งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

ชื่อ, ชื่อพฤษศาสตร์, ชื่อพื้นเมือง แหล่งกำเนิดและการ กระจาย ลักษณะทางพฤษ ศาสตร์ การใช้ประโยชน์ สรรพคุณทางยา เกร็ดความรู้

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "ชื่อ, ชื่อพฤษศาสตร์, ชื่อพื้นเมือง แหล่งกำเนิดและการ กระจาย ลักษณะทางพฤษ ศาสตร์ การใช้ประโยชน์ สรรพคุณทางยา เกร็ดความรู้"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1

2 ชื่อ, ชื่อพฤษศาสตร์, ชื่อพื้นเมือง แหล่งกำเนิดและการ กระจาย ลักษณะทางพฤษ ศาสตร์ การใช้ประโยชน์ สรรพคุณทางยา เกร็ดความรู้

3 ชื่อ กล้วย ชื่อพฤษศาสตร์ Musa L. ( กล้วยประเภทรับประทาน ) ชื่อพื้นเมือง อังกฤษเรียก บานาน่า อินโดนีเซีย และมาเลเซียเรียก ปิซัง ( Pisang ) ฟิลิปปินส์เรียก ซาจิง ( Saging ) พม่าเรียก เง็ก เปาตี ( Nget pyo thee ) เขมรเรียก ซิกนัมวา ( Cheek nam'vaa )

4 กล้วยที่ปลูกกันอยู่ทุกวันนี้ ตามหลักฐานปรากฏ กล้วยเป็น ผลไม้ชนิดแรกที่คนเอเชียแถบร้อนชื้น โดยเฉพาะใน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ปลูกใช้เป็นอาหารก่อนรู้จักการดื่ม นม ทารกไทยส่วนใหญ่เติบโตมาด้วยกล้วยบด แหล่งกำเนิดจริงๆ ของกล้วยยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ ทฤษฎีของซิกมอนด์และเชเพิร์ด ที่ได้รับการยอมรับกัน เป็นส่วนใหญ่เสนอว่า ดินแดนแถบอินโด - มาเลเซีย ถือ เป็นศูนย์กลางความหลากหลาย ของกล้วยที่สำคัญที่สุด มาเลเซียจึงอาจเป็นศูนย์กลางของกล้วยในระยะแรกๆ ก็ ได้ จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การปลูกกล้วยขยาย ออกไปทั่วเขตร้อน และเข้าไปในเขตอบอุ่นของเอเชีย อเมริกา แอฟริกาและออสเตรเลีย อาจกล่าวได้ว่าประเทศ ทั้งหลายที่ตั้งอยู่ในเขตร้อน ฝนชุกโดยเฉพาะเอเชีย กล้วยเป็นผลไม้ที่ปลูกกันมาก บริโภคกันมากเป็นอันดับ แรกของทุกประเทศ

5 สำหรับความเป็นมาของกล้วยในประเทศไทย จาก หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุด คือ จดหมายเหตุของลาลูแบร์ จึง ย่อมเชื่อได้ว่ามีการปลูกกล้วยในเมืองไทยมานานก่อน สมัยอาณาจักรศรีวิชัย ( พ. ศ.1200 โดยประมาณ ) ส่วนใน อินเดียได้รู้จักกล้วยกันมานานกว่าสามพันปีมาแล้ว ปัจจุบันพันธุ์กล้วยที่สำคัญของไทย ได้แก่ กล้วยน้ำว้า ปลูกกันมากที่สุดในจังหวัดเลย หนองคาย และระนอง ตามลำดับ รองลงมาได้แก่กล้วยไข่ ซึ่งปลูกกันมากที่สุดที่ จังหวัดกำแพงเพชร ตาก และนครสวรรค์

6 ลักษณะ กล้วยเป็นพรรณไม้ล้มลุก มีลำต้นเทียมสูง ประมาณ 2-9 เมตร มีลำต้นสั้นๆ อยู่ใต้ดิน ( ที่เรียกว่า “ หัว ” ) พร้อมด้วยตาหลายตาเป็นตำแหน่งที่เกิด เหล้าที่เจริญเป็นหน่อ รากแผ่กระจายไปตามแนวราบ แต่ส่วนมากรากจะอยู่ที่ผิวดิน หน่อมีรูปทรงกระบอก ลำต้นเทียมที่เกิดจากกาบใบที่ทับสลับกันจนแน่น กอดกันเป็นก้อนกลม ใบ หรือ ใบตองกล้วยมีขนาดใหญ่ ลักษณะใบเป็น แผ่นยาวประมาณ 1.50 เมตร กว้างประมาณ ซม. ทรงตัวอยู่ได้ด้วยเส้นกลางใบ ที่แน่นแข็ง ใบมีการจัดเรียงแบบขนนก มีเส้นใบขนานกัน

7 ดอก ออกดอกเป็นช่อห้อยลง มา มีกาบหุ้มมีสีแดงอมม่วง เรียกว่า หัวปลี รูปร่างกลมรี มี ดอกย่อยติดกันเป็นแผง ดอก ตัวเมียจะอยู่ที่ฐาน ส่วนดอกตัว ผู้จะอยู่ช่วงปลาย ผล หลังจากดอกตัวเมียเริ่ม เจริญเป็นผล ดอกตัวผู้ก็จะร่วง ไป ช่อดอกจะเจริญต่อไปเป็น เครือกล้วยที่ประกอบด้วยหวี กล้วยประมาณ 7-8 หวี ผล กล้วยอ่อนมีสีเขียวพอแก่จะ เปลี่ยนเป็นสีเหลือง

8 ทางอาหาร ทุกส่วนของกล้วย สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยเฉพาะผลสามารถใช้ ประโยชน์ทางอาหารได้สูงสุด รับประทานได้ทั้งผลดิบและสุก กล้วยสุกนำไปเผาทั้งเปลือก ขูด เอาแต่เนื้อไปบดกับข้าว เป็น อาหารชนิดแรกของคนไทย นอกจากนมแม่ กล้วยดิบสามารถ นำไปแปรรูปเป็น แป้งกล้วย ไว้ ผสมกับอาหารอื่นๆ หรือไปทำ เป็นกล้วยฉาบ กล้วยกวน กล้วย ตาก ข้าวเกรียบกล้วย ก็เป็นที่ นิยมเช่นกัน นอกจากผลแล้ว ปลี กล้วย ใช้เป็นผักเป็นส่วนประกอบ หลักที่สำคัญของแกงเลียง อาหารเพิ่มน้ำนมให้แก่แม่ที่เพิ่ง คลอดบุตร กาบใน ( ไส้ ) ใช้ ทำอาหาร เช่น แกง

9 ผลดิบ แก้โรคกระเพาะ ฝาน อบ บดผง ชงกับน้ำ ดิบเคลือบกระเพาะ ผลห่าม แก้ท้องเสีย ชดเชยโพแทสเซียมให้ ร่างกาย ผลสุก แก้ท้องผูก มีเพ็ก ตินมาก เพิ่มกากใยใน ลำไส้ ผลงอม ต้านโรงมะเร็ง สร้างภูมิต้านทานเพิ่มเซล เม็ดเลือดขาว

10 ยาง สมานแผลห้ามเลือด หัวปลี รสฝาด แก้โรคเกี่ยวกับกระเพาะอาหารและ ลำไส้ แก้โรคโลหิตจาง ลดน้ำตาลในเส้นเลือด รักษาโรคเบาหวาน น้ำคั้นจากหัวปลี รับประทานแก้ถ่ายเป็นมูกเลือด บำรุงโลหิต ใบ รสเย็นจืด ต้มดื่ม แก้ไข้ ร้อนในกระหายน้ำ แก้บิด แก้ผื่นคัน สมานภายใน หยวก รสฝาดเย็น เผาไฟรับประทาน ขับพยาธิ เหง้า รสฝาดเย็น ปรุงยาแก้ริดสีดวงทวาร ชนิดมี เลือดออก หรือแผลภายในช่องทวาร

11 เกร็ดความรู้


ดาวน์โหลด ppt ชื่อ, ชื่อพฤษศาสตร์, ชื่อพื้นเมือง แหล่งกำเนิดและการ กระจาย ลักษณะทางพฤษ ศาสตร์ การใช้ประโยชน์ สรรพคุณทางยา เกร็ดความรู้

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google