งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

Database Design Week 5 Online available at

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "Database Design Week 5 Online available at"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 Database Design Week 5 Online available at

2 2 Contents 1. แบบแผนการออกแบบฐานข้อมูล การออกแบบฐานข้อมูลในระดับแนวคิด การออกแบบฐานข้อมูลในระดับตรรกะ การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ 2. CASE Tools (Computer-Aided Software Engineering) 3. กฎความคงสภาพของข้อมูล (Data Integrity Rule) กฎความคงสภาพของเอนทิตี้ โดเมน และการอ้างอิง 4. การแปลงรูป ER-Diagram ไปเป็นรีเลชัน

3 3 แบบแผนการออกแบบฐานข้อมูล l ขั้นตอนหลักในการออกแบบฐานข้อมูล มี 3 ระดับดังนี้ 1. การออกแบบฐานข้อมูลในระดับแนวคิด (Conceptual Database Design) 2. การออกแบบฐานข้อมูลในระดับตรรกะ (Logical Database Design) 3. การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ (Physical Database Design)

4 4 การออกแบบฐานข้อมูลในระดับแนวคิด (Conceptual Database Design) l การออกแบบฐานข้อมูลในระดับนี้ เกี่ยวข้องกับการกำหนดเค้าโครงหรือ สคีมาในระดับเบื้องต้น เป็นเพียงแนวคิดยังไม่สามารถนำไปใช้งานได้จริง ผลลัพธ์ที่ได้จากกการออกแบบในระดับนี้ คือ ชนิดของเอนทิตี้ ชนิดของความสัมพันธ์ แอทริบิวต์ แอทริบิวต์ของโดเมน คีย์คู่แข่ง คีย์หลัก ER-Diagram

5 5 การออกแบบฐานข้อมูลในระดับตรรกะ (Logical Database Design) 1. เป็นกระบวนการสร้างแบบจำลองให้มีความชัดเจนยิ่งขึ้น โดย การออกแบบในขั้นตอนนี้เกี่ยวข้องกับ 1. แปลงแบบจำลองในระดับแนวคิดเป็นแบบจำลองในระดับตรรกะ 2. ใช้เทคนิคการออกแบบรีเลชันด้วยการ normalization 3. ตรวจสอบโมเดลร่วมกับผู้ใช้ ว่าครอบคลุมและสนับสนุนการทำงาน ครบถ้วนหรือไม่ (ในขั้นตอนนี้จะทำการตรวจสอบและแก้ไขจนกว่า จะได้โมเดลที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้) ER-Diagram

6 6 การออกแบบฐานข้อมูลในระดับกายภาพ (Physical Database Design) 1. เป็นขั้นตอนที่จะพัฒนาฐานข้อมูลเพื่อใช้งานจริง พิจารณา แหล่งจัดเก็บข้อมูล โครงสร้างข้อมูล เลือก DBMS ที่จะมา ใช้งาน

7 7 CASE Tools 1. เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการออกแบบฐานข้อมูล โดยจะช่วย ออกแบบฐานข้อมูลในระดับตรรกะแล้วแปลงให้อยู่ในระดับ กายภาพ ซึ่งมีหลายโปรแกรมให้เลือกใช้งาน เช่น 1. Visible Analyst 2. Erwin 3. Visio 4. Rational Rose 5. Designer-2000

8 8 กฎความคงสภาพของข้อมูล (Data Integrity Rule) คือ การควบคุมความถูกต้องของข้อมูลเพื่อให้ข้อมูลใน ฐานข้อมูลนั้นมีความถูกต้องตรงกัน ป้องกันไม่ให้เกิด ข้อผิดพลาดในข้อมูลที่บันทึกอยู่ในฐานข้อมูล ซึ่งข้อผิดพลาดนั้น อาจเกิดจากการเพิ่ม การลบ และการเปลี่ยนแปลงข้อมูล กฎความ คงสภาพของข้อมูลมี 3 กฎเกณฑ์หลักๆ คือ 1. กฎความคงสภาพของเอนทิตี้ 2. กฎความคงสภาพของโดเมน 3. กฎความคงสภาพของการอ้างอิง

9 9 กฎความคงสภาพของข้อมูล (Data Integrity Rule) 1. กฎความคงสภาพของเอนทิตี้ แอทริบิวต์ที่เป็นคีย์หลักจะไม่เป็นค่าว่าง (Not null) 2. กฎความคงสภาพของโดเมน เป็นกฎที่ใช้ควบคุมค่าของข้อมูลให้มีค่าที่ เหมะสม เช่น เกรดเฉลี่ย จะต้องมีค่าระหว่าง 0.00 – 4.00 การพัฒนา ฐานข้อมูลก็ต้องสามารถตรวจสอบให้การป้อนค่าดังกล่าวต้องไม่ติดลบ และมีค่าไม่เกิน 4.00 เป็นต้น 3. กฎความคงสภาพของการอ้างอิง เป็นการกำหนดสำหรับรีเลชันที่มีคีย์ นอก (Foreign Key: FK) ที่อ้างอิงไปที่คีย์หลัก (Primary Key: PK) ใน อีกรีเลชัน

10 10 กฎความคงสภาพของข้อมูล (Data Integrity Rule) 1. กฎความคงสภาพของการอ้างอิง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในการ อ้างอิง คือ 1. Restricted ไม่อนุญาตให้มีการแก้ไขข้อมูลที่เป็นคีย์ ถ้าคีย์นั้น ยังมีการอ้างอิงหรือใช้งานจากรีเลชันอื่นอยู่ 2. Cascased อนุญาตให้มีการแก้ไขข้อมูลที่เป็นคีย์หลักได้ โดย จะทำการแก้ไขคีย์นอกที่อยู่ในรีเลชันอื่นด้วย 3. Nullify อนุญาตให้มีการแก้ไขข้อมูลที่เป็นคีย์หลักได้ โดยจะ ทำการแก้ไขคีย์นอกที่อยู่ในรีเลชันอื่นด้วยการใส่ค่าเป็น Null

11 11 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน ในความเป็นจริงการแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชันนั้น เครื่องมือ CASE Tools หลายตัวสามารถทำได้ แต่เพื่อให้เข้าในกระบวนการดังกล่าว และถือว่าเป็นสิ่ง สำคัญที่ต้องเรียนรู้ ในหัวข้อนี้จึงจะกล่าวถึงขั้นตอนและ วิธีการในการแปลงรูป ER-Diagram

12 12 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 1. ชื่อเอนทิตี้ เป็น ชื่อรีเลชัน 2. แอทริบิวต์ของเอนทิตี้ เป็น แอทริบิวต์ของรีเลชัน 3. Composite Attribute ของเอนทิตี้ จะถูกแยกเป็น Simple Attribute ของรีเลชัน 4. Multivalued Attribute ของเอนทิตี้ จะถูกแยกมาเป็นรีเลชัน ใหม่ โดยประกอบไปด้วยคีย์ของเอนทิตี้และ Multivalued Attribute

13 13 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน Employee EmpID EmpName EmpAddress State City Street Zipcode Skill

14 14 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน Employee (EmpID, EmpName, Street, City, State, Zipcode) EmpSkill (EmpID, Skill) การเขียนจะใช้ตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็กก็ได้

15 15 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 5. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ หนึ่งต่อหนึ่ง ก็ ฝากคีย์ไปไว้อีกรีเลชันหนึ่ง ซึ่งจะเป็นรีเลชันฝั่งใดก็ได้ Employee EmpID EmpName Manage Department DepName DepID 1 1

16 16 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน Employee (EmpID, EmpName) Department (DepID, DepName, MgrID) การเขียนจะใช้ตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็กก็ได้

17 17 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 6. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ หนึ่งต่อกลุ่ม ให้นำ PK ของฝั่งหนึ่งไปไว้ฝั่งกลุ่ม Employee EmpID EmpName Works For Department DepName DepID 1 M

18 18 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน Employee (EmpID, EmpName, DepID) Department (DepID, DepName) การเขียนจะใช้ตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็กก็ได้

19 19 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 7. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ กลุ่มต่อกลุ่มให้ สร้างรีเลชันใหม่โดยจะมี PK ของทั้งสองฝั่งเป็นแอทริบิวต์ใน รีเลชัน และถ้าใน ER-Diagram มีแอทริบิวต์ที่อยู่บนรีเลชัน แอทริบิวต์นั้นก็จะกลายเป็นแอทริบิวต์ของรีเลชันใหม่ที่สร้าง มาด้วย

20 20 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 7. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ กลุ่มต่อกลุ่ม Order OrderID OrderDate Requests Product UnitPrice ProdID M M Quantity

21 21 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน Order (OrderID, OrderDate) Product (ProdID, UnitPrice) OrderProduct (OrderID, ProdId, Quantity) การเขียนจะใช้ตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็กก็ได้

22 22 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 8. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Unary แบบ หนึ่งต่อกลุ่ม Employee EmpID EmpName Manages M 1 Employee (EmpID, EmpName, MgrID)

23 23 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 9. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Unary แบบ กลุ่มต่อกลุ่ม Item ItemID Name Contains N M Item (ItemID, Name) Component (ItemID, ComponentID, Quantity) Quantity

24 24 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 10. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Ternary ให้สร้างรีเลชันใหม่โดยจะมี PK ของเอนทิตี้ที่เป็นฝั่งหนึ่งมา เป็นแอทริบิวต์ในรีเลชัน และถ้าใน ER-Diagram มีแอทริ บิวต์ที่อยู่บนรีเลชัน แอทริบิวต์นั้นก็จะกลายเป็นแอทริบิวต์ ของรีเลชันใหม่ที่สร้างมาด้วย

25 25 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 10. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Ternary Patient PatientID Name PatientTre at M M Physician Physician ID Name Treatment Treatmen tcode Desc 1 1 M 1 Result Date Time

26 26 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 10. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Ternary Patient (patientid, name) Physician (physicianid, name) Treatment (treatmentcode, desc) PatientTreat (patientid, physicianid, treatmentcode, date, time, result) การเขียนจะใช้ตัวพิมพ์ใหญ่หรือเล็กก็ได้

27 27 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 11. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Supertype/Subtype ให้นำแอทริบิวต์ของเอนทิตี้ที่เป็น supertype มาเป็นแอทริบิวต์ของเอนทิตี้ของ subtype

28 28 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 11. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Supertype/Subtype Employee EmpID EmpName Address DateHire Salaried Employee Hourly Employee Consultant d “H” “S” “C” HourlyRate AnnualSalaryStockOption ContractNo BillingRate Emp_Type =

29 29 การแปลง ER-Diagram เป็นรีเลชัน 11. กรณีที่ความสัมพันธ์ระหว่างเอนทิตี้เป็นแบบ Supertype/Subtype Employee (EmpID, Empname, Address, DateHire) HourlyEmployee (EmpID, Empname, Address, DateHire, HourlyRate) SalariedEmployee (EmpID, Empname, Address, DateHire, AnnualSalary, StockOption) Consultant (EmpID, Empname, Address, DateHire, ContractNo, BillingRate)


ดาวน์โหลด ppt Database Design Week 5 Online available at

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google