งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

โครงสร้างของ DNA ปี พ. ศ. 2493-2494 มัวริส เอช เอฟ วิลคินส์ (Maurice H.F. Wilkins) และโรซา ลินด์ แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) นักฟิสิส์ชาวอังกฤษ ศึกษาโครงสร้างของ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "โครงสร้างของ DNA ปี พ. ศ. 2493-2494 มัวริส เอช เอฟ วิลคินส์ (Maurice H.F. Wilkins) และโรซา ลินด์ แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) นักฟิสิส์ชาวอังกฤษ ศึกษาโครงสร้างของ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 โครงสร้างของ DNA ปี พ. ศ มัวริส เอช เอฟ วิลคินส์ (Maurice H.F. Wilkins) และโรซา ลินด์ แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) นักฟิสิส์ชาวอังกฤษ ศึกษาโครงสร้างของ DNA ในสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ โดยใช้เทคนิค เอกซ์เรย์ดิฟแรฟกชัน (X-ray diffraction) ด้วยการฉายรังสีเอกซ์ ผ่านผลึก DNA การ หักเหของรังสีเอกซ์ ทำให้เกิดภาพบน แผ่นฟิล์ม ได้ภาพถ่ายที่ชัดเจนมาก ซึ่งแปล ผลได้ว่า โครงสร้างของ DNA จากสิ่งมีชีวิต ชนิดต่างๆ มีลักษณะที่คล้ายกันมากคือ ประกอบด้วยสายพอลีนิวคลีโอไทด์มากกว่า 1 สาย มีลักษณะเป็นเกลียว โยเกลียวแต่ละ รอบมีระยะห่างเท่าๆ กัน ผลจากการศึกษานี้ ทำให้เข้าใจโครงสร้างทางกายภาพของ DNA มากขึ้น

2 ปี พ. ศ เจมส์ ดี วอตสัน (James D. Watson) นักชีวเคมีชาวอเมริกัน และฟ รานซีส คริก (Francis Crick) นักฟิสิส์ชาว อังกฤษ ได้เสนอแบบจำลองโครงสร้าง โมเลกุล DNA ที่สมบูรณ์ที่สุด โดยรวบรวม ข้อมูลต่างๆ จากโครงสร้างทางเคมีของ ส่วนประกอบของโมเลกุล DNA จากผลการ ทดลองของ ชาร์กาฟฟ์ที่แสดงให้เห็นว่า DNA มี A = T และ C = G และภาพจาก เทคนิค เอกซ์เรย์ดิฟแรฟกชันของผลึก DNA

3 จากข้อมูลของชาร์กาฟฟ์ ทำให้วอตสัน และคริก พยายามหาพันธะเคมีที่จะเชื่อมพอลี นิวคลีโอไทด์ 2 สายให้ติดกัน และพบว่า เป็น พันธะไฮโดรเจน ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างคู่เบส แม้ จะไม่แข็งแรงแต่เมื่อมีจำนวนมากก็จะแข็งแรง พอที่จะยึดสายพอลีนิวคลีโอไทด์ 2 สายให้ เข้าคู่กันได้ และจากการศึกษาโครงสร้างของ เบส ทั้ง 4 ชนิด พบว่า ระหว่าง A กับ T สามารถเกิดพันธะไฮโดรเจนได้ 2 พันธะ และ ระหว่าง C กับ G เกิดได้ 3 พันธะ

4

5 หลังจากนั้นวิตสันและคริก จึงเสนอ โครงสร้างโมเลกุลของ DNA โยให้พอลีนิวคลี โอไทด์ 2 สายเรียงสลับทิศกันและบิดพันกัน เป็นเกลียวคู่ (Duoble helix) เวียนขวาตาม เข็มนาฬิกา เบส a ของอีกสายหนึ่งตรงกับ เบส T ของอีกสายหนึ่ง และเบส C ของอีก สายหนึ่งตรงกับเบส G ของอีกสายหนึ่งเสมอ เบสในแต่ละสายของ DNA ที่เป็นเบสคู่ผสม (complementary base pair) ยึดกันด้วย พันธะไฮโดรเจน โยเกลี่ยวแต่ละรอบห่าง เท่าๆ กันและมีคู่เบสจำนวนเท่ากัน โครงสร้างเกลี่ยวคู่ทำให้โครงสร้างของ DNA มีลักษณะคล้ายบันไดเวียนโยมีน้ำตาลดี ออกซีไรโบสจับกับหมู่ฟอสเฟต เป็นราว บันไดและบันไดแต่ละขั้นคือ คู่เบส 1 คู่

6

7 โครงสร้าง DNA ที่เป็นพอลีนิวคลีโอไทด์ 2 สาย โดยโครงสร้างเกลี่ยวคู่มีระยะห่าง 20 อังสตรอม (A O ) เกลียวแต่ละรอบห่างกัน 34 อังสตรอม แต่ละคู่เบสมีระยะห่างกัน 3.4 อังสตรอม โครงสร้าง DNA ประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ จำนวนมาก แม้ว่า DNA จะมีนิวคลีโอไทด์เพียง 4 ชนิด แต่โมเลกุล DNA มีความแตกต่างกันได้ เช่น ถ้า DNA ประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ 2 โมเลกุลเรียง กัน จะสามารถเรียงให้แตกต่างกันได้ 16 แบบ ( 4 2 ) ดังนั้นถ้าโมเลกุล DNA ประกอบด้วยนิวคลีโอไทด์ จำนวนมาก การเรียงของเบสก็จะแตกต่างกันมาก ด้วย ใน DNA ของสิ่งมีชิวตแต่ละชนิดอาจมีนิวคลีโอ ไทด์หลายพันคู่จนถึงนับล้านคู่ ทำให้มีรูปแบบของ DNA ได้อย่างหลากหลาย ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตหนึ่งๆ มี หลายลักษณะและลำดับเบสของ DNA ซึ่งเกิดจาก เบสชนิดต่างๆ กันก็มีหลายรูปแบบ จึงน่าจะมาก พอที่จะทำหน้าที่ควบคุมหรือกำหนดลักษณะทาง พันธุกรรมได้

8 โครงสร้างของ DNA ปี พ. ศ มัวริส เอช เอฟ วิลคินส์ (Maurice H.F. Wilkins) และโรซา ลินด์ แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) นักฟิสิส์ชาวอังกฤษ ศึกษาโครงสร้างของ DNA ในสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ โดยใช้เทคนิค เอกซ์เรย์ดิฟแรฟกชัน (X-ray diffraction) ด้วยการฉายรังสีเอกซ์ ผ่านผลึก DNA การ หักเหของรังสีเอกซ์ ทำให้เกิดภาพบน แผ่นฟิล์ม ได้ภาพถ่ายที่ชัดเจนมาก ซึ่งแปล ผลได้ว่า โครงสร้างของ DNA จากสิ่งมีชีวิต ชนิดต่างๆ มีลักษณะที่คล้ายกันมากคือ ประกอบด้วยสายพอลีนิวคลีโอไทด์มากกว่า 1 สาย มีลักษณะเป็นเกลียว โยเกลียวแต่ละ รอบมีระยะห่างเท่าๆ กัน ผลจากการศึกษานี้ ทำให้เข้าใจโครงสร้างทางกายภาพของ DNA มากขึ้น

9


ดาวน์โหลด ppt โครงสร้างของ DNA ปี พ. ศ. 2493-2494 มัวริส เอช เอฟ วิลคินส์ (Maurice H.F. Wilkins) และโรซา ลินด์ แฟรงคลิน (Rosalind Franklin) นักฟิสิส์ชาวอังกฤษ ศึกษาโครงสร้างของ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google