของการ ดำเนินงาน เครือข่ายบริการ ปฐมภูมิ ระดับของ การมีส่วน ร่วม : ร่วม รับรู้ ร่วมคิด ร่วม ดำเนินการ และร่วม ประเมินผล แนวทางการทบทวนประเมินเพื่อพัฒนาต่อยอด DHS-PCA (ต่อ)

106 UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบ และ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญ และนิยาม ปฏิบัติการ Appreci ation มีแนวทาง หรือวิธีการที่ ชัดเจน หรือ เริ่มดำเนิน การในการ ดูแล พัฒนา และสร้าง ความพึง พอใจของ บุคลากร มีการขยายการ ดำเนินการตาม แนวทางหรือ วิธีการในการ ดูแล พัฒนา และสร้างความ พึงพอใจของ บุคลากรเพิ่มขึ้น ในแต่ละ หน่วยงาน หรือ ในแต่ละระดับ ดำเนินการตาม แนวทางหรือ วิธีการดูแล พัฒนาและ สร้างความพึง พอใจ และ ความผูกพัน engagement ของบุคลากรให้ สอดคล้องกับ ภารกิจที่จำเป็น อย่างเป็นระบบ เครือข่าย สุขภาพมีการ เรียนรู้ ทบทวน กระบวนการดูแล พัฒนา และ สร้างความ ผูกพันของ บุคลากรให้ สอดคล้องกับ บริบท สร้างวัฒนธรรม เครือข่ายให้ บุคลากรมี ความสุข ภูมิใจ รับรู้คุณค่าและ เกิดความผูกพัน ในงานของ เครือข่ายบริการ ปฐมภูมิ ความผูกพัน (engagement) หมายถึง การที่ บุคลากรมีความ กระตือรือร้นในการ ปฏิบัติงานใน หน้าที่ และในงาน ที่ได้รับมอบหมาย ด้วยความมุ่งมั่น เพื่อให้บรรลุพันธ กิจขององค์กร แนวทางการทบทวน ประเมินเพื่อพัฒนาต่อยอด DHS-PCA (ต่อ)

107 UCARE 1 เริ่มมีแนวทาง และ/หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบ และ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญ และนิยาม ปฏิบัติการ Resource Sharing and Human Develop ment มีแนวทาง หรือเริ่มวาง แผนการใช้ ทรัพยากร ร่วมกัน และ พัฒนา บุคลากร ร่วมกัน เพื่อ สนับสนุนการ พัฒนาระบบ สุขภาพชุมชน มีการ ดำเนินการ ร่วมกัน ใน การใช้ ทรัพยากร และพัฒนา บุคลากร ในบาง ประเด็น หรือบาง ระบบ มีการจัดการ ทรัพยากร และ พัฒนาบุคลากร ร่วมกันอย่างเป็น ระบบ และ ครอบคลุม ตาม บริบท และความ จำเป็นของพื้นที่ เพื่อสนับสนุนให้ บรรลุตาม เป้าหมายของ เครือข่ายสุขภาพ มีการทบทวน และปรับปรุงการ จัดการทรัพยากร และพัฒนา บุคลากร ให้ เหมาะสม และมี ประสิทธิภาพ เพิ่มขึ้น มีการจัดการ ทรัพยากรร่วมกัน โดยยึดเป้าหมาย ของเครือข่าย สุขภาพ (ไม่มี กำแพงกั้น) และ มีการใช้ ทรัพยากรจาก ชุมชน ส่งผลให้ เกิดระบบสุขภาพ ชุมชนที่ยั่งยืน Resource หมายถึง คน เงิน ของ ความรู้ รวมทั้งข้อมูล ซึ่ง เป็นปัจจัยนาเข้า (input) ของการ ทำงาน แนวทางการทบทวน ประเมินเพื่อพัฒนาต่อยอด DHS-PCA (ต่อ)

108 UCARE 1 เริ่มมี แนวทาง และ/ หรือ เริ่มดำเนินการ 2 ขยายการ ดำเนินการ 3 ดำเนินการเป็น ระบบ และ/หรือ ครอบคลุม 4 เรียนรู้ 5 บูรณาการ คำสำคัญ และนิยาม ปฏิบัติการ Essential Care มีแนวทาง หรือเริ่ม ดำเนินการ จัดระบบดูแล สุขภาพ พื้นฐานที่ จำเป็นในแต่ ละกลุ่ม ตาม บริบทของ ชุมชน มีการจัดระบบ ดูแลสุขภาพ ตามบริบท และตามความ ต้องการของ ผู้รับบริการ ประชาชน และ ชุมชนบางส่วน โดยเฉพาะ กลุ่มที่มีปัญหา สูง มีการจัดระบบ ดูแลสุขภาพ ตามบริบท ตามความ ต้องการของ ผู้รับบริการ ประชาชนแต่ ละกลุ่ม และ ชุมชน ที่ ครอบคลุม ประชากรส่วน ใหญ่ มีการเรียนรู้ ทบทวน การ จัดระบบดูแล สุขภาพ และ พัฒนาอย่าง ต่อเนื่อง เพื่อให้ เกิดการดูแล สุขภาพที่ เหมาะสม สอดคล้องมาก ขึ้น มีการจัดระบบ ดูแลสุขภาพอย่าง บูรณาการร่วมกับ ประชาชน ชุมชน ภาคีภาคส่วนที่ เกี่ยวข้อง ส่งผล ให้ประชาชนมี สถานะสุขภาพดี Essential Care หมายถึง บริการ ด้านสุขภาพที่ จำเป็นสำหรับ ประชาชน โดย สอดคล้องกับ บริบทของชุมชน และเป็นไปตาม ศักยภาพของ เครือข่ายบริการ ปฐมภูมิ แนวทางการทบทวน ประเมินเพื่อพัฒนาต่อยอด DHS-PCA (ต่อ)


ดาวน์โหลด ppt เรียนรู้มาตรฐานสู่การปฏิบัติ ประเมินตนเอง SCORING GUIDELINE 2011.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google