งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

1 การผลิตและใช้สื่อการนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ สุรพล บุญลือ ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สุรพล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "1 การผลิตและใช้สื่อการนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ สุรพล บุญลือ ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สุรพล."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 1 การผลิตและใช้สื่อการนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ สุรพล บุญลือ ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สุรพล บุญลือ ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

3 2 การออกแบบและใช้สื่อในการนำเสนอ 1.การสื่อสาร 2.เทคโนโลยีการศึกษา 3.การเลือกสื่อ ASSURE Model 4.การออกแบบกราฟิก 5.การเตรียมการสอน 6.การผสมสื่อในโปรแกรม Powerpoint 7.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ในงานเอกสารสิ่งพิมพ์ 8.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ประกอบในงานนำเสนอ 9.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ในงานนำเสนอแบบ Interactive 10.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ในงานสื่อออนไลน์ 1.การสื่อสาร 2.เทคโนโลยีการศึกษา 3.การเลือกสื่อ ASSURE Model 4.การออกแบบกราฟิก 5.การเตรียมการสอน 6.การผสมสื่อในโปรแกรม Powerpoint 7.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ในงานเอกสารสิ่งพิมพ์ 8.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ประกอบในงานนำเสนอ 9.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ในงานนำเสนอแบบ Interactive 10.การประยุกต์ใช้โปรแกรม Powerpoint ในงานสื่อออนไลน์

4 3 เกิดประสิทธิภาพ (Efficiency) ประโยชน์ของเทคโนโลยี เพิ่มผลผลิต (Productivity) เกิดการประหยัด(Economy)

5 4 วัสดุ (Material) เทคโนโลยีการศึกษา อุปกรณ์ (Equipment) เทคนิควิธีการ (Tick & Technique)

6 5 BERLO = SMCR Model Source = ผู้ส่ง => Decode เข้ารหัส ขึ้นอยู่กับ ทักษะในการ สื่อสาร ทัศนคติ ระดับความรู้ ระดับสังคม และ วัฒนธรรม Source = ผู้ส่ง => Decode เข้ารหัส ขึ้นอยู่กับ ทักษะในการ สื่อสาร ทัศนคติ ระดับความรู้ ระดับสังคม และ วัฒนธรรม Message = ข้อมูล ข่าวสาร รหัสสาร เนื้อหาของ สาร การจัด เรื่องราวของ สาร Message = ข้อมูล ข่าวสาร รหัสสาร เนื้อหาของ สาร การจัด เรื่องราวของ สาร Channel = ช่องทาง ในการส่ง ผ่านทาง ประสาท สัมผัส ผ่าน สื่อที่มนุษย์ สร้างขึ้น Channel = ช่องทาง ในการส่ง ผ่านทาง ประสาท สัมผัส ผ่าน สื่อที่มนุษย์ สร้างขึ้น Receiver = ผู้รับ => Decode ขึ้นกับทักษะ ในการ สื่อสาร ทัศนคติ ระดับความรู้ ระดับสังคม และ วัฒนธรรม Receiver = ผู้รับ => Decode ขึ้นกับทักษะ ในการ สื่อสาร ทัศนคติ ระดับความรู้ ระดับสังคม และ วัฒนธรรม

7 6 รูปแบบการสื่อสารสองทาง Sender Interpreter Receiver Interpreter Sender

8 7 รูปแบบการสื่อสารกับการเรียนรู้ SenderEncoderSignal Noise DecodeReceiver Field of Experience แชรมม์

9 8 รูปแบบการสื่อสารกับการเรียนการสอน Instructor MessageLearner Medium Method

10 9 1. สื่อการสอนคืออะไร ? การสื่อสาร : การเรียนการสอน: ผู้ส่งสาร สาร ผู้รับสาร ผู้ส่งสาร สาร ช่องทาง ผู้รับสาร ผู้สอน ข้อมูล/เนื้อหา สื่อ ช่องทาง ผู้เรียน

11 10 2. ทำไมต้องใช้สื่อการสอน ? 1. เนื้อหามีความซับซ้อนเป็นนามธรรมยากต่อการทำความเข้าใจ 2. เรียนในสิ่งที่มีขนาดเล็กมากหรือไม่อาจมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า 3. การสาธิตที่ต้องลงทุนสูง 4. การเรียนการสอนที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดอันตราย 5. เหตุการณ์ในอดีตหรือเหตุการณ์สำคัญที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยๆ 6. อื่นๆ

12 11 3. การเลือกสื่อการสอนทำอย่างไร ? 1. มีความเหมาะสมกับเนื้อหา 2. มีความเหมาะสมกับผู้เรียน ทั้งแบบรายบุคคล แบบกลุ่ม หรือแบบกลุ่มใหญ่ 3. มีความเหมาะสมกับสถานที่ 4. มีงบประมาณเพียงพอ 5. มีความเป็นไปได้ในการผลิต การใช้ และการประเมินผล

13 12 4. จะรู้ได้อย่างไรว่าสื่อที่ทำนั้นดี ? ผู้เชี่ยวชาญ การทดลอง ด้านเนื้อหา ด้านเทคโนโลยีทางการศึกษา 1.1 ทดลองรายคน 1.2 ทดลองกลุ่มเล็ก 1.3 ทดลองกลุ่มใหญ่

14 13 การวางแผนขั้นต้นในการใช้สื่อ 1. การเตรียมตัวเอง (Prepare Yourself) 2. การเตรียมสิ่งแวดล้อม (Prepare an Environment) 3. การเตรียมชั้นเรียน (Prepare the Class) 4. การใช้สื่อ (Use the Item) 5. การติดตามผล (Follow - up)

15 14 กรวยประสบการณ์ของ Edgar Dale นามธรรม( Abstract ) ภาพ(Iconic) รูปธรรม( concrete ) การกระทำ(Enactive) นามธรรม( Abstract ) ภาพ(Iconic) รูปธรรม( concrete ) การกระทำ(Enactive)

16 15 Continuum of realism in visuals.

17 16 Degree of realism

18 17 1.เร้าให้ผู้เรียนมีความตั้งใจ (Gaining Attention) = ทำให้สนใจ 2.แจ้งให้ผู้เรียนทราบจุดมุ่งหมาย(Informing the Learner of the Objective) = ให้ทราบวัตถุฯ 3.เร้าให้ผู้เรียนระลึกถึงความรู้เดิมก่อนเรียน(Stimulating recall of rerequisite) = เชื่อมโยงความรู้เดิม 4.เสนอวัสดุหรือสื่อการเรียนการสอน(Presenting the stimulus materials) = เสนอเนื้อหาใหม่ ID GAGNE กระบวนการ 9 ขั้น คือ

19 18 5.ชี้แนะเพื่อการเรียนรู้(Providing Learning guidance) = ชี้แนวทาง 6.ให้ผู้เรียนปฏิบัติ(Eliciting the Performance) = กระตุ้นตอบสนอง 7.ให้ข้อมูลย้อนกลับและเสริมแรง(Providing Feedback) = ให้ข้อมูลย้อนกลับ 8.ประเมินการปฏิบัติทันที(Assessing the Performance) = ประเมินผล 9.สนับสนุนการนำไปใช้และการจำ(Enhancing Retention and transfer) = ความจำ ID GAGNE กระบวนการ 9 ขั้น คือ

20 19 แนวโน้มของเทคโนโลยีการศึกษาจะเป็นอย่างไร? ผศ.ดร.ไพโรจน์ เบาใจ* การใช ้ เทคนิค เดลฟาย (Delphi technique) แสดงความคิดเห็นถึงแนวโน้มใน อนาคตของเทคโนโลยีการศึกษาช่วงระยะปี ไว้ดังนี้คือ 1. ศูนย์ทรัพยากรทางการเรียน (Learning resources center) 2. ชุดสื่อการสอน (Media package) 3. การปรับปรุงเครื่องมือประกอบการสอน (Improved media equiment) 4. ใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้นจนเป็นเรื่องปรกติ (Increase utilizing computer) 5. การผลิตสื่อจากท้องถิ่น (Local medias production) 6. การเปลี่ยนแปลงสื่อสิ่งพิมพ์ (Printing media) 7. การประสานเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานในและนอกประเทศจะมีมาก ขึ้น 8. สื่อประเภทรายบุคคล (Individual media) การใช ้ เทคนิค เดลฟาย (Delphi technique) แสดงความคิดเห็นถึงแนวโน้มใน อนาคตของเทคโนโลยีการศึกษาช่วงระยะปี ไว้ดังนี้คือ 1. ศูนย์ทรัพยากรทางการเรียน (Learning resources center) 2. ชุดสื่อการสอน (Media package) 3. การปรับปรุงเครื่องมือประกอบการสอน (Improved media equiment) 4. ใช้คอมพิวเตอร์มากขึ้นจนเป็นเรื่องปรกติ (Increase utilizing computer) 5. การผลิตสื่อจากท้องถิ่น (Local medias production) 6. การเปลี่ยนแปลงสื่อสิ่งพิมพ์ (Printing media) 7. การประสานเชื่อมโยงกันระหว่างหน่วยงานในและนอกประเทศจะมีมาก ขึ้น 8. สื่อประเภทรายบุคคล (Individual media)

21 20 การเลือกสื่อแบบ ASSURE Model Analyze Learner Characteristic (วิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน) ลักษณะทั่วไป ลักษณะเฉพาะ สิ่งที่ต้องวิเคราะห์คือ ความรู้เดิม ทักษะเป้าหมาย ทักษะใน การเรียน ทัศนคติ State Objective (กำหนดวัตถุประสงค์) การกระทำ = สิ่งที่ผู้เรียนจะสามารถกระทำได้ภายหลังจบบทเรียน เงื่อนไข = เป็นข้อจำกัดหรือเงื่อนไข เกณฑ์ = เป็นการตัดสินการกระทำว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ Select, Modify, or Design Materials (การเลือก ดัดแปลง ออกแบบสื่อ สื่อที่มีอยู่แล้ว ดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แล้ว ออกแบบสื่อใหม่ Analyze Learner Characteristic (วิเคราะห์ลักษณะผู้เรียน) ลักษณะทั่วไป ลักษณะเฉพาะ สิ่งที่ต้องวิเคราะห์คือ ความรู้เดิม ทักษะเป้าหมาย ทักษะใน การเรียน ทัศนคติ State Objective (กำหนดวัตถุประสงค์) การกระทำ = สิ่งที่ผู้เรียนจะสามารถกระทำได้ภายหลังจบบทเรียน เงื่อนไข = เป็นข้อจำกัดหรือเงื่อนไข เกณฑ์ = เป็นการตัดสินการกระทำว่าเป็นไปตามที่กำหนดไว้หรือไม่ Select, Modify, or Design Materials (การเลือก ดัดแปลง ออกแบบสื่อ สื่อที่มีอยู่แล้ว ดัดแปลงสื่อที่มีอยู่แล้ว ออกแบบสื่อใหม่

22 21 ASSURE Model Utilize Materials (การใช้สื่อ) ผู้สอนใช้ ผู้เรียนใช้ Require Learner Response (การกำหนดการตอบสนองของ ผู้เรียน) Evaluation (การประเมินผล) ประเมินกระบวนการสอน ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประเมินสื่อและวิธีการสอน Utilize Materials (การใช้สื่อ) ผู้สอนใช้ ผู้เรียนใช้ Require Learner Response (การกำหนดการตอบสนองของ ผู้เรียน) Evaluation (การประเมินผล) ประเมินกระบวนการสอน ประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประเมินสื่อและวิธีการสอน

23 22 กฎ 3 ส่วนกับการออกแบบ

24 23 หลักการออกแบบ(Participle of Design) 1. ความสมดุลย์(Balance) 2. การเน้นจุดแห่งความสนใจ(Emphasis) 3.เอกภาพ(Unity) 4.จังหวะ(Rhythm) 5.ความเรียบง่าย(Simplicity) 1. ความสมดุลย์(Balance) 2. การเน้นจุดแห่งความสนใจ(Emphasis) 3.เอกภาพ(Unity) 4.จังหวะ(Rhythm) 5.ความเรียบง่าย(Simplicity)

25 24 1. ความสมดุล (Balance) คือ ความเท่ากันหรือเท่าเทียมกันทั้งสองข้าง แบ่งออกเป็น สมดุลแบบทั้ง 2 ข้างเหมือนกัน (Symmetrical balance) ทั้งซ้ายขวา เหมือนกัน การสมดุลแบบนี้จะทำให้ ดูมั่นคงหนักแน่น ยุติธรรม เช่น งาน ราชการ ใบวุฒิบัตร ประกาศนียบัตร การถ่ายรูปติดบัตรเป็นต้น การจัดองค์ประกอบ (Composition)

26 25 การจัดองค์ประกอบ (Composition) 1. ความสมดุล (Balance) คือ ความเท่ากันหรือเท่าเทียมกันทั้งสองข้าง แบ่งออกเป็น สมดุลแบบ 2 ข้างไม่เหมือนกัน (Asymmetrical balance) ด้านซ้าย และขวาจะไม่เหมือนกัน แต่มองดู แล้วเท่ากันด้วยน้ำหนักทางสายตา เช่น สมดุลด้วยน้ำหนักและขนาด ของรูปทรง ด้วยจุดสนใจ ด้วย จำนวนด้วยความแตกต่างของ รายละเอียด ด้วยค่าความเข้ม-จาง ของสี เป็นต้น การจัดองค์ประกอบ (Composition)

27 26 การจัดองค์ประกอบ (Composition) 2. การเน้นให้เกิดจุดเด่น (Emphasis) ในการออกแบบจะประกอบด้วยจุดสำคัญหรือส่วน ประธานในภาพ จุดรองลงมาหรือส่วนรองประธาน ส่วนประกอบหรือพวกรายละเอียดปลีกย่อย ต่างๆ หลักและวิธีในการใช้การเน้น - เน้นด้วยการใช้หลักเรื่อง Contrast - เน้นด้วยการประดับ - เน้นด้วยการจัดกลุ่มในส่วนที่ต้องการเน้น - เน้นด้วยการใช้สี - เน้นด้วยขนาด - เน้นด้วยการทำจุดรวมสายตา การจัดองค์ประกอบ (Composition)

28 27 3. เอกภาพ (Unity) ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เป็นกลุ่มเป็นก้อน โดยที่องค์ประกอบภายในต้องกลมกลืนกันมี 2 แบบคือ เอกภาพแบบหยุดนิ่ง (Static unity) โดยใช้รูปทรงเรขาคณิตทำให้เกิดลักษณะหนัก แน่น เอกภาพแบบเคลื่อนไหว (Dynamic unity) ใช้ รูปทรงหรือรูปร่างแบบธรรมชาติทำให้ เคลื่อนไหวสนุกสนาน การจัดองค์ประกอบ (Composition)

29 28 4.จังหวะ(Rhythm) จังหวะเกิดจากการต่อเนื่องกันหรือ ซ้ำซ้อนกัน จังหวะที่ดีทำให้ภาพดูสนุก เปรียบได้กับ เสียงเพลงอันไพเราะ ในด้านการออกแบบแบ่ง จังหวะ เป็น 4 แบบ คือ 1. จังหวะแบบเหมือนกันซ้ำๆกัน 2. จังหวะสลับกันไปแบบคงที่ 3. จังหวะสลับกันไปแบบไม่คงที่ 4. จังหวะจากเล็กไปใหญ่หรือจากใหญ่ไปเล็ก การจัดองค์ประกอบ (Composition)

30 29 5. ความเรียบง่าย(Simplicity) เป็นการจัดให้ดูโล่ง สบายตา ไม่ยุ่งยากซับซ้อนมีมโนทัศน์เดียว ลดการมีฉากหลังหรือภาพประกอบอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็นหรือไม่ เกี่ยวข้องออกไป เพราะการมีฉากหลังรกทำให้ภาพหลักไม่เด่น นิยมใช้ในการถ่ายภาพที่ปรับฉากหลังให้เบลอ เป็นภาพเกี่ยวกับ ดอกไม้ แมลง สัตว์ และบุคคลนางแบบ เป็นต้น การจัดองค์ประกอบ (Composition)

31 30 การออกแบบงานนำเสนอ 1. ตัวอักษร (Text) 1.สีที่ใช้ไม่ควรเกิน 3 สี 2.ตัวอักษรประมาณ 6-8 ไม่ควรเกิน 10 บรรทัด 3.ตัวอักษรควรเป็นตัวที่มีความเท่ากันตลอดและมีหัวชัดเจน 4.ควรใช้ เพียงแต่หัวข้อเพื่อประกอบการบรรยาย 5.ความนำ กับเนื้อหาควรแยกจากกัน 6.ในแต่ละหน้า ควรมีเลขหน้า 7.ตัวอักษรและพื้นหลังควรมีสีตัดกัน 8.การเคลื่อนที่ของตัวอักษร ใช้เพื่อเน้นในเนื้อหาและไม่ควรใช้ ต่างกันมาก

32 31 2.ภาพที่ใช้ประกอบ (Image) 1.เป็นภาพที่เกี่ยวข้อง หรือใช้ภาพเพื่อทำให้การบรรยายชัดขึ้น 2.ภาพมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป 3. ภาพที่ใช้เพื่อ พักสายตา ไม่ควรเป็นภาพจริงควรเป็นภาพกราฟิก 4.หากนำภาพเพื่อมาเป็นพื้นหลังควรปรับให้จางลง 5.รูปร่างหรือภาพ ควรใช้การสร้างจากตัวโปรแกรมเอง 6.หากจำเป็นต้องนำเสนอหลายภาพ ควรใช้เทคนิคการเปลี่ยนภาพ จะดีกว่าการนำหลายภาพมานำเสนอพร้อมกัน การออกแบบงานนำเสนอ

33 32 การออกแบบงานนำเสนอ 3.สื่อที่ใช้ประกอบ (media) 1.สื่อที่ใช้ควรจะช่วย ให้การนำเสนอชัดเจนขึ้น 2.สื่อที่ใช้มีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป 3.ควรทดสอบก่อนทุกครั้ง ทั้งส่วนของการเชื่อมโยงและการนำเสนอ 4.สื่อควรเป็นเนื้อหาที่สั้น และกระชับ 5.ควรทำปุ่ม หรือสัญลักษณ์เพื่อเลือกใช้หรือไม่ใช้ได้ 6. ไม่ควรใช้ หากไม่จำเป็น การออกแบบงานนำเสนอ

34 33 5.การเตรียมการสอน หลักการในการออกแบบการสอน ( สาร ) โดยทั่วไปประกอบด้วย 1. การเตรียมผู้เรียนเพื่อให้เกิดความพร้อม 2. การชี้แนะให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ 3. การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม 4. การให้ข้อมูลย้อนกลับแก่ผู้เรียน 5. การให้ผู้เรียนได้กระทำหรือฝึกหัด

35 34 5.การเตรียมการสอน หลักการในการออกแบบการสอนโดยทั่วไปประกอบด้วย การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน ผู้เรียนจะจำได้เพียง 10% จากสิ่งที่ได้ยิน 20% จากสิ่งที่ได้อ่าน 70% จากสิ่งที่ลงมือทำ(Knirt and Gustafson ) การที่ผู้เรียนได้ลงมือทำหรือเรียนด้วยตนเอง ภายใต้การชี้แนะของ ผู้สอน ผู้เรียนจะมีโอกาสมากในการปรับปรุงแก้ไขการเรียนของตนเอง โดยอาศัย ข้อมูลย้อนกลับ ที่ได้รับจากผู้สอนและสื่อต่างๆ ที่ใช้ในการเรียน การสอน เมื่อบรรลุจุดมุ่งหมายการเรียนแล้ว ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสฝึกหัด หรือกระทำซ้ำอยู่เสมอ ภายใต้สภาพแวดล้อมต่างๆ กันออกไป ป้องกันการ ลืมได้อีกด้วย 5.การเตรียมการสอน

36 35 เทคนิคการนำเสนอหน้าชั้นเรียน

37 36 เทคนิคการนำเสนอหน้าชั้นเรียน

38 37 เทคนิคการนำเสนอหน้าชั้นเรียน

39 38 เทคนิคการนำเสนอหน้าชั้นเรียน

40 39 เทคนิคการนำเสนอหน้าชั้นเรียน

41 40 หลักการในการเลือกเครื่องมือ 1.คอมพิวเตอร์ Mac PC- Note Book 2.Vitualization Presenter 3.Media Player VCD, DVD, VTR, Camera, TV 4.เครื่องฉายภาพ Data Projector Type – LCD DLP Brightnessansi lumen ResolutionVGASGAXGA SoundWatt Data inputVideoComputerMedia Reader 1.คอมพิวเตอร์ Mac PC- Note Book 2.Vitualization Presenter 3.Media Player VCD, DVD, VTR, Camera, TV 4.เครื่องฉายภาพ Data Projector Type – LCD DLP Brightnessansi lumen ResolutionVGASGAXGA SoundWatt Data inputVideoComputerMedia Reader

42 41 6.การใช้โปรแกรม PowerPoint โปรแกรม PowerPoint เป็นโปรแกรมนำเสนอที่สามารถผสานสื่อ ต่างเข้าไปด้วยกันได้ 1.ตัวอักษร Word Excel Text Editor Html Word Art 2.ภาพนิ่ง --.JPG,--.wmf 3.ภาพเคลื่อนไหว--.Gif 4.ภาพยนตร์ --. AVI,--.Wmv 5.เสียง --. wav --.MP3 --.wma --.Midi 6.กราฟและตาราง Graph&Table

43 42 การแทรกสื่อต่างๆในโปรแกรม PowerPoint 1.ให้เลือกที่ แทรก(Insert) 2.เลือกสื่อที่ต้องการ 3.แจ้งที่มาของสื่อ 4.ปรับแต่งตำแหน่งที่ต้องการ 5.กำหนดวิธีการแสดงสื่อต่างๆ

44 43 การจัดลักษณะเคลื่อนไหวใน โปรแกรม PowerPoint 1.ให้เลือกที่ชิ้นงานที่ต้องการให้เกิดการเคลื่อนไหว 2.เลือกนำเสนอภาพนิ่ง ไปยังการเคลื่อนไหว ที่กำหนดเอง 3.เลือกลักษณะการเคลื่อนไหว 4.ปรับแต่งตามที่ต้องการ 5.ทดสอบการเคลื่อนไหวต่างๆ

45 44 การตั้งค่าการกระทำในโปรแกรม PowerPoint 1.ให้เลือกที่ชิ้นงานที่ต้องการให้เกิดคำสั่งในการกระทำ 2.เมื่อคลิกเม้าส์ ให้เกิดการกระทำใด เช่น เชื่อมไปยังสไลด์ อื่น หรือที่อื่นๆ เช่นเว็บไซต์ 3.เลือกให้เชื่อมโยงไปยังโปรแกรมที่ต้องการได้ เช่นเครื่องคิดเลข 4.เล่นเสียง ต่างที่ต้องการได้ 5.ในอีกส่วนหนึ่งเป็นการกระทำเมื่อเมาส์ อยู่เหนือ เครื่องคิดเลข

46 45 7.การประยุกต์ใช้โปรแกรม PowerPoint ในงานเอกสารสิ่งพิมพ์ 1.สามารถออกแบบงานด้วยโปรแกรม แล้วไปทำเป็นสิ่งพิมพ์อื่นได้ เช่น แผ่นใส, โปสเตอร์, ป้ายประกาศ หรือเอกสารประกอบการสัมมนาได้ 2.ใช้คำสั่งในการพิมพ์ แล้วเลือกเป็นเอกสารประกอบ การบรรยาย

47 46 8.การประยุกต์ใช้โปรแกรม PowerPoint ประกอบในงานนำเสนอ 1.สามารถสร้างสรรค์งานเพื่อ ประกอบในการนำเสนอ โดยผู้นำ เสนอเป็นผู้ใช้ประกอบการบรรยาย 2.หรือจะใช้แบบไม่ต้องมีผู้บรรยายก็ ได้ โดยใช้การตั้งเวลาพร้อม บันทึกเสียง 3.สามารถใช้เป็นตู้นำเสนอข้อมูล (Kiosk)ได้ โดยใช้ปุ่มเข้ามาเป็นตัว กำหนดการเชื่อมโยง

48 47 9.การประยุกต์ใช้โปรแกรม PowerPoint ในงานสื่อออนไลน์ 1.สามารถสร้างงานเพื่อนำเสนอ ในอินเทอร์เน็ตได้ เป็นลักษณะ ของการนำเสนอทางไกลได้ 2. นำข้อมูลส่งไปยังเครื่อง คอมพิวเตอร์ แม่ข่าย(Server)

49 48 พัฒนาการของสื่อคอมพิวเตอร์ Stand - alone Solfware Client – server network Internet Intranet Wireless Network PC- Based CD-Rom Media Synchro nous Intergrated Content/LMSs Game-simulation Wireless Delivery & Management

50 49 การประยุกต์PowerPoint กับ e-Learning/e-Education Simple Content Complex Content Dynamic (Flexible) Static eBook CAI, CBT Presentation Sharable Content Classroom on demand Kiosk Print Media Web Based Presentation

51 50 Microsoft ® Producer การสร้างสื่อออนไลน์ e-Learning ด้วยโปรแกรม

52 51

53 52

54 53 video Capture audio Capture Capture *.avi file format

55 54

56 55 synchronize media elements into customizable, rich-media presentations

57 56 Video Effects and Transitions

58 57 Mini-Studio Overview

59 58 บรรณานุกรม กิดานันท์ มลิทอง " เทคโนโลยีการศึกษาร่วมสมัย " กรุงเทพมหานคร, จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ชม ภูมิภาค. เทคโนโลยีทางการสอนและการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ประสานมิตร ชัยยงค์ พรหมวงศ์. “กระบวนการสันนิเวทนาการและระบบสื่อการสอน“ เอกสารการสอนชุด วิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา หน่วยที่ 1 – 5. หน้า 112, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ไชยยศ เรืองสุวรรณ.. เทคโนโลยีทางการศึกษา : หลักการและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : วัฒนา พานิช, เปรื่อง กุมุท. การวิจัยสื่อและนวกรรมการสอน. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, อัดสำเนา. ลัดดา ศุขปรีดี. เทคโนโลยีการเรียนการสอน กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, คณาจารย์ภาควิชาโสตทัศนศึกษา. AV303 โสตทัศนศึกษา. กรุงเทพ.รามคำแหง,2531 กิดานันท์ มลิทอง " เทคโนโลยีการศึกษาร่วมสมัย " กรุงเทพมหานคร, จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย, ชม ภูมิภาค. เทคโนโลยีทางการสอนและการศึกษา. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ประสานมิตร ชัยยงค์ พรหมวงศ์. “กระบวนการสันนิเวทนาการและระบบสื่อการสอน“ เอกสารการสอนชุด วิชาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา หน่วยที่ 1 – 5. หน้า 112, กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, ไชยยศ เรืองสุวรรณ.. เทคโนโลยีทางการศึกษา : หลักการและแนวปฏิบัติ. กรุงเทพฯ : วัฒนา พานิช, เปรื่อง กุมุท. การวิจัยสื่อและนวกรรมการสอน. กรุงเทพฯ : คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร, อัดสำเนา. ลัดดา ศุขปรีดี. เทคโนโลยีการเรียนการสอน กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์, คณาจารย์ภาควิชาโสตทัศนศึกษา. AV303 โสตทัศนศึกษา. กรุงเทพ.รามคำแหง,2531


ดาวน์โหลด ppt 1 การผลิตและใช้สื่อการนำเสนอด้วยคอมพิวเตอร์ สุรพล บุญลือ ภาควิชาครุศาสตร์เทคโนโลยี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี สุรพล.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google