งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

งานนำเสนอกำลังจะดาวน์โหลด โปรดรอ

วิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) ในวิชา 2000-1525 คณิตศาสตร์ประยุกต์ 7 ของ นักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


งานนำเสนอเรื่อง: "วิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) ในวิชา 2000-1525 คณิตศาสตร์ประยุกต์ 7 ของ นักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ."— ใบสำเนางานนำเสนอ:

1 วิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) ในวิชา คณิตศาสตร์ประยุกต์ 7 ของ นักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ สายช่าง อุตสาหกรรม ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2556 นางสาวกรรณิการ์ นัยผ่องศรี วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา 1

2 2 ปัญหา การวิจัย จากการที่ครูผู้สอนได้ถ่ายทอดความรู้ให้นักเรียน ในชั้น หลังจาการสอนครูผู้สอนได้ประเมินผล โดยการ มอบหมายให้ทำแบบฝึกหัด และแบบทดสอบ พบว่า นักเรียนบางคนไม่สามารถทำแบบฝึกหัดและทำข้อสอบ ได้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นเกิดจากที่ นักเรียนบางคนเรียนรู้ได้ช้า และมีความสามารถในการ เรียนรู้ไม่เท่ากัน ผู้วิจัยจึงได้หาวิธีการที่จะจูงใจให้ นักเรียนมีความสนใจ และกระตุ้นให้นักเรียนมีความ กระตือรือร้นมากขึ้น กิจกรรมการเรียนการสอนแบบกลุ่ม เพื่อนช่วยเพื่อนนั้น เป็นวิธีการที่ช่วยสนับสนุนวิธีการ ดังกล่าวได้ทางหนึ่ง โดยให้เพื่อนมีบทบาทสำคัญใน การเรียน เพื่อนและกลุ่มมีอิทธิพลในการสร้างความสนใจ จูงใจและมีการยอมรับของเพื่อนด้วยกัน ซึ่งการเรียนการ สอนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD)

3 3 วัตถุประสงค์ เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบกลุ่ม เพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) ในวิชา 2000 – 1525 คณิตศาสตร์ ประยุกต์ 7 ของนักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพสายช่าง อุตสาหกรรม วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการอยุธยา

4 4 กรอบ แนวคิด จากการศึกษาหลักการ แนวคิด และประโยชน์ ของการเรียนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ( STAD ) ของ จอนห์น ดิวอี้ และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ผู้วิจัยจึงกำหนด เป็นกรอบแนวคิดการวิจัยได้ดังนี้

5 5 ผลการวิจัย ตารางที่ 1 แสดงระดับคะแนนในเรื่องจำนวน เชิงซ้อน ก่อนและหลังการเรียนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) ในวิชา 2000 – 1525 คณิตศาสตร์ประยุกต์ 7 ของ นักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพสายช่างอุตสาหกรรม จำนวน 130 คน

6 6 ผลการวิจัย ตารางที่ 2 แสดงเปรียบเทียบผลการสอบวัดผล ก่อนและหลังการเรียนแบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) ในวิชา 2000 – 1525 คณิตศาสตร์ประยุกต์ 7 ของนักเรียน ประกาศนียบัตรวิชาชีพสายช่างอุตสาหกรรม จำนวน 130 คน

7 7 สรุปผล วิจัย สรุปว่านักเรียนที่เรียนด้วยการเรียนแบบกลุ่มเพื่อน ช่วยเพื่อน (STAD) เรื่องจำนวนเชิงซ้อนแล้ว มีความรู้ สูงขึ้นจริงเป็นไปตามสมมติฐานว่าผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนวิชา คณิตศาสตร์ประยุกต์ 7 ของนักเรียน ประกาศนียบัตรวิชาชีพสายช่างอุตสาหกรรม หลังเรียน แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) สูงกว่าก่อนเรียนแบบ กลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) และนักเรียนที่เรียนแบบกลุ่ม เพื่อนช่วยเพื่อนผ่านเกณฑ์ 60% จำนวน 127 คน จาก จำนวนผู้เข้าสอบ 130 คน คิดเป็นร้อยละ ตาม แนวคิดทฤษฏีของจอนห์น ดิวอี้ และงานวิจัยที่ได้ศึกษา มา กิจกรรมกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อนทำให้เกิดบรรยากาศที่ดี ช่วยให้นักเรียนมีความกระตือรือร้น สนใจ ตั้งใจและมี ความรับผิดชอบมากขึ้น ช่วยสร้างสามัคคี รู้จักแก้ปัญหา ร่วมกัน

8 8 ข้อเสนอแนะจาก การวิจัยครั้งนี้ 1. ครูผู้สอนจะต้องคอยติดตามดูแล การปฏิบัติงาน กลุ่มอย่างต่อเนื่อง 2. ควรหาหัวหน้ากลุ่มที่เก่ง และมีคุณภาพจริงๆ 3. ครูผู้สอนจะต้องคอยให้แรงเสริมแก่นักเรียนอย่าง ต่อเนื่อง 4. ครูผู้สอนควรแจ้งผลการประเมินทุกครั้งเพื่อกลุ่มจะ ได้ปรับปรุงและพัฒนาตัวเองในจุดที่ยังด้อยอยู่

9 9 ข้อเสนอแนะจาก การวิจัยครั้งต่อไป ข้อเสนอแนะเพื่อการวิจัยครั้งต่อไป 1. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนแบบกลุ่มเพื่อน ช่วยเพื่อน (STAD) กับการเรียนแบบอื่นๆ เช่น e- learning 2. ควรทำแบบสำรวจความพึงพอใจผู้เรียนต่อการ แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน ( STAD)


ดาวน์โหลด ppt วิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบกลุ่มเพื่อนช่วยเพื่อน (STAD) ในวิชา 2000-1525 คณิตศาสตร์ประยุกต์ 7 ของ นักเรียนประกาศนียบัตรวิชาชีพ.

งานนำเสนอที่คล้ายกัน


Ads by Google