งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

CHAPTER 1 Feasibility Study (การศึกษาความเป็นไปได้) 5.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "CHAPTER 1 Feasibility Study (การศึกษาความเป็นไปได้) 5."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 CHAPTER 1 Feasibility Study (การศึกษาความเป็นไปได้) 5

2 โครงการ (Project) คือกิจกรรม ที่ข้องเกี่ยวกัน(Connection) มี ขั้นตอนยุ่งยาก (Complex) แต่มี เป้าหมายหรือจุดประสงค์เดียวกัน คือ ต้องการให้โครงการเสร็จ สมบูรณ์ทั้งในส่วนของเวลา งบประมาณ ทรัพยากร ดังนั้น ความสมบูรณ์ของโครงการ (Project Management)

3 Aj.Wichan Hongbin3 ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) กำหนดว่าปัญหาคืออะไร และ ตัดสินใจว่าจะพัฒนาสร้างระบบ สารสนเทศใหม่ หรือแก้ไขระบบ สารสนเทศเดิมมีความเป็นไปได้หรือไม่ โดยเสียค่าใช้จ่ายและเวลาน้อยสุด

4 Aj.Wichan Hongbin4 1. ความเป็นไปได้ทางด้านเทคนิค (Technical Feasibility) 2. ความเป็นไปได้ทางด้านเศรษฐศาสตร์ (Economical Feasibility) 3. ความเป็นไปได้ทางด้านการปฏิบัติงาน (Operational Feasibility) จำเป็นต้องจัดหาอุปกรณ์ใหม่หรือไม่ อุปกรณ์ที่จัดหามาสามารถรองรับเทคโนโลยีใน อนาคตได้หรือไม่ ฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์เข้ากันได้หรือไม่ ทีมงานมีความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีที่ มีอยู่มาใช้งานได้หรือไม่ ประเมินจาก 4 ด้าน ต้นทุนการพัฒนาระบบ เช่น Hardware, Software, ทีมงาน, ลิขสิทธิ์ ต้นทุนการปฏิบัติงาน เช่น เงินเดือนผู้ปฏิบัติงาน ผลตอบแทนที่สามารถประเมินค่าได้ เช่น ยอดขายที่ เพิ่มขึ้น, ลดต้นทุน ผลตอบแทนที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ เช่น ความพึง พอใจของลูกค้า, การบริการที่ดี สามารถนำเสนอสารสนเทศได้ถูกต้อง ระบบตรงตามความต้องการของผู้ใช้ ระยะเวลาในการพัฒนาใหม่ยาวนานเท่าไร มีผลกระทบต่อขั้นตอนการปฏิบัติงานหรือไม่ ต้องปลดพนักงานหรือไม่ จะมีผลกระทบอะไรกับ พนักงานที่ถูกปลด มีความเสี่ยงต่อภาพพจน์ของบริษัทด้านใดบ้าง ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study)

5 Aj.Wichan Hongbin5 ต้นทุนการพัฒนาระบบ (Development Costs) ค่าแรงงาน เช่น ค่าวิเคราะห์และออกแบบ, ค่าเขียน โปรแกรม, ค่าออกแบบเว็บ ค่าที่ปรึกษาภายนอก ค่าฝึกอบรมทีมพัฒนา ค่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ค่าติดตั้งระบบ ค่าแปลงข้อมูล ค่าพื้นที่สำนักงานและอุปกรณ์สำนักงาน ค่าแรงงาน เช่น ค่าวิเคราะห์และออกแบบ, ค่าเขียน โปรแกรม, ค่าออกแบบเว็บ ค่าที่ปรึกษาภายนอก ค่าฝึกอบรมทีมพัฒนา ค่าฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ค่าติดตั้งระบบ ค่าแปลงข้อมูล ค่าพื้นที่สำนักงานและอุปกรณ์สำนักงาน

6 Aj.Wichan Hongbin6 ต้นทุนการปฏิบัติงาน (Operational Costs) ค่าอัปเกรดซอฟต์แวร์ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ค่าอัปเกรดฮาร์แวร์ ค่าแรงงานทีมปฏิบัติการ เช่น ค่าเว็บมาสเตอร์, ค่าช่าง เทคนิคเครือข่าย ค่าระบบการสื่อสาร ค่าฝึกอบรมของผู้ใช้งาน ค่าอัปเกรดซอฟต์แวร์ ค่าลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์ ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ค่าอัปเกรดฮาร์แวร์ ค่าแรงงานทีมปฏิบัติการ เช่น ค่าเว็บมาสเตอร์, ค่าช่าง เทคนิคเครือข่าย ค่าระบบการสื่อสาร ค่าฝึกอบรมของผู้ใช้งาน

7 ศึกษาความเป็นไปได้ (Feasibility Study) ตัวอย่าง cost-benefit ในการพัฒนาระบบภายใน 4 ปี ค่าใช้จ่ายปีเริ่มต้นปีที่ 1ปีที่ 2ปีที่ 3ปีที่ 4 ในการพัฒนา ระบบ 150, เมื่อปฏิบัติงาน-40,00042,00050,00065,000 รวมค่าใช้จ่าย150,000190,000232,000282,000347,000 ผลประโยชน์-60,00080,000120,000150,000 ผลประโยชน์ ตั้งแต่ต้น -60,000140,000260,000410,000

8 Aj.Wichan Hongbin8 การบริหารโครงการ หมายถึง การรู้จัดการวางแผน และควบคุม โครงการให้โครงการนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ โครงการ และเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล หมายถึง การรู้จัดการวางแผน และควบคุม โครงการให้โครงการนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ โครงการ และเป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดอย่างมี ประสิทธิภาพและประสิทธิผล

9 Aj.Wichan Hongbin9 สาเหตุสำคัญที่ส่งผล ต่อความล้มเหลวในโครงการซอฟต์แวร์  ขาดการศึกษาความเป็นไปได้ที่ดีพอ  ความต้องการที่รวบรวมมา ไม่ชัดเจนหรือไม่สมบูรณ์  ขาดการประสานงานที่ดีระหว่าง ผู้ใช้กับ SA  ขาดการควบคุมที่ดี  ผู้ใช้ไม่ยอมรับในระบบ  ระบบทำงานผิดพลาดบ่อยครั้ง  ความไม่ชำนาญงานของนักวิเคราะห์ระบบ  นโยบายของผู้บริหารไม่ชัดเจน  ขาดการศึกษาความเป็นไปได้ที่ดีพอ  ความต้องการที่รวบรวมมา ไม่ชัดเจนหรือไม่สมบูรณ์  ขาดการประสานงานที่ดีระหว่าง ผู้ใช้กับ SA  ขาดการควบคุมที่ดี  ผู้ใช้ไม่ยอมรับในระบบ  ระบบทำงานผิดพลาดบ่อยครั้ง  ความไม่ชำนาญงานของนักวิเคราะห์ระบบ  นโยบายของผู้บริหารไม่ชัดเจน

10 Aj.Wichan Hongbin10 ผังแกนท์ (Gantt Chart) หมายถึง แผนภาพที่เขียนแทนงานต่าง ๆ ของ โครงการในรูปกราฟแท่ง โดยใช้แกน Y แทนงาน ต่าง ๆ และแกน X แทนเวลาในการทำงาน แกน Y แกน X ข้อเสียของ Gantt Chart คือ ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของกิจกรรม ต่างๆ และไม่สามารถบอกได้ว่า ถ้ากิจกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เกิดความล่าช้าแล้วจะมี ผลกระทบกับกิจกรรมที่เกิดขึ้น ทีหลังอย่างไร ข้อเสียของ Gantt Chart คือ ไม่สามารถแสดงให้เห็นถึง ความสัมพันธ์ของกิจกรรม ต่างๆ และไม่สามารถบอกได้ว่า ถ้ากิจกรรมที่เกิดขึ้นก่อนหน้า เกิดความล่าช้าแล้วจะมี ผลกระทบกับกิจกรรมที่เกิดขึ้น ทีหลังอย่างไร

11 Aj.Wichan Hongbin11 เครื่องมือสนับสนุนการออกแบบและพัฒนาระบบ

12 Aj.Wichan Hongbin12 ตารางปฏิบัติงาน

13 Aj.Wichan Hongbin13 ตารางปฏิบัติงาน

14 Aj.Wichan Hongbin14 ขั้นตอนการสร้าง Gantt Chart สร้างกราฟกำหนดแกน Y แทนงาน และแกน X แทนระยะเวลา แกน Y เขียนชื่องานเรียงลำดับจากบนลงมาล่าง แกน X เขียนระยะเวลาแบ่งเป็นช่วง ๆ ละเท่า ๆ กัน สร้างกราฟแท่งของแต่ละกิจกรรมตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้ - เลือกกิจกรรมที่เริ่มต้นได้ทันทีมาสร้างก่อน - เลือกกิจกรรมที่สามารถต่อท้ายกิจกรรมอื่นได้เป็นลำดับ ต่อไป - กรณีต้องต่อท้ายกิจกรรมอื่น ตั้งแต่ 2 กิจกรรมเป็นต้นไป ให้ สร้างต่อท้ายกิจกรรมที่เสร็จช้าที่สุด สร้างกราฟกำหนดแกน Y แทนงาน และแกน X แทนระยะเวลา แกน Y เขียนชื่องานเรียงลำดับจากบนลงมาล่าง แกน X เขียนระยะเวลาแบ่งเป็นช่วง ๆ ละเท่า ๆ กัน สร้างกราฟแท่งของแต่ละกิจกรรมตามช่วงระยะเวลาที่กำหนด ดังนี้ - เลือกกิจกรรมที่เริ่มต้นได้ทันทีมาสร้างก่อน - เลือกกิจกรรมที่สามารถต่อท้ายกิจกรรมอื่นได้เป็นลำดับ ต่อไป - กรณีต้องต่อท้ายกิจกรรมอื่น ตั้งแต่ 2 กิจกรรมเป็นต้นไป ให้ สร้างต่อท้ายกิจกรรมที่เสร็จช้าที่สุด

15 Aj.Wichan Hongbin ABCDEABCDE สรุป โครงการใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 15 วัน ตัวอย่าง

16 Aj.Wichan Hongbin ABCDEFGABCDEFG สรุป โครงการใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 16 วัน ตัวอย่าง

17 Aj.Wichan Hongbin17 ข้อที่ 1) ข้อที่ 2) แบบฝึกหัด

18 แผนภูมิ Gantt Chart แผนภูมิ Gantt Chart เป็นแผนภูมิชนิดหนึ่ง ที่มีการใช้งานมาช้านาน เป็นเครื่องมือที่ใช้ใน การวางแผนและกำหนดเวลาในการทำงานของ โครงการ ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน

19 เพิร์ต(PERT) และซีพีเอ็ม(CPM) การบริหารโครงการด้วยการวางแผน ควบคุม โดยใช้เทคนิค เพิร์ตPERT (Program Evaluation and Review Technique ) และซีพีเอ็ม CPM ( Critical Path Method) เป็นการวิเคราะห์ข่ายงานที่ มักนำมาใช้ในการบริหารโครงการ ที่มีจุดเริ่มต้นของ โครงการจนถึงปิดโครงการ มีส่วนงานย่อยต่างๆ ที่มี การกระจายโดยมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน

20 หลักการของ PERT และ CPM หลักการของเพิร์ตPERT และซีพีเอ็ม CPM จะมี พื้นฐานที่คล้ายคลึงกัน เพิร์ตPERT จะเน้นด้านเวลาในการดำเนินโครงการ ซีพีเอ็ม CPM จะเน้นด้านค่าใช้จ่ายของโครงการ ปัจจุบันได้มีการนำมาใช้งานร่วมกัน โดยใช้คำว่า เพิร์ตPERT เพียงคำเดียว อาจหมายถึงการนำเทคนิค ของ CPM มาใช้ร่วมด้วย

21 PERT เน้นเวลาในการดำเนินโครงการ CPM เน้นด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนิน โครงการ สรุป

22 วัตถุประสงค์ของ PERT PERT เป็นแผนงานที่ สามารถแสดงภาพรวม ของโครงการด้วย ข่ายงาน (Network) โดยแสดง กิจกรรม ต่าง ๆ ในโครงการ ลำดับ การทำงาน และ ความสัมพันธ์ระหว่าง กิจกรรมต่าง ๆ โดยมี วัตถุประสงค์ดังนี้

23 1. วางแผนโครงการ ( Project Planning ) โดยจะทำการคำนวณระยะเวลาการทำงาน และแสดงถึงกิจกรรมแต่ละกิจกรรม ว่าควรเริ่ม เมื่อใด เสร็จเมื่อใด และสามารถกำหนดได้ว่า กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมสำคัญ ทำงานล่าช้า ไม่ได้ หรือล่าช้าได้ไม่เกินเท่าใด

24 2. ควบคุมโครงการ ( Project Control ) สามารถควบคุมการทำงานตามแผนที่ได้วางไว้ และควบคุมการทำงานไม่ให้ล่าช้ากว่ากำหนด

25 3. บริหารทรัพยากร ( Resource ) สามารถใช้ทรัพยากร ต่าง ๆ เช่นเงินทุน บุคลากร เครื่องมือ อุปกรณ์ และอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประโยชน์เต็มที่

26 4.บริหารโครงการ ( Project Management ) งาน ที่ดำเนินการอยู่อาจจำเป็นต้องเร่ง เพื่อแล้วเสร็จกว่ากำหนด ก็สามารถทำได้ด้วยการเร่งกิจกรรมใดบ้าง เพื่อให้งานแล้ว เสร็จในระยะเวลาที่เร็วขึ้น

27 Aj.Wichan Hongbin27 แผนภาพเพิร์ธ (Pert Diagram) คือ แผนภาพที่เขียนแทนงาน โดยแต่ละงานต้องเขียน กำกับด้วยโหนด (Node) เริ่มต้นงาน และใช้เส้นลูกศร กำหนดทิศทางการดำเนินงานของโครงการ 10 Node (โหนด)

28 Aj.Wichan Hongbin28 หลักเกณฑ์การสร้าง Pert Diagram 1. สร้าง Node กำหนดจุดเริ่มต้น และกำหนดหมายเลข กำกับ Node ลากเส้นลูกศร และกำหนดจุดสิ้นสุด โดยเริ่มจากกิจกรรม ที่เริ่มต้นได้ทันที่ ที่ไม่ต้องรอกิจกรรมอื่น เหนือเส้นลูกศร ระบุชื่องาน และระยะเวลา คั่นด้วยเครื่องหมาย, A,4

29 Aj.Wichan Hongbin29 3. กรณีมีกิจกรรมที่สามารถเริ่มต้นได้มากกว่า 1 กิจกรรม ให้ใช้จุดเริ่มต้นจุดเดียวกัน 3. กรณีมีกิจกรรมที่สามารถเริ่มต้นได้มากกว่า 1 กิจกรรม ให้ใช้จุดเริ่มต้นจุดเดียวกัน A,4 D,2 4. เลือกกิจกรรมที่สามารถสร้างต่อท้ายกิจกรรมที่ สร้างไว้ก่อนหน้า A,4 D,2 40 C,2

30 Aj.Wichan Hongbin30 5. กรณีมีกิจกรรมที่ต้องต่อท้ายตั้งแต่ 2 กิจกรรมเป็นต้นไป เช่น งาน B เริ่มหลังจากงาน C,A ให้รวมโหนดของกิจกรรม C,A แล้ว ลากเส้นสร้างกิจกรรม B A,4 D,2 40 C,2 50 B, A,4 D,2 40 C,2 50 B,2 60 E,1 70 F,1 งาน F เริ่มหลังจากงาน B,E ให้รวมโหนดของกิจกรรม B,E แล้ว ลากเส้นสร้างกิจกรรม F

31 Aj.Wichan Hongbin A,4 D,2 40 C,2 50 B,2 60 E,1 70 F,1 6. กรณีมีจุดสิ้นสุดมากกว่า 1 จุด ให้เลือกจุดใดจุด หนึ่งเป็นจุดสิ้นสุด ส่วนจุดที่เหลือให้นำมารวมกัน 80 K, A,4 D,2 40 C,2 50 B,2 60 E,1 70 F,1 K,3

32 Aj.Wichan Hongbin32 7. รวมโหนดที่เชื่อมด้วยเส้นปะเป็นโหนดเดียวกัน แล้วเรียงลำดับเลขของโหนดใหม่เพื่อความสวยงาม A,4 D,2 40 C,2 50 B,2 60 E,1 70 F,1 K, A,4 D,2 30 C,2 40 B,2 E,1 50 F,1 K,3

33 Aj.Wichan Hongbin33 10 B, C,2 40 A,5 60 D,8 50 E,5

34 Aj.Wichan Hongbin34 10 B, C,2 40 A,5 60 E,5 50 D,8 10 B, C,2 40 A,5 E,5 50 D,8

35 Aj.Wichan Hongbin35 10 B, C,2 40 A,5 E,5 50 D,8 10 B,3 30 C,2 40 A,5 E,5 50 D,8 เส้นทางที่ 1C - A - D = = 15 วัน เส้นทางที่ 2B - E= 3 + 5= 8 วัน เส้นทางที่ 3B - D= 3 + 8= 11 วัน เส้นทางที่ 4 C-A-E = = 12 วัน *เส้นวิกฤต คือ C-A - D เส้นทางวิกฤต (Critical) หมายถึง เส้นทางที่ ใช้เวลาในการดำเนินกิจกรรมรวมของโครงการนานที่สุด และกิจกรรมที่อยู่บนเส้นทางวิกฤตจะเรียกว่า “กิจกรรม วิกฤต (Critical Activity)” เส้นทางและกิจกรรม วิกฤตจะทำให้ผู้บริหารสามารถควบคุมการดำเนินงานให้ สำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ได้

36 Aj.Wichan Hongbin36 ข้อที่ 1) 1020 A,2 30 B,3 40 C,5 50 D,4 60 E,7 70 G,1 70 F,2

37 Aj.Wichan Hongbin37 ข้อที่ 1) 1020 A,2 30 B,3 40 C,5 50 D,4 60 E,7 70 G,1 70 F, A,2 B,3 40 C,5 50 D,4 60 E,7 G,1 70 F,2

38 Aj.Wichan Hongbin A,2 B,3 40 C,5 50 D,4 60 E,7 G,1 70 F,2 A – B – E - F = = 14 วัน เส้นทางที่ 1 เส้นทางที่ 2 A– C– D – E - F = = 20 วัน เส้นทางที่ 3 A– C– G - F = = 10 วัน เส้นวิกฤติ คือ A– C– D – E – F

39 Aj.Wichan Hongbin39 ข้อที่ 2) 1020 B,7 30 A, C,8 D,4 60 E,5 70 F,2

40 Aj.Wichan Hongbin B,7 30 A, C,8 D,4 60 E,5 70 F, B,7 A, C,8 D,4 E,5 70 F,2

41 Aj.Wichan Hongbin41 ข้อที่ 3) ข้อที่ 4)

42 Aj.Wichan Hongbin42 งานระยะเวลา (วัน)เริ่มหลังจากงาน P9- Q12P R3Q S7R,Z T11P X8- Y14X Z5T,Y แบบฝึกหัด ๑.จงสร้าง Gantt Chart ๒. จงสร้าง Pert Diagram และ หา Critical Path

43 Aj.Wichan Hongbin43 งานระยะเวลาเริ่มหลังจากงาน A2- B3A C5B D1G,I E2D F5A G4C,F H5D I7A J6D แบบทดสอบ ๑.จงสร้าง Gantt Chart ๒. จงสร้าง Pert Diagram และ หา Critical Path


ดาวน์โหลด ppt CHAPTER 1 Feasibility Study (การศึกษาความเป็นไปได้) 5.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google