งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Chapter 11 Instruction Sets: Addressing Modes and Formats ( การกำหนดที่อยู่และ รูปแบบ ) Addresssing Mode จะเป็นการอ้างอิง ตัวถูกกระทำภายในคำสั่ง ซึ่งจะประกอบไป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Chapter 11 Instruction Sets: Addressing Modes and Formats ( การกำหนดที่อยู่และ รูปแบบ ) Addresssing Mode จะเป็นการอ้างอิง ตัวถูกกระทำภายในคำสั่ง ซึ่งจะประกอบไป."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Chapter 11 Instruction Sets: Addressing Modes and Formats ( การกำหนดที่อยู่และ รูปแบบ ) Addresssing Mode จะเป็นการอ้างอิง ตัวถูกกระทำภายในคำสั่ง ซึ่งจะประกอบไป ด้วยค่าที่แท้จริงของตัวถูกกระทำ การอ้างอิงไปยังที่อยู่ของตัวถูกกระทำ ซึ่งการอ้างอิงมีหลายวิธีขึ้นอยู่กับสภาวะการ กำหนดที่อยู่ (addressing Mode) ที่กำหนด ใช้สำหรับชุดคำสั่งนั้น รูปแบบของคำสั่ง (Instruction Format) ใช้ในการกำหนดโครงสร้างของเขต ข้อมูลต่างๆ ของคำสั่งแต่ละคำสั่ง

2 Addressing Modes เป็นการคำนวณ Address ของคำสั่ง กับหน่วยความจำ ข้อมูลที่อยู่ในชุดคำสั่งทั่วๆ ไปมักมีขนาดเล็กเพราะมันมี ความจำกัด ในขณะที่บางครั้งการประมวลผลต้องการอ้างอิง ข้อมูลที่มีขนาดใหญ่กว่า(เช่นไปอ้างอิงข้อมูลในหน่วยความจำ หรือหน่วยความจำภายนอก) ดังนั้นจึงมีการคิดค้นวิธีการอ้างอิงหน่วยความจำขึ้นมา หลายแบบ ดังนี้ Immediate(การใช้ตัวถูกกระทำโดยตรง) Direct(การอ้างอิงโดยตรง) Indirect(การอ้างอิงทางอ้อม) Register(การอ้างอิงผ่าน Register โดยตรง) Register Indirect(การอ้างอิงผ่าน Register ทางอ้อม) Displacement (Indexed) Stack

3 Immediate Addressing ( การใช้ตัวถูกกระทำโดยตรง ) Operand is part of instruction Operand = address field e.g. ในชุดคำสั่งของ MCS-51 เช่น Add A,#05H No memory reference to fetch data(ไม่มีการ อ้างอิงข้อมูลภายนอกเหนือไปจากการอ่านคำสั่งเข้ามา ใน CPU ทำให้ประหยัดวงรอบการอ้างอิง) Fast(เร็ว) Limited range ขนาดของตัวเลขถูกจำกัดด้วยขนาด ของ เขตข้อมูล ดังนั้นขนาดของข้อมูลมีขนาดเล็ก OperandOpcode Instruction

4 Direct Addressing อ้างอิงการ Memory( การอ้างอิง โดยตรง ) คือในส่วนของ Operand จะบรรจุตำแหน่งที่อยู่จริง e.g. ADD 03H คือ 03H เป็นที่อยู่ตำแหน่ง 0003H ของ Memory Single memory reference to access data Address AOpcode Instruction Memory Operand

5 Indirect Addressing (memory ชี้ไปยัง memory)( การอ้างอิงทางอ้อม ) เนื่องจากวิธีการ Direct นั้น ความยาวของ Operand จะมีขนาด สั้นกว่า ทำให้อ้างถึงข้อมูลใน Memory ได้จำกัด ดังนั้นวิธีการ Indirect นี้ จึงนำมาใช้ในการแก้ปัญหานั้น Address AOpcode Instruction Memory Operand Pointer to operand e.g. ADD (03h) จะการบวกค่าที่ ถูกชี้โดยข้อมูลในตำแหน่ง 0003h ซึ่งข้อมูลภายในตำแหน่ง 0003h ก็ จะเป็นข้อมูลที่ชี้ไปยังตำแหน่งที่ ต้องการ ข้อเสียคืออ้างอิงวงรอบ 2 รอบ

6 Register Addressing ( การอ้างอิงผ่าน Register โดยตรง ) จะคล้ายกับวิธี Direct เพียงแต่ข้อมูลของ Direct จะ บรรจุตำแหน่งหน่วยความจำ แต่ วิธีนี้จะบรรจุหมายเลข Register ที่อ้างอิง เช่น Add AX ทำการบวกค่าที่ Register AX เก็บอยู่ Register Address ROpcode Instruction Registers Operand

7 Register Indirect Addressing ( การอ้างอิงผ่าน Register ทางอ้อม ) เช่น Add (Ax) เอาข้อมูลใน Memory ที่ Register ชี้อยู่ มาบวก Register Address ROpcode Instruction Memory Operand Pointer to Operand Registers

8 Displacement Addressing เป็นการรวมเอาการอ้างอิงหน่วยความจำแบบ Direct และการอ้างอิงแบบ Register Indirect EA = A + (R), ADD = (R) + 7 Register ROpcode Instruction Memory Operand Pointer to Operand Registers Address A +

9 Stack Addressing Operand is (implicitly) on top of stack Stack ไม่จำเป็นต้องอ้างอิงตำแหน่งที่อยู่ คำสั่งไม่ จำเป็นต้องอ้างอิงหน่วยความจำ e.g. —ADDPop top two items from stack and add

10 แนวการสร้างชุดคำสั่งที่ Support การอ้าง Address Add #7 Immedia // + กับเลข 7 โดยตรง Add 10HDirect //+กับข้อมูลอยู่ในMemory Add (7)In direct //+กับข้อมูลที่ Memory ชี้อยู่ Add $7แบบอื่นๆ เราจะรู้ได้ยังไงว่าแบบไหน ตรงชุดคำสั่งเราอาจจะต้อง กำหนดใหม่เช่น ชุดคำสั่งขนาด 8 bit เราก็กำหนดเป็น ADD7 เพิ่ม


ดาวน์โหลด ppt Chapter 11 Instruction Sets: Addressing Modes and Formats ( การกำหนดที่อยู่และ รูปแบบ ) Addresssing Mode จะเป็นการอ้างอิง ตัวถูกกระทำภายในคำสั่ง ซึ่งจะประกอบไป.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google