งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

บทที่ 3.  ระบบสารสนเทศสำหรับงานขายและ การตลาด (Information system for sales and marketing)  ระบบสารสนเทศสำหรับงานผลิตและ คลังสินค้า (Information system.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "บทที่ 3.  ระบบสารสนเทศสำหรับงานขายและ การตลาด (Information system for sales and marketing)  ระบบสารสนเทศสำหรับงานผลิตและ คลังสินค้า (Information system."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 บทที่ 3

2  ระบบสารสนเทศสำหรับงานขายและ การตลาด (Information system for sales and marketing)  ระบบสารสนเทศสำหรับงานผลิตและ คลังสินค้า (Information system for manufacturing and production)  ระบบสารสนเทศสำหรับงานการเงิน และบัญชี (Information system for finance and accounting)  ระบบสารสนเทศสำหรับการบริหาร ทรัพยากรมนุษย์ (Information system for human resources)

3  สำหรับงานขาย : รับผิดชอบในการติดต่อ กับลูกค้า, ขายบริการหรือสินค้า, รับการ สั่งซื้อ และติดตามการขายจนเสร็จสิ้น กระบวนการ  สำหรับฝ่ายการตลาด : ค้นหาความ ต้องการของลูกค้า, วางแผนการผลิต บริการหรือสินค้า เพื่อตอบสนองความ ต้องการของลูกค้า, จัดการโฆษณา และ จัดการกระตุ้นการขาย (Promotion) และ กำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมายสำหรับบริการ หรือสินค้าที่องค์กรผลิต

4 ตัวอย่างเช่น y ระบบงานขาย ( sales), ระบบสื่อสาร การตลาด (telemarketing), ระบบรับ รายการสั่งซื้อ (order processing), ระบบ การขายหน้าร้าน (point-of-sales systems), ระบบตรวจสอบบัตรเครติด (credit authorization)

5 ตัวอย่างลักษณะการทำงานในระบบสารสนเทศ สำหรับงานขายตามระดับสายงาน

6  วางแผน, พัฒนา, บำรุงรักษาสิ่ง อำนวยความสะดวก, กำหนดเป้าหมาย การผลิต, สอบถาม, เก็บรักษา, ความ พร้อมใช้งานของวัสดุสำหรับการผลิต. กำหนดตารางทำงานให้กับอุปกรณ์, สิ่งอำนวยความสะดวก, จัดหาวัสดุ และ แรงงานเพื่อนำมาสร้างเป็นสินค้าที่ ต้องการ

7 ตัวอย่างเช่น y ระบบการจัดซื้อเครื่องจักร ( materials purchasing), ระบบการรับสินค้า (receiving), การ ส่งสินค้า (shipping), ระบบตรวจสอบกระบวนการ ผลิต (process control), ระบบควบคุมการตรวจนับ สินค้า (numerical control), ระบบจัดการ ทรัพยากรหรืออุปกรณ์ (equipment), ระบบควบคุม คุณภาพสินค้าและการผลิต (quality control), ระบบควบคุมการจ้างแรงงาน (labor costing), ระบบอัตโนมัติ (robotic systems)

8 ตัวอย่างลักษณะการทำงานในระบบ สารสนเทศการผลิตตามระดับสายงาน

9  สำหรับฝ่ายการเงิน : รับผิดชอบ การบริหาร จัดการทรัพย์สินส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การเงินขององค์กร เช่น เงินสด หุ้น พันธบัตร และการลงทุนอื่น ๆ ซึ่งจะได้รับ ข้อมูลจำนวนมากจากแหล่งข้อมูลภายนอก องค์กรเพื่อทำให้เกิดความมั่นใจได้ว่าองค์กร จะได้รับผลประโยชน์สูงสุดจากการลงทุน  สำหรับฝ่ายการบัญชี : รับผิดชอบใน การ รักษา และจัดการรายการหลักฐาน เกี่ยวกับ การเงินขององค์กร เช่น ใบเสร็จรับเงิน รายการชำระเงิน การเสื่อม ราคา และ รายการชำระค่าตอบแทน นอกจากนี้ต้องสรุปสถานะทางทรัพย์สินของ องค์กรในปัจจุบัน และสรุปรายการค่าใช้จ่าย ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเดือนที่ผ่านมา ระบบสารสนเทศสำหรับงานการเงินและ บัญชี (Information system for finance and accounting)

10 ตัวอย่างเช่น : y ระบบบัญชีลูกหนี้ ( accounts receivable), ระบบบัญเจ้าหนี้ (accounts payable), ระบบ บัญชีแยกประเภททั่วไป (general ledger), ระบบบัญชีเงินเดือน (payroll), ระบบการ บริหารเงินสด (cash management), ระบบ ประมวลผลเงินกู้ (loan processing), ระบบ ตรวจสอบการสั่งจ่ายเช็ค (check processing ), ระบบการซื้อขายหลักทรัพย์ (securities trading) ระบบสารสนเทศสำหรับงานการเงินและ บัญชี (Information system for finance and accounting)

11 ระบบสารสนเทศสำหรับงานการเงินและ บัญชี (Information system for finance and accounting) ตัวอย่างลักษณะการทำงานในระบบ สารสนเทศการบัญชีตามระดับสายงาน

12  พัฒนา, การสงวนรักษาบุคลากรของ องค์กร, สนับสนุนการเลือกสรร บุคลากร, จัดการรักษาระเบียนข้อมูล บุคลากรให้มีความสมบูรณ์, สร้างสรรค์กิจกรรมที่กระตุ้นให้ บุคลากรเกิดความคิดสร้างสรรค์, ทักษะในการปฏิบัติงาน, การจ่ายค่า ทดแทนให้แก่บุคลากรที่ถูกเลิกจ้าง และการจัดวางบุคลากรเข้าสู่ตำแหน่ง ที่เหมาะสม

13 ตัวอย่างเช่น : y ระบบบันทุกประวัติการรักษาพยาบาล ( personnel record keeping), ระบบติดตามการสมัคร งาน (applicants tracking), ระบบแสดงราย ตำแหน่งงาน (positions listing), ระบบการ ฝึกอบรมและทักษะ (training and skills), ระบบ ดูแลผลประโยชน์ (benefits)

14 ตัวอย่างลักษณะการทำงานในระบบสารสนเทศการ บริหารทรัพยากรมนุษย์ตามระดับสายงาน

15 1. ด้านโครงสร้างองค์กร :  สามารถทำการเชื่อมโยงสำนักงานสาขา ต่าง ๆ ขององค์กรเข้าด้วยกันได้  สร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นไปใน แนวทางเดียวกัน  มีวิธีการดำเนินธุรกิจเป็นระบบเดียวกัน โดยมีการประสานหน้าที่ การทำงาน ของฝ่ายต่าง ๆ เข้าด้วยกันได้ ประโยชน์ของการนำระบบ สารสนเทศมาใช้ภายในองค์กรธุรกิจ

16 2. ด้านกระบวนการบริหาร :  สามารถจัดการการทำงานแบบ อัตโนมัติให้แก่กระบวนการทำงาน ทั้งหลายได้  สามารถปรับปรุงข้อมูลสำหรับการ บริหาร และการตัดสินใจได้  ข้อมูลที่นำเสนอ โดยมีโครงสร้างของ การผสมผสานระหว่างการทำงานของ ฝ่ายต่าง ๆ สามารถเรียกใช้ได้อย่าง สะดวกรวดเร็ว ประโยชน์ของการนำระบบ สารสนเทศมาใช้ภายในองค์กรธุรกิจ

17 3. เทคโนโลยีพื้นฐาน :  สามารถประสานการทำงานระหว่างกัน ได้เสมือนเป็นระบบเดียวกัน ทั่ว ทั้งองค์กร  ข้อมูลเก็บรวมกันเพียงแห่งเดียว  มีมาตรฐานเดียวกัน  สามารถนำข้อมูลไปใช้กับระบบ สารสนเทศในทุกส่วนขององค์กรได้ ประโยชน์ของการนำระบบ สารสนเทศมาใช้ภายในองค์กรธุรกิจ

18 4. ความสามารถทางธุรกิจ :  การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้น  สามารถช่วยให้เกิดระบบงานพื้นฐานที่มี ลูกค้าหรือความต้องการต่าง ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ กระตุ้นกระบวนการทำงานให้เกิดขึ้น  สามารถรวบรวมกระบวนการทำงานต่าง ๆ เข้าด้วยกัน  สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า ได้ดี  ด้านฝ่ายการผลิตมีข้อมูลที่ดีขึ้น ในการที่จะ ทำการผลิตเฉพาะสินค้าที่ลูกค้าสั่งซื้อ  สามารถจัดซื้อวัสดุในปริมาณที่พอดีกับ ความต้องการในการผลิตสินค้า  ช่วยลดระยะเวลาที่สินค้าถูกเก็บไว้ใน คลังสินค้า ประโยชน์ของการนำระบบ สารสนเทศมาใช้ภายในองค์กรธุรกิจ

19  ให้แต่ละกลุ่มศึกษาค้นคว้าคุณลักษณะและ ความสามารถของระบบสารสนเทศต่อไปนี้  ระบบการขายหน้าร้าน (point-of-sales systems)  ระบบตรวจสอบบัตรเครติด (credit authorization)  ระบบบัญชีเงินเดือน (payroll)  ระบบการฝึกอบรมและทักษะ (training and skills)  ระบบควบคุมการจ้างแรงงาน (labor costing)  ระบบควบคุมคุณภาพสินค้าและการผลิต (quality control) พร้อมจัดทำเป็นรายงาน และนำเสนอ หน้าชั้นเรียน


ดาวน์โหลด ppt บทที่ 3.  ระบบสารสนเทศสำหรับงานขายและ การตลาด (Information system for sales and marketing)  ระบบสารสนเทศสำหรับงานผลิตและ คลังสินค้า (Information system.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google