งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown planthopper) นายคุปต์ โคตรรสขึง นักวิชาการเกษตร ปฏิบัติการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown planthopper) นายคุปต์ โคตรรสขึง นักวิชาการเกษตร ปฏิบัติการ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown planthopper) นายคุปต์ โคตรรสขึง นักวิชาการเกษตร ปฏิบัติการ

2 สามารถเคลื่อนย้ายและอพยพไปในระยะใกล้ไกล โดย อาศัยลมเป็นตัวช่วย ทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัย จะดูดกินน้ำเลี้ยง บริเวณกาบใบข้าวใกล้ระดับน้ำ ทำให้ต้น ข้าวเหลือง และแห้งตายเป็นหย่อมๆ ซึ่งจะ ขยายเป็นวงกว้างหรืออาจจะแห้งตายทั้ง แปลง  เพลี้ยกระโดดสี้น้ำตาล ?  เป็นแมลงขนาดเล็ก 2-3 มิลลิเมตรสีน้ำตาล รูปร่าง 2 แบบ คือ ชนิดปีกยาว และชนิดปีกสั้น  เป็นแมลงชนิดปากดูด ทำลาย โดยดูดน้ำเลี้ยงจากต้นข้าวทุก ระยะการเจริญเติบโต  ชอบอาศัยอยู่บริเวณโคนต้นข้าว และดูดน้ำเลี้ยงบริเวณนั้น  ตัวเมียจะวางไข่บริเวณเส้นกลางใบหรือกาบใบข้าว 1 ตัว วางไข่ได้ ฟอง  ตัวเต็มวัยมีอายุ 2 สัปดาห์ และสามารถเพิ่มปริมาณได้ 2 – 3 รุ่น อพยพมาจากแปลงที่เก็บเกี่ยวแล้ว โดยวางไข่ในต้นข้าว ที่ปลูกใหม่ 1 – 2 ตัว

3

4  ปัจจัยการ ระบาดของ เพลี้ยงกระโดด สีน้ำตาล  สภาพ ภูมิอากาศ  C.  ความชื้นใน อากาศ  ลม โดยเฉพาะ แปลงนาที่ เป็นนา หว่าน  การเขตกรรม  การไม่พัก ดิน  การหว่าน ข้าว  การปลูกไม่ พร้อมกัน  การใช้ปุ๋ย เยอะ  การควบคุม น้ำ

5  ลักษณะการทำลายข้าวของเพลี้ย กระโดดสีน้ำตาล  ตัวเพลี้ยทำลายเอง  โดยการดูดกินเซลล์ท่อน้ำเลี้ยงท่ออาหาร ต้นข้าวระดับเหนือผิวน้ำ ทำให้มีอาการ ใบเหลืองแห้ง ตายเป็นหย่อมๆ ( อาการไหม้ )  ตัวเพลี้ยเป็นพาหะทำให้เกิดโรค ต่างๆ ( เชื้อไวรัส )  ทำให้ต้นข้าวมีอาการต้นเตี้ย แคระแกร็น ใบ สีเขียว แคบและสั้น ใบจะแก่ช้ากว่าปรกติ ปลายใบบิด เป็นเกลียว และ ขอบใบแหว่งวิ่น ออกรวงไม่พ้นใบ เมล็ดลีบไม่มีแป้ง  โรคไหม้ โรคใบสีส้ม โรคใบหงิกหรือโรคจู๋ โรคใบสีแสด โรคเขียวเตี้ย เหลืองเตี้ย โรค ใบจุดสีน้ำตาล โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคกาบ ใบแห้ง โรคกาบใบเน่า โรคใบวงสีน้ำตาล โรคเมล็ดด่างฯลฯ

6 ต้นข้าวในนาของท่านมีอาการดังรูปหรือ ที่กล่าวมาหรือไม่ เหล่านี้คืออาการของ โรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส ที่เพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลเป็นพาหะมาให้ข้าวเกิดโรค

7 การป้องกันกำจัดเพลี้ยกระโดดสี น้ำตาลด้วยวิธีธรรมชาติ  ตัวห้ำ  แมงมุม เช่นแมงมุมสุนัขหมาป่า แมงมุมตา หกเหลี่ยม  ด้วง เช่น ด้วงเต่า ด้วงดิน ด้วงก้นกระดก ฯลฯ  มวนเขียวดูดไข่ มวนจิงโจ้น้ำ  แมลงปอเข็ม  ตัวเบียน  แตนเบียน  เชื้อราขาว เชื้อราเขียว เชื้อราเฮอร์ซูเรลท่า  สมุนไพร เช่นสะเดา พริก กระเพรา ขิง ข่า ตะไคร้ ฟ้าทะลายโจร

8  สมุนไพรที่มีรสขม  ทำให้ไข่เพลี้ยฝ่อ ฟักตัวไม่ออก ตัดวงจร ชีวิตของเพลี้ย  สารสกัดสะเดา  มีสารอะชาไดแรกติน และเมื่อเพลี้ยหได้รับ เข้าไป ก็จะทำให้ เพลี้ยกินอาหารได้ น้อยลง หรือไม่กินอาหาร ไม่ลอกคราบ ทำ ให้เป็นหมัน ไม่เจริญเติบโต สุดท้ายก็ตาย  เชื้อราบิวเวอร์เรีย  จะทำให้เพลี้ยฯ ป่วยและทำลายอวัยวะ เพลี้ยตาย ภายใน 2-3 วัน และยังทำลาย ได้ทั้งตัวอ่อนและตัวแก่ของเพลี้ยด้วย การป้องกันกำจัดด้วยวิธีผสมผสาน

9 สรุปต้องใช้ทั้ง 3 อย่างผสม กัน สมุนไพรที่มีรสขมและสารสกัดสะเดาจะช่วยทำ ให้ รสชาติของต้นและกาบใบข้าวเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่แย่ลง เพลี้ยกระโดดจะไม่ชอบ จึงช่วยลดการ เข้าทำลายได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อเพลี้ยกระโดดสี น้ำตาลดูดกินน้ำเลี้ยงก็จะกินรสชาติที่ เผ็ด ขมไม่อร่อย โดยธรรมชาติการฉีดพ่นพวกผงสมุนไพรและสารสกัด จากสะเดา พวกนี้เมื่อถูกฉีดพ่นไปแล้วเขาก็จะไหล หยดย้อยจากปลายใบลงไปสะสมกองสุมอยู่ ที่กาบใบ ของข้าว ทำให้ช่วงบริเวณกาบใบซึ่งขาว อวบ อ้วน และหวาน มีรสชาติเป็นที่ต้องการของเพลี้ยกระโดดสี น้ำตาลก็จะขมไม่อร่อย เชื้อราบิวเวอร์เรียนั้นจะค่อยๆ เจริญเติบโตแผ่ เส้นใยเข้าปกคลุมรัดตรึงและเจาะทำลายผนังลำตัว ของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลจนตายในที่สุด


ดาวน์โหลด ppt เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Brown planthopper) นายคุปต์ โคตรรสขึง นักวิชาการเกษตร ปฏิบัติการ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google