งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาระบบสืบพันธุ์โคเพศผู้

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาระบบสืบพันธุ์โคเพศผู้"— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาระบบสืบพันธุ์โคเพศผู้
อวัยวะสืบพันธุ์โคเพศผู้ประกอบด้วย 4 อย่าง ได้แก่ 1.ต่อมเพศ ซึ่งได้แก่ อัณฑะ (Testis) ทำหน้าที่ผลิตเซลสืบพันธุ์เพศผู้ 2.ท่อ (Duct) เป็นทางลำเลียงเซลสืบพันธุ์ที่ผลิตได้

2 3.ต่อมอวัยวะเพศ ทำหน้าที่ผลิตสารต่าง ๆ เพื่อเป็นอาหารและสิ่งแวดล้อมให้กับเซลสืบพันธุ์
4.อวัยวะใช้ร่วมประเวณี

3

4

5 อวัยวะสืบพันธุ์ของเพศผู้ (Male genital organs)
โครงสร้างโดยทั่ว ๆ ไป ประกอบไปด้วย

6 1.ลูกอัณฑะ (Testes) มี 2 ลูก ถูกหุ้มด้วยเนื้อเยื่อหลายชั้น และอยู่ภายในถุงอัณฑะ (Scrotum) ทำหน้าที่ผลิตอสุจิ (Sperm)

7 2.อีพิดิไดมีส(Epididymis) ติดอยู่กับลูกอัณฑะ ทำหน้าที่เก็บสะสม และขนส่งอสุจิที่ผลิตได้จากลูกอัณฑะ

8

9

10 3.ดักตัส เดฟเฟอร์เรน(Ductus deferens) หรือวาส เดฟเฟอร์เรน(Vas deferens) ลักษณะเป็นท่อ โดยต่อมาจากอีพิดิไดมีส(Epididymis) แล้วมีปลายไปเปิดสู่หลอดปัสสาวะ (Urethra)

11 4.หลอดปัสสาวะ (Urethra) จะวางตัวผ่านไปทางด้านหลัง และทอดตัวไปบนพื้นของ กระดูกเชิงกราน (pelvis) และจะไปสุดที่ปลายองคชาต (Penis) โดยเป็นท่ออยู่ภายในองคชาต

12

13 5.ต่อมอวัยวะเพศ (Accessory genital glands) ประกอบด้วย 3 ต่อมหลัก
-เวสสิคูล่า แกรนด์ (Vesicular glands) หรือเซมินอล เซสซิเคิล(Seminal Vesicle)

14 -โพสเทรท แกรนด์(Prostate gland)

15 -บัลโบยูรีทรอล แกรนด์(Bulbourethal glands) หรือ คาวเปอร์ แกรนด์(Cowper’s glands)

16 ต่อมต่าง ๆ จะอยู่บริเวณรอบ ๆ หลอดปัสสาวะ(Urethra)
ต่อมเหล่านี้ผลิตสารคัดหลั่ง (Secretion) เพื่อรวมกับอสุจิเวลาหลั่งออกมา เรียกรวมกันว่าซีเมน(Semen)

17 6.องคชาต (Penis) ทำหน้าที่ขนส่งซีเมน(Semen) เข้าไปในอวัยวะสืบพันธุ์เพศเมีย

18

19 ลูกอัณฑะ(Testes) ลูกอัณฑะ (Testes) ทำหน้าที่ผลิตเซลสืบพันธุ์เพศผู้ (Male germ cells)

20 ลูกอัณฑะถูกบรรจุอยู่ในถุงหุ้มอัณฑะ (Scrotum) โดยมีอีพิดิไดมีส(Epididymis)รวมอยู่ด้วย

21 รูปร่างของลูกอัณฑะเป็นรูปไข่ เกือบกลม
ขนาดของอัณฑะแต่ละข้าง ยาวประมาณ 13 เซ็นติเมตร กว้างประมาณ 8 เซ็นติเมตร และหนาประมาณ 8 เซ็นติเมตร

22 ปลายด้านหนึ่งของลูกอัณฑะจะติดอยู่กับอีพิดิไดมีส ส่วนหัว (Head of epididymis หรือ Caput)

23 ปลายอีกด้านหนึ่งของลูกอัณฑะจะติดกับอีพิดิไดมีสส่วนท้าย (Tail of epididymis หรือ Cauda)

24 ขอบด้านหนึ่งของลูกอัณฑะจะถูกอีพิดิไดมีสพาดผ่านตลอดด้านข้าง

25

26 ลูกอัณฑะถูกหุ้มด้วยเยื่อชื่อทูนิก้า อัลบูจิเนีย(Tunica albuginea) ซึ่งเยื่อนี้จะเหนียวมาก

27 เยื่อทูนิก้า อัลบูจิเนียนี้จะยื่นเข้าไปในเนื้ออัณฑะ พร้อมกับแบ่งลูกอัณฑะเป็นพู(Lobe)
ภายในพูเล็ก ๆ นี้ จะประกอบไปด้วยท่อเซมินิเฟอร์รัส(Seminiferous tubules) ซึ่งทำหน้าที่ผลิตอสุจิ

28

29 ท่อเซมินิเฟอร์รัส(Seminiferous tubules)

30 ภายในประกอบด้วย เซลที่เรียกว่า สเปอร์มาโตโกเนีย(Spermatogonia) ซึ่งเป็นเซลเริ่มต้นของเซลสืบพันธุ์เพศผู้ สเปอร์มาโตโกเนีย(Spermatogonia) จะทำการแบ่งตัวและเจริญเป็นอสุจิ

31

32

33 การแบ่งตัวเพื่อเจริญเป็นอสุจิ
1.สเปอร์มาโตโกเนีย(Spermatogonia) เป็นเซลรูปร่างกลม มีนิวเคลียส(Nucleus) ใหญ่ ทำการแบ่งตัวแบบไมโตซีส(Mitosis) เกิดเป็นไพรมารี่ สเปอร์มาโตไซท์(Primary spermatocyte) โครโมโซมจากการแบ่งตัวครั้งนี้ยังเท่าเดิมอยู่ 60 คู่

34

35

36

37 2.ไพรมารี่ สเปอร์มาโตไซท์(Primary spermatocyte) จะแบ่งตัวเป็นเซคันดารี่ สเปอร์มาโตไซท์( Secondary spermatocyte) เซคันดารี่ สเปอร์มาโตไซท์(Secondary spermatocyte) แบ่งตัวต่อไปเป็นสเปอร์มาติด(Spermatid) โดยวิธีการแบ่งตัวแบบที่เรียกว่าไมโอซิส(Meiosis) จำนวนโครโมโซมจะลดลงเหลือครึ่งหนึ่งของปกติ

38

39

40 สเปอร์มาติด(Spermatid) ก็จะเจริญต่อไปเป็นตัวอสุจิ (Sperm)

41 เซลเซอทอไรด์(Sertoli cell)
เป็นเซลรูปร่างยาว มีนิวเคียส(Nucleus) ปลายด้านหนึ่งของเซลเซอทอไรด์(Sertoli cell) จะเกาะกับท่อเซมินิเฟอรัส(Seminiferous tubule) ปลายอีกด้านหนึ่งจะยื่นยาวออกไปในส่วนกลางของท่อเซมินิเฟอรัส ทำหน้าที่ให้อาหารแก่ตัวอสุจิ

42

43 อัณฑะ นอกจากทำหน้าที่สร้างอสุจิแล้ว ยังทำหน้าที่ผลิตฮอร์โมนเพศผู้
ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน(Testosterone) มีหน้าที่ควบคุมการเจริญเติบโต การแสดงลักษณะความเป็นเพศผู้และพฤติกรรมของเพศผู้ ฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน(Testosterone) ผลิตจากเซลที่ชื่อว่าเลดิก(Leydig cell) หรืออินเตอร์สติเชียล(Interstitial cell)

44

45

46

47 ท่อเซมินิเฟอรัสหลาย ๆ ท่อ จะมารวมต่อกันเป็นเรเต้ เทสทีส(Rete testis)

48 เรเต้ เทสทีส(Rete testis) จะเชื่อมต่อกับวาส เอฟเฟอร์เรน(Vas efferens) ซึ่งในโค จะมีวาสเอฟเฟอร์เรน(Vas efferens) จำนวน อัน

49

50 วาส เอฟเฟอร์เรน(Vas efferens)
จำนวน อันนี้ จะทะลุผ่านส่วนหัวของอัณฑะ(Testis) รวมกันเป็นท่อของอิพิดิไดมีส(Epididymis) ซึ่งจะวางตัวติดกับลูกอัณฑะตลอดความยาวของลูกอัณฑะโดยขดไปมาอย่างหนาแน่น

51

52 อิพิดิไดมีส(Epididymis)
แบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.ส่วนหัว (Caput) 2.ส่วนตัว (Corpus) 3.ส่วนหาง (Cauda)

53

54 อีพิดิไดมีส จะขดตัวไปมาอย่างหนาแน่น อยู่บนขอบด้านหนึ่งของอัณฑะ นำอีพิดิไดมีสมายืดออกจะยาวประมาณ เมตร ท่อของอีพิดิไดมีสส่วนหัวจะเล็ก และจะขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงอีพิดิไดมีสส่วนหางจะเป็นส่วนที่ใหญ่ที่สุด

55 อิพิดิไดมีสส่วนหาง จะมีปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ความเป็นกรดด่าง(pH) และปริมาณโปรแตส เซี่ยมต่อโซเดียม ที่เหมาะสมกับตัวอสุจิ อีพิดิไดมีสส่วนหางนี้จึงเป็นที่สะสมของตัวอสุจิ

56 จากส่วนหางของ Epididymis จะไปต่อกับ Vas deferens

57 Vas deferens จะคดเคี้ยวไปกับ Epididymis ย้อนจากส่วนหางไปส่วนหัว

58

59 เมื่อถึงส่วนหัวของ Epididymis Vas deferens จะวิ่งเลยลูกอัณฑะออกไป
Inguinal canal

60 พร้อมกับมีเส้นเลือดและเส้นประสาท มาวิ่งขนานไปด้วย ซึ่งรวมเรียกว่า Spermatic cord และจะทะลุเข้าช่องท้องทาง Inguinal canal Inguinal canal

61 Vas deferens ทั้งจากอัณฑะ ซ้าย และขวา จะวิ่งขึ้นมาพาดผ่านกระเพาะปัสสาวะ และขยายเป็นกระเปาะเรียกว่า Ampulla เพื่อเป็นที่รวบรวมน้ำเชื้อพร้อมที่จะมีการหลั่ง

62

63 Ampulla จะเป็นบริเวณที่มีท่อจากต่อมต่าง ๆ มาเปิด และ Ampulla จะรวมกับท่อที่มาจากกระเพาะปัสสาวะ และกลายเป็นท่อเส้นเดียว อยู่ในอวัยวะเพศ เรียกว่าท่อปัสสาวะ (Urethra)

64 ท่อปัสสาวะ(Urethra)เป็นส่วนที่รวมกันระหว่างท่อที่มาจากกระเพาะปัสสาวะและ Ampulla ของ Vas deferens
ปลายองคชาต(Penis)

65

66 องคชาต (Penis) เป็นอวัยวะที่ใช้ในการร่วมเพศ (Male copulatory organ)

67 ลักษณะยาว บาง และเกาะยึดอยู่อย่างแข็งแรง ถึงแม้จะยังไม่แข็งตัวก็ตาม
มีรอยพับ (fold) อยู่ระหว่างโคนขาทั้งสอง ประกอบขึ้นเป็นซิกมอย เฟรกเซอร์(Sigmoid flexure)

68 ต่อมอวัยวะเพศผู้ที่สำคัญมี 3 ต่อม ได้แก่
1.ต่อมเวสซิคูล่า(Vesicular glands) 2.ต่อมโพรสเทรด(Prostate gland) 3.ต่อมบัลโบยูรีทรัล(Bulbourethral glands)

69 1.ต่อมเวสซิคูล่า(Vesicular gland)
เรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่าเซมินัล เวสซิเคิล (Seminal vesicle) มี 1 คู่ อยู่ด้านข้างตอนบนของคอกระเพาะปัสสาวะ ลักษณะเป็นต่อมเนื้อแน่น พื้นผิวเป็นพู (lobulated) ยาว 7-12 เซ็นติเมตร

70

71 สารที่ผลิตออกมาจากต่อมนี้
เป็นสารซึ่งให้พลังงานแก่ตัวอสุจิได้แก่น้ำตาลฟรุคโตสและซอบิทอล(fructose , sorbital) สารซึ่งเป็นบัฟเฟอร์(buffer) เพื่อควบคุมความเป็นกรด - ด่าง ของน้ำเชื้อให้เหมาะสมแก่ตัวเชื้อ ได้แก่ ฟอสเฟต และคาร์บอเนต

72 สารที่ผลิตออกมานี้ จะถูกเก็บไว้ในส่วนที่เป็นช่องว่างของพู ซึ่งถ้ามีการหลั่งน้ำอสุจิ กล้ามเนื้อเรียบที่แทรกอยู่ภายในต่อมจะเกิดการหดตัวและบีบสารซึ่งสร้างจากต่อมนี้ ไปรวมกับอสุจิด้วย

73 2.ต่อมลูกหมาก (Prostate gland)
เป็นต่อมขนาดเล็ก มีเนื้อแน่น ลักษณะเป็นก้อนแบนอยู่รอบท่อปัสสาวะ ต่อมนี้ จะสร้างสารซึ่งเป็นเกลือแร่ ให้กับน้ำเชื้อได้แก่ โซเดียม คลอรีน แคลเซี่ยม แมกนีเซี่ยม

74

75 3.ต่อมบัลโบยูรีทรัล(Bulbourethral gland)
เรียกได้อีกชื่อหนึ่งว่าต่อมคาวเปอร์ (Cowper’s gland) ต่อมขนาดเล็ก มี 1 คู่ ซ้าย ขวา รูปร่างกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1.5 เซ็นติเมตร

76 สร้างสารที่มีลักษณะเป็นเมือก เพื่อชะล้างท่อปัสสาวะ ก่อนที่จะมีการหลั่งน้ำเชื้อ

77


ดาวน์โหลด ppt กายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาระบบสืบพันธุ์โคเพศผู้

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google